งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

นักเรียน มองเห็นอะไร 08/04/60.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "นักเรียน มองเห็นอะไร 08/04/60."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 นักเรียน มองเห็นอะไร 08/04/60

2 08/04/60

3 ..Why you study toward nursing..
พยาบาล ใครใช้ ให้มาเรียน จงพากเพียร งานนี้ มีศักดิ์ศรี อย่าวกวน เรียนดี หรือไม่ดี ประโยชน์มี กับตน คนทั่วไป วิชาชีพ พยาบาล เป็นงานบุญ ได้เจือจุน คนไข้ ไร้ทุกข์เข็น เป็นบุญเก่า ส่งให้ ได้มาเป็น น้ำใสเย็น คนไข้ ได้อาบกิน 08/04/60

4 บทที่ 9 หลักการทำลายและยับยั้งเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์
โดย อัมพร ไหลประเสริฐ สำหรับนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2554 12/3/55 08/04/60

5 วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ..นักศึกษา
มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทำลายเชื้อและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และปรสิต ตระหนักถึงความสำคัญของหลักการทำลายเชื้อและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และปรสิต สามารถนำความรู้เรื่องหลักการทำลายเชื้อและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และปรสิตไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลและใช้กับชีวิตประจำวันได้ 08/04/60

6 สาระการเรียนรู้ 1. หลักในการการควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ 2. Sterilization and Disinfection -ความหมายของคำที่ใช้ในการทำให้ปราศจากและการเชื้อทำลายเชื้อ -การแบ่งระดับการทำลายเชื้อ -วิธีการทำให้ปราศจากเชื้อหรือทำลายเชื้อ 3. การจัดแบ่งประเภทอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ 08/04/60

7 หลักในการการควบคุมเชื้อจุลินทรีย์ Control of microorganisms
วัตถุประสงค์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของจุลินทรีที่ก่อโรคซึ่งยังเป็นปัญหาสาธารณสุข เพื่อป้องกันมิให้เกิดการปนเปื้อนของจุลินทรีในสิ่งแวดล้อม เครื่องใช้ทางการแพทย์ อาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง อันจะก่อความเสียหายหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ 08/04/60

8 หลักในการการควบคุมเชื้อจุลินทรีย์
การควบคุมจุลินทรีย์ภายนอกร่างกาย การควบคุมจุลินทรีย์ภายในร่างกาย วิธีการ กำจัดแหล่งที่มาของการติดเชื้อ ลดการแพร่กระจายของเชื้อไปยังแหล่งต่างๆ เพิ่มความต้านทานหรือภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ Host 08/04/60

9 การทำให้ปราศจากเชื้อและการทำลายเชื้อ Sterilization and Disinfection
08/04/60

10 การทำลายเชื้อ (Disinfection)
ความหมายของคำที่ใช้ในการทำให้ปราศจากและการเชื้อทำลายเชื้อ การทำลายเชื้อ (Disinfection) การทำลายหรือหยุดยั้งการเจริญของ จุลชีพให้ลดลงถึงระดับที่ไม่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพ แต่ไม่รวมถึง การทำลายสปอร์ 08/04/60

11 การทำให้ปราศจากเชื้อ (Sterilization)
การกำจัดหรือทำลายจุลชีพทุกรูปแบบ รวมทั้ง เซลล์ปกติ (Vegetative cells) และ สปอร์ (Spore) 08/04/60

12 Germicides คือ สารที่ทำให้จุลชีพทุกชนิดตาย
Bactericide สารที่ฆ่าแบคทีเรีย Fungicide สารที่ฆ่าเชื้อรา Virucide สารที่ฆ่าไวรัส Bacteriostatics สารที่หยุดยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย 08/04/60

13 Sanitization กระบวนการทำความสะอาดเพื่อลดจำนวนจุลชีพให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยกับผู้บริโภคตามมาตรฐาน เช่น ลดจำนวนเชื้อในน้ำประปา อาหาร นม มิให้เป็นอันตรายกับผู้บริโภค 08/04/60

14 Antisepsis การทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลชีพบนผิวหนังหรือเนื้อเยื่อของร่างกายจนไม่สามารถก่อโรคในเนื้อเยื่อสิ่งที่มีชีวิตได้ โดยวิธีการทางกายภาพ หรือใช้ Antiseptics 08/04/60

15 Antiseptics เป็นยาระงับเชื้อ
สารเคมีที่ใช้ทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ใช้กับสิ่งมีชีวิตและใช้ภายนอกร่างกาย ใช้เฉพาะที่โดยไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อ ใช้กับผิวหนังหรือเยื่อบุเมือก Alcohol, povidone iodine 08/04/60

16 Stasis การยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์มิให้แบ่งตัวเพิ่มจำนวน แต่เชื้อไม่ตายมีโอกาสเจริญได้ใหม่ Static agents คือสารที่ใช้ยับยั้งเชื้อ -Bacteriostatic -Fungistatic -เช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก 08/04/60

17 Disinfectants คือน้ำยาทำลายเชื้อ
สารเคมีที่ใช้ฆ่าหรือทำลายจุลชีพที่ทำให้เกิดโรค ใช้กับสิ่งไม่มีชีวิต เสื้อผ้า พื้นห้อง เสมหะ เครื่องมือเครื่องใช้ ฟีนอล ฟอมาลดีไฮด์ โซเดียมไฮโปคลอไรด์ ที่เราใช้คือไฮเตอร์ 08/04/60

18 Disinfection คือการทำลายเชื้อ
การทำลายหรือหยุดยั้งการเจริญของจุลชีพให้ลดถึงระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่ไม่จำเป็นต้องกำจัดหรือทำลายสปอร์ก็ได้ โดยใช้วิธีทางกายภาพหรือใช้ Disinfectant ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งหรือหยุดการเจริญเติบโตเท่านั้น 08/04/60

19 การแบ่งระดับการทำลายเชื้อ
การทำลายเชื้อระดับสูง->High level disinfection การทำลายเชื้อระดับกลาง->Intermediate level disinfection การทำลายเชื้อระดับต่ำ->Low level disinfection 08/04/60

20 การทำลายเชื้อระดับสูง
ทำลายจุลชีพทุกรูปแบบ แต่ไม่สามารถทำลายสปอร์ การทำพลาสเจอร์ไรเซชั่น สัมผัสกับน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นเวลา นาทีหรือตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิต -Glutaraldehyde 2% ใช้เวลา 10 ชม.จะปราศจากเชื้อ -hydrogen peroxide ใช้เวลา 6 ชม.จะปราศจากเชื้อ -peracetic acid ใช้เวลา 30 นาทีจะปราศจากเชื้อ 08/04/60

21 การทำลายเชื้อระดับกลาง
ทำลายเชื้อแบคทีเรีย TB รา ไวรัสเกือบทุกชนิด แต่ไม่ทำลายสปอร์ สัมผัสกับน้ำยาฆ่าเชื้อไม่ต่ำกว่า 10 นาที/บริษัท น้ำยาสารเคมีที่ทำลายชื้อ TB (Tuberculocidal) -Phenolics-Lysol-cresol 5% ใช้เวลา 24 ชม -Iodophore Iodine, Providine -Alcohol 70-90% Sodium hypochlorite เช่น Vergon, Virulex, ไฮเตอร์ ไม่สามารถทำลาย TB ได้ (หนังสือเภสัชจุลชีววิทยาของมหิดล) 08/04/60

22 การทำลายเชื้อระดับต่ำ
ทำลายเชื้อแบคทีเรียและราเกือบทุกชนิด ไวรัสบางชนิดแต่ไม่สามารถฆ่า TB และสปอร์ได้ สัมผัสกับน้ำยาฆ่าเชื้อไม่ต่ำกว่า 10 นาที Quaternary ammonium compounds -Zephiran, Bactyl,Cetavion ส่วนประกอบของสบู่เหลว -Savlon ใช้ในโรงพยาบาล 08/04/60

23 วิธีการทำให้ปราศจากเชื้อหรือทำลายเชื้อ
แบ่งได้เป็น 2 วิธี ได้แก่ 1. วิธีทางกายภาพ (Physical method) 2. วิธีทางเคมี (Chemical method) 08/04/60

24 Physical methods การใช้อุณหภูมิสูง (High temperature)
-การใช้ความร้อนชื้น (Moist heat) -การใช้ความร้อนแห้ง (Dry heat) การใช้รังสี (Radiation) การกรอง (Filtration) 08/04/60

25 การใช้อุณหภูมิสูง นิยมใช้เพราะ ประหยัดค่าใช้จ่าย ง่ายต่อการควบคุม
ให้ผลน่าเชื่อถือได้ กลไกการทำลายเชื้อ ความร้อนทำให้ โปรตีนตกตะกอน สูญเสียธรรมชาติ (Denature) เอ็นไซม์ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ถ้ามีน้ำเป็นตัวกลาง จะเร่งให้โปรตีนเป็นก้อนเร็วขึ้น เช่น การนึ่ง ไอน้ำจะเร่งให้โปรตีนตกตะกอน 08/04/60

26 การฆ่าเชื้อด้วยความร้อน
หลักการ ความร้อนทำให้ Protein ของเชื้อโรคเกิด -Denaturation of proteins โปรตีนสูญเสียธรรมชาติไป -Coagulation การเกิดลิ่ม/Precipitation of proteins การตกตะกอนของโปรตีน 08/04/60

27 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำลายเชื้อด้วยความร้อน
ชนิดของจุลินทรีย์ อายุของจุลินทรีย์ อุณหภูมิและเวลา จำนวนของจุลินทรีย์ สภาพแวดล้อม 08/04/60

28 การใช้ความร้อนแห้ง (Dry heat)
การเผา (incineration) ใช้เผาวัตถุขนาดเล็กและของที่ต้องการทิ้ง เช่น : loop, needle, swab ถ้วยเสมหะ ผ้าพันแผล ซากสัตว์ทดลอง วิธีการ ผ่านสิ่งของเข้าไปในเปลวไฟจนร้อนแดง ข้อดี ประสิทธิภาพทำลายเชื้อสูง ง่ายและประหยัด ข้อเสีย อาจกระเด็นมีโอกาสแพร่เชื้อง่าย ไม่เหมาะกับสิ่งของที่จะนำมาใช้ใหม่ 08/04/60

29 การใช้ความร้อนแห้ง (Dry heat)
การใช้ตู้อบความร้อน (Hot air oven) ใช้กับของที่แห้ง หรือเปียกน้ำไม่ได้ : เครื่องแก้ว ขี้ผึ้ง น้ำมันหรือผงแป้ง วิธีการ อุณหภูมิ °c นาน 1-2 ชม. ข้อดี ประสิทธิภาพสูง ปราศจากจุลินทรี โลหะไม่เป็นสนิม ข้อเสีย ใช้อุณหภูมิสูง เวลานาน สีผ้าเปลี่ยน ยางหลอมเหลว พลาสติกไหม้ 08/04/60

30 Dry Heat Sterilization
ไอร้อนแทรกซึมผ่านได้น้อยกว่าไอน้ำ (steam) ดังนั้นใช้เวลาในการอบฆ่าเชื้อนานกว่า อุณหภูมิ (oC) เวลา (ชม) >6 นิยมใช้ที่ 160 oC เวลา 2 ชม. 08/04/60

31 08/04/60

32 Dry Heat Sterilization
ข้อได้เปรียบ น้ำมัน , ขี้ผึ้ง และแป้ง ประหยัด ปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดสนิม ข้อเสียเปรียบ ใช้ระยะเวลานาน มีความร้อนสูง อาจทำความเสียหายกับเครื่องมือที่ทนความร้อนสูงไม่ได้ 08/04/60

33 การใช้ความร้อนชื้น (Moist heat)
การต้มเดือด (Boiling) อุณหภูมิ 100 oC 10 นาที ทำลายแบคทีเรียเซลล์ปกติได้ แต่ไม่ทำลายสปอร์ เช่น นมต้ม หรือไวรัสบางพวก เช่น เชื้อวัวบ้ามีสาร Prion ซึ่งเป็นโปรตีนขนาดเล็กที่เป็นสาเหตุของโรคทางสมอง วิธีการ จุ่มวัตถุในน้ำให้มิด จับเวลาเมื่อน้ำเดือด ใช้เวลา 20 นาที ข้อดี ง่าย ราคาถูก เหมาะกับการทำลายเชื้อ ในเครื่องใช้ของผู้ป่วย ข้อเสีย ไม่ทำให้ปราศจากเชื้อทั้งหมด ไม่เหมาะกับวัตถุที่เปียกน้ำไม่ได้ ทำให้โลหะเป็นสนิม 08/04/60

34 Boiling water หลักการ : ฆ่าเชื้อโดยการใช้ความร้อนจากน้ำร้อนที่กำลังเดือดเป็นไอ 100 oC ไม่สามารถเพิ่มอุณหภูมิมากกว่า 100 oC WHO (1988) กำหนดระยะเวลาในการฆ่าเชิ้อ 20 นาที ณ อุณหภูมิ 100 oC โดยตลอด 08/04/60

35 การใช้ความร้อนชื้น (Moist heat)
พลาสเจอร์ไรเซชั่น (Pasteurization) ใช้อุณหภูมิต่ำกว่า 100 °c (70 °c 15 วินาที) เพื่อทำลายเชื้อก่อโรคและพวกที่ไม่ทนอุณหภูมิสูง วิธีการ : -ใช้อุณหภูมิต่ำ 62.9 °c เวลานาน 30 นาที -ใช้อุณหภูมิสูง 71.6 °c เวลาสั้น 15 วินาที ข้อดี ใช้ฆ่าเชื้อในอาหาร ที่ใช้ความร้อนสูงไม่ได้ เช่น นม และผลิตภัณฑ์จากนม กะทิ ข้อเสีย เหมือนการต้ม และต้องแช่เย็นไว้เสมอเพราะเชื้อที่ไม่ตายจะไม่เจริญต่อ 08/04/60

36 การใช้ความร้อนชื้น (Moist heat)
การใช้หม้อนึ่งความดันไอน้ำ (Autoclave) ใช้หลักการ Steam under pressure ใช้กับของที่ทนอุณหภูมิสูงและความดันได้ : อาหารเลี้ยงเชื้อ น้ำเกลือ เครื่องแก้ว สิ่งปนเปื้อนเชื้อ เครื่องมือผ่าตัด วิธีการ ความดัน 15 ปอนด์/ตร.นิ้วอุณหภูมิ 121 °c เวลา 15 นาที ข้อดี ประสิทธิภาพการทำลายเชื้อสูง ปลอดจุลินทรีย์ทุกชนิด ใช้เวลาน้อย ข้อเสีย เครื่องมือราคาแพง ใช้กับน้ำมัน ยาผง ไม่ได้ ทำให้ผ้าเปียก โลหะเป็นสนิมได้ จึงต้องใช้ระบบอบแห้งหลังจากนึ่งฆ่าเชื้อ 08/04/60

37 Steam Sterilization การนึ่งด้วยไอน้ำภายใต้ความดัน
แบ่งออกตามระบบการทำงานดังนี้ - Gravity or Downward displacement - Pre-vacuum - Flash or High Speed 08/04/60

38 Gravity or Downward Displacement
เครื่องนึ่งชนิดแทนที่อากาศด้วยไอน้ำตามหลักแรงโน้มถ่วงของโลก 08/04/60

39 Flash or High Speed การทำให้ปราศจากเชื้อด้วยไอน้ำ
อุณหภูมิ 132 oC ความดัน 27 ปอนด์/ตารางนิ้ว ระยะเวลาที่ใช้ (Exposure time) = 3-10 นาที เหมาะสำหรับเครื่องมือที่มีความรีบด่วนในการใช้เท่านั้น โดยทั่วไปวางเครื่องมือในถาดที่ไม่มีการห่อหุ้มด้วยวัสดุ ไม่ควรนำ Implant ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สอดใส่เข้าไปในร่างกาย มาอบฆ่าเชื้อด้วยวิธีนี้ นิยมใช้ในห้องทันตกรรม 08/04/60

40 Steam Sterilization ข้อได้เปรียบ ข้อเสียเปรียบ ปลอดภัย
ประสิทธิภาพสูง ประหยัด ระยะเวลาสั้น ไม่มีสารพิษ ใช้นึ่งสารน้ำได้ ข้อเสียเปรียบ ไม่เหมาะสำหรับเครื่องมือที่ทนความร้อนและความชื้นสูงไม่ได้ ห้ามอบน้ำมันและแป้ง เพราะไอน้ำไม่สามารถแทรกซึมเข้าไปในน้ำมันได้ และเมื่อแป้งถูกน้ำจะสุกและเปียก 08/04/60

41 การใช้ความร้อนชื้น (Moist heat)
Ultra-high-temperature (UHT) พัฒนาจากการใช้หม้อนึ่งความดัน แต่ใช้อุณหภูมิสูงขึ้นและระยะเวลาสั้นลง ใช้ในการถนอมอาหาร เช่น นม อาหารเหลว กะทิ ที่เสียง่ายถ้าถูกความร้อนสูงนานๆ วิธีการ ใช้อุณหภูมิสูง 141 °c นาน 2 วินาที ข้อดี มีประสิทธิภาพสูงถ้าจัดการอย่างถูกต้องได้ภาวะปลอดเชื้อ ข้อเสีย ราคาแพง 08/04/60

42 การใช้รังสี (RADIATION)
พลังงานของรังสีมีผลต่ออิเลคตรอนในโมเลกุลของเซลล์ รังสีมีพลังงานต่ำ มีผลต่ออิเลคตรอนวงนอกทำให้โมเลกุลอยู่ในสภาพที่มีความว่องมากขึ้น รังสีมีพลังงานสูง ทำให้อิเลคตรอนถูกปล่อยโมเลกุลมีประจุบวก จะมีความว่องไวมากขึ้น เกิด ionize มีผลทำให้ DNA แยกและถูกทำลาย 08/04/60

43 ชนิดของรังสี Ionizing radiation : รังสีแกรมมา เบต้า เอกซ์
-มีความยาวช่วงคลื่นสั้น ประมาณ 200 nm -มีพลังงานสูงและอำนาจทะลุทะลวงสูง ข้อดี มีผลทำลายเซลล์จุลินทรีย์ในเครี่องมือแพทย์ อุปกรณ์ในห้องแลบ ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและยา เช่น Syringe พลาสติก ใช้ รังสีแกรมม่า ข้อเสียไม่สามารถทำลายสปอร์และท็อกซินของ ไวรัสหรือเชื้อราบางตัว 08/04/60

44 ชนิดของรังสี Non ionizing radiation: อุลตราไวโอเลต ฆ่า TB ได้ภายใน 5 นาที -มีความยาวช่วงคลื่นประมาณ nm -มีอำนาจทะลุทะลวงต่ำ ข้อดี ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ทิ้งคราบติดค้าง นิยมใช้ลดจำนวนเชื้อในอากาศ มักใช้ช่วงคลื่น 260 nm ข้อเสีย -การแทรกซึมไม่ดี ทำลายเฉพาะส่วนผิว เช่น ก้อนเลือดทำลายเชื้อได้เฉพาะบนผิว -ไม่ปลอดจุลินทรีย์ทุกชนิด -ถูกผิวหนังอาจไหม้และเป็นอันตรายต่อตา 08/04/60

45 การกรอง (Filtration) หลักการ
-เป็นการทำให้ปราศจากเชื้อโดยขจัดเชื้อออกจากสิ่งที่ต้องการ -มักใช้ขจัดเชื้อออกจากของเหลวที่ไม่สามารถ สเตอริไรซ์ได้ด้วยความร้อนหรือวิธีอื่นได้ เพราะเป็นสิ่งที่ถูกทำลายได้ง่ายด้วยความร้อน เช่น พลาสมา ซีรั่ม เอ็นไซม์ น้ำตาล ยาปฏิชีวนะ วิตามินหรือสารพิษ 08/04/60

46 การกรอง (Filtration) กลไกลการกรอง : การเคลื่อนที่ของสารผ่านรูของแผ่นกรองที่มีขนาดเล็กซึ่งจุลินทรีไม่อาจผ่านรูได้ และเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าสถิตของสารการดูดซับ วิธีการ : ใช้อุปกรณ์ในการกรองคือ แผ่นกรองและตัวเครื่องกรอง ทำให้เกิดสุญญากาศ ช่วยให้กรองได้รวดเร็ว ข้อดี มีประสิทธิภาพสูง…ทำให้ปลอดจุลินทรีย์ทุกชนิด ข้อเสีย แผ่นกรองบางชนิดดูดซับของเหลวไว้และมักจะเปราะบางแตกหักง่าย ตัวอย่าง ได้แก่ Osmosis ในตู้น้ำหยอดเหรียญ เกล็ดเลือด 08/04/60

47 Chemical method มักใช้กับวัตถุหรือสารที่ไม่สามารถใช้ความร้อน หรือวิธีทางกายภาพอื่นๆได้ เช่น กล้องตรวจพิเศษต่างๆ ชนิดของสารเคมีแบ่งตามการทำลายจุลินทรีย์ -ทำลายเซลล์ปกติและสปอร์ เรียก Sterilants - ทำลายเซลล์ปกติและไม่ทำลายสปอร์ เรียก Disinfectants ใช้กับสิ่งไม่มีชีวิต, Antiseptic ใช้กับสิ่งมีชีวิต 08/04/60

48 Chemical method ออกฤทธิ์โดยทำให้หน้าที่ของส่วนประกอบสำคัญของจุลชีพเสียไป เช่น เยื่อหุ้มเซลล์ โปรตีนในเซลล์ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ -ความเข้มข้นของสารเคมี -เวลา -อุณหภูมิ และภาวะแวดล้อมที่จุลชีพอาศัยอยู่ -ถ้าสกปรกมากออกฤทธิ์ได้น้อย เช่น ในหนอง เลือด ความผันแปรในการทำลายเชื้อ -จุลชีพแต่ละชนิดมีความไวต่อยาทำลายเชื้อต่างกัน -เชื้อวัณโรคถูกทำลายโดยแอลกอฮอล์หรือฟีนอลแต่ไม่ถูกทำลายโดย BenzalKonium chloride 08/04/60

49 ปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อฤทธิ์ของสารเคมี
จำนวน ชนิดและอายุของจุลินทรี ความเข้มข้นของน้ำยาทำลายเชื้อ เช่น alcohol ออกฤทธิ์ที่ 60-90% ระยะเวลาที่ใช้ในการทำลายเชื้อ เช่น hydrogen peroxide ที่ 30 นาที เป็น disinfectant ที่ 6 ชม เป็น Sterilant อุณหภูมิที่ใช้ สภาพแวดล้อมต่างๆ 08/04/60

50 กลไกทำลายเชื้อของสารเคมี
เปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของเซลล์เมมเบรนซึ่งปกติทำหน้าที่เป็นเยื่อหุ้มโปรโตปลาสซึม และควบคุมการผ่านเข้าออกของสารอิเลคโตรไลท์ เช่น สบู่ ผงซักฟอกหรือสารกลุ่มฟีนอล เปลี่ยนคุณสมบัติของโปรโตปลาสซึ่มภายในเซลล์ทำให้โปรตีนรวมตัวตกตะกอน และเสียสภาพ (Denature) ทำให้เชื้อตาย เช่น กรด ด่าง แอลกอฮอล์ 08/04/60

51 กลไกทำลายเชื้อของสารเคมี (ต่อ)
เปลี่ยนแปลงที่กรดนิวคลิอิคโดยเฉพาะ DNA จึงมีผลต่อการสังเคราะห์โปรตีนในเซลล์บางอย่างและเข้าไปสอดแทรกในโครงสร้างของ DNA หรือทำให้กรดนิวคลิอิกแตกมีผลยับยั้งการเจริญหรือฆ่าเชื้อให้ตาย เช่น สีย้อม ทำให้เอนไซม์สูญเสียกิจกรรมหรือถูกทำลายด้วยสารเคมีที่เป็นสารออกซิไดซ์อย่างแรง เช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ กลุ่มฮาโลเจน สารประกอบโลหะหนัก 08/04/60

52 สารเคมีที่ทำให้เกิดภาวะปลอดเชื้อ
เอทิลีนออกไซด์ โอโซน เช่น น้ำดื่ม ผงซักฟอก กลุ่มอัลดีไฮด์ เช่น ฟอร์มัลดีไฮด์ กลูตาราลดีไฮด์ -การใช้ให้ได้ผลขึ้นกับปริมาณที่พอเหมาะ และปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย เช่น เวลา 08/04/60

53 ไอระเหยของฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde vapor)
ในสภาพสารละลายในน้ำ 37% formaldehyde เรียกว่า ฟอร์มาลิน (Formalin) มีประสิทธิภาพสูง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียเซลล์ปกติ สปอร์ รวมทั้งวัณโรค รา ไวรัส วิธีใช้ มักใช้อบห้องผู้ป่วย หรือห้องผ่าตัด ใช้ความเข้มข้น 1:200 นาน 6-12 ชั่วโมง ข้อดี ประสิทธิภาพสูง ทำลายเซลล์และสปอร์ได้ ราคาถูก ไม่ไวไฟ ข้อเสียไม่แทรกซึมผ่านผิววัสดุไปฆ่าเชื้อ อาจเป็นแผ่นฝ้าจับผิววัสดุและกลิ่นเหม็น ระคายเคืองผิวและเยื่อบุเมือก ทำให้แสบตา และเป็นสารก่อมะเร็ง 08/04/60

54 เอทิลีนอ็อกไซด์ (Ethylene oxide)
ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 10°c มีสภาพเป็นของเหลว แต่ที่อุณหภูมิสูงจะกลายเป็นไอระเหยฆ่าเชื้อได้ กลไกการทำลายเชื้อ ทำให้โปรตีนเสียสภาพจึงฆ่าเชื้อแบคทีเรียสปอร์ รา ไวรัส ได้หมด วิธีใช้ ความเข้มข้น 200 มก/ลิตร นาน 18 ชม. อุณหภูมิไม่น้อยกว่า 20 °c หรือความเข้มข้น 500 มก/ลิตร นาน 4 ชม. อุณหภูมิไม่น้อยกว่า °c ข้อดี ประสิทธิภาพสูง ทำให้ปลอดเชื้อ แทรกผ่านวัสดุได้ ใช้กับพลาสติก ยาง เครื่องหนัง หนังสือ ข้อเสีย ไวไฟ ความเข้มข้นสูงจะระเบิดได้ง่าย เกิดพิษกับผิวหนัง ภูมิแพ้ เป็นสารก่อมะเร็ง ทำให้แท้ง ราคาแพง ใช้เวลานาน และหลังอบต้องผึ่งไว้เป็นเวลา 12 ชม. 08/04/60

55 การปิดผนึกหีบห่อ 08/04/60

56 น้ำยาทำลายเชื้อ (Disinfectants and Antiseptics)
แอลกอฮอล์ (Alcohol) ทำลายเชื้อได้เร็วภายใน 1-2 นาทีแต่ไม่ทำลายสปอร์ ใช้ทำลายเชื้อที่ผิวหนังก่อนฉีดยาทำความสะอาดแผล แช่เครื่องมือ กลไกทำลายเชื้อ ทำให้โปรตีนในเซลล์เสียสภาพ เอ็นไซม์สูญเสียฤทธิ์ และละลายไขมันที่เยื่อหุ้มเซลล์ทำลายเมมเบรน ชนิดของแอลกอฮอล์ที่ใช้ : Methanol, Ethanol, Isopropranol ทำให้แห้งเร็ว 08/04/60

57 แอลกอฮอล์ (Alcohol) วิธีใช้ ใช้ในรูปสารละลาย ความเข้มข้น 70 % ใช้สำลีชุบเช็ดผิวหนัง หรือแช่เครื่องมือใช้เวลานาน 10 นาที ข้อดี ใช้ง่าย ราคาถูก ไม่มีคราบหลงเหลือ ข้อเสีย ทำให้โลหะเป็นสนิม เลนส์มัว พลาสติกแข็งหรือพองตัว 08/04/60

58 กลุ่มฟีนอล (Phenols) กลไกทำลายเชื้อ ทำลายโปรตีนทำให้เสียสภาพหรือทำลายฤทธิ์ของเอ็นไซม์ ข้อดี ราคาถูกมีประสิทธิภาพทำลายเซลล์ปกติดี แต่ทำลายสปอร์ได้ปานกลาง ค่อนข้างอยู่ตัวเมื่อถูกความร้อน ข้อเสีย มีฤทธิ์กัด กลิ่นเหม็น ถ้าถูกผิวหนังจะอักเสบแดง เนื้อเยื่อที่ตายลอก สารในกลุมฟีนอลอื่นๆ -Cresol : Lysol 2-5%, cresol+สบู่, Dettol -Hexachlorphene : Phisohex -Chlorhexidine : Hibitane -Savlon : Hibitane+cetrimide 08/04/60

59 เปอร์อ็อกไซด์ Peroxides
ความเข้มข้น % เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อ ความเข้มข้น 6-25% จะทำให้ปลอดเชื้อ กลไกการออกฤทธิ์ ทำลายเอ็นไซม์ที่สำคัญของเชื้อทำให้ตาย วิธีใช้ : ใช้ความเข้มข้น 3% นาน 2 นาที ชะล้างสิ่งเน่าเปื่อย เนื้อตาย ทำความสะอาดแผลติดเชื้อ :ความเข้มข้น 10% ใช้แช่คอนแท็กซ์เลนส์ ข้อดี มีประสิทธิภาพสูงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ไม่เหลือพิษตกค้าง ข้อเสียไม่อยู่ตัว สลายตัวเป็นน้ำและออกซิเจน 08/04/60

60 พวกสีย้อม (Dyes) มีฤทธิ์หยุดยั้งการเจริญของแบคทีเรีย มักใช้เป็น Antiseptic เพื่อเป็นยาระงับเชื้อที่เนื้อเยื่อคนได้ ยาเหลือง (Acriflavine) ใช้ทำแผลเรื้อรังและรักษาโรคติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ การออกฤทธิ์ ทำลาย DNA ของเชื้อ ข้อดี อันตรายน้อยไม่เกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนัง และออกฤทธิ์ระงับเชื้อได้หลายพวก 08/04/60

61 พวกสีย้อม (Dyes) Crystal violet ใช้เป็นสีย้อมเชื้อในการย้อมสีกรัม และใช้ระงับการเจริญของแบคทีเรียชนิดกรัมบวกและเชื้อราได้ กลไกการออกฤทธิ์ ขัดขวางการสร้างเป็บติโดกลัยแคน ที่ผนังเซลล์ของเชื้อกรัมบวก จึงยับยั้งการเจริญของเชื้อ Gentian violet ใช้ป้ายแผลที่ปาก ลิ้น เพื่อทำลายเชื้อรา 08/04/60

62 สบู่และผงซักฟอก (soap and detergents)
สบู่เป็น surfactant ในโมเลกุลมีส่วนที่ชอบน้ำและชอบไขมัน มีคุณสมบัติลดแรงตึงผิวของของเหลว ทำให้วัตถุเปียกน้ำได้ง่ายขึ้น มีฤทธิ์ระงับเชื้ออย่างอ่อน ทำลายแบคทีเรียบางชนิด กลไกทำลายเชื้อ ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์เชื้อโดยเพิ่ม Permeability คือการซึมผ่าน ข้อดี ละลายน้ำดี ไม่ทิ้งคราบหลังใช้ กลิ่นหอม ราคาถูก หาซื้อได้ง่าย อันตรายน้อยและให้ผลที่สะอาดตามมา ข้อเสีย มีฤทธิ์ทำลายเชื้ออ่อนๆ ไม่ทำให้ปลอดจุลินทรีย์ และเป็นด่างทำให้ผิวหนังแห้งแตกถ้าฟอกบ่อย 08/04/60

63 กลุ่มโลหะหนัก (heavy metals)
ใช้ในรูปเกลือ: เกลือปรอท เงิน ทองแดง กลไกการทำลายเชื้อ โลหะจะแตกตัวเป็นอิออนแล้วรวมกับเอ็นไซม์หรือโปรตีนในเซลล์ ความเข้มข้นต่ำ อาจมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญ ความเข้มข้นสูงฆ่าเชื้อได้ แต่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อคน 08/04/60

64 เกลือปรอท (Mercury) Mercuric chloride ความเข้มข้น 1:1000-1:5000 มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ จึงใช้ล้างเครื่องมือก่อนผ่าตัด ข้อเสีย ระคายเคือง มีฤทธิ์กัดและรวมตัวกับสารอินทรีย์ทำให้สูญเสียคุณภาพ Mercurochrome (merbromin) หรือยาแดง Merthiolate (Thimerosal) 08/04/60

65 เกลือเงิน: Silver nitrate
ความเข้มข้น 1 % ใช้หยอดตาทารกแรกเกิด เพื่อป้องกันการติดเชื้อโกโนเรียจากช่องคลอดของมารดาที่เป็นโรคหนองใน ถ้าถูกผิวหนังจะเป็นรอยดำ เกลือทองแดง: Copper sulfate ใช้ทำลายเชื้อรา สาหร่ายในสระว่ายน้ำ 08/04/60

66 ฮาโลเจน (Halogens) กลไกการทำลายเชื้อ ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ทำให้ เซลล์ตาย
ไอโอดีน (Iodine) : ทิงเจอร์ไอโอดีน -มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียในรูปเซลล์ปกติ สปอร์ เชื้อรา ไวรัสและอมีบา -ข้อดี ไอโอดีนมีพิษน้อย ราคาถูก ใช้ฆ่าเชื้อที่ผิวหนังหรือระงับเชื้อก่อนผ่าตัด และแช่ปรอทวัดไข้ -ข้อเสีย ความเข้มข้นสูงทำลายเนื้อเยื่อทำให้ผิวหนังปวดแสบปวดร้อน ถ้าแพ้จะมีตุ่มพองน้ำใส 08/04/60

67 ฮาโลเจน (Halogens) ต่อ
ไอโอโดฟอร์ (Iodophor) -สารประกอบของไอโอดีนที่ใช้รวมกับ detergent (Povidone iodine) เช่น น้ำยา Betadine, Povidine คลอลีน (Chlorine)->Sodium hypochorite -รูปแก๊สค่อนข้างมีพิษกลิ่นเหม็นรุนแรง รวมตัวกับน้ำ กลายเป็นกรดไฮโปรคลอรัส ซึ่งเป็นสารอ็อกซิไดซ์ที่รุนแรงกว่าคลอรีน -ฆ่าเชื้อเฉพาะแบคทีเรียแกรมลบ นิยมใช้ฆ่าเชื้อในน้ำประปา -ข้อดี ไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อ สารไม่มีสี ไม่เปื้อนเสื้อผ้า -ข้อเสีย เป็นสารก่อมะเร็ง 08/04/60

68 กรด (Acids) กลไกการทำลายเชื้อ การแตกตัวของกรดหรือด่างให้ H+ คือ ไฮโดรเจนอิออน หรือ OH- คือไฮดรอกไซด์อิออน มีผลทำลายสารอินทรีย์ที่ผนังเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์สูญเสีย Permeability โปรตีนเสียสภาพและมีผลต่อการแตกตัวของสารภายในเซลล์เชื้อ กรดอนินทรีย์มีผลทำลายเชื้อได้ดีกว่ากรดอินทรีย์ กรดเบนโซอิก เป็นสารถนอมอาหารไม่ให้เสียหรือใส่ในยารักษาโรคผิวหนังบางชนิด เช่น Whitfild’s ointment รักษาเชื้อรา 08/04/60

69 กรด (Acids) (ต่อ) กรดเกลือ กรดกำมะถัน กรดซาลิซัยลิค ใช้จี้หูดหรือตาปลา
กรดเกลือ กรดกำมะถัน กรดซาลิซัยลิค ใช้จี้หูดหรือตาปลา กรดบอริค ใช้เป็นยาระงับเชื้อในยาล้างตา ยาอมบ้วนปาก ใส่แผลสด หรือผสมกลีเซอลีนเป็นยาหยอดตา หรือขี้ผึ้งทาแผล กรดอินทรีย์จากขบวนการหมัก -กรดแล็กติค -กรดน้ำส้ม (ซิติก) นิยมใช้ถนอมอาหาร เช่น ใส่เป็นยากันบูดในขนมปัง 08/04/60

70 หลักการพิจารณาเลือกสารเคมี
ทำลายเชื้อจุลชีพได้หลายชนิด ออกฤทธิ์ได้เร็ว ไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อเยื่อของร่างกาย ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่เปื้อนเสื้อผ้า ไม่ทำให้เกิดสนิมหรือสึกกร่อน ฤทธิ์ไม่เสียไปเมื่อถูกกับสารอินทรีย์เช่น เลือด หนอง แทรกซึมเข้าไปทำลายเชื้อได้ดี และไม่ทำลายวัสดุที่จะทำลายเชื้อ ละลายผสมกับน้ำหรือแอลกอฮอล์ได้ง่าย คงตัวดี เก็บได้นานไม่เสื่อมสภาพ ไม่สลายง่ายเมื่อถูกความร้อน แสงสว่าง ราคาถูก หาซื้อได้ง่าย ไม่ทำให้จุลินทรีย์ผ่าเหล่าหรือเกิดความต้านทานเพราะจะทำให้เชื้อดื้อยา 08/04/60

71 การผสมและเก็บน้ำยาทำลายเชื้อ
น้ำที่ใช้ผสมควรเป็นน้ำกลั่น น้ำกรอง หรือน้ำต้มเดือด ไม่ควรใช้น้ำประปา ยกเว้นกลุ่มไฮโปคลอไรด์ การผสมน้ำยาทำลายเชื้อในกลุ่มระดับต่ำ เช่น Chlorohexidine, Cetrimide เมื่อผสมเสร็จควรเติม 70% เอทธิลอัลกอฮอล์ หรืออบด้วยไอน้ำร้อน ฝาของภาชนะบรรจุไม่ควรเป็นผ้ากอซ สำลี หรือไม้ ภาชนะบรรจุน้ำยาทำลายเชื้อ ควรล้างให้สะอาดและอบด้วยไอน้ำร้อน หรือต้มแล้วทำให้แห้ง 08/04/60

72 การผสมและเก็บน้ำยาทำลายเชื้อ
การเก็บน้ำยาทำลายเชื้อ เก็บในที่สะอาดและไม่ถูกแสง เมื่อมีการเจือจางน้ำยา ควรมีป้ายระบุความเข้มข้น วันที่ผสมและวันหมดอายุ ให้ชัดเจน การผสมน้ำยาควรปฏิบัติตามกรรมวิธีปราศจากเชื้ออย่างเคร่งครัด 08/04/60

73 การจัดแบ่งประเภทอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์
การจัดแบ่งประเภทอุปกรณ์ เครื่องมือทางการแพทย์ Dr. EH Spaulding : แบ่งตามความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ Critical Semicritical Non-Critical 08/04/60

74 Critical = เครื่องมือที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง
เครื่องมือที่ใช้ต้องผ่านการ Sterilization ใช้กับเนื้อเยื่อที่ปราศจากเชื้อหรือเข้าไปในระบบเลือด ได้แก่ ช่องท้อง เนื้อเยื่อกระเพาะปัสสาวะ เส้นเลือด 08/04/60

75 Semi-critical =เครื่องมือที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อปานกลาง
เครื่องมือต้องผ่านการทำให้ปราศจากเชื้อ หรือ ทำลายเชื้อระดับสูง ใช้สัมผัสเยื่อบุเมือก ผิวหนังที่มีบาดแผลหรือมีรอยถลอก เช่น ช่องปาก ช่องคลอด ทางเดินหายใจ 08/04/60

76 Non-critical =เครื่องมือที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่ำ
เครื่องมือต้องการทำลายเชื้อระดับต่ำ หรือ ล้างทำความสะอาด ใช้สัมผัสผิวหนังปกติที่ไม่มีรอยถลอก 08/04/60

77 -การทำลายเชื้อระดับต่ำ
Critical Sterilization กายภาพ เคมี การทำลายเชื้อระดับสูง -พาสเจอไรเซชั่น -น้ำยาทำลายเชื้อ Semicritical Noncritical -การทำลายเชื้อระดับต่ำ -ล้างทำความสะอาด 08/04/60

78 หน่วยงานต่างๆ ควรจัดเก็บห่อของปราศจากเชื้อในบริเวณที่สะอาด
08/04/60

79 โปรดระลึกไว้เสมอว่า Disinfecctant
ทำลายเชื้อไม่ได้ในที่มีสารอินทรีย์ ทำลายเนื้อเยื่อ จมูก ตา ทางเดินหายใจ ผ้า เครื่องมือ อันตรายต่อร่างกายในระยะยาว ทำลายสิ่งแวดล้อม ละลายงบประมาณ 08/04/60

80 อะไรที่ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้
วันเวลาที่รอคอย แม้นิดหน่อยก็ยาวนาน วันเวลาที่ผันผ่าน แม้ยาวนานก็นิดหน่อย หลังคารั่วอย่ามัวแต่เช็ดพื้น 08/04/60


ดาวน์โหลด ppt นักเรียน มองเห็นอะไร 08/04/60.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google