งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การบ้าน กำหนดให้ ยีน R ควบคุมการมีสีแดง ข่มยีน r ซึ่งควบคุมการมีสี ขาวอย่างไม่สมบูรณ์ (co-dominant alleles) โดยโค Rr จะมีสี โรน หากฝูงโคหนึ่ง พบว่ามีสีแดงอยู่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การบ้าน กำหนดให้ ยีน R ควบคุมการมีสีแดง ข่มยีน r ซึ่งควบคุมการมีสี ขาวอย่างไม่สมบูรณ์ (co-dominant alleles) โดยโค Rr จะมีสี โรน หากฝูงโคหนึ่ง พบว่ามีสีแดงอยู่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การบ้าน กำหนดให้ ยีน R ควบคุมการมีสีแดง ข่มยีน r ซึ่งควบคุมการมีสี ขาวอย่างไม่สมบูรณ์ (co-dominant alleles) โดยโค Rr จะมีสี โรน หากฝูงโคหนึ่ง พบว่ามีสีแดงอยู่ 250 ตัว, สีโรน 450 ตัว และ สีขาว 200 ตัว การผสมพันธุ์ Rr จะต้องได้ลูกสีแดง : สีโรน : สีขาว ในอัตรา เท่ากับ 1:2:1 ในประชากรนี้ยีน R ข่ม r แบบใด ตั้งสมมุติฐาน H o : อัตราส่วนของ ลูกสีแดง : สีโรน : สีขาว = 1:2:1 H A : อัตราส่วนของ ลูกสีแดง : สีโรน : สีขาว  1:2:1

2 การทดสอบไค - สแควร์ (  2 -test)  2 value = เมื่อ O = จำนวนที่ได้จากการสังเกต (observed number) E = จำนวนที่คาดว่าควรจะเป็นตามทฤษฎี (expected number) ถ้า  2 value ที่คำนวณได้ <  2 (df) จากตาราง จึงยอมรับ สมมุติฐานว่าอัตราส่วนเป็นไปตามทฤษฎี

3 Phenotype อัตราส่วน ที่ทดสอบ ค่าที่ได้จาก การสังเกต ค่าคาดหมาย ตามทฤษฎี แดง โรน ขาว รวม 4900 ค่าคาดหมายตามทฤษฎีคำนวณได้จาก : 1. นับจำนวนอัตราส่วนที่ทดสอบรวมแล้วนำไปหารจำนวนสัตว์ที่ทดสอบรวม เพื่อ คำนวณจำนวนสัตว์ต่อหนึ่งอัตราส่วน จำนวนอัตราส่วนทดสอบรวม = 3+1= 4 จำนวนสัตว์ต่อหนึ่งอัตราส่วน = 900/4= คูณกลับเข้ากับจำนวนอัตราส่วนที่ทดสอบเพื่อเป็นค่าคาดหมายตามทฤษฎี ค่าคาดหมายของการเกิดลูกสีแดงและขาว = 1x225= 225 ค่าคาดหมายของการเกิดลูกสีโรน = 2x225= 450 ค่าคาดหมายตามทฤษฎีคำนวณได้จาก : 1. นับจำนวนอัตราส่วนที่ทดสอบรวมแล้วนำไปหารจำนวนสัตว์ที่ทดสอบรวม เพื่อ คำนวณจำนวนสัตว์ต่อหนึ่งอัตราส่วน จำนวนอัตราส่วนทดสอบรวม = 3+1= 4 จำนวนสัตว์ต่อหนึ่งอัตราส่วน = 900/4= คูณกลับเข้ากับจำนวนอัตราส่วนที่ทดสอบเพื่อเป็นค่าคาดหมายตามทฤษฎี ค่าคาดหมายของการเกิดลูกสีแดงและขาว = 1x225= 225 ค่าคาดหมายของการเกิดลูกสีโรน = 2x225= 450

4  2 value = = เมื่อเปิด  2 (2) จากตารางที่นัยสำคัญ 0.05 ที่ df 2 พบว่ามีค่า 5.99 เนื่องจาก  2 value <  2 (2) ดังนั้นจึง ยอมรับ Ho (null hypothesis) สรุปว่า การควบคุมลักษณะการมีสีของโคเป็นแบบข่มไม่สมบูรณ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

5 PhenotypeO f(genotyp e)EO-E(O-E) 2 (O- E) 2 /E แดง โรน ขาว รวม ค่า Expected คำนวณได้จาก p 2 (N), 2pq(N), และ q 2 (N) สำหรับยีโนไทป์ RR, Rr และ rr ดังนั้น ค่าคาดหวังว่าจะพบตามกฎ H-W คำนวณได้ ดังนี้ สีแดง = p 2 (N) = (0.278)(900) = สีโรน = 2pq(N) = (0.5)(900) = 450 สีขาว = q 2 (N) = (0.222)(900) = ดังนั้น ค่าคาดหวังว่าจะพบตามกฎ H-W คำนวณได้ ดังนี้ สีแดง = p 2 (N) = (0.278)(900) = สีโรน = 2pq(N) = (0.5)(900) = 450 สีขาว = q 2 (N) = (0.222)(900) = N = จำนวน สัตว์ทั้งหมด ในประชากร

6 เนื่องจาก  2 value <  2 (1) ดังนั้นจึง ยอมรับ Ho (null hypothesis) สรุปว่า ยีนควบคุมลักษณะการมีสีของโค มีความถี่ยีนอยู่ในสมดุลของ H- W อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เนื่องจาก  2 value <  2 (1) ดังนั้นจึง ยอมรับ Ho (null hypothesis) สรุปว่า ยีนควบคุมลักษณะการมีสีของโค มีความถี่ยีนอยู่ในสมดุลของ H- W อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เมื่อเปิด  2 (1) จากตารางที่นัยสำคัญ 0.05 ที่ df 1 พบว่ามีค่า 3.84 PhenotypeO f(genotype )EO-E(O-E) 2 (O- E) 2 /E แดง โรน ขาว รวม ข้อสังเกต ข้อสังเกต : เนื่องจากความถี่ยีโนไทป์ สามารถคำนวณได้หาก ทราบความถี่ยีนใดยีน R หรือ r ตัวใดตัวหนึ่ง ดังนั้น จึงมี df = 1


ดาวน์โหลด ppt การบ้าน กำหนดให้ ยีน R ควบคุมการมีสีแดง ข่มยีน r ซึ่งควบคุมการมีสี ขาวอย่างไม่สมบูรณ์ (co-dominant alleles) โดยโค Rr จะมีสี โรน หากฝูงโคหนึ่ง พบว่ามีสีแดงอยู่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google