งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

3 การสั่งการและ การมอบหมายงาน ยุทธนา พรหมณี. การสั่งการ (Directing)ความหมายของการสั่งการ การสั่งให้บุคคลที่อยู่ใต้บังคับ บัญชาปฏิบัติงานอย่างใดอย่าง หนึ่ง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "3 การสั่งการและ การมอบหมายงาน ยุทธนา พรหมณี. การสั่งการ (Directing)ความหมายของการสั่งการ การสั่งให้บุคคลที่อยู่ใต้บังคับ บัญชาปฏิบัติงานอย่างใดอย่าง หนึ่ง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 3 การสั่งการและ การมอบหมายงาน ยุทธนา พรหมณี

2 การสั่งการ (Directing)ความหมายของการสั่งการ การสั่งให้บุคคลที่อยู่ใต้บังคับ บัญชาปฏิบัติงานอย่างใดอย่าง หนึ่ง และตรวจสอบดูว่าเขา เหล่านั้นได้ปฏิบัติงานอย่างดีที่สุด เท่าที่สามารถทำได้หรือไม่

3 การที่ผู้บริหารใช้ความสามารถชักจูง หว่านล้อมให้ผู้ใต้บังคับบัญชารับงานไป ปฏิบัติเพื่อให้งานเหล่านั้นบรรลุ วัตถุประสงค์ขององค์การ ภาระหน้าที่ของผู้บริหารในการใช้ ความสามารถชักจูงคนงานให้ปฏิบัติอย่าง ดีที่สุดจนกระทั่งองค์การสามารถบรรลุผล สำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ การสั่งการ (Directing)

4 จุดมุ่งหมาย 1. มุ่งกำกับให้พนักงานผู้ปฏิบัติงาน ทำงานไปในทิศทางที่ถูกต้องบรรลุตาม วัตถุประสงค์ที่ต้องการ 2. มุ่งชักจูงให้ผู้ทำงานทุ่มเทกำลังใจ และกำลังความคิดเพื่อให้งานสำเร็จตาม วัตถุประสงค์ การสั่งการจะเกี่ยวข้องกับ “การเปลี่ยนสภาพให้ วัตถุประสงค์ เป็นจริงขึ้นมา”

5 องค์ประกอบของการสั่งการ ผู้ออกคำสั่ง ผู้รับคำสั่ง การติดต่อสื่อสาร

6 ได้แก่ผู้บังคับบัญชา, ผู้บริหาร, หัวหน้างาน เป็นผู้มีอำนาจและ อำนาจหน้าที่ในการออกคำสั่ง 1.ผู้ออกคำสั่ง

7 ควรมีความรู้ในงานที่สั่งเป็นอย่างดี มีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำ มีความสามารถในการชักจูงโน้มน้าวจิตใจ ผู้ออกคำสั่งที่ดี

8 2.ผู้รับคำสั่ง ผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นผู้รับฟัง คำสั่งมาปฏิบัติเพื่อให้เกิด ผลงานตามที่ต้องการ

9 ผู้รับคำสั่งที่ดี มีความสามารถในการนำเอาคำสั่งไปปฏิบัติ ให้ เกิดผลสำเร็จ มีความรับผิดชอบ มีความรู้ ความชำนาญในงาน มีความสามารถใช้เครื่องมือใช้ในการปฏิบัติงาน

10 พฤติกรรมของผู้รับคำสั่ง จำแนกออกเป็น 4 แบบ เข้าใจไม่เข้าใจไม่เข้าใจ A เข้าใจคำสั่ง ปฏิบัติได้ถูกต้อง B ไม่เข้าใจคำสั่ง แต่ปฏิบัติ C เข้าใจคำสั่งแต่ ไม่ปฏิบัติ D ไม่เข้าใจคำสั่ง ไม่ปฏิบัติ ปฏิบัติได้ ปฏิบัติไม่ได้

11 u ประเภท A เข้าใจคำสั่งและปฏิบัติได้ถูกต้อง หมายถึงผู้ปฏิบัติ เป็นคนมีความรับผิดชอบมีความเข้าใจในงานสามารถปฏิบัติ ได้ตามต้องการ u ประเภท B ไม่เข้าใจคำสั่งแต่ปฏิบัติ หมายถึง ผู้ปฏิบัติ มีความเฉลียวฉลาดเข้าใจงานแม้ผู้ออกคำสั่งที่ไม่ชัดเจนไม่ให้ รายละเอียดก็สามารถหาข้อมูลต่าง ๆ ได้เอง เรียนรู้ด้วยตนเอง u ประเภท C เข้าใจคำสั่งแต่ไม่ปฏิบัติ หมายถึง ผู้ปฏิบัติงาน เป็นคนเกียจคร้านไม่รับผิดชอบแม้เข้าใจคำสั่งและรู้ว่าให้ ไปปฏิบัติอย่างไรแต่ก็ยังไม่ปฏิบัติผู้บริหารควรตักเตือนและ กระตุ้น u ประเภท D ไม่เข้าใจคำสั่งและไม่ปฏิบัติ หมายถึง ผู้ปฏิบัติงานอาจ ไม่มีความสามารถในการรับฟังคำสั่งให้เข้าใจได้อาจเนื่องมาจาก งานนั้นมีความยากสลับซับซ้อนพนักงานจึงไม่เข้าใจจึงไม่ปฏิบัติ ตาม

12 3.การติดต่อสื่อสาร u เป็นการสื่อสารในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ออก คำสั่งและผู้รับคำสั่ง การสั่งการมีลักษณะเป็น กระบวนการสองทาง ( Two – way process) ในการโต้ตอบระหว่างผู้ออกคำสั่งและผู้รับคำสั่ง ให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน เปิดโอกาสให้ ซักถามและอธิบายข้อสงสัยต่าง ๆ การใช้ภาษาที่ เหมาะสมกับผู้รับคำสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถ ปฏิบัติได้ถูกต้อง

13 ประเภทของการสั่งงาน ก. แบบออกคำสั่ง (Command) ข. สั่งงานแบบขอร้อง (Request) ค. สั่งงานแบบให้คำแนะนำ (Suggest) ง. ส่งงานแบบอาสาสมัคร (Volunteer)

14 ก. แบบออกคำสั่ง (Command) u การสั่งการแบบออกคำสั่ง (Command)ควรใช้เมื่อ 1 )ผู้รับคำสั่งดื้อด้าน เกียจคร้านหรือชอบ หลีกเลี่ยงงาน 2) เป็นกรณีฉุกเฉินหรือเร่งด่วน หรือมี อันตรายร้ายแรง 3) ต้องการความเด็ดขาด หรือต้องการให้ ปฏิบัติโดยเคร่งครัดทันทีทันใด

15 ข. สั่งงานแบบขอร้อง (Request) u การสั่งการแบบขอร้อง (Request) ควรใช้เมื่อ 1) ลูกน้องสูงอายุ หรือเป็นคนช่างคิดหรือมี ความน้อยเนื้อต่ำใจ 2) สถานการณ์เป็นปกติไม่เร่งร้อน 3) เปิดโอกาสให้ผู้รบคำสั่งมีเสรีภาพใช้ ดุลพินิจตัดสินใจด้วยตนเองได้บ้าง

16 ค. สั่งงานแบบให้คำแนะนำ (Suggest) u การสั่งการแบบให้คำแนะนำ (Suggest) ควรใช้เมื่อ 1)ลูกน้องมีความรับผิดชอบสูงและมีหน้าที่ รับผิดชอบในเรื่องนั้นอยู่แล้ว รวมทั้งมีความรู้ความสามารถหรือมีความชำนาญ ดี 2)สถานการณ์ในขณะนั้นเอื้อให้เกิดความคิดริเริ่ม หรือมีความกระตือรือร้น 3)ลักษณะการบังคับบัญชา เป็นแบบเปิดให้มีอิสระ ที่จะเลือกปฏิบัติได้

17 ง. ส่งงานแบบอาสาสมัคร (Volunteer) u การสั่งการแบบอาสาสมัคร (Volunteer) ควรใช้เมื่อ 1)ผู้รับคำสั่งมีบุคลิกลักษณะให้ความร่วมมือดี 2)สถานการณ์ผิดจากยามปกติ 3)ผู้รับคำสั่งไม่อยู่ใต้การบังคับบัญชาโดยตรง ไม่ มีอำนาจหน้าที่ตามระเบียบข้อบังคับที่จะให้ผู้รับ คำสั่งต้องกระทำ

18 วิธีการสั่ง การตามลักษณะงาน มี 2 ลักษณะ การสั่งงานด้วยวาจา 1. การสั่งงานด้วยวาจา ใช้ในกรณีที่เป็น งานในลักษณะ u เป็นงานประจำ และผู้ปฏิบัติทราบวิธีการทำงาน u ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการสั่งการ u เป็นงานที่ไม่ต้องการหลักฐานที่เป็นทางการ u เป็นงานที่อาจมีการซักถามอธิบายให้รายละเอียด u เป็นงานที่สามารถมอบพนักงานได้ พนักงาน เข้าใจดีอยู่แล้ว

19 2.การสั่งงานด้วยลากลักษณ์อักษร ใช้ในกรณีที่ เป็นงานในลักษณะ- u ต้องการความเป็นทางการชัดเจนตามสายการ บังคับบัญชา u ต้องการหลักฐาน มีผู้รับผิดชอบ ผู้ที่ได้รับ มอบหมาย u ผู้รับคำสั่งไม่ประจำในสถานที่ทำงาน u ผู้รับคำสั่งต้องปฏิบัติตามให้เรียบร้อยโดย เคร่งครัดทุกประการ

20 ลักษณะของการสั่งงานที่ดี 1 เป็นการสั่งที่ผู้รับคำสั่งสามารถที่จะปฏิบัติได้ 2 ต้องให้อำนาจ เวลา และอุปกรณ์ต่างๆเพียงพอที่ จะปฏิบัติ 3 ต้องชอบด้วย กม. ขนบธรรมเนียมประเพณี 4 ต้องชัดเจน ไม่ใช้ภาษาคลุมเครือ 5 คำสั่งควรสมบูรณ์ถูกต้องไม่ขัดแย้งกับคำสั่งเดิม 6 ต้องเป็นสิ่งที่ผู้รับคำสั่งสนใจ ท้าทาย เชิญชวนให้ ปฏิบัติตาม 7 ออกคำสั่งด้วยเหตุผลที่เพียงพอ ไม่ใช้อารมณ์ 8 ต้องรับผิดชอบต่อคำสั่งที่ได้ออกไปแล้ว

21 ข้อควรระวังในการสั่งการ ต้องไม่ออกคำสั่งเพราะถูกอิทธิพลครอบงำ ต้องไม่สั่งการโดยปราศจากการพิจารณา อย่างรอบคอบ ต้องไม่สั่งการในงานที่ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ ของตน ต้องไม่สั่งการโดยปราศจากความ รับผิดชอบ ต้องไม่สั่งการโดยขาดความรู้ในเรื่องนั้นๆ

22 การสั่งการโดย วิธีมอบหมายงาน

23 การมอบหมายงาน ( Delegation ) u หมายถึง การกำหนดความรับผิดชอบและอำนาจ หน้าที่ โดยผู้บังคับบัญชาที่มอบให้แก่ ผู้ใต้บังคับบัญชา คือ การมอบหมายงานบางส่วนให้ผู้ใต้บังคับ บัญชาปฏิบัติเป็นการแบ่งเบาภาระงานของ ผู้บังคับบัญชา ในขณะเดียวกันเป็นการเพิ่ม ภาระผูกพันแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา

24 ประเภทของการมอบหมาย u 1) การมอบหมายงานประจำ u 2) การมอบหมายงานชั่วคราว

25 ขั้นตอนการมอบหมายงาน u 1. กำหนดภารกิจหน้าที่ให้แก่ผู้อยู่ใต้ บังคับบัญชา u 2. ให้อำนาจหน้าที่สิทธิหน้าที่และ ทรัพยากรตามความจำเป็น u 3. พยายามสร้างรับความผิดชอบให้ เกิดมีขึ้นในตัวผู้ใต้บังคับบัญชา

26 ประโยชน์ของการมอบหมายงาน u 1) ให้ผู้บริหารมีเวลามากขึ้น โดยสามารถนำ เวลาไปทำกิจกรรมงานอื่นๆได้ u 2) เป็นการเปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้ความรู้ ความสามารถในการทำงาน u 3) เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับ ผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อการเป็นหัวหน้างาน ในอนาคต

27 ข้อพึงพิจารณาในการมอบหมายงาน u ใครเหมาะสมกับงานที่จะมอบหมาย นี้ กล่าวคือต้องใส่ใจและคำนึงว่า ควรเลือกคนที่เหมาะสมมา รับผิดชอบงานเพื่อประกัน ความสำเร็จ และลดความเสี่ยง ซึ่ง คำที่คุ้นเคยกันคือ Put the right man to the right job นั่นเอง

28


ดาวน์โหลด ppt 3 การสั่งการและ การมอบหมายงาน ยุทธนา พรหมณี. การสั่งการ (Directing)ความหมายของการสั่งการ การสั่งให้บุคคลที่อยู่ใต้บังคับ บัญชาปฏิบัติงานอย่างใดอย่าง หนึ่ง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google