งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Anti-retroviral treatment จัดทำโดย นศภ.มนสิชา บัวอ่อน รหัส 4710095 นสภ.ธรรมชาติ โคตะนนท์ รหัส 47230021 วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 Academic Inservice.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Anti-retroviral treatment จัดทำโดย นศภ.มนสิชา บัวอ่อน รหัส 4710095 นสภ.ธรรมชาติ โคตะนนท์ รหัส 47230021 วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 Academic Inservice."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Anti-retroviral treatment จัดทำโดย นศภ.มนสิชา บัวอ่อน รหัส นสภ.ธรรมชาติ โคตะนนท์ รหัส วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 Academic Inservice

2 บทนำ AIDS; acquired immunodeficiency syndrome เป็นโรคติดเชื้อ จาก Human Immunodeficiency Virus (HIV) ชนิดที่ 1 และ 2 โดยชนิดที่ 1 พบเป็นส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคเอดส์ พบการติดเชื้อครั้งแรกในปี ค.ศ ในชายรักร่วมเพศ ซึ่งมีอาการของภูมิคุ้มกันโรคที่ลดลง มีโรคติดเชื้อฉวยโอกาส พบในผู้ติดยาเสพติดใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หญิงโสเภณี ชายรักต่าง เพศ หญิงแม่บ้าน และเด็กแรกเกิดจากมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี ตามลำดับ ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาส (opportunistic infections; OIs) ส่งผลเพิ่มทั้งอัตราการเจ็บป่วย และอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย โรคเอดส์จึงได้กลายเป็นปัญหาที่สำคัญทั่วโลกในปัจจุบัน

3

4 HIV Life Cycle - Attachment - Fusion - Reverse Transcription - Integration - Transcription - Translation - Viral Assembly - Budding

5 อาการและอาการแสดง Primary/Acute HIV infection Primary/Acute HIV infection – อาการไม่รุนแรง ไม่จำเพาะ และหายเองได้ – เกิดขึ้นหลังการติดเชื้อประมาณ 2-4 สัปดาห์ – ผู้ป่วยจะแสดงอาการ เหมือนอาการของไข้หวัด มีต่อมน้ำเหลือง ทั่วไปโต มีผื่นขึ้นตามตัว แต่ไม่คัน อุจจาระร่วงเฉียบพลัน ซึ่งจะหายไปภายใน 2 สัปดาห์ – การตรวจหา antibody (Ab) ต่อเชื้อจะได้ผลลบ – ตรวจ viral load ในกระแสเลือดจะพบเชื้อเอชไอวีอยู่ในปริมาณ สูง เนื่องจากเชื้อเอชไอวีแบ่งตัวและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย อย่างรวดเร็ว – ร่างกายจะมีการตอบสนองต่อการติดเชื้อเอชไอวี โดยการสร้าง CD8 ซึ่งจะทำให้ปริมาณของเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือดลดลง

6 อาการและอาการแสดง Clinical latent period Clinical latent period – ไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ ระยะเวลาจะยาวหรือสั้นแตกต่างกันใน แต่ละบุคคล เฉลี่ยประมาณ 10 ปี – เชื้อเอชไอวียังมีการแบ่งตัวอย่างต่อเนื่องในระบบน้ำเหลืองของ ร่างกาย และทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายไปเรื่อยๆ – ปริมาณ CD4 ในกระแสเลือดจะค่อยๆลดลง – ร่างกายแสดงอาการของการติดเชื้อเอชไอวี และ/หรือ การติดเชื้อ ฉวยโอกาส

7 อาการและอาการแสดง AIDS AIDS – เป็นระยะที่ผู้ป่วยมีระบบภูมิคุ้มกันลดต่ำลง แสดงโดยปริมาณของ CD4 ลดลง – ผู้ป่วยจะมีอาการและอาการแสดงของการติดเชื้อเอชไอวี – โรคติดเชื้อฉวยโอกาส และ/หรือ โรคมะเร็ง – อาจเสียชีวิตได้ในที่สุด ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

8 การวินิจฉัย ปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อเอชไอวี – อาชีพของผู้ป่วย – การได้รับการถ่ายเลือดบ่อยๆ – ผู้ติดยาเสพติดชนิดฉีด โสเภณี และชายขายบริการ มีอัตราความ ชุกของโรคสูงสุด – พฤติกรรมทางเพศที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัย อาการแสดง จากการตรวจร่างกาย บ่งชี้ถึงโรคติดเชื้อฉวยโอกาส – การตรวจริมฝีปากและช่องปาก – ผิวหนัง – ทางเดินหายใจ – ทางเดินอาหาร – ระบบประสาท

9 การวินิจฉัย การตรวจทางห้องปฏิบัติการมี 2 หลักการ – การตรวจหาแอนติบอดี้ (Ab) ต่อเชื้อเอชไอวี – การตรวจหาส่วนประกอบของเชื้อเอชไอวีโดยตรง

10 การวินิจฉัย การตรวจหาแอนติบอดี้ (Ab) ต่อเชื้อเอชไอวี เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ราคาถูก มีความไวและความจำเพาะสูง การตรวจแบ่งเป็น 3 วิธี คือ – Enzyme-linked immunosorbent assays (ELISA) – Simple test เป็นการตรวจโดยอาศัยปฏิกิริยา particle agglutination (PA) – Rapid test เป็นการตรวจอย่างรวดเร็วภายใน 30 วินาที ใช้ หลักการของการจับกลุ่มของแอนติเจนกับแอนติบอดี้

11 การวินิจฉัย การตรวจหาส่วนประกอบของเชื้อเอชไอวีโดยตรง แบ่งเป็น 4 วิธี คือ – การตรวจหาโปรตีนของเชื้อเอชไอวี เช่น p24 – การตรวจ viral load (HIV RNA) เป็นการวัดตัวเชื้อเอชไอวี โดยตรง ใช้ในการวินิจฉัย ติดตามผลตอบสนองต่อการใช้ยา และ การพยากรณ์โรค – การตรวจ CD4 โดยการวัดจำนวน CD4 ในเลือด ใช้ในการวินิจฉัย ติดตามผลตอบสนองต่อการใช้ยา (ทุก 3-6 เดือน) และการ พยากรณ์โรค – การตรวจการดื้อยาต้านเอชไอวี ปัจจุบันมีการตรวจได้ 2 วิธี คือ genotypic testing นิยมตรวจ ราคาถูก ใช้เวลาวิเคราะห์ผลสั้น phenotypic testing

12 แนวทางการเริ่มให้ยาต้านเอชไอวี ในผู้ป่วยที่ไม่เคยได้รับยามาก่อน อาการทางคลินิก ระดับ CD4 (เซลล์/ลูกบาศก์มิลลิเมตร) คำแนะนำ มีความเจ็บป่วยของระยะเอดส์ (AIDS defining illness) เท่าใดก็ตามเริ่มยาต้านเอชไอวี มีอาการทางคลินิก*< 250เริ่มยาต้านเอชไอวี ไม่มีอาการ< 200เริ่มยาต้านเอชไอวี ไม่มีอาการ >200 ยังไม่เริ่มยาต้านเอชไอวี ให้ติดตามอาการและตรวจ ระดับ CD4 ทุก 6 เดือน * อาการทางคลินิก ได้แก่ เชื้อราในปาก ตุ่มคันทั่วตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ (pruritic papular eruptions; PPE) ไข้เรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ อุจจาระร่วงเรื้อรัง ที่ไม่สามารถหาสาเหตุได้นานเกิน 14 วัน น้ำหนักลดมากกว่าร้อยละ 10 ใน 3 เดือน เป็นต้น

13 แนวทางการเลือกสูตรยาต้านเอชไอวี ในผู้ป่วยที่ไม่เคยได้รับยามาก่อน สูตรพื้นฐานกลุ่ม A เป็นสูตรยาเริ่มต้นในการรักษาผู้ป่วยรายใหม่ ที่มีข้อบ่งชี้ในการได้รับ ยาต้านเอชไอวี แนะนำให้ใช้สูตรยาเรียงตามลำดับดังนี้ – Stavudine (d4T) + Lamivudine (3TC) + Nevirapine (NVP) (GPO VIR S-30 ® / S-40 ® ) – Stavudine (d4T) + Lamivudine (3TC) + Efavirenz (EFV) – Zidovudine (AZT) + Lamivudine (3TC) + Nevirapine (NVP) (GPO VIR Z-250 ® ) – Zidovudine (AZT) + Lamivudine (3TC) + Efavirenz (EFV)

14 แนวทางการเลือกสูตรยาต้านเอชไอวี ในผู้ป่วยที่ไม่เคยได้รับยามาก่อน สูตรพื้นฐานกลุ่ม B ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถทนผลข้างเคียงหรือแพ้ยาสูตรพื้นฐาน กลุ่ม A ทุกสูตร แนะนำให้ใช้สูตรเรียงตามลำดับดังนี้ – Stavudine (d4T) + Lamivudine (3TC) + Indinavir (IDV) + Ritonavir (RTV) – Zidovudine (AZT) + Lamivudine (3TC) + Indinavir (IDV) + Ritonavir (RTV)

15 แนวทางการเลือกสูตรยาต้านเอชไอวี ในผู้ป่วยที่ไม่เคยได้รับยามาก่อน สูตรพื้นฐานกลุ่ม C เป็นสูตรยาทางเลือก ในกรณีที่มีข้อจำกัด ไม่สามารถใช้ยาสูตรพื้นฐาน ในกลุ่ม A และ B ได้ ใช้ในกรณีผู้ป่วยมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีร่วมกับเชื้อเอชไอวี แนะนำให้ใช้สูตรเรียงตามลำดับดังนี้ – Didanosine (ddI) + Lamivudine (3TC) + Efavirenz (EFV) – Didanosine (ddI) + Lamivudine (3TC) + Nevirapine (NVP) – Tenofovir (TDF) + Lamivudine (3TC) + Efavirenz (EFV) – Tenofovir (TDF) + Lamivudine (3TC) + Nevirapine (NVP) – Didanosine (ddI) + Lamivudine (3TC) + Indinavir (IDV) + Ritonavir (RTV) – Tenofovir (TDF) + Lamivudine (3TC) + Indinavir (IDV) + Ritonavir (RTV)

16 Anti-retroviral medication

17 Nucleoside reverse transcriptase inhibitor (NRTIs) Nucleotide reverse transcriptase inhibitor (NtRTIs) ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย – NRTIs abacavir (ABC) didanosine (ddI) lamivudine (3TC) – NRTIs และ NtRTIs stavudine (d4T) tenofovir (TDF) zalcitabine (ddC) zidovudine (AZT) – NRTIs ในรูป fixed-dose combination AZT/3TC 300/150 mg

18 Nucleoside reverse transcriptase inhibitor (NRTIs) Nucleotide reverse transcriptase inhibitor (NtRTIs)

19 ขนาดยาที่ใช้ – AZT: (100, 250, 300 mg) mg bid – d4T: (15, 20, 30, 40 mg) น้ำหนัก ≥ 60 kg: 40 mg q 12 hr น้ำหนัก < 60 kg: 30 mg q 12 hr – 3TC: (150, 300 mg) 150 mg q 12 hr หรือ 300 mg q 24 hr – ddI: น้ำหนัก ≥ 60 kg: 400 mg q 24 hr (chewable buffered tablet 125, 200 mg หรือ EC capsule 250, 400 mg) หรือ 200 mg q 12 hr (buffered tablet) หรือ 230 mg q 12 hr (buffered powder 115, 167 mg) ก่อน อาหาร ½-1 hr น้ำหนัก < 60 kg: 250 mg q 24 hr (buffered tablet หรือ EC capsule) หรือ 125 mg q 12 hr (buffered tablet) หรือ 167 mg q 12 hr (buffered powder) ก่อนอาหาร ½-1 hr – ABC: (300 mg) 300 mg q 12 hr หรือ 600 mg q 24 hr – TDF: (300 mg) 300 mg q 24 hr พร้อมอาหาร เมื่อใช้ร่วมกับ ddI ให้ลดขนาด ddI ลงเป็น 250 mg/day (TDF เพิ่ม AUC ของ ddI ร้อยละ 44) – ddC: 0.75 mg tid

20 อาการข้างเคียง – AZT: กดการทำงานของไขกระดูก, gastrointestinal intolerance, ปวดศีรษะ, นอนไม่หลับ, myopathy, เล็บมีสีคล้ำ – d4T: peripheral neuropathy, lipodystrophy, ตับอ่อนอักเสบ, พบ lactic acidosis ร่วมกับ hepatic steanosis > ยา NRTIs อื่นๆ, hyperlipidemia – 3TC: มีความเป็นพิษต่ำ – ddI: ตับอ่อนอักเสบ, peripheral neuropathy, คลื่นไส้ อาเจียน, ท้องร่วง, ผมร่วง, lactic acidosis – ABC: Hypersensitivity reaction (5%) รุนแรงถึงชีวิตได้ มักเกิดในช่วง 6 สัปดาห์แรก – TDF: อ่อนเปลี้ย, ปวดศีรษะ, ท้องร่วง, คลื่นไส้, อาเจียน, ท้องอืด, การทำงานของไตบกพร่อง – ddC: peripheral neuropathy, stomatitis, ตับอ่อนอักเสบ – ddI, 3TC, TDF, ddC และ AZT พบ lactic acidosis ร่วมกับ hepatic steanosis น้อยมาก แต่อาจเป็นอันตรายถึงแต่ชีวิต

21 Non - nucleoside reverse transcriptase inhibitor (NNRTIs) ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย – efavirenz (EFV) – nevirapine (NVP) – ยา NNRTIs และ NRTIs ในรูป fixed-dose combination ได้แก่ d4T 30 หรือ 40 mg/3TC150 mg/NVP 200 mg AZT 250 mg/3TC 150 mg/NVP 200 mg

22 Non - nucleoside reverse transcriptase inhibitor (NNRTIs)

23 ขนาดยาที่ใช้ – EFV: (50, 200,600 mg) น้ำหนัก ≥ 40 kg: 600 mg q 24 hr ก่อนนอน น้ำหนัก < 40 kg: 400 mg q 24 hr ก่อนนอน – NVP: (200 mg) 200 mg q 24 hr ใน 2 สัปดาห์แรก และตามด้วย 200 mg q 12 hr

24 อาการข้างเคียง – EFV: CNS symptoms (40-52%) ผื่นผิวหนัง (5-10%) และ ผู้ป่วยหยุดยาจากการเกิดผื่น (1-7%) hyperlipidemia เพิ่มเอนไซม์ตับ ทารกวิรูป หลีกเลี่ยงในหญิงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก และ หญิงที่ต้องการ ตั้งครรภ์ – NVP: ผื่นผิวหนัง (15-30%) รวมถึง Stevens-Johnson syndrome (พบในผู้ที่ได้รับ NVP > ผู้ที่ได้รับ EFV) ตับอักเสบชนิดแสดงอาการ รวมถึง hepatic necrosis ที่เป็นอันตราย ถึงชีวิต โดยมักเกิดร่วมกับผื่น (50%) พบในหญิงที่มี CD4 > 250 cells/mm 3, ชายที่มี CD4 > 400 cells/mm 3 จึงไม่ควรใช้ NVP ในผู้ป่วยที่มีคุณสมบัติดังกล่าว

25 Protease inhibitor (PIs) ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย – atazanavir (ATV) – indinavir (IDV) – lopinavir/ritonavir (LPV/r) – nelfinavir (NFV) – ritonavir (RTV) – saquinavir (SQV)

26 กลไกการออกฤทธิ์

27 ขนาดยาที่ใช้ – IDV: (200, 400 mg) 800 mg q 8 hr mg ร่วมกับ RTV mg q 12 hr หลังอาหาร ต้องดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตร เพื่อป้องกันการเกิดนิ่วและไตวาย ติดตาม Scr ทุก 6 เดือน – RTV: (100 mg) 600 mg q 12 hr คลื่นไส้อาเจียนมาก มักใช้ booster ยา PIs ตัวอื่นๆ เมื่อให้ร่วมกับ PI ตัวอื่นๆ: mg/day q hr – NFV: (250 mg) 1,250 mg q 12 hr, 750 mg tid หลังอาหาร – SQV: tablet และ hard gel capsule (200 mg) 1000 mg ร่วมกับ RTV 100 mg bid 1600 mg ร่วมกับ RTV 100 mg OD – LPV/r: (ขนาด 3 capsules) 400 mg ร่วมกับ RTV 100 mg bid; เมื่อให้ร่วมกับ EFV หรือ NVP 600 mg ร่วมกับ RTV 150 mg bid – ATV: ( mg) 400 mg OD 300 mg ร่วมกับ RTV 100 mg OD เมื่อให้ร่วมกับ EFV หรือ TDF ห้ามใช้ยาร่วมกับ PPIs หรือ H 2 -blocker

28 อาการข้างเคียง – ATV: indirect hyperbilirubinemia prolong PT interval ระวังการใช้ในผู้ที่ผิดปกติของ ECG หรือได้ยาที่ทำให้ PT prolongation เพิ่มเอนไซม์ตับ, fat maldistribution – IDV: nephrolithiasis (10-20%) GI intolerance คลื่นไส้ (10-15%) indirect hyperbilirubinemia hyperlipidemia เพิ่มเอนไซม์ตับ, fat maldistribution – LPV/r: คลื่นไส้ อาเจียน, ท้องร่วง, อ่อนเปลี้ย hyperlipidemia: hypertriglyceridemia เพิ่มเอนไซม์ตับ, fat maldistribution disulfulam reaction

29 อาการข้างเคียง – NFV: ท้องร่วง (10-30%) hyperlipidemia, hyperglycemia fat maldistribution, เพิ่มเอนไซม์ตับ – RTV: คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง (20-40%) paresthesia-circumoral และ extramityies (10%) Hyperlipidemia, hypertriglyceridemia hepatitis, hyperglycemia, fat maldistribution – SQV: คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ปวดท้อง (10-20%) ปวดศีรษะ hyperlipidemia, hyperglycemia fat maldistribution, เพิ่มเอนไซม์ตับ

30 Fusion inhibitors (FIs) ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย – enfuvirtide (T20)

31 Fusion inhibitors (FIs)

32 ขนาดยาที่ใช้ และ อาการข้างเคียง ขนาดยาที่ใช้ – 90 mg (1 ml) SC q 12 hr อาการข้างเคียง – Local injection site reactions: ผู้ป่วยเกือบทุกรายเกิดอาการปวด แดง บวม เกิดเป็นก้อนหรือตุ่ม คัน และห้อเลือดบริเวณที่ฉีด – hypersensitivity raction (<1%) ได้แก่ ผื่นผิวหนัง ไข้ คลื่นไส้ อาเจียน หนาวสั่น ความดันโลหิตต่ำ เพิ่มเอนไซม์ตับ

33 ยาสูตรผสม – abacavir/zidovudine/lamivudine – abacavir/lamivudine – zidovudine /lamivudine – stavudine/lamivudine/nevirapine – zidovudine/lamivudine/nevirapine


ดาวน์โหลด ppt Anti-retroviral treatment จัดทำโดย นศภ.มนสิชา บัวอ่อน รหัส 4710095 นสภ.ธรรมชาติ โคตะนนท์ รหัส 47230021 วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 Academic Inservice.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google