งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1. เชื้อราที่ทำให้เกิดพยาธิสภาพ วิชาจุลชีวะและปรสิตวิทยา Amporn Thiengtrongdee 28/03/12.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1. เชื้อราที่ทำให้เกิดพยาธิสภาพ วิชาจุลชีวะและปรสิตวิทยา Amporn Thiengtrongdee 28/03/12."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1

2 เชื้อราที่ทำให้เกิดพยาธิสภาพ วิชาจุลชีวะและปรสิตวิทยา Amporn Thiengtrongdee 28/03/12

3 3

4 4 วัตถุประสงค์ 1.เข้าใจถึงการก่อโรค การดำเนินการของโรค จากเชื้อราและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 2.เข้าใจปฏิกิริยาของร่างกายต่อเชื้อรา 3.สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติตนได้เมื่อเกิดการ ติดเชื้อรา 4.สามารถนำความรู้ไปใช้ในการฝึกภาคปฏิบัติ การพยาบาลได้

5 5 สารบัญบทเรียน 1.ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเชื้อรา สรีรวิทยาของเชื้อรา ความสำคัญทางการแพทย์ของเชื้อรา โรคที่เกิดจากเชื้อรา 2. การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ

6 6 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเชื้อรา เชื้อรา เป็นสิ่งมีชีวิตพวกเห็ดและราที่ใช้หมักเพื่อ ทำอาหารและเครื่องดื่ม Mycology เป็นภาษากรีก Mykes=mushrom=fungus logos=discourse (วิชา) Mykey+logos=วิชาการศึกษาเรื่องเห็ด Fungus (Fungi เป็นพหูพจน์) (เห็ด) ภาษาละติน

7 7 ความเป็นมา Robert Remark ชาวโปแลนด์ได้ศึกษาการก่อ โรคของเชื้อราในคนที่เป็นกลากบนศีรษะ เมื่อปี 2406 Louis Pasteur & Robert kock บุกเบิก วิชาแบคทีเรียทำให้วิชาเชื้อราซบเซาไป ในปี พ.ศ Raymond Sabouraud ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้รื้อฟื้นวิชาและเขียนตำราชื่อ Les teignes (the tinea) ทำให้วิชานี้เจริญ รุดหน้ามาจนปัจจุบัน

8 8 สรีรวิทยาของเชื้อรา เป็น eucaryotic cell มีนิวเครียส มีซัยโตปลาสซึม ต้องการแร่ธาตุต่างๆในการเจริญเติบโต เชื้อราส่วนมากเจริญที่ °c เชื้อราก่อโรคเจริญได้ที่ อุณหภูมิห้อง °c ส่วนมากต้องการออกซิเจนในการเจริญเติบโต และแพร่พันธุ์ อยู่ในภาวะสองรูป -อยู่ตามธรรมชาติ °c คงรูปเป็นราสาย พอเข้าสู่ ร่างกายหรือนำไปเพาะที่อุณหภูมิ 37 °c จะเป็นยีสต์ เช่น Histoplasma capsulatum, Peniciilium marneffei

9 9 ลักษณะทั่วไปของเซลล์เชื้อรา เป็นพวก Primitive microorganism มี cell wall, cell membrane ไม่มี chlorophyll (saprophyte or parasite) เจริญแพร่พันธ์ที่ °c pH 4-8 สืบพันธุ์ได้ทั้งแบบใช้เพศและไม่ใช้เพศ พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ เช่น ในอากาศ น้ำ ดิน Morphology แบ่งได้ 2 แบบ คือ yeast และ mold or muold อาหาร ราต้องการธาตุคาร์บอน ในการเจริญเติบโต เช่น น้ำตาล กรดอินทรีย์ แอลกอฮอล์ โปรตีน ไขมัน โพลีแซคคาไรด์

10 10 Mold Yeast

11 11 Yeast เป็นเซลล์เดี่ยว รูปร่างกลม รี หรือยาวรี ขนาด 2-10 µ สืบพันธุ์โดยการแตกหน่อ (budding) พร้อมกับการ แบ่งตัวของ nucleus การแตกหน่อบางครั้งไม่หลุดจากกันและต่อเป็นสาย สายที่เกิดนี้เรียก pseudohypha ซึ่งไม่มีผนังกั้น ลักษณะของ colony มีสีต่างๆเช่น ขาว ส้ม ดำ ผิวหน้า คล้ายเนย หรือคล้าย colony ของแบคทีเรีย บางสายพันธุ์มี capsule ล้อมรอบ colony เป็นมูก เช่น Cryptococcus neoformans

12 12 Budding Yeast

13 13 Yeast infection

14 14 Yeast infection

15 15 ลักษณะการติดเชื้อรา ผิวหนังจะหนาและสีคล้ำ

16 16 Mold or mould อยู่เป็นกลุ่มเรียก mycelium มี 2 พวก คือ vegetative และ reproductive mycelium ลักษณะ colony มีสีต่างกัน เช่น ดำ ขาว เขียว เหลือง ผิวหน้าของ colony -ฟูคล้ายขนสัตว์ (cottony, wooly) เช่น Mucor sp. -นุ่มคล้ายกำมะหยี่ (velvety) เช่น Phialophora sp. -ผิวหน้าเป็นผงคล้ายเกร็ดน้ำตาล ผงแป้งหรือเม็ดทราย เช่น Mycrosporum gypseum -เนียนคล้ายหนัง (glabrous, waxy) เช่น Trichophyton sp. ด้านล่างอาจมีสีหรือไม่มีสี

17 17 mycelium

18 18 mycelium

19 19 mold

20 20 จำแนกตามขนาดและผนังกั้นได้ 2 ชนิด 1. Saptate hypha ราสายที่มีผนังกั้น สายรา ขนาด 1-2 µ 2. Non-saptate hypha ราสายที่ไม่มีผนังกั้น สายราขนาด10 µ colony มักฟูมากกว่า Saptate hypha และ mycelium Mold or mould

21 21

22 22 การสืบพันธุ์ของเชื้อรา Conidium, conidia แบบไม่ใช้เพศ 1.เกิดจากสายราหรือเซลล์รา -Binary fission เช่น Penicillim mareneffei -Budding, Blastoconidia เช่น Cryptococcus neoformans -Chlamydoconidia (ป่อง) พบในเชื้อราที่เจริญ ในภาวะขาดแคลนอาหาร ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี เช่น Canida albicans -Arthroconidia (ปล้อง) เกิดผนังกั้นและปล้องต่อๆกัน เมื่อแก่จะหลุดออกจากกัน เช่น Geotrichum candidium

23 23 2. เกิดบนก้านชู -canidiophore สร้างจากสายราเดิมเป็นรูป หยดน้ำตาเรียก microconidia หรือมี หลายเซลล์และมีผนังกั้นเรียก macroconidia ซึ่งมีหลายแบบได้แก่ Fusiform รูปกระสวย Club shape รูปกระบอง Cylindrical รูปกระบอก Pear shape รูปลูกแพร์ การสืบพันธุ์ของเชื้อรา (ต่อ)

24 24 การสืบพันธุ์แบบใช้เพศ 1.Zygospore เกิดจากราสาย 2.Ascospore จากการรวมตัวของนิวเคลียสเพศ 3.Basidiospore เกิดจากการรวมตัวของสอง นิวเคลียสในเซลล์ปลายสุดของสายรา การสืบพันธุ์ของเชื้อรา (ต่อ)

25 25 ความสำคัญทางการแพทย์ของรา ประโยชน์ เห็ดบางสายพันธ์นำมาเป็นอาหารได้ ราในดินช่วยย่อยซากพืชซากสัตว์ โทษ ก่อให้เกิดโรคในพืช สัตว์ คน

26 26 ราที่ก่อโรคในคนจำแนกเป็น 3 ชนิด 1.Toxigenic fungi เช่น เห็ดพิษ 2.Allergenic fungi เช่น Aspergillus ทำให้เกิด Asthma, type 1 hypersensitivity 3.Invasive fungi

27 27 โรคที่เกิดจากเชื้อรา แบ่งตามความลึกของการติดเชื้อ Superficial mycoses Cutaneous mycoses Deep mycoses (Subcutaneous) Systemic mycoses Opportunistic mycoses

28 28 Superficial mycoses พยาธิสภาพจำกัดเฉพาะ บริเวณ ผม ขนและผิวหนังชั้นนอกสุด คือ ชั้นขี้ไคล (stratum corneum) บริเวณที่ ติดเชื้อพบผิวหนังมีสีผิดปกติ เช่น เกลื้อน (Pityriasis versicolor) ซึ่งเกิดจากเชื้อ Malassezia furfur หรือเป็นวงสีน้ำตาลที่เกิด จากเชื้อ Pityrosporum orbiculare เชื้อเป็น budding yeast cells พบ septate hyphae สั้นๆ หรือ yeast หรือ hyphae อย่างเดียว โรคที่เกิดจากเชื้อรา

29 29 ราของเส้นผมและขน (Piedra) ทำให้ผมเป็น ตุ่มๆ มีขนาดเล็กมากอาจมองไม่เห็นด้วย ตาเปล่า มีสีน้ำตาลหรือดำ ผู้ป่วยไม่มีอาการ การรักษา ใช้ 20% Sodium thiosulfate ทา เช้าเย็น หรือตัดผมทิ้งและรักษาความสะอาด Superficial mycoses

30 30 Cutaneous mycoses โรคเชื้อราที่บริเวณผม ขน เล็บ เชื้ออาจลุกลาม จากชั้นขี้ไคลไปที่รูขุมขน ผม และโคนเล็บ เป็นกลุ่ม Dermatophytes เพราะชอบ keratin เช่นกลาก (ring worm) พบเชื้อในดิน 37 species แต่ทำให้เกิดโรค 10 species

31 31 Tinea capitis เป็นเชื้อราที่หนังหัวและผม อาการหนัง หัวแดง ผมร่วง มีการอักเสบรุนแรง แผลลึก เป็น keloid หัวล้านเป็นหย่อมๆ เกิดจาก genera Microsporum และ Trichophyton Tinea favosa เป็นเชื้อราที่ผิวหนังและหนังหัว มี ลักษณะเฉพาะเป็นก้อนของ mycelium แข็งๆรวมเป็น ขี้ไคลนูนขึ้นมาจากผิวหนังคล้ายถ้วย สีเหลือง มีกลิ่น เหม็น เกิดจาก genera Microsporum และ Trichophyton โรคเชื้อราที่ผิวหนัง ขน ผมและเล็บ

32 32 Tinea coporis เป็นเชื้อราที่ทำให้เป็นกลากบริเวณ ผิวหนังอ่อน เช่น ราวนม เอว เกิดจาก genera Microsporum และ Trichophyton Tinea imbricata เป็นเชื้อราที่ทำให้เป็นกลากบริเวณ ลำตัว มีลักษณะเป็นเกล็ดบางๆ ซ้อนกันหลายๆวง คล้ายลายเสื้อหนุมาน เรียกกลากหนุมาน Tinea cruris เป็นกลากบริเวณขาหนีบ กลากในร่มผ้า อาจลุกลามไปถึงบริเวณ perinium และรอบๆทวาร หนัก เกิดจาก Candida albicans, Epidermophyton floccosum โรคเชื้อราที่ผิวหนัง ขน ผมและเล็บ

33 33 Ringworm (Tinea Corporis)

34 34 Tinea ungium เป็นราที่เล็บสามารถลุกลามเข้าไปใต้ เล็บทำให้เล็บมีลักษณะขรุขระเป็นขุยสีขาว เกิดจาก Trichophyton rubrum, T. mentogrophytes, Epidermophyton floccosum Tinea barbae กลากของผิวหนังที่ขึ้นบริเวณคางและ หนวด เกิดจาก Trichophyton mentogrophytes, T. verrucosum Tinea pedis กลากบริเวณเท้าพบบ่อยมากโดยเฉพาะ ผู้ที่ใส่รองเท้าปิด เช่น ทหาร นศ.ปี 1 เกิดจาก T. rubrum, T. mentogrophytes, E. floccosum โรคเชื้อราที่ผิวหนัง ขน ผมและเล็บ

35 35 โรคเชื้อราที่ผิวหนัง ขน ผมและเล็บ Tinea ungiumTinea barbae

36 36 Nails:  Dystrophy  koilonychias (spoon nails )  nail pitting

37 37 Deep mycoses (Subcutaneous) พยาธิสภาพ อยู่ที่ผิวหนังและใต้ผิวหนัง บางโรค ลุกลามถึงอวัยวะภายใน เช่นกระดูก หลอดเลือด และต่อมน้ำเหลือง เช่น Mycetoma เป็นโรคเชื้อ ราที่เกิดกับมือ เท้า ขา

38 38 Systemic mycoses เป็นโรคเชื้อราที่เกิดกับอวัยวะภายในตามระบบ ผู้ป่วยมักมีภูมิคุ้มกันเสื่อม ได้แก่ Histoplasmosis Penicillosis marneffei เกิดจาก Penicillium marneffei, Cryptococcosis Systemic candidiasis Aspergillosis

39 39 Opportunistic mycoses เป็นเชื้อราที่พบในธรรมชาติ อาศัยในสิ่งไม่มีชีวิตและ พืช เมื่ออวัยวะมีบาดแผลราก็สามารถก่อโรคได้ เชื้อราที่กระจกตา หากมีอาการรุนแรงจะบวมแดงเห็น เส้นเลือดที่ตาชัดเจนพบเป็นแผลขอบนูนขาว โดยที่ Hypha จะแผ่ถึงขอบแผล เกิดจากการหยอดตาที่มี steroid นานๆ ราที่หูชั้นนอก เชื้อที่เป็นสาเหตุ ได้แก่ Aspergilus niger, A. fumigatus, Candida, Fusarium spp.

40 40 การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ 1 1.Direct examination โดยนำมา smear แล้วย้อมสี พวก AFB, Gram stain, India ink, KOH, Wright stain -KOH ใช้น้ำยา 10-20% ใช้สำหรับตรวจขุยผิวหนัง เล็บ คุณสมบัติของ KOH จะช่วยละลาย Keratin ของสิ่ง ส่งตรวจ -Lactophenol cotton blue ใช้สำหรับย้อมเชื้อราจาก โคโลนี สี cotton blue ย้อม kitin & cellulose จึงติดสีง่ายแก่การตรวจ -India ink ใช้ย้อมหาเชื้อ Cryptococcus neoformans เมื่อนำไปส่องกล้อง จะเห็นพื้นสไลด์เป็นสีดำ capsule รอบตัวเชื้อไม่ติดสีเห็นตัวเชื้ออยู่ตรงกลาง

41 การขูดผิวหนังตรวจหาเชื้อรา 41

42 42 Candida in Vagina and Cervix

43 43 Cryptococcus neoformans

44 44 Cryptococcus neoformans

45 45 2. Culture อาหารเลี้ยงเชื้อทางการแพทย์ -Sabouraud Dextrose Agar ใช้เลี้ยงเชื้อรา ทั่วๆไป -Brain heart Infusion Agar ใช้เลี้ยงราสองรูป จากราสายเป็น yeast บ่มหลอดทดลองที่ 37 °c -Caffeic Acid Agar แยกเชื้อ C. neoformans ให้โคโลนีสีดำ -Corn Meal Agar ใช้ดู Chlamydoconidia ของเชื้อ Candida albicans กรณีขาดอาหารจะ สะสมอาหารไว้ทำให้คงทน มีลักษณะป่องๆ การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ 2

46 46 Yeast on SA

47 47 Mold

48 48 3. การตรวจทางภูมิคุ้มกัน/น้ำเหลืองวิทยา (Serological testing) เช่น Cryptococcal Ag 4. การตรวจชิ้นเนื้อ -PAS stain (Periodic acid schiff stain) -GMS stain (Gomori-Methenamine silver stain) 5. ตรวจทางอณูชีววิทยา (Molecular biology diagnosis) หลักการ nucleic acid amplification or PCR การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ 3

49 49 Bye-Bye


ดาวน์โหลด ppt 1. เชื้อราที่ทำให้เกิดพยาธิสภาพ วิชาจุลชีวะและปรสิตวิทยา Amporn Thiengtrongdee 28/03/12.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google