งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 บรรยากาศ (ตอนที่ 2).

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 บรรยากาศ (ตอนที่ 2)."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 บรรยากาศ (ตอนที่ 2)

2 บรรยากาศ (ตอนที่ 2) เมฆและฝน การพยากรณ์อากาศ ลมและพายุ
การเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของโลก

3 เมฆและฝน

4 การเกิดเมฆและฝน

5 ประเภทของเมฆ

6 โดยหากแบ่งระดับความสูงของเมฆชั้นต่างๆ โดยพิจารณาจากความสูงของฐานเมฆ แบ่งได้เป็น 3 เขต ดังนี้

7 การเกิดฝน เมื่อไอน้ำในอากาศลอยตัวสูงขึ้นไปกระทบกับอากาศเย็น เบื้องบน จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเล็กๆ รวมตัวกันเป็นเมฆ หยดน้ำขนาดเล็กรวมตัวกันมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีน้ำหนักมากขึ้น แต่อากาศยังสามารถอุ้มไว้ได้ หยดน้ำรวมตัวกันต่อไปอีกมีขนาดและมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น แต่ยังสามารถล่องลอยอยู่ได้ เมื่อหยดน้ำรวมตัวกันมีขนาดใหญ่มากขึ้น และมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่อากาศจะอุ้มไว้ได้ก็จะตกลงมาเป็นฝน

8 ประเภทของฝน ฝน เป็นหยาดน้ำฟ้าซึ่งมีลักษณะเป็นของเหลวมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า 0.5 มิลลิเมตร ละอองฝน เป็นเม็ดน้ำฝนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 0.5 มิลลิเมตร ฝนซู่ เป็นเม็ดน้ำฝนที่ตกหนักในระยะเวลาสั้นๆ แล้วหยุดทันที พายุฝนฟ้าคะนอง เป็นฝนที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง บางครั้งอาจมีฟ้าผ่า และลูกเห็บตกด้วย ลูกเห็บ เป็นเกล็ดน้ำแข็งที่มีรูปร่างและขนาดต่างกัน เกิดจากกระแสอากาศร้อนและชื้นไหลขึ้นสู่ด้านบนอย่างรวดเร็ว เมื่อกระทบอากาศเย็นจึงกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ จากนั้นหยดน้ำถูกดันให้สูงขึ้นไปอีกจนถึงระดับหนึ่ง หยดน้ำจะกลายเป็นน้ำแข็งและมีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมาก จนอากาศไม่สามารถอุ้มไว้ได้ จึงตกลงมา

9 การวัดปริมาณน้ำฝน จะวัดเป็นความสูงของน้ำฝนที่ตกลงมาบน พื้นที่นั้น มีหน่วยวัดเป็นมิลลิเมตร เครื่องมือวัดความสูงของน้ำฝน คือ เรนเกจ ประกอบด้วยตัวถังทรงกระบอกทำด้วยทองแดง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เซนติเมตร ด้านบนมีกรวยสำหรับรองรับน้ำฝนให้ไหลลงถ้วยหรือ ขวดแก้วด้านล่าง โดยจะติดตั้งไว้ในที่โล่งห่างจากอาคารและต้นไม้ และสูงจากพื้นดินประมาณ ครึ่งเมตร

10 ลมและพายุ

11 การเกิดลมและพายุ อากาศเมื่อได้รับความร้อนจะขยายตัว ทำให้บริเวณนั้นมีความกดอากาศต่ำ และอากาศลอยตัวสูงขึ้น ทำให้อากาศเย็นที่มีความกดอากาศสูงจากบริเวณใกล้เคียงไหลเข้าแทนที่ ซึ่งทำให้เกิด ลม ถ้าทั้ง 2 บริเวณ มีความกดอากาศต่างกันมากๆ ลมจะพัดแรง ซึ่งลมที่พัดแรงมากๆ จะเรียกว่า พายุ

12 เกณฑ์ความเร็วลมจะวัดจากความเร็วลมที่ระดับความสูงมาตรฐาน 10 เมตร เหนือพื้นดินในบริเวณที่โล่งแจ้ง ซึ่งสามารถแบ่งชนิดของความเร็วลมได้ ดังตารางต่อไปนี้

13 ชนิดของลมและพายุ ลมประจำฤดู
 ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมประเทศไทยระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม มีแหล่งกำเนิดจากบริเวณความกดอากาศสูงในซีกโลกใต้แถบมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งจะนำมวลอากาศชื้นมาสู่ประเทศไทยทำให้มีเมฆมากฝนตกชุก ลมประจำฤดู เป็นลมที่พัดประจำตามฤดูกาล ในประเทศไทย มีดังนี้

14  ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดปกคลุมประเทศไทยระหว่างกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มีแหล่งกำเนิดจากบริเวณความกดอากาศสูงในซีกโลกเหนือแถบประเทศมองโกเลียและจีนซึ่งจะพัดมวลอากาศเย็นและแห้งเข้าปกคลุมประเทศไทย ทำให้ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีท้องฟ้าโปร่ง อากาศหนาวและแห้งแล้ง ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกชุก

15 เป็นลมที่เกิดเป็นประจำในช่วงเวลาที่ต่างกัน
ลมประจำถิ่น เป็นลมที่เกิดและพัดในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เช่น ลมว่าว หรือลมข้าวเบา ลมตะเภา ลมพัทยา เป็นต้น ลมประจำเวลา เป็นลมที่เกิดเป็นประจำในช่วงเวลาที่ต่างกัน ลมบก เกิดจากในเวลากลางคืน อากาศเหนือพื้นดินเย็นกว่าอากาศ เหนือพื้นน้ำ อากาศจึงเคลื่อนที่ จากฝั่งออกสู่ทะเล ลมทะเล เกิดจากในเวลากลางวัน อากาศเหนือพื้นดินร้อนกว่า อากาศเหนือพื้นน้ำ อากาศ จึงเคลื่อนที่จากทะเลเข้าสู่ฝั่ง

16 พายุหมุนเขตร้อน เกิดเหนือมหาสมุทรในเขตร้อน
มีเส้นผ่านศูนย์กลางพายุประมาณ 100 กิโลเมตรขึ้นไป พัดเวียนเป็นวงทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้ เข้าสู่ศูนย์กลางด้วยความเร็ว 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (64 นอต) ขึ้นไป ความกดอากาศโดยทั่วไปต่ำกว่า 1,000 มิลลิบาร์ บางครั้งมีฝนตกหนัก และมี พายุฝนฟ้าคะนอง

17 พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกตามแหล่งกำเนิด
ไซโคลน (Cyclone) เป็นพายุที่เกิดในอ่าวเบงกอลและมหาสมุทรอินเดีย เฮอริเคน (Hurricane) เป็นพายุที่เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ อ่าวเม็กซิโก ทะเลแคริบเบียน และทางตะวันตกของเม็กซิโก ไต้ฝุ่น (Typhoon) เป็นพายุที่เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านทิศตะวันตก มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ และทะเลจีนใต้ วิลลี-วิลลี (Willy-willy) เป็นพายุที่เกิดแถบทวีปออสเตรเลีย

18 เกณฑ์การแบ่งความรุนแรงของพายุ
ใช้ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางพายุเป็นเกณฑ์ พายุดีเปรสชัน มีความเร็วลมไม่เกิน 33 นอต (61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) พายุโซนร้อน มีความเร็วลม นอต ( กิโลเมตรต่อชั่วโมง) พายุไต้ฝุ่น มีความเร็วลม 64 นอตขึ้นไป (118 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป)

19 อุปกรณ์ที่ใช้วัดเกี่ยวกับลม
ศรลม : ใช้ตรวจสอบทิศทางลม โดยหัวลูกศรจะชี้ไปในทิศทางที่ลมพัดมา มาตรวัดความเร็วลม หรือแอนีมอมิเตอร์ : ใช้วัดความเร็วลม โดยจำนวนรอบที่กรวยหมุนเมื่อมีลมมาปะทะจะแสดงถึงความเร็วลม ซึ่งสามารถอ่านค่าได้จากตัวเลขที่หน้าปัดเครื่อง แอโรเวน : ใช้วัดทั้งทิศทางลมและความเร็วลม โดยปลายด้านใบพัดของอุปกรณ์จะชี้ไปในทิศทางที่ลมพัดมา ส่วนการหมุนของใบพัดจะใช้วัดความเร็วลม

20 ผลกระทบของพายุต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
ภัยที่เกิดจากพายุ เรียกว่า วาตภัย ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ดังนี้ พายุหมุนเขตร้อน พายุที่พัดเข้าสู่ประเทศไทยตอนบนจะเป็นพายุดีเปรสชัน พายุที่พัดเข้าสู่ตอนใต้ของประเทศไทยจะเป็นพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่น ซึ่งก่อ ให้เกิดความเสียหายมากกว่าทางตอนบน เนื่องจากทางตอนใต้ไม่มีแนวเทือกเขาช่วยลดความรุนแรงของพายุ จึงทำให้เกิดลมพัดแรง และฝนตกหนัก พายุฤดูร้อน เกิดในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกัน แล้วมีกระแสอากาศเย็นจากประเทศจีนพัดมาปะทะกัน ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนอง มีพายุลมแรง และอาจมีลูกเห็บตกได้

21 ลมงวง (ทอร์นาโด) เป็นพายุหมุนขนาดเล็ก เกิดจากการหมุนเวียนของลมภายใต้เมฆคิวมูโลนิมบัส ทำให้กระแสอากาศหมุนเป็นลำพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าหรือย้อยลงมาจากฐานเมฆ ทำความเสียหายแก่บ้านเรือน ต้นไม้ และสิ่งปลูกสร้างเป็นวงกว้าง

22 การพยากรณ์อากาศ

23 ลม ฟ้า อากาศ กับการพยากรณ์อากาศ
การพยากรณ์อากาศ หมายถึง การคาดหมายสภาวะของลมฟ้าอากาศ รวมทั้งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาข้างหน้า การพยากรณ์อากาศที่ถูกต้องแม่นยำ ต้องทราบถึงสภาวะอากาศที่ครอบคลุม บริเวณนั้น และสภาพอากาศย้อนหลัง ตามระยะเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งยัง ต้องใช้ข้อมูลอื่นๆ มาประกอบ โดยใน ประเทศไทยสามารถขอข้อมูลได้จาก กรมอุตุนิยมวิทยา

24 เกณฑ์การรายงานพยากรณ์อากาศ
เกณฑ์ที่ใช้ในการพยากรณ์อากาศ เกณฑ์อากาศร้อน ใช้อุณหภูมิสูงสุดประจำวันและใช้เฉพาะในฤดูร้อน เกณฑ์อากาศหนาว ใช้อุณหภูมิต่ำสุดประจำวันและใช้เฉพาะในฤดูหนาว

25 เกณฑ์การกระจายของฝน พิจารณาจากแนวโน้มปริมาณฝนที่จะตกครอบคลุมพื้นที่
เกณฑ์ปริมาณฝน พิจารณาถึงปริมาณฝนที่ตกลงมาในแต่ละพื้นที่

26 เกณฑ์จำนวนเมฆในท้องฟ้า พิจารณาจำนวนเมฆในท้องฟ้า โดยแบ่งท้องฟ้าออกเป็น 10 ส่วน
เกณฑ์สถานะของทะเล พิจารณาจากความสูงของคลื่น

27 เกณฑ์ความเร็วลมพื้นผิว พิจารณาถึงความเร็วของลมบริเวณพื้นผิวแต่ละพื้นที่
พายุฝนฟ้าคะนอง พิจารณาถึงความรุนแรงของพายุ พายุหมุนเขตร้อน พิจารณาถึงความเร็วลม

28 เป็นบริเวณที่มีเมฆมากและฝนตกอย่างหนาแน่น
ร่องมรสุม เป็นโซนหรือร่องแคบๆ ที่ลมค้าตะวันออกเฉียงเหนือของซีกโลกเหนือ กับลมค้า ตะวันตกเฉียงใต้ของซีกโลกใต้มาบรรจบกัน มีลักษณะเป็นแนวพาดขวางใน ทิศตะวันออก-ตะวันตก เป็นบริเวณที่มีความกดอากาศต่ำ มีกระแสอากาศไหลขึ้น-ลงสลับกัน โดยอยู่ ในเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตร ซึ่งมีการเลื่อนขึ้น-ลงตามแนวโคจรของดวงอาทิตย์ เป็นบริเวณที่มีเมฆมากและฝนตกอย่างหนาแน่น เปรียบเทียบแนวพาดผ่านของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (ซ้าย) และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (ขวา)

29 ลมพัดสอบ เป็นการเบียดตัวเข้าหากันของลม 2 ฝ่ายบริเวณใกล้พื้นโลก ทำให้อากาศบริเวณแนวเบียดตัวลอยขึ้นด้านบน ซึ่งเป็นบริเวณที่มักมีเมฆฝนเกิดขึ้น ฟ้าหลัว เป็นลักษณะของอากาศที่ประกอบด้วยอนุภาคเกลือจากทะเลหรือมหาสมุทร หรืออนุภาคควันไฟหรือฝุ่นละออง ทำให้มองเห็นอากาศเป็นฝ้าขาว โดยฟ้าหลัวจะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง

30 บริเวณความกดอากาศสูง หรือ แอนติ-ไซโคลน เป็นบริเวณที่มีความกดอากาศสูงกว่าบริเวณข้างเคียง มีท้องฟ้าแจ่มใสและอากาศหนาวเย็น กระแสลมจะพัดเวียนออกจากศูนย์กลางในทิศทางตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้ แผนที่อากาศแสดงบริเวณที่มี ความกดอากาศสูงและความกดอากาศต่ำ บริเวณความกดอากาศต่ำ เป็นบริเวณที่มีความกดอากาศลดลงจากขอบนอกเข้าสู่ศูนย์กลาง มีเมฆมากและมีฝนตก กระแสลมจะพัดเข้าหาศูนย์กลางในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้

31 แผนที่อากาศ แผนที่แสดงลักษณะลมฟ้าอากาศของสถานที่แห่งหนึ่งในระยะเวลาหนึ่งที่ผ่านมา ลักษณะอากาศพื้นผิวที่ปรากฏบนแผนที่อากาศจะได้รับการตรวจวัดโดย สถานีตรวจอากาศ บอลลูนตรวจอากาศใช้ตรวจสอบ และเก็บข้อมูลสภาพอากาศเบื้องบน นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมข้อมูล สภาพอากาศเบื้องบนโดยใช้ดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเมื่อรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ได้ครบถ้วนแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำมาเขียนลงบนแผนที่อากาศโดยใช้สัญลักษณ์และตัวเลขตามตำแหน่งต่างๆ ที่กำหนดไว้

32 สัญลักษณ์และตัวเลขที่ใช้ในการเขียนแผนที่อากาศ
ความเร็วลม ใช้สัญลักษณ์ดังตาราง ต่อไปนี้

33 ทิศทางลม ให้ดูจากทิศทางของเส้นในสัญลักษณ์ เช่น
ทิศทางลม ให้ดูจากทิศทางของเส้นในสัญลักษณ์ เช่น หมายถึง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็วลม 1-5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หมายถึง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็วลม กิโลเมตรต่อชั่วโมง หมายเหตุ แทน จำนวนเมฆในท้องฟ้า แทน ความเร็วลม แทน ทิศทางลม

34 ปริมาณเมฆในท้องฟ้า ใช้สัญลักษณ์ดังตาราง ต่อไปนี้
อุณหภูมิของอากาศ ใช้ตัวเลขที่แสดงค่าอุณหภูมิที่วัดได้ โดยเขียนไว้ด้านบนของวงกลม

35 เส้นไอโซบาร์และหย่อมความกดอากาศสูง-ต่ำ
ความกดอากาศและหย่อมความกดอากาศ แสดงด้วยเส้นที่ลากผ่านจุดที่มี ความกดอากาศเท่ากัน เรียกว่า เส้นไอโซบาร์ และกำหนดให้ H แทน หย่อมความกดอากาศสูง L แทน หย่อมความกดอากาศต่ำ เส้นไอโซบาร์และหย่อมความกดอากาศสูง-ต่ำ

36 การเขียนสัญลักษณ์ต่างๆ ในแผนที่อากาศ
การเขียนสัญลักษณ์ต่างๆ ในแผนที่อากาศ

37 ประโยชน์ของการพยากรณ์อากาศ
ด้านการคมนาคม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อการคมนาคมทั้ง ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ด้านการเกษตร เพื่อเป็นข้อมูล ให้ทราบถึงสภาพลมฟ้าอากาศ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนทางการเกษตร

38 การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก

39 เส้นทางกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็น
ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก ปัจจัยทางธรรมชาติ ปรากฏการณ์เอลนีโญ ลานีญา เอลนีโญ เป็นปรากฏการณ์ที่ ผิวน้ำทะเลทางด้านตะวันออก ของมหาสมุทรแปซิฟิก เขตร้อนอุ่นขึ้นกว่าปกติ และแผ่ขยายออกไปถึง กลางมหาสมุทรแปซิฟิกแถบ ศูนย์สูตร แต่ถ้าผิวน้ำบริเวณนี้ เย็นลง จะเรียกว่า ลานีญา ซึ่ง เกิดขึ้นสลับกันไปมา เส้นทางกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็น

40 ตัวอย่างผลกระทบจากปรากฏการ์เอลนีโญในปี พ.ศ. 2540
ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน อากาศของแต่ละภูมิภาคมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าปกติ เกิดความแห้งแล้ง และส่งผลให้เกิดไฟป่าได้ง่าย เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในประเทศต่างๆ แถบมหาสมุทรอินเดีย แอฟริกาตะวันออก และอเมริกาใต้ สำหรับประเทศไทยมีผลทำให้ปริมาณฝนลดน้อยลง และอุณหภูมิของอากาศสูงขึ้นกว่าปกติ ไฟป่าในอินโดนีเซีย น้ำท่วมในบังคลาเทศ

41 การปะทุของภูเขาไฟ เกิดการพ่นแก๊สและเถ้าถ่านที่มีขนาดเล็กๆ จำนวนมหาศาลขึ้นไปสู่บรรยากาศ ทำให้เกิดการขวางกั้นรังสีจากดวงอาทิตย์ที่แผ่ลงมายังพื้น ผิวโลก ส่งผลให้อุณหภูมิของอากาศลดต่ำลง อากาศจึงหนาวเย็นผิดปกติในช่วง ฤดูหนาว

42 การเปลี่ยนแปลงแนววงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ วงโคจรของโลกรอบ ดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนแปลงในรอบประมาณ 1 แสนปี โดยวงโคจรจะยาวและรี มากขึ้น จึงทำให้ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์ที่โลกได้รับเปลี่ยนแปลงไป อุณหภูมิของโลกจะแตกต่างจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แทน วงโคจรในปัจจุบัน แทน วงโคจรในอีก 1 แสนปี

43 การกระทำของมนุษย์ มนุษย์เป็นตัวการปล่อยแก๊สเรือนกระจก ซึ่งทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ส่งผลให้อุณหภูมิของโลกเปลี่ยนแปลง โดยแก๊ส เรือนกระจก มีดังนี้ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ มีสาเหตุมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงชนิดต่างๆ ซึ่งที่ใช้กันมาก ได้แก่ น้ำมัน ถ่านหิน และแก๊สธรรมชาติ นอกจากนี้การตัดไม้ทำลายป่า ยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการเพิ่มปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

44 แก๊สมีเทน เกิดจากการปลูกข้าวแบบน้ำท่วมขัง การขับถ่ายของสัตว์พวกเคี้ยวเอื้อง และบางส่วนมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่ง แก๊สมีเทนสามารถดูดกลืนความร้อนได้ มากกว่าแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า แก๊สซีเอฟซี เป็นสารประกอบคลอโรฟลูออโร-คาร์บอนที่มีอยู่ในเครื่องปรับอากาศ สเปรย์ ตู้เย็น และน้ำยาดับเพลิง เป็นตัวการทำให้เกิด รูโหว่ของโอโซนในชั้นบรรยากาศ และดูดกลืนรังสีอินฟาเรดไม่ให้ออกสู่ภายนอกบรรยากาศ เป็นผลให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น

45 แก๊สไนตรัสออกไซด์ โรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตเส้นใยไนลอน สารเคมี และพลาสติก เป็นตัวการในการปล่อยแก๊สไนตรัสออกไซด์ออกสู่บรรยากาศ รวมทั้งการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนในการเกษตรก็เป็นการเพิ่มปริมาณของแก๊สไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเป็นผลให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น

46 ภาวะโลกร้อน ปรากฏการณ์เรือนกระจก เป็นปรากฏการณ์ที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น
ภาวะโลกร้อน คือ ภาวะที่บรรยากาศของโลกมีอุณหภูมิโดยเฉลี่ยสูงขึ้น ซึ่งมีผลกระทบต่อพืช สัตว์ และมนุษย์ โดยปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน มีดังนี้ ปรากฏการณ์เรือนกระจก เป็นปรากฏการณ์ที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น เนื่องจากรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ จะสะท้อนกลับออกไปนั้นถูกดูดกลืนไว้ โดยแก๊สเรือนกระจกที่อยู่ในบรรยากาศ และถูกปล่อยกลับมายังผิวโลก จึงทำให้ อุณหภูมิที่ผิวโลกสูงขึ้น

47 รูโหว่โอโซน กิจกรรมบางอย่างของมนุษย์มีการปล่อยสารเคมีบางชนิดที่ไปทำลายชั้นโอโซนของโลกให้เสียหาย โดยเฉพาะแก๊สคลอโร-ฟลูออโรคาร์บอน (CFCs) สามารถทำลายชั้นโอโซนจนเกิดเป็นช่องโหว่ได้ เรียกว่า รูโหว่โอโซน ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในความเข้มสูง ส่งผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เช่น ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง เกิดต้อกระจกทำลายแพลงก์ตอนที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำ และทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น

48 ผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก
เกิดพายุหมุนบ่อยขึ้น และมีความรุนแรงมากขึ้น เกิดปัญหาอุทกภัย และบางบริเวณ อาจเกิดติดต่อกันหลายปี

49 เกิดปัญหาฝนแล้ง ไฟป่า ชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะ
ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น เนื่องจากธารน้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายเร็วขึ้นกว่าปกติ

50 ทำให้เกิดโรคระบาด โดยอุณหภูมิที่สูง ทำให้การฟักตัวของแมลงบางชนิดที่เป็น พาหะของโรคเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น โรคไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย พืชและสัตว์สูญพันธุ์ เช่น หมีขั้วโลกมีโอกาสสูญพันธุ์สูงมาก เนื่องจากขาดแหล่ง ที่อยู่อาศัย เพราะธารน้ำแข็งขั้วโลกละลายไป

51 วิธีการลดภาวะโลกร้อน

52 ฝนกรด สาเหตุที่ทำให้เกิดฝนกรด
เกิดจากฝนตกลงมาแล้วทำปฏิกิริยากับแก๊สต่างๆ ที่ถูกปล่อยออกมาจากรถยนต์และโรงงานต่างๆ แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) เกิดจากอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ แก๊สออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) เกิดจากอุตสาหกรรมผลิตกรดดินประสิว อุตสาหกรรมผลิตปุ๋ย และอุตสาหกรรมผลิตวัตถุระเบิด เมื่อแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์และแก๊สไนโตรเจนออกไซด์ทำปฏิกิริยากับไอน้ำ ในอากาศ ทำให้เกิดกรดซัลฟิวริกและกรดไนตริก ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดฝนกรด

53 ผลกระทบจากฝนกรด ผลกระทบต่อดิน ฝนกรดจะพัดพาสารอาหารในดินที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ไป และละลายสารพิษในดินลงสู่แหล่งน้ำ ผลกระทบต่อแหล่งน้ำ ฝนกรดทำให้ ค่า pH ในแหล่งน้ำลดลง ความสามารถ ในการละลายออกซิเจนในน้ำลดลง ทำให้สิ่งมีชีวิตในน้ำขาดอากาศหายใจ

54 ผลกระทบต่อต้นไม้ โดยฝนกรดจะ กัดกร่อนใบพืชจนเกิดรูโหว่ ทำให้ พืชสังเคราะห์ด้วยแสงไม่ได้
ผลกระทบต่อสิ่งปลูกสร้าง โดยฝนกรด จะกัดกร่อนวัสดุและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ให้สึกกร่อนได้

55 ฝนกรดกับสภาวะแวดล้อม
ฝนกรดสามารถช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้ โดยซัลเฟตที่ละลายอยู่ในบรรยากาศสามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ออกไปจากโลกได้ ทำให้ความร้อนของโลกเพิ่มขึ้นช้าลง การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝนกรด ทำได้โดยการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล การประหยัดพลังงาน การใช้บริการขนส่งมวลชน เป็นต้น

56 สรุปทบทวนประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 8
สรุปทบทวนประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เมฆ คือ กลุ่มของหยดน้ำขนาดเล็กจำนวนมากที่มารวมตัวกันอยู่ได้เนื่องจากมีอากาศอุ้มไว้ ซึ่งยังไม่ตกลงมาสู่พื้นโลก ฝนเกิดจากหยดน้ำขนาดเล็กในก้อนเมฆรวมตัวกันเป็นหยดน้ำขนาดใหญ่ขึ้นจนอากาศ อุ้มไว้ไม่ได้ จึงตกลงมาเป็นฝนสู่พื้นผิวโลก ลม คือ อากาศที่เคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศสูง (อากาศเย็น) ไปยังบริเวณ ที่มีความกดอากาศต่ำ (อากาศร้อน) การพยากรณ์อากาศ คือ การคาดหมายสภาวะของลมฟ้าอากาศรวมทั้งปรากฏการณ์ ธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาข้างหน้า ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก มีทั้งปัจจัยทางธรรมชาติ เช่น การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ลานีญา การปะทุของภูเขาไฟ เป็นต้น และเกิดจาก การกระทำของมนุษย์ ได้แก่ การปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกสู่บรรยากาศ ภาวะโลกร้อน คือ ภาวะที่บรรยากาศของโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่เกิดจากการ กระทำของมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม


ดาวน์โหลด ppt หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 บรรยากาศ (ตอนที่ 2).

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google