งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ยุทธศาสตร์เพื่อ เศรษฐกิจสีเขียว CEO Energy Forum, 5 มิถุนายน 2556.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ยุทธศาสตร์เพื่อ เศรษฐกิจสีเขียว CEO Energy Forum, 5 มิถุนายน 2556."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ยุทธศาสตร์เพื่อ เศรษฐกิจสีเขียว CEO Energy Forum, 5 มิถุนายน 2556

2 หัวข้อการนำเสนอ ยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาประเทศตาม นโยบายรัฐ ยุทธศาสตร์หลักในการพัฒนาประเทศตาม นโยบายรัฐ กรณีศึกษา : อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของ ไทย กรณีศึกษา : อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของ ไทย ประเด็นเพื่อพิจารณา ประเด็นเพื่อพิจารณา 2

3 ยุทธศาสตร์หลักในการ พัฒนาประเทศตาม นโยบายรัฐ

4 ยุทธศาสตร์และเป้าหมายการเติบโตตามแผนการบูรณาการ ยุทธศาสตร์ประเทศ เน้นการเติบโตด้านเศรษฐกิจและสังคมแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงการ รักษาสิ่งแวดล้อมด้วยธุรกิจสีเขียว(Green Economic) 4 New Growth Model Goal in Years หลุดพ้นจาก ประเทศรายได้ ปานกลาง ลดความ เหลื่อมล้ำ เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม Growth & Competitiveness 1.รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้นเป็น 12,400 ดอลลาร์สรอ.ต่อปี (ปี 2554 อยู่ที่ 4,420 ดาลลาร์) higher income country ต้องมีรายได้มากกว่า 12,275 ดอลลาร์ สรด.ต่อปี 2.อัตราการขยายตัวของ GDP อยู่ที่ร้อยละ ต่อปี – เฉลี่ยปี อยู่ที่ร้อย ละ เพิ่มการลงทุนด้าน R&D ให้มากกว่าร้อยละ 1 ต่อ GDP – ปี 2554 อยู่ที่ร้อยละ 0.24 Inclusive Growth 1.GINI coefficient ปรับลดลงเหลือ 0.40 หรือน้อยกว่า – ปี2554 อยู่ที่ เพิ่มสัดส่วน SMEs ต่อ GDP ให้มากกว่าร้อยละ 40 ต่อ GDP – ปี 254 อยู่ที่ร้อยละ ปีการศึกษาเฉลี่ยอยู่ที่ 15 ปี และอัตราการอ่านออกเขียนได้อยู่ที่ร้อยละ 100 – ปี 2554 การศึกษาเฉลี่ยอยู่ที่ 8.2 ปี และปี2548อัตราการอ่านออกเขียนได้อยู่ที่ร้อยละ 93.1 Green Growth 1.ลดการปล่อย GHG ในภาคพลังงาน ให้ต่ำกว่า 4 ตัน/คน/ปี ปี 2553 อยู่ที่ 3.3 ตัน/คน/ปี และจากการศึกษาคาดว่าอีกปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 5 ตัน/คน/ปี (ภาคพลังงานปล่อย 70% ของ ทั้งหมด) 2.เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ให้ได้ 40% ของพื้นที่ทั้งหมด (128 ล้านไร่) – ปี 2552 อยู่ที่ร้อยละ 33.6 (107 ล้านไร่)

5 เป้าหมายการเติบโตตามแผนการบูรณาการยุทธศาสตร์ประเทศ 5 Green Economic ยุทธ์ศาสตร์ ประเทศ หลุดพ้นจาก ประเทศ รายได้ปาน กลาง รายได้ต่อหัว เพิ่มขึ้น เป็นศูนย์กลางการ เชื่อมโยงเศรษฐกิจ ในภูมิภาค เป็นศูนย์กลางด้านการค้า การลงทุน ของภูมิภาค ที่ มีระบบโครงข่าย คมนาคมและระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) ที่ทันสมัย เชื่อมโยงอาเซียนกับโลก ความเหลื่อมล้ำ น้อยลง ประชาชนทุกกลุ่มมี มาตรฐานการ ดำรงชีวิตที่มี คุณภาพ ด้วยระบบ การศึกษา สาธารณสุข และ ระบบยุติธรรมที่มี ประสิทธิภาพและ ทั่วถึง ศักยภาพในการแข่งขันสูง แหล่งผลิตอาหารคุณภาพของ โลก ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ ของเอเชีย เมืองหลวงแห่งการท่องเที่ยว ของอาเซียน ผู้นำด้านการออกแบบบริการของ อาเซียน เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อมมาก ขึ้น ลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจก เน้นการเติบโตด้านเศรษฐกิจและสังคมแบบยั่งยืนที่คำนึงถึงการ รักษาสิ่งแวดล้อมด้วยธุรกิจสีเขียว(Green Economic)

6 ปัญหาของภาคเกษตรกรรมและมีผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย พืชผลทางการเกษตรให้ผลผลิตต่ำลง (Low Productivity) ต้นทุนค่าใช้จ่ายการทำการเกษตรเพิ่มขึ้น ความเหลื่อมล้ำและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนต่างๆ ปัญหาสังคมและวัฒนธรรมจากการอพยพย้ายถิ่นของแรงงานในชนบทเข้ามาหางานทำใน เมือง ไทยต้องหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางโดยส่งเสริมภาคเกษตรให้มี รายได้ต่อหัวที่สูงขึ้น 6 หากไม่สามารถแก้ไข ปัญหาภาคเกษตรกรรมที่ มีประชากรส่วนใหญ่ของ ประเทศกว่าร้อยละ 60 ที่ เกี่ยวข้อง อาจจะส่งผลให้ ประเทศไทยไม่อาจหลุด พ้นจากประเทศที่มี รายได้เฉลี่ยต่อหัวปาน กลาง เพื่อก้าวไปสู่ประเทศ รายได้สูง (รายได้ประชากร เฉลี่ยต่างจอคนสูงเกินกว่า USD 12,476)

7 วิกฤติด้านพลังงาน: ไทยต้องพึ่งพาและนำเข้าพลังงาน สูงเกือบ 90% ในอีก 20 ปี 7 ประเทศไทยได้มีการเติบโตและขยายตัวทางเศรษฐกิจ มากขึ้น ทำให้มีการนำเข้าพลังงานในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ช่นกัน มีการคาดการณ์ว่าในปี 2035 ไทยต้อง พึ่งพานำเข้า น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเช่นเดียวกับ ประเทศญี่ปุ่นในปัจจุบัน แต่โครงสร้างทาง เศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีความเข้มแข็งกว่าไทย ดังนั้นถ้า ไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานอาจจะเป็นปัญหา ในการพัฒนาประเทศในอนาคต ที่มา : สถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ปตท.

8 ทั่วโลกก็กำลังประสบปัญหาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตอาหารสำหรับคนและสัตว์ มีราคาพุ่งสูงขึ้นโดยมิได้คาดการณ์มาก่อนและนำไปสู่การเกิด “วิกฤตการณ์ อาหารโลก” ( World Food Crisis ) ซึ่งจากราคาอาหารที่สูงขึ้นเป็น ประวัติการณ์ทำให้บางประเทศเริ่มขาดแคลนอาหารหลัก (Food-deficit) จนต้องนำเข้าอาหารและโภคภัณฑ์เป็นจำนวนมาก ปัญหาวิกฤตการณ์อาหารโลก ( World Food Crisis ) 8 ปัญหาวิกฤตการณ์อาหารโลก ( World Food Crisis ) วิกฤติ หรือ โอกาส ???

9 พืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด

10 มูลค่าสินค้าเกษตรทั้ง 6 ชนิด มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 54.7 ต่อ ผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มีพื้นที่เพาะปลูกรวมถึง 137 ล้านไร่ ประชาชนกว่าร้อยละ 60 ของประชากรทั้งประเทศมีความเกี่ยวเนื่อง ทั้งเกษตรกรและอุตสาหกรรมการเกษตร ตลอดจนเศรษฐกิจชุมชน ภาคอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายลายน้ำที่มีศักยภาพและ เข้มแข็ง เป็นพืชอาหารและพลังงานที่สำคัญ พืชเกษตร 6 ชนิด พืชเศรษฐกิจ 6 ชนิดได้แก่ ข้าว อ้อย ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา และข้าวโพด เป็นพืชเศรษฐกิจที่ควรดำเนินการนำร่อง เพราะมีความสำคัญ ต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก เนื่องจาก : ที่มา : จากประชุมเชิงปฏิบัติการ “การบูรณาการการจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตร และทิศทางการพัฒนาภาคและ การ พัฒนากลุ่มจังหวัด” ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555

11 ปัญหาของพืชเกษตร 6 ชนิดที่รอการแก้ไขอย่างยั่งยืน ชนิดพืช เศรษฐกิจ ปัญหาและอุปสรรค ข้าว  มีการปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้มกับราคาขาย  ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น อายุเฉลี่ยของเกษตรกรอยู่ในช่วงผู้สูงวัย(57-58 ปี)  ขาดระบบชลประทานที่ดี รวมถึงการจัดเก็บข้าวที่ไม่ได้มาตรฐาน อ้อย  ระเบียบและเงื่อนไขการเปิดโรงงานน้ำตาล  การขยายพื้นที่ในการเพาะปลูก มันสำปะหลัง  ขาดความรู้ในการบริหารจัดการ ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้มกับราคาขาย  ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ปาล์ม  การขยายพื้นที่ในการเพาะปลูก  ราคารับซื้อมีความผันผวน นโยบายด้านไบโอดีเซลไม่ชัดเจน รวมถึงขาดการ ส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อเพิ่มมูลค่าตามห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ ยางพารา  ราคารับซื้อมีความผันผวน รวมถึงปริมาณความต้องการในตลาดโลก มีแนวโน้ม ลดต่ำลง  มีการปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ทำให้ได้คุณภาพน้ำยางต่ำ  ขาดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์  มีการปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ทำให้ได้ผลผลิตต่ำ ไม่คุ้มกับราคาขาย  ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น การขนส่ง การจัดเก็บ  ขาดระบบชลประทานที่ดี

12 ปัจจุบันมีการปลูกข้าวในพื้นที่ที่มี ความเหมาะสมน้อย อยู่ถึง 30 ล้านไร่ โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ ภาคกลางตอนบนและตอนกลาง เช่น พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครนายก และภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและ ตอนล่าง เช่น บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี นครพนม และ หนองคาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ นาดอน ที่ให้ผลผลิตต่ำ พืชเศรษฐกิจ 6 ชนิด รวมพื้นที่ ปลูกจริง (ไร่) พื้นที่ เหมาะสม (ไร่) พื้นที่ไม่ เหมาะส ม (ไร่) ข้าว มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยง สัตว์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ที่มา : จากประชุมเชิงปฏิบัติการ “การบูรณาการการจัดทำโซนนิ่งภาคเกษตร และทิศทางการพัฒนาภาคและ การ พัฒนากลุ่มจังหวัด” ณ ตึกสันติไมตรีหลังใน ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 มีการปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมถึง 30 ล้านไร่ และกำลังจะเพิ่มขึ้นจากการแทรกแซงราคา 12 พื้นที่ปลูกข้าวเพิ่มขึ้นจาก 65 ล้านไร่ เป็น 84.5 ล้านไร่ เนื่องมากจากนโยบายแทรกแซงราคา ต่างๆทำให้มีการปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม มากขึ้น

13 รายการ ข้าวอ้อยโรงงาน ปาล์ม น้ำมัน มัน สำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ข้าวนา ปี ข้าวนา ปรัง อ้อย ปลูก อ้อย ตอ 1.ผลผลิตเฉลี่ย (กก./ไร่/ปี) ,3001,0002,8763, ต้นทุนเฉลี่ย (บาท/ไร่) 4,4995,01011,7406,4008,6283,84016,8814,293 3.ราคาเฉลี่ย (บาท/ตัน) 13,000 1,100 5,3402,00087,1507,630 4.รายได้ (บาท/ไร่) 4,2908,87914,30011,00015,3586,00022,9205, รายได้สุทธิเฉลี่ย (บาท/ไร่) -2093,8692,5104,6006,7302,1606,0381,025 ที่มา : สำนักงานเศรฐกิจ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2555 เปรียบเทียบรายได้สุทธิของพืชที่ปลูกในพื้นที่ภาคอีสาน รายได้ของชาวนาที่ปลูกข้าวนาปี มีรายได้ที่ไม่คุ้มค่าการลงทุน ส่งผลให้ต้องมีการชดเชยด้วยมาตรการแทรกแซงต่างๆ 13

14 การโซนนิ่งภาคเกษตร

15 การจัดทำเขตเกษตรกรรม (Zoning) เพื่อให้ยุทธศาสตร์การจัดทำเขตเกษตรกรรมบรรลุตามเป้าหมาย ภาครัฐ  ต้องส่งเสริมการปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ให้ ผลตอบแทนสูง เพื่อให้เกษตรมีผลผลิตที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน  มีการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อเพิ่มมูลค่าและเพิ่ม รายได้ให้ประเทศ รวมถึงสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารและ พลังงานอย่างครบวงจร 15 การวิเคราะห์ผลผลิต การบริโภค และการตลาดที่เหมาะสม การจัดทำเขตเกษตรกรรม การซ้อนทับแผนที่ผลผลิต คมนาคม การแปรรูป (Layer) การประเมินความเหมาะสมของดินและน้ำ การจัดแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดิน (Master Map) ขั้นต้นการจัดทำเขตเกษตรกรรม

16 การนำร่องส่งเสริมให้ปลูก อ้อย ปาล์มน้ำมัน ยางพารา และมันสำปะหลัง ทดแทนการปลูกข้าวใน พื้นที่นาดอนหรือพื้นที่ไม่เหมาะสม จะเป็นโครงการต้นแบบที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ ดีขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในพื้นที่ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ไฟฟ้า เอทานอล ปาล์มน้ำมันและอื่นๆ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดการจ้างงานและกระจายรายได้สู่ชนบท อีกทั้งเมื่อเชื่อมโยงกับระบบขนส่งแบบราง หาตลาด ใหม่ๆที่เป็นนโยบายกระตุ้นการเติบโตของระบบเศรษฐกิจในภูมิภาคจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมใน ภูมิภาคเติบโตอย่างรวดเร็ว เพิ่มศักยภาพของพื้นที่ในด้านการลงทุน เพราะสามารถลดต้นทุนใน การขนส่งแข่งขันกับคู่แข่งจากประเทศอื่นๆได้ รวมทั้งแก้ปัญหาให้กับภาคเกษตรอย่างยั่งยืน การโซนนิ่งภาคเกษตรและส่งเสริมปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ การลดพื้นที่ปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสม จะลดภาระของภาครัฐที่ต้องใช้งบประมาณ การแทรกแซงราคา การรับจำนำหรือประกันราคาพืชเกษตร จะจำกัดเฉพาะที่ปลูกในพื้นที่ การโซนนิ่งภาคเกษตร ซึ่งจะช่วยลดงบประมาณภาครัฐและเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน !!! 16

17  ก่อสร้างระบบชลประทานเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งน้ำ  ปรับปรุงพันธ์/เพิ่มผลผลิต/เกษตรอินทรีย์  ส่งเสริมการบริหารจัดการและ Mechanization of Harvesting เขตเกษตรกรรม(Zoning) ชลประทาน(Irrigation) โครงสร้างพื้นฐาน(Facilities) การจูงใจ (Intensive) ส่งเสริมตลาด (Marketing) 17 แนวทางการดำเนินการแก้ไขอย่างยั่งยืน  มาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อเนื่องแบบ ครบวงจรและเพิ่มมูลค่าตามห่วงโซ่ ผลิตภัณฑ์  ให้สิทธิประโยชน์เฉพาะพื้นที่โซนนิ่ง  Financial / Subsidy / Soft loan / Adder  จัดทำแผนที่และระบบฐานข้อมูลระดับตำบล  ประเมินความเหมาะสมตามศักยภาพพื้นที่  จัดแบ่งพื้นที่และกำหนดหน่วยงานกำกับดูแล  ระบบขนส่งทางน้ำและระบบรางเพื่อลด ต้นทุนการขนส่ง  ท่าเรือน้ำลึก เพิ่มโอกาสการแข่งขัน  ปรับปรุงระบบสายส่ง(Smart Grid & DG)  หาตลาดใหม่ๆและความร่วมมือ ระหว่างรัฐ  ปรับปรุงกฎหมาย/ระเบียบเพื่อช่วย เอกชนให้สามารถแข่งขันกับ ต่างประเทศได้

18 SUCCESS CASE อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทย

19 ที่มา : World's potentates in production of sugar cane,http://www.sucrose.comhttp://www.sucrose.com แผนที่พื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกอ้อยโรงงาน (World Sugar Cane Belt) ประเทศไทยอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม สำหรับปลูกอ้อย 19 ประเทศไทยมีผลผลิตอ้อยสูงเป็นอันดับ ที่ 4 ของโลกและใหญ่ที่สุดใน ASEAN หมายเหตุ : * เป็นปริมาณอ้อยปีเพาะปลูก 2009/10* อ้อยและน้ำตาล - Product Champion ของไทย มูลค่าตรงของธุรกิจน้ำตาล ปีการผลิต 2554/55 รวม 190,700 ล้านบาท Country Area HarvestedProductionYieldProduction (Ha)Ranking(Tonnes/ha)(Tonnes) Brazil 8,490, ,000,000 India 4,810, ,540,000 China 1,780, ,000,000 Thailand 1,200, ,700,000 Pakistan 1,011, ,000,000 Mexico 675, ,450,000 Australia 353, ,450,000 Philippines 390, ,900,000 USA 359, ,281,082 Colombia 171, ,272,600 Cuba 431, ,300,000

20 Canada USA Brazil Argentina Chile Mexico Colombia Guatemala Cuba EU Russia China India Thailand Indonesia Malaysia Australia Japan S.Korea Algeria Nigeria S.Africa Swaziland Mauritius Saudi Arabia Iran Egypt Venezuela Pakistan Sugar Balance in Major Countries Source: LMC, Sugar and Sweeteners Quarterly, Quarter 4, December ไทยส่งออกน้ำตาลเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจาก Brazil

21 ปุ๋ย เอทานอล โมลาส โอกาสการสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมอ้อยโอกาสการสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาลและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับน้ำตาล ชานอ้อย ปาร์ติเกิลบอร์ด ไฟฟ้าชีวมวล อ้อย 100 ล้านตัน ศักยภาพ 2,000 MW 10 ล้านตัน ศักยภาพ 1,200 ล้านลิตร ผลิตขาย 400 MW ผลิตจริง 900 ล้านลิตร 21

22 โครงการสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของประเทศไทย 22

23 การจัดโซนนิ่งภาคเกษตร ส่งเสริมการปลูกพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพในพื้นที่ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตพืช โดยเฉพาะอ้อยเพิ่มผลผลิตจาก 200 ล้านตันเป็น 600 ล้านตัน การส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตรและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ด้วยการส่งเสริม การผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในภาคภาคขนส่ง ตลอดจนส่งเสริมอุตสาหกรรมรถประเภท FFV เพื่อรองรับ เอทานอลที่ผลิตในประเทศ ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และพัฒนาแหล่งพลังงานสำรองของประเทศ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน โดยมีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนมากกว่าร้อยละ 46 โดยเฉพาะพลังงานจาก ชีวมวลมีการใช้ถึงร้อยละ 31 บราซิล : โมเดลแห่งความสำเร็จ 23 ประเภทของพลังงานอัตราส่วน Petroleum 37.4% Biomass 31.1% (sugarcane 15.9%) (wood/charcoal 12%) (others 3.2%) Hydroelectric 14.9% Natural gas 9.3% Coal 6.0% Nuclear energy 1.4% ประเทศ Renewable energyNon renewable energy ทั่วโลก 14%86% บราซิล 46%54% สหรัฐอเมริกา 7%93% ประเทศ OECD 6%94%

24 ศักยภาพอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ต่อพลังงานหมุนเวียน

25 ระบบหม้อน้ำแรงดันสูง ระบบหม้อน้ำแรงดันต่ำ การใช้ระบบ High Pressure จะช่วยลดความสูญเสียในระบบ ผลิตพลังงานและเปลี่ยนเป็นไฟฟ้าที่เหลือส่งเข้าระบบ Grid ได้ มากขึ้น Number of mills Installed Capacity, MW Exported Power, MW Exported Unit, GWH Sugar Cane, million ton Exported Power, kWH/TC Total * With High Pressure With Medium /low Pressure * ด้วยการปรับเปลี่ยนหม้อไอน้ำแบบแรงดันต่ำไปใช้แบบแรงดันสูง (High Pressure) โรงงาน น้ำตาลในไทยจะผลิตไฟฟ้าเข้าระบบได้มากขึ้น 5-6 เท่า โรงงานหีบอ้อย 1 ล้านตัน/ปี จะผลิตไฟฟ้าส่งเข้าระบบ – กำลังไฟฟ้า 20 MW – ปริมาณไฟฟ้า 100 ล้านหน่วย โรงงานหีบอ้อย 1 ล้านตัน/ปี จะผลิตไฟฟ้าส่งเข้าระบบ – กำลังไฟฟ้า 20 MW – ปริมาณไฟฟ้า 100 ล้านหน่วย Current Status of Biomass Power Plant of Thailand’s Sugar Mills * Estimated from these assumptions: - SPP firm : 330 day running with 95% Plant Factor - SPP non-firm &VSPP : 150 running day with 80% Plant Factor - Countercheck with database from EPPO

26 อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลกับการพัฒนาสังคม ประเทศไทยมีการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรในรูปแบบของสมาคมชาวไร่อ้อยกว่า 31 องค์กร ครอบคลุมครัวเรือนเกษตรกรกว่า 300,000 ครัวเรือนเพื่อการดูแลผลประโยชน์ของเกษตรกร การมี สถาบันเกษตรกรในลักษณะนี้เป็นส่วนหนึ่งของความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมที่ทุกส่วนของสายโซ่การ ผลิตมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีความเป็นธรรมและแบ่งปันผลประโยชน์การแปรรูป ผลผลิตอย่างเสมอภาคและโปร่งใส ยังผลให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของประเทศเป็น อุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง สามารถเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องมีการอุดหนุนทางตรงจากภาครัฐ 26 เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายพืชผลการเกษตรและเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มากขึ้นอย่าง ต่อเนื่องและมั่นคง ลดความเลื่อมล้ำ (Reduce disparity) จากการเพิ่มรายได้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น เมื่ออ้อยสามารถนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าขึ้นได้ทั้งไฟฟ้าและเอทานอล ทำให้ราคาอ้อยมีความมั่นคงไม่ผัน ผวน เกิดการจ้างงานจากอุตสาหกรรมต่อเนื่องและขั้นปลาย ที่จะตั้งในภูมิภาคใกล้กับแหล่งวัตถุดิบ ลดการโยกย้ายถิ่นฐาน และลดผลกระทบอันเนื่องมาจากการอพยพแรงงานสู่เมือง ช่วยทำให้สังคมมีใน ท้องถิ่นมีความสุขมากขึ้น และสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงานในท้องถิ่นต่อไป รายได้ภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บจากกลุ่มอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาท้องถิ่นและลดภาระจาก ส่วนกลาง ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศให้เข้าถึงพลังงานอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง

27 ประเด็นเพื่อพิจารณา

28 ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจฟัง


ดาวน์โหลด ppt ยุทธศาสตร์เพื่อ เศรษฐกิจสีเขียว CEO Energy Forum, 5 มิถุนายน 2556.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google