งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ฐานข้อมูลและคลังข้อมูล Introduction to Database สอนโดย อ. อภิชาติ สมรัตน์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ฐานข้อมูลและคลังข้อมูล Introduction to Database สอนโดย อ. อภิชาติ สมรัตน์"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ฐานข้อมูลและคลังข้อมูล Introduction to Database สอนโดย อ. อภิชาติ สมรัตน์

2 หัวข้อบรรยาย  โครงสร้างข้อมูล  ชนิดของข้อมูล  ฐานข้อมูล (Database)  องค์ประกอบของระบบฐานข้อมูล  เครื่องมือสำหรับการจัดการฐานข้อมูล  คลังข้อมูล (Data Warehouse)  รูปแบบการประยุกต์คลังข้อมูลในธุรกิจ  สรุป 2

3 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล

4 4 บิต (Bits) อักขระ (Characters) ฟิลด์ (Field) เรคอร์ด (records) แฟ้มข้อมูล (Files) ฐานข้อมูล (Database) การจัดการข้อมูล (Data Management)

5 โครงสร้างของข้อมูล

6 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล บิต (bit) ย่อมาจาก Binary Digit ข้อมูลใน คอมพิวเตอร์ 1 บิต จะแสดงได้ 2 สถานะคือ 0 หรือ 1

7 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล ไบต์(byte) คือ นำ บิต หลายๆ บิต มาเรียงต่อกัน จำนวน 8 บิต มาเรียงเป็น 1 ชุด เรียกว่า 1 ไบต์ เช่น หมายถึง ก หมายถึง ข

8 8 LOVE Bits Characters

9 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล เขตข้อมูล(Field) คือ การนำ ไบต์ (byte) หลายๆ ไบต์ มาเรียงต่อกัน เช่น เขตข้อมูล Name ใช้เก็บชื่อ เช่น เขตข้อมูล LastName ใช้เก็บนามสกุล เป็นต้น

10 10 เขตข้อมูล (Field) ? คือ รายละเอียดที่เกิดจากกลุ่มอักขระที่รวมกันแล้วก่อให้เกิดความ หมายเช่น ชื่อคน สัตว์ สิ่งของ อายุ ที่อยู่ ฯลฯ  รหัสนักศึกษา  ชื่อนักศึกษากาญจนา  นามสกุลนักศึกษาน้ำใจงาม  เพศหญิง  วันเดือนปีเกิด21 มิถุยายน 2529  ที่อยู่ติดต่อได้119 ถ.ลำปาง- แม่ทะ...  อื่น ๆ หมายเหตุ : แต่ละเขตข้อมูลเมื่อมีการจัดเก็บต้องระบุชนิดตัวแปรให้ชัดเจน

11 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล ระเบียน(Record) คือ การนำเขตข้อมูล หลายๆ เขต ข้อมูล มาเรียงต่อกัน เรียกว่า ระเบียน (record) เช่น ระเบียน ที่ 1 เก็บ ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของ นักเรียนคนที่ 1 เป็นต้น

12 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล แฟ้มข้อมูล(File) คือ การเก็บระเบียนหลายๆ ระเบียน รวมกัน เช่น แฟ้มข้อมูล นักเรียน จะเก็บ ชื่อ นามสกุล วัน เดือนปีเกิด ของนักเรียน จำนวน 500 คน เป็นต้น

13 13 รหัสชื่อสกุลเพศหมู่เรียน นายการันรักษาเทพชายวค47.ว น.สหนึ่งทิพย์ศิริเยี่ยมหญิงกว47.ค นายศิริทรัพย์เชื้อสะอาดชายบธ47.บ นายไกรศรโรจน์สุวรรณชายอผ47.ว4.1 Fields Records File

14 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล ฐานข้อมูล(Database) คือ การจัดเก็บ แฟ้มข้อมูล หลายๆ แฟ้มข้อมูล ไว้ภายใต้ระบบเดียวกัน เช่น เก็บ แฟ้มข้อมูล นักเรียน อาจารย์ วิชาที่เปิด สอน เป็นต้น

15 15 ฐานข้อมูล (Database) ? คุณสมบัติของฐานข้อมูล  แหล่งเก็บข้อมูลขนาดใหญ่โดยปกติมักจะมีกลุ่มเดียว  มักกำหนดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น  ข้อมูลจะถูกรวบรวมไว้ด้วยกันเพื่อให้เกิดความซ้ำซ้อนน้อยที่สุด  ข้อมูลทรัพยากรสามารถร่วมกันได้หลายหน่วยงานภายใต้องค์กร เดียวกันไม่เป็นของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง

16 16 ฐานข้อมูล บรรจุ? ฐานข้อมูลของ ม.ราชภัฏสุรินทร์ กลุ่มข้อมูลนักศึกษา กลุ่มข้อมูลอาจารย์/จนท. กลุ่มข้อมูลหลักสูตรการเรียน กลุ่มข้อมูลอาคาร/สถานที่ กลุ่มข้อมูลตารางสอน/เรียน กลุ่มข้อมูลการลงทะเบียน กลุ่มข้อมูลงบประมาณ อื่น ๆ

17 ลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูล Database Files Records Fields Characters (Byte) Bit Recordประกอบด้วย รหัส, นามสกุลและชื่อ,วันที่จ้างงาน Personnel file Department file Payroll file (Project database) Fiske, Steven Buckley, Bill Johns, Francine (Personnel file) Fiske, Steven Fiske Field นามสกุล ตัวอักษร F ใน ASCII 0,1

18 “ รูปแบบการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม ”

19 ระบบแฟ้มข้อมูล (File-based System) ระบบแฟ้มข้อมูล(File-based system) คือ ชุดของ โปรแกรมประยุกต์ที่ให้ผู้ใช้ใช้เพื่อประมวลผลงานที่ ต้องการ โดยแต่ละโปรแกรมก็จะกำหนดและจัดการ แฟ้มข้อมูลของตนเอง แฟ้มข้อมูลที่ใช้ในระบบไฟล์จะแยกจากกันเป็นเอกเทศ และอาจไม่มีความสัมพันธ์กัน โดยส่วนใหญ่ข้อมูลและโปรแกรมมักรวมอยู่ด้วยกันเป็น แฟ้มข้อมูล

20 ระบบแฟ้มข้อมูล (File-based System) ฝ่ายบัญชี โปรแกรมบัญชี การขายลูกค้า ฝ่ายขาย โปรแกรมการขาย การขายลูกค้าสินค้า ฝ่ายบุคคล โปรแกรมฝ่ายบุคคล พนักงาน

21 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล ข้อมูลถูกแบ่งและเก็บแยกจากกัน ข้อมูลมีความซ้ำซ้อนกัน มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โปรแกรมที่ใช้งานมีความคงที่ไม่ยืดหยุ่น

22 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล ข้อมูลถูกเก็บและเก็บแยกจากกัน เมื่อข้อมูลต่าง ๆ ถูกเก็บกันไว้คนละไฟล์ หาก ต้องการนำข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างเป็นรายงาน โปรแกรมเมอร์ต้องสร้างไฟล์ชั่วคราว(Temporary file)ขึ้นมา เพื่อดึงข้อมูลต่าง ๆ จากไฟล์ต่าง ๆ มา รวมกันก่อน แล้วค่อยสร้างเป็นรายงาน

23 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล ข้อมูลมีความซ้ำซ้อน สืบเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกจากกัน ทำให้ไม่สามารถควบคุม ความซ้ำซ้อนข้อมูลได้ ทำให้สูญเสียพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล มากขึ้น และก่อให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินการกับข้อมูล 3 ลักษณะ ได้แก่  ความผิดพลาดจากการเพิ่มข้อมูล(Insertion anomalies)  ความผิดพลาดจากการปรับปรุงข้อมูล(Modification anomalies)  ความผิดพลาดจากการลบข้อมูล(Deletion anomalies)

24 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นต่อกันของข้อมูล เนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพและการจัดเก็บข้อมูลถูกสร้างโดยการ เขียนโปรแกรมประยุกต์(Application program) ดังนั้นหากต้องการ เปลี่ยนแปลงโครงสร้างข้อมูล เช่น ชื่อของพนักงาน จากเดิม 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร มีขั้นตอนการทำงานดังนี้ 1. เปิดไฟล์หลักพนักงานเพื่ออ่านข้อมูล 2. เปิดไฟล์ชั่วคราวที่มีโครงสร้างคล้ายไฟล์หลัก แต่ปรับโครงสร้างของ ชื่อพนักงาน จาก 20 ตัวอักษร เป็น 30 ตัวอักษร 3. อ่านข้อมูลจากไฟล์หลัก และย้ายไปเก็บไว้ในไฟล์ชั่วคราว จนกระทั่ง ครบทุกรายการ 4. ลบไฟล์หลักทิ้ง 5. เปลี่ยนชื่อไฟล์ชั่วครามให้ชื่อเดียวกับไฟล์หลัก

25 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล รูปแบบข้อมูลไม่ตรงกัน โครงสร้างข้อมูลจะขึ้นอยู่กับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ใน การเขียนโปรแกรมประยุกต์ ถ้าแต่ละฝ่ายใช้ภาษาในการ เขียนต่าง ๆ กัน ก็อาจทำให้โครงสร้างข้อมูลของแฟ้มไม่ ตรงกัน ทำให้ไม่สามารถนำไฟล์ข้อมูลมาใช้ร่วมกันได้

26 ข้อจำกัดของการประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล โปรแกรมที่ใช้งานคงที่ไม่ยืดหยุ่น ระบบแฟ้มข้อมูล มีความขึ้นกับโปรแกรมประยุกต์ ข้อมูลหรือรายงานต่าง ๆ จะถูกกำหนดรูปแบบตายตัวใน โปรแกรมแล้ว ดังนั้นหากต้องการรายงานใหม่ จะต้องให้ โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่ ทำให้เสีย ค่าใช้จ่าย

27 “ ระบบฐานข้อมูล ”

28 ความหมายของฐานข้อมูล ฐานข้อมูล (Database) ฐานข้อมูล (Database) หมายถึง โครงสร้างของการ จัดเก็บข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันไว้ในที่ เดียวกัน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาประมวลเพื่อช่วยใน การตัดสินใจ และสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ในการจัดการข้อมูลในฐานข้อมูลจะใช้ซอฟต์แวร์ ประเภท ระบบจัดการฐานข้อมูล(Database Management System : DBMS)

29 ฐานข้ ) ฐานข้อมูล (Database) ฐานข้อมูลมีส่วนที่ทำหน้าที่ในการอธิบาย ความหมายของรายการข้อมูลที่เก็บอยู่ใน ฐานข้อมูลด้วย เรียกส่วนนี้ว่า  บัญชีระบบ (System catalog) หรือ  พจนานุกรมของข้อมูล (Data Dictionary) หรือ  เมตาดาต้า (Meta - data)

30 ฐานข้อมูล (Database) โครงสร้างของข้อมูลจะถูกแยกออกจาก โปรแกรมประยุกต์และเก็บเอาไว้ในส่วนที่ เรียกว่า “ฐานข้อมูล” ถ้ามีการเพิ่มหรือปรับปรุงโครงสร้างของ ข้อมูลก็จะไม่มีผลกระทบกับโปรแกรม ประยุกต์

31 ระบบฐานข้อมูล (Database System) ฝ่ายบัญชี โปรแกรมบัญชี ลูกค้า พนักงาน การขาย สินค้า ฝ่ายขาย โปรแกรมการขาย ฝ่ายบุคคล โปรแกรมฝ่ายบุคคล DBMS Database

32 ระบบจัดการฐานข้อมูล ( Database Management System : DBMS ) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการข้อมูลในฐานข้อมูล DBMS จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฐานข้อมูลกับ โปรแกรมที่มาใช้งานฐานข้อมูลและผู้ใช้งานฐานข้อมูล ที่ ติดต่อไปยังฐานข้อมูลเพื่อทำงานที่ผู้ใช้ต้องการให้สำเร็จ เช่น การจัดเก็บข้อมูลลงในฐานข้อมูล, การค้นหาข้อมูลที่ ต้องการออกมาแสดง หรือ การลบข้อมูล เป็นต้น

33 หน้าที่ของ DBMS จัดการพจนานุกรมของข้อมูล (Data dictionary management) จัดการการจัดเก็บข้อมูล (Data storage management) การแปลงข้อมูลและการนำเสนอข้อมูล (Data transformation and presentation) การจัดการด้านความปลอดภัย (Security management) ควบคุมการเข้าใช้งานของผู้ใช้พร้อมกัน (Multiuser accesss control)

34 การจัดการเรื่องการสำรองและกู้คืนข้อมูล (Backup and recovery management) การจัดการความคงสภาพของข้อมูล (Data integrity management) ภาษาในการเข้าถึงข้อมูลและส่วนประสานผู้ใช้ใน โปรแกรมประยุกต์ (Database access languages and application programming interfaces) หน้าที่ของ DBMS

35 การประยุกต์ใช้ระบบงาน ฐานข้อมูล การซื้อของจากซูเปอร์มาเก็ต การซื้อของโดยใช้บัตรเครดิต การจองตั๋วเครื่องบินผ่านตัวแทนจำหน่าย การใช้บริการห้องสมุด การใช้งานอินเทอร์เน็ต การเรียนในมหาวิทยาลัย การบริหารในองค์กร ฯลฯ อีกมากมาย

36 องค์ประกอบของระบบ ฐานข้อมูล ฮาร์ดแวร์ Hardware ซอฟต์แวร์ Software ข้อมูล Data กระบวนการ Procedure บุคลากร People เครื่องมนุษย์ สะพาน

37 ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้างซึ่ง เกี่ยวข้องกับการใช้งานฐานข้อมูล

38 ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง ระบบปฏิบัติการ, ระบบจัดการ ฐานข้อมูล, โปรแกรมประยุกต์ และโปรแกรม ยูทิลิตี้ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานใน ระบบงานฐานข้อมูล

39 ข้อมูล (Data) หมายถึง ข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูล เพื่อ นำไปใช้ในการประมวลต่อไป ใน DBMS จะส่วนที่ใช้อธิบายข้อมูล ซึ่งจะเป็น ข้อมูลที่บรรยายคุณลักษณะของข้อมูล (meta data)

40 โพรซีเยอร์ (Procedure) หมายถึง คำสั่งและกฎต่าง ๆ ในขั้นตอนการ ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับชุดคำสั่ง กฏเกณฑ์ใน การออกแบบและการใช้งานฐานข้อมูล

41 บุคลากร (People) หมายถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับระบบงาน ฐานข้อมูล ทั้งส่วนที่เป็นการออกแบบและการ ใช้งาน เช่น ผู้ใช้ทั่วไป, นักออกแบบฐานข้อมูล, นัก ออกแบบระบบ

42 ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้งาน ฐานข้อมูล ผู้บริหารฐานข้อมูล (Database Administrator :DBA) นักออกแบบฐานข้อมูล (Database Designer) นักพัฒนาโปรแกรม (Application Developers) ผู้ใช้ (End User)

43 ข้อดีของการใช้งานฐานข้อมูล มีความเป็นอิสระต่อกันระหว่างโปรแกรมและข้อมูล ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล เพิ่มความตรงกันของข้อมูล สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ บังคับให้เป็นมาตรฐานเดียวกันได้ ป้องกันและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาในการบำรุงรักษาโปรแกรม

44 ข้อจำกัดของระบบการจัดการฐานข้อมูล ซับซ้อน (Complexity) ขนาดใหญ่ (Size) ราคาของ DBMS แพง (Cost of DBMS) ราคาของฮาร์ดแวร์แพงตามไปด้วย (Additional hardware cost) ค่าใช้จ่ายในการแปลงระบบ (Cost of conversion) ผลกระทบจากความเสียหายสูง (Higher impact of a failure)

45 ชนิดของระบบฐานข้อมูล ในการจำแนกชนิดของระบบฐานข้อมูลมีเกณฑ์ใน การแบ่งเป็น 2 ชนิดคือ แบ่งตามลักษณะการใช้งาน แบ่งตามสถานที่ตั้ง

46 ชนิดของฐานข้อมูล : ลักษณะการใช้งาน ฐานข้อมูลที่มีผู้ใช้คนเดียว (Single-User)  บางครั้งเรียกว่า Stand alone database หรือ Desktop database

47 ชนิดของฐานข้อมูล : ลักษณะการใช้งาน  ฐานข้อมูลที่มีผู้ใช้ครั้งละหลายคน (Multi-User)  ระบบฐานข้อมูลแบบนี้จะสนับสนุนการใช้งาน ของผู้ใช้หลายคนในเวลาเดียวกัน

48 ชนิดของฐานข้อมูล : สถานที่ตั้งของฐานข้อมูล ฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Database System) Client Server

49 ชนิดของฐานข้อมูล : สถานที่ตั้งของฐานข้อมูล ฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distributed Database System)

50 คลังข้อมูล(Data Warehouse) อ. อภิชาติ สมรัตน์

51 ทำไมต้องมี Data Warehouse พิจารณาการดำเนินการขององค์กรในปัจจุบัน - มีการแข่งขันกันสูง - มีความต้องการใช้ข้อมูล ในการตัดสินใจมากขึ้น - ข้อมูลขององค์กรมีมาก แต่ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ - ข้อมูลกระจาย ไม่ได้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน

52 คลังข้อมูล เกิดจากแนวคิด ความต้องการโครงสร้างการจัดเก็บที่ มีประสิทธิภาพ เพื่อนำข้อมูลที่มีคุณภาพเหล่านั้นมาช่วยในการตัดสินใจ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว คลังข้อมูล

53 คลังข้อมูล คือ  ระบบจัดเก็บ รวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ในระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ขององค์กร ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีอยู่อย่างกระจัดกระจายเข้าไว้เป็นศูนย์กลาง  สามารถเก็บข้อมูลย้อนหลังได้หลาย ๆ ปี เพื่อช่วยในการสนับสนุนการ ตัดสินใจ  สามารถวิเคราะห์ได้ทั้งแบบหลายมิติ วิเคราะห์ทางธุรกิจ ( พยากรณ์ ) วิเคราะห์แบบ “ ถ้าเป็นอย่างนี้ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ” และวิเคราะห์แบบเหมือง ข้อมูล ความหมายคลังข้อมูล

54 54 คลังข้อมูล (Data Warehouse) ฐานข้อมูลที่มีข้อมูลเพื่อใช้สำหรับองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ซึ่ง อาจประกอบด้วยข้อมูลย้อนหลังหลายๆ ปีจนถึงข้อมูล ปัจจุบัน นำมาใช้เพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจสำหรับธุรกิจ ขององค์กรและสนับสนุนการใช้งานสำหรับผู้ใช้งานหลาย ระดับ OLAP : Online Analytical Processing คือ เทคโนโลยีที่ใช้ข้อมูลจากคลังข้อมูล เพื่อนำไปใช้ในการ วิเคราะห์และตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

55 โหลดและ แปลงข้อมูล Data Warehouse OLAP ETL process Information Source OLAP Server Client User Group Data Warehouse Server ข้อมูลที่เกิดขึ้นรายวัน ข้อมูลที่ใช้ช่วยในการ วิเคราะห์และการตัดสินใจ

56 ขั้นตอนในการทำคลังข้อมูล เก็บข้อมูล ตรวจสอบ จัดเก็บ วิเคราะห์ แสดงรายงาน

57 คุณสมบัติของคลังข้อมูล 1. ตามหัวข้อเรื่องที่ต้องการ (Subject Oriented) 2. หลอมรวมข้อมูล (Integrated) 3. ความสัมพันธ์แกนเวลา (Time-variant) 4. คุณสมบัติไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ (Non-volatile)

58 Subject-Oriented ข้อมูลในคลังข้อมูล มีการแบ่งโครงสร้างตามหัวข้อที่สนใจ คลังข้อมูลจะถูกออกแบบตามเนื้อหาที่สนใจ และจำเป็นต่อ กระบวนการตัดสินใจ

59 Integrated (การรวมเป็นหนึ่ง) เป็นการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆทั้งภายในและภายนอก องค์กร จากหลายระบบปฏิบัติการ ให้มาอยู่ในที่เดียวกัน ทำให้ ข้อมูลมีความสอดคล้องกัน

60 Time-Varient (ความสัมพันธ์กับเวลา) การเก็บข้อมูลในคลังข้อมูล จะเป็นข้อมูลลักษณะ Historical Data ( เก็บข้อมูลย้อนหลังไปหลายๆปี ) เพื่อนำไปวิเคราะห์ เปรียบเทียบ หาแนวโน้มของข้อมูล

61 Non-Volatile (ความเสถียรของข้อมูล) ข้อมูลในคลังข้อมูลจะไม่มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หลังจากที่โหลด เข้าสู่คลังข้อมูลแล้ว ผู้ใช้ทำได้เพียงการเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น

62 ฐานข้อมูลปฏิบัติการ(Operatinal Database) ข้อมูลในฐานข้อมูล OLTP เป็นลักษณะ Relational มีการเข้าถึงข้อมูลบ่อย และปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเสมอ สนับสนุนการปฏิบัติงานประจำวัน (Day to day operation)

63 การใช้งานฐานข้อมูลปฏิบัติการคลังข้อมูล ลักษณะการจัดการข้อมูลตามโปรแกรมที่ต้องการตามหัวข้อที่ต้องการ โครงสร้างข้อมูลซับซ้อน แล้วแต่เครื่องมือและการ คำนวณ แต่เป็นรูปแบบที่ชัดเจน มีโครงสร้างไม่แน่นอน ประมวลผลแบบวิเคราะห์ แต่ง่ายและเหมาะกับองค์กร เนื้อหาและช่วงเวลาปัจจุบันอดีตและปัจจุบัน การปรับปรุงข้อมูลอาจจะมีการปรับปรุงย่อยและเพิ่ม ข้อมูลจำนวนมากในแต่ละวัน และทำ เป็นประจำ แล้วแต่สถานการณ์และความต้องการ ไม่มีการ ปรับปรุงข้อมูลโดยตรง ความแตกต่างระหว่างฐานข้อมูลปฏิบัติการและคลังข้อมูล

64 การใช้งานฐานข้อมูลปฏิบัติการคลังข้อมูล การเคลื่อนไหวของข้อมูลตลอดเวลาคงที่จนกว่าจะปรับปรุงใหม่ เวลาในการทำงานเร็วช้ากว่า หรือแล้วแต่ขนาดข้อมูล ความแน่นอนในการใช้ข้อมูลแน่นอนไม่แน่นอน แหล่งข้อมูลภายในองค์กรทั้งภายในและภายนอกองค์กร ขนาดของข้อมูลกิกะไบต์กิกะไบต์ถึงเทราไบต์ ( ใหญ่กว่า ) ความแตกต่างระหว่างฐานข้อมูลปฏิบัติการและคลังข้อมูล

65 องค์ประกอบภายในคลังข้อมูล 1) ส่วนของการใส่ข้อมูล ได้แก่ การพัฒนาข้อมูล วางแผนในการดึง ข้อมูล วิธีการจัดเก็บ 2) ส่วนของการจัดเก็บข้อมูล ประกอบด้วย ส่วนของการบันทึกสถิติของ ข้อมูล รายละเอียดของข้อมูล ( ชื่อแฟ้ม โปรแกรมที่เขียน ที่มาของ ข้อมูล ) 3) ส่วนที่ได้รับจากการใช้คลังข้อมูล เช่น การสอบถามข้อมูลและการ เข้าถึงข้อมูล

66 การเตรียมข้อมูลเข้าสู่คลังข้อมูล 1. การเก็บข้อมูลประจำวัน เก็บอยู่ในรูปแบบฐานข้อมูล เช่น ข้อมูลด้านการเงิน การสั่งของ รายการสินค้าคงคลัง 2. การรวบรวมข้อมูล เพื่อปรับแต่งข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบเดียวกัน อาจต้องใช้วิธีการ ดังนี้ 1. การตรวจสอบความผิดปกติและแก้ไข 2. การแปลงรูปแบบข้อมูล

67 การนำข้อมูลเข้าสู่คลังข้อมูล Data Warehouse การนำเข้า โดยผ่านโปรแกรม ที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงข้อมูล ในคลังข้อมูล มีการกำหนดว่าจะ ปรับปรุงเมื่อไหร่ อย่างไร ตามระยะเวลาที่กำหนด

68 68 การประยุกต์ใช้งาน  วิเคราะห์การฉ้อโกงของมิจฉาชีพ เช่น กิจการโทรคมนาคม, ธนาคารใช้ป้องกันการฉ้อโกง  การวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ เช่น รวบรวมราคา, การสร้างโมเดล  การวิเคราะห์บัตรเครดิต เช่น การตัดสินใจให้บัตรเครดิต  การวิเคราะห์ลูกค้า เช่น วิเคราะห์ลูกค้าตรงตามเป้าหมาย  การวิเคราะห์การขาย เช่น ช่วยธุรกิจขายปลีก ช่วยด้านโฆษณา  Text Mining คือปรับการใช้ Data Mining ในรูปข้อมูลตัวอักษร  พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่เข้า Web  ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ เช่น การควบคุม การลดหนี้สูญ

69 1. การจัดการข้อมูลนั้น ข้อมูลมีโอกาสซ้ำกันหรือไม่ จะมีวิธีแก้ไข ได้อย่างไร จงอธิบายพอสังเขป 2. จงอธิบายถึงประโยชน์ของคลังข้อมูลที่มีต่อพนักงานของ องค์กร 3. เหตุใดจึงต้องนำเอาระบบฐานข้อมูลมาใช้ในการทำงาน จงอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ 4. ความซ้ำซ้อนกันของข้อมูล (Data Redundancy) คืออะไร จงอธิบาย 5. DBMS มีประโยชน์อย่างไรต่อการใช้งานฐานข้อมูล 69 แบบฝึกหัด


ดาวน์โหลด ppt ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ฐานข้อมูลและคลังข้อมูล Introduction to Database สอนโดย อ. อภิชาติ สมรัตน์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google