งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ยีนและโครโมโซม ครูเอื้อมพร เอี่ยมแพร. พ. ศ. 2427 นักวิทยาศาสตร์พบว่า ฮิสโตนเป็นโปรตีนที่มีองค์ประกอบ ส่วนใหญ่เป็นกรดอะมิโนที่มีประจุ บวก (basic amino.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ยีนและโครโมโซม ครูเอื้อมพร เอี่ยมแพร. พ. ศ. 2427 นักวิทยาศาสตร์พบว่า ฮิสโตนเป็นโปรตีนที่มีองค์ประกอบ ส่วนใหญ่เป็นกรดอะมิโนที่มีประจุ บวก (basic amino."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ยีนและโครโมโซม ครูเอื้อมพร เอี่ยมแพร

2

3 พ. ศ นักวิทยาศาสตร์พบว่า ฮิสโตนเป็นโปรตีนที่มีองค์ประกอบ ส่วนใหญ่เป็นกรดอะมิโนที่มีประจุ บวก (basic amino acid) เช่น ไล ซีน และ อาร์จีนีน สมบัติในการเกาะจับกับสาย DNA ซึ่งมีประจุลบ ทำให้เกิดการสร้างสมดุลของประจุ (neutralize) ของโครมาทินด้วยสาย DNA พัน รอบกลุ่มโปรตีนฮิสโตนคล้ายเม็ด ลูกปัด เรียกโครงสร้างนี้ว่า นิวคลีโอโซม (nucleosome)

4 Nucleosome

5 รูปร่างของโครโมโซม สามารถจำแนกตามรูปร่างลักษณะ ขนาด และตำแหน่งของเซนโทรเมียร์ ที่แตกต่าง กัน ได้ดังนี้ 1.Metacentric chromosome คือ โครโมโซมที่จุดเซนโทรเมียร์อยู่ตรงกลาง และแขนทั้งสองข้างยาวเท่ากัน 2.Submetacentric chromosome คือ โครโมโซมที่จุด เซนโทรเมียร์อยู่ค่อนไปทางใดทางหนึ่ง 3.Acrocentric chromosome คือ โครโมโซมที่จุดเซนโทรเมียร์อยู่ใกล้ปลาย สุดทางใดทางหนึ่ง 4.Telocentric chromosome คือ โครโมโซมที่จุดเซนโทรเมียร์อยู่ตรงปลาย สุดทางใดทางหนึ่ง

6

7

8 กรดนิวคลีอิก (Nucleic acid) ประกอบด้วย กรดนิวคลีอิก 2 ชนิด (1) DNA (deoxyribonucleic acid) (2) RNA (Ribonucleic acid) กรดนิวคลีอิก ประกอบด้วย polynucleotide ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อ ด้วย นิวคลีโอไทด์ (nucleotide) หลายชนิด Nucleotide แต่ละอัน ประกอบด้วย - หมู่ฟอสเฟต (phosphate) - น้ำตาลเพนโทส (pentose) - ไนโตรจีนัสเบส (nitrogenous base)

9 PENTOSE น้ำตาลเพนโทส มี 2 ชนิด ได้แก่ - Ribose มีคาร์บอน 5 อะตอม และพบใน RNA เท่านั้น จึงเรียก กรดนิวคลีอิกชนิดนี้ว่า Ribonucleic acid - Deoxyribose เป็นน้ำตาลที่ คล้ายกับพวกแรกต่างกันที่ ขาด Oxygen หนึ่งโมเลกุล ( ที่คาร์บอน ตัวที่ 2’) น้ำตาลพวกนี้พบใน DNA เท่านั้นจึงเรียกชื่อกรดนิวคลีอิก นี้ ว่า Deoxyribonucleic acid

10

11 เบส (base) 1.Pyrimidine base (one ring base) มีสองชนิด (1) thymine (T) พบใน DNA เท่านั้นส่วนใน RNA จะพบ uracil (U) ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายกับ thymine (2) cytosine (C) 2. Purine two ring base มี สองชนิด คือ (1) Adinine (A) (2) Guanine (G)

12

13 DNA (Deoxyribonucleic acid) องค์ประกอบ - deoxyribose sugar - Base (1) pyrimidine (thymine ;T, cytosine; C) (2) purine (adinine: A, guanine; G) - phosphoric acid, phosphate

14 กฎของชาร์กาฟฟ์ (Chargaff s’ Rule) จากการวิเคราะห์ DNA พบว่ามี ส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ประการ (1) DNA ไม่ว่าสิ่งที่มีชีวิตชนิดใด จะมีอัตราส่วน purine และ Pyrimidine เท่ากันเสมอ (A+G = T+C) (2) ปริมาณของ adenine = thymine, (A=T), Guanine=cytosine (G=C) (3) อัตราส่วน A+T/G+C จะไม่ คงที่ในสิ่งมีชีวิตทั่วไป

15 เปอร์เซ็นต์ของเบสใน DNA ของ สิ่งมีชีวิตต่างๆ ( ที่มา ; ไพศาล, 2525) สัตว์ / พืช purinepyrimidine A+G/ C+T AGCT คน หนู ข้าว สาลี ยีสต์

16 การศึกษาโครงสร้างของ DNA ปี พ. ศ – 2494 เอ็ม เอช เอฟ วิลคินส์ (M. H.F Wilkins) และ โรซาลินด์ แฟรงคลิน (Rosalind Franklin) นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ ศึกษาโครงสร้างของ DNA โดยใช้ เทคนิค เอกซ์เรย์ดิฟแฟรกชัน (X- ray diffraction) ด้วยการฉายรังสีเอกซ์ผ่านผลึก DNA การหักเหของรังสีเอกซ์ทำให้ เกิดภาพบนแผ่นฟิล์ม ได้ภาพถ่ายที่ ชัดเจนมาก

17 เอกซ์เรย์ดิฟแฟรกชัน (X-ray diffraction)

18 ปี พ. ศ เจ ดี วอตสัน (J.D. Watson) นักชีวเคมีชาวอเมริกัน และ เอฟ คริก (F. Crick) นักฟิสิกส์ ชาวอังกฤษ ได้เสนอแบบจำลอง โครงสร้างโมเลกุลของ DNA ที่ สมบูรณ์ที่สุด

19

20

21 Nucleotide

22 Sugar–phosphate backbone 5 end Nitrogenous bases Thymine (T) Adenine (A) Cytosine (C) Guanine (G) DNA nucleotide Sugar (deoxyribose) 3 end Phosphate

23

24 The structure of part of a DNA double helix ที่มา :

25 Image:DNA chemical structure ที่มา :

26 Hydrogen bond 3 end 5 end 3.4 nm 0.34 nm 3 end 5 end (b) Partial chemical structure(a) Key features of DNA structure 1 nm

27 Sugar-phosphate backbone Nitrogenous bases Hydrogen bond G C A T G G G A A A T T T C C C

28 พฤติกรรมของสารพันธุกรรม (Central Dogma) DNA RNA Protein Replication/ Duplication TranscriptionTranslation

29

30

31

32

33

34 การจำลองตัวเองของ DNA ตามสมมติฐานของ นักวิทยาศาสตร์มีดังนี้ 1. แบบกึ่งอนุรักษ์ (semiconservative replication) เมื่อมีการจำลองตัวเองของ DNA แล้ว DNA แต่ละโมเลกุลมีพอลินิวคลี โอไทด์ สายเดิมและสายใหม่ ซึ่งเป็น แบบจำลองของวอตสันและคลิก 2. แบบอนุรักษ์ (conservative replication) เมื่อมีการจำลองตัวเองของ DNA แล้ว พอลิ นิวคลีโอไทด์ทั้งสองสายไม่แยกจากกันยัง เป็นสายเดิม จะได้ DNA โมเลกุลใหม่ที่มีสาย ของโมเลกุลพอลินิวคลีโอไทด์สายใหม่ทั้ง สองสาย 3. แบบกระจัดกระจาย (dispersive replication) เมื่อมีการจำลองตัวเองของ DNA จะได้ DNA ที่เป็นของเดิมและของใหม่ ปะปนกันไม่เป็นระเบียบ

35 EXPERIMENT RESULTS Bacteria cultured in medium containing 15 N Bacteria transferred to medium containing 14 N DNA sample centrifuged after 20 min (after first application) DNA sample centrifuged after 20 min (after second replication) Less dense More dense

36 CONCLUSION First replicationSecond replication Conservative model Semiconservative model Dispersive model

37 A T G C TA TA G C (a) Parent molecule AT GC T A T A GC (c) “Daughter” DNA molecules, each consisting of one parental strand and one new strand (b) Separation of strands A T G C TA TA G C A T G C T A T A G C

38 RESULTS Condensin and DNA (yellow) Outline of nucleus Condensin (green) DNA (red at periphery) Normal cell nucleus Mutant cell nucleus

39 Getting Started Replication begins at special sites called origins of replication, where the two DNA strands are separated, opening up a replication “bubble” A eukaryotic chromosome may have hundreds or even thousands of origins of replication Replication proceeds in both directions from each origin, until the entire molecule is copied Copyright © 2008 Pearson Education Inc., publishing as Pearson Benjamin Cummings Animation: Origins of Replication Animation: Origins of Replication

40 Fig Origin of replication Parental (template) strand Daughter (new) strand Replication fork Replication bubble Two daughter DNA molecules (a) Origins of replication in E. coli Origin of replicationDouble-stranded DNA molecule Parental (template) strand Daughter (new) strand Bubble Replication fork Two daughter DNA molecules (b) Origins of replication in eukaryotes 0.5 µm 0.25 µm Double- stranded DNA molecule

41 At the end of each replication bubble is a replication fork, a Y-shaped region where new DNA strands are elongating Helicases are enzymes that untwist the double helix at the replication forks Single-strand binding protein binds to and stabilizes single-stranded DNA until it can be used as a template Topoisomerase corrects “overwinding” ahead of replication forks by breaking, swiveling, and rejoining DNA strands Copyright © 2008 Pearson Education Inc., publishing as Pearson Benjamin Cummings

42 Fig Topoisomerase Helicase Primase Single-strand binding proteins RNA primer

43 Fig a Overview Leading strand Lagging strand Origin of replication Primer Overall directions of replication

44 Fig b Origin of replication RNA primer “Sliding clamp” DNA pol III Parental DNA

45 To elongate the other new strand, called the lagging strand, DNA polymerase must work in the direction away from the replication fork The lagging strand is synthesized as a series of segments called Okazaki fragments, which are joined together by DNA ligase Copyright © 2008 Pearson Education Inc., publishing as Pearson Benjamin Cummings Animation: Lagging Strand Animation: Lagging Strand

46 Fig Overview Origin of replication Leading strand Lagging strand Overall directions of replication Template strand RNA primer Okazaki fragment Overall direction of replication

47 Fig a Overview Origin of replication Leading strand Lagging strand Overall directions of replication 1 2

48 Fig b6 Template strand RNA primer Okazaki fragment Overall direction of replication

49 Table 16-1

50 Fig. 16- UN5


ดาวน์โหลด ppt ยีนและโครโมโซม ครูเอื้อมพร เอี่ยมแพร. พ. ศ. 2427 นักวิทยาศาสตร์พบว่า ฮิสโตนเป็นโปรตีนที่มีองค์ประกอบ ส่วนใหญ่เป็นกรดอะมิโนที่มีประจุ บวก (basic amino.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google