งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ให้ เหมาะสมกับงาน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ให้ เหมาะสมกับงาน."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ให้ เหมาะสมกับงาน

2 การเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันได้พัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถ ประมวลผลได้เร็วขึ้น แต่ราคาถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก การ เลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้งานทำได้ง่าย มีให้เลือก หลากหลายรุ่นตามร้านค้าทั่วไป แต่ผู้ใช้งานควรพิจารณาว่า จะนำคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อทำงานด้านใด เนื่องจากเครื่อง คอมพิวเตอร์มีทั้งแบบที่ใช้ได้กับงานทุกประเภทหรืองาน เฉพาะด้าน

3 แม้ว่าราคาเครื่องอุปกรณ์ต่างๆจะถูกลง แต่ผู้ใช้ควรเลือก คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อให้คุ้มค่ากับ จำนวนเงิน ตัวอย่างของการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ตามลักษณะของงานแต่ละประเภท งานด้านเอกสาร รายงาน หรือสำนักงาน งานด้านกราฟิก ออกแบบสิ่งพิมพ์ และสื่อมัลติมีเดีย เล่นเกมคอมพิวเตอร์ และบันเทิงเป็นหลัก

4 คอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามการใช้งาน งานเอกสาร หรืองานในสำนักงาน ระดับผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้มือใหม่ ผู้ใช้ทั่วไปเป็นผู้ที่ใช้ คอมพิวเตอร์สำหรับงานด้านเอกสาร รายงาน งานใน สำนักงานต่างๆ และเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านโปรแกรม สำเร็จรูป เช่น Microsoft Office เพื่อจัดทำเอกสาร รายงานเพื่อนำเสนอ หรือาจจะใช้โปรแกรม Photoshop แต่งภาพเล็กๆน้อยๆเป็นต้น

5 ส่วนผู้ใช้มือใหม่เป็นผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัสคอมพิวเตอร์มา ก่อน แนะนำให้ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อจะ ดีกว่า เพราะ จะได้ไม่ต้องกังวลเวลาที่เครื่องมีปัญหา ผู้ใช้ระดับนี้มักยังใช้งานแบบลองผิดลองถูกอยู่บ้าง อาจทำให้เครื่องเกิดปัญหาได้บ่อยครั้ง จึงไม่จำเป็นต้อง เลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีราคาแพง

6 งานเอกสาร หรืองานในสำนักงาน เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ สำหรับจัดการด้านเอกสารรายงาน ตกแต่งภาพ ทำการ์ด อิเล็กทรอนิกส์ ดูภาพยนตร์หรือสื่อทางการศึกษา ติดต่อสื่อสาร ค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ใช้ซอฟต์แวร์ ประยุกต์ เช่น ซอฟแวร์ประมวลคำ และซอฟแวร์ตาราง ทำงาน

7 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ ซีพียูที่มีความเร็วสูง คือประมาณ 1 GHz ขึ้นไป แต่ควร มีแรมอย่างน้อย 1 GB และอาจเลือกใช้จอภาพแบบแอล ซีดีขนาดใหญ่ 17 – 19 นิ้ว เพื่อถนอมสายตา เนื่องจาก ลักษณะงานต้องจ้องมองจอภาพตลอดเวลา

8 งานกราฟิก เป็นใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการตกแต่งและ ออกแบบภาพ และมีการเรียกใช้งานโปรแกรมหราฟิก หลายๆ โปรแกรมในเวลาเดียวกัน ใช้ซอฟแวร์กราฟิกใน การสร้างชิ้นงาน เช่น งานสิ่งพิมพ์ งานนำเสนอแบบ มัลติมีเดีย สร้างเว็บไซต์ ติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต โดยมีการรับ-ส่งข้อมูลจำนวนมากที่มีทั้งภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว

9 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในงานประเภทนี้จำเป็นต้องมี ซีพียูที่มีความเร็วอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง ประมาณ 2 GHz ขึ้นไปใช้แรมอย่างน้อย 2 GB ขึ้นไป และมีฮาร์ดดิสก์ที่มีความจุสูงเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูล จำนวนมาก

10 ระดับผู้ใช้งานด้านกราฟิก (graphic user) งานด้าน กราฟิก ตัวอย่างเช่น งานด้านการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อโฆษณาจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และโปรแกรมต่างๆ ที่มีคุณลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์สูงพอสมควร บางครั้งอาจจะต้องใช้โปรแกรมพร้อมกันหลายๆตัว เช่น โปรแกรม Photoshop, IIIustrator, CorelDraw, PageMaker เป็นต้น

11 ซึ่งราคาคอมพิวเตอร์จัดอยู่ในระดับปานกลางถึงสูง ผู้ใช้ระดับนี้จึงควรจะประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้เอง เพราะจะทำให้ได้รับความรู้มากขึ้น สามารถกำหนดคุณ ลักษณะเฉพาะของเครื่องได้ตามลักษณะเฉพาะของงาน ด้านกราฟิก และทำให้ใช้งานโปรแกรมต่างๆได้อย่างมี ประสิทธิภาพเปลืองค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองอีกด้วย

12 งานออกแบบที่ต้องแสดงผลเป็น 3 มิติ เป็นการ ออกแบบภาพ 3 มิติ สร้างภาพยนตร์ สร้างการ์ตูน แอนิเมชัน (animation) ตัดต่อวีดีทัศน์ ตัดต่อเพลง เล่น เกมที่มีกราฟิกสูง งานประเภทนี้ต้องการเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการคำนวณและแสดง ภาพความละเอียดสูงสุดได้ ดังนั้น ควรเลือกซีพียูที่มี ความเร็วไม่น้อยกว่า 2 GHz มีแรมอย่างน้อย 4 GB

13 การ์ดแสดงผลที่สามารถแสดงภาพที่มีความละเอียดสูง ได้ดีควรใช้จอภาพขนาดไม่ต่ำกว่า 24 นิ้ว และควรมี เครื่องสำรองไฟเนื่องจากการทำงานประเภทนี้ คอมพิวเตอร์ต้องใช้เวลาในการประมวลผลนานถ้าหาก ไฟดับหรือไฟกระตุกจะไม่สะดวกในการเริ่มทำงานใหม่

14 ระดับผู้เล่นเกม ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ สำหรับเล่นเกม ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย ที่ จะต้องใช้เงินจำนวนมากซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี ประสิทธิภาพสูง เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถรองรับ เกมที่มีภาพกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว และภาพสามมิติ แต่ในปัจจุบันราคาของอุปกรณ์ต่างๆไม่สูงมาก จนเกินไป

15 ดังนั้นการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้เอง จะเป็น ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม เป็นชีวิตจิตใจ แต่สำหรับเด็กและเยาวชนที่อยู่ในวัย เรียน และยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง เพราะนอกจาก จะทำให้เสียการเรียนแล้วยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายของ ผู้ปกครองอีกด้วย

16 การรับประกันอุปกรณ์ที่ยาวนานที่สุดและมีระยะเวลา รับประกันแตกต่างจากชนิดอื่น อุปกรณ์ระยะเวลารับประกัน CPU1-3 ปี ฮาร์ดดิสก์1 ปี, 3 ปี, 5 ปี ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต RAMตลอดอายุการใช้งาน Mainboard1 ปี VGA Card1 ปี Power supply1 ปี

17 การรับประกันสินค้า ระยะเวลาในการรับประกันสินค้าขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์และ ชิ้นส่วนอุปกรณ์แต่ละชิ้น ซึ่งตามปกติแล้วคอมพิวเตอร์แบบ ประกอบเองมักมีการรับประกัน 1 ปี แต่ถ้าเป็นเครื่อง ยี่ห้อ (Brand Name) ซึ่งมีราคาแพงกว่าอาจมีการรับประกัน ถึง 3 ปี ถ้าหากเรามีงบประมาณไม่เพียงพอ การเลือกซื้อ แบบประกอบเองก็เป็นทางเลือกที่ดี

18 ทั้งนี้ ถ้ามีความเข้าใจในรายละเอียดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์แล้วจะพบว่าชิ้นส่วนอุปกรณ์ภายในชิ้นมี การรับประกันมากกว่านั้นอีก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเรา มากโดยมีรายละเอียดในการประกันชิ้นส่วนอุปกรณ์ ดังนี้ คือ

19 - ฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) ผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง คือ Seagate และ Quantum ซึ่งนำเข้าโดยบริษัทอินแก รมและดีคอมพิวเตอร์ ซึ่งฮาร์ดดิสก์ของทั้งสองบริษัท ดังกล่าวเป็นที่นิยมใช้กันมากในบ้านเรา เนื่องจากมี ราคาถูกและแข็งแรงทนทานประกอบกับการ รับประกันนานถึง 3 ปี

20 ถ้าเสียหายใน 1 เดือนแรก บริษัทจะเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ ใหม่ให้ทันที การรับประกันโดยทั่วไปไม่ครอบคลุมถึง ฮาร์ดดิสก์ไหม้ เพราะเสียบแหล่งจ่ายไฟผิดขั้ว หรือ เสียบเพราะทำหล่นหรือกระแทกอย่างแรง

21 -เมนบอร์ด (Main board) ส่วนใหญ่จะมีการรับประกัน ขั้นต่ำ 1 ปี แต่ถ้าเป็นเมนบอร์ดที่มีชื่อเสียงจะมีการ รับประกันถึง 3 ปี ซึ่งมีราคาสูงกว่าเล็กน้อยแต่ก็คุ้มค่า เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาในการรับประกัน ซึ่งจะ รับประกันในกรณีที่เสียจากการใช้งานตามปกติเท่านั้น ไม่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดของ เราเอง

22 เช่น ไหม้ เนื่องจากเสียบแหล่งจ่ายไฟผิดขั้ว เสียบการ์ดลงไป อย่างแรงทำให้เมนบอร์ดหักหรือลายวงจรขาด เป็นต้น โดยทั่วไปถ้าเมนบอร์ดเสียภายในเวลา 1 เดือนร้านจะเปลี่ยน ให้ใหม่ (Clamed) ถ้าเสียหายหลังจากนั้นทางร้านจะส่งซ่อม โรงงาน และให้เรามารับกลับเมื่อซ่อมเสร็จแล้ว

23 -ซีพียู (CPU) ซึ่งซีพียูที่มีชื่อเสียง คือ ค่ายของ Intel นำเข้าโดย บริษัทอินแกรมและดีคอมพิวเตอร์ส่วนซีพียูของค่าย AMD นำเข้า โดยบริษัท Power Highland และค่ายของ VIA ซึ่งซีพียูของทั้งสาม บริษัทนี้มีการรับประกันสินค้า 3 ปี ส่วนซีพียูที่นำเข้าโดยผู้ค้าราย ย่อยอื่นๆ มีการรับประกันเพียง 1 ปี ดังนั้นก่อนซื้อควรพิจารณาดู ให้ดี แต่ตามปกติแล้วซีพียูมักจะเสียหายยากกว่าอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ นอกจากเราจะทำการโอเวอร์คล็อกมาเกินไปจนทำให้เกิดความ ร้อนสูง หรือในกรณีที่เราเสียบขาซีพียูลงใน Slot หรือ Socket ผิด ด้าน จะทำให้ซีพียูไหม้

24 ซึ่งไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกันเช่นเดียวกับเมนบอร์ด โดยทั่วไปถ้าซีพียูเสียหายภายใน 1 เดือน ทางร้านจะเปลี่ยน ให้ใหม่ แต่ถ้าเสียหายหลังจากนั้นทางร้านจะส่งคืนโรงงาน รอการเคลมประกันต่อไป

25 -หน่วยความจำหรือแรม (RAM) จะแบ่งออกเป็น 2 เกรด คือ เกรดดีจะมีการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Livetime Warranty)ประเภทนี้จะมีราคาแพงกว่าแรมชนิดอื่น ซึ่ง มักจะเป็นแรมเกรดทั่วไปที่รับประกันเพียง 1 ปี แต่แรมชนิด ทั่วไปนี้จะมีราคาถูกกว่าแรมเกรดดีมาก

26 - ฟล็อปปี้ดิสก์ (Floppy Disk) ส่วนใหญ่มีการรับประกัน 1 ปี บางยี่ห้อซึ่งมีราคาถูกมากจะรับประกันเพียง 1 เดือนเท่านั้น ดังนั้นก่อนจะซื้อควรสอบถามทางผู้ขายให้แน่ใจเสียก่อน

27 - ซีดีรอม (CD-ROM) รับประกัน 1 ปี แต่ถ้าหากเสียหาย หรือ มีปัญหาก็ให้รีบส่งทางร้านภายใน 15 วัน ทางร้านจะเปลี่ยน สินค้าใหม่ ถ้าหลังจากนั้นคงต้องส่งเคลมประกันที่โรงงาน และมารับกลับเองเมื่อซ่อมเสร็จ

28 -การ์ดจอ และการ์ดเสียง (Video & Sound Card) รับประกัน 1 ปี ส่วนใหญ่อุปกรณ์ประเภทนี้มักไม่เสีย ง่าย แต่จะมีปัญหาในเรื่องของการเสียบการ์ดไม่แน่น ทำให้ ไม่มีภาพปรากฏบนหน้าจอเท่านั้น

29 -แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) รับประกัน 1 ปี ซึ่ง แหล่งจ่ายไฟบางครั้งมีผลต่อการทำงานของเครื่องเช่นกัน

30 สินค้าประเภทอื่นมักมีใบรับประกันสินค้า แต่สินค้า ประเภทคอมพิวเตอร์มักใช้สติ๊กเกอร์ รับประกัน (Warranty Sticker) เพื่อยืนยันว่าสินค้านี้ มาจากร้านของตนจริง โดยมีการกำหนดวันที่จำหน่าย และระยะเวลาในการรับประกันไว้ โดยทั่วไปสติ๊กเกอร์ รับประกันจะมี 2 รูปแบบ คือ

31 1.สติ๊กเกอร์ที่กำหนดเวลาเริ่มต้นการรับประกัน ซึ่งเป็น แบบที่นิยมกันมากกว่าเพราะง่ายต่อการบันทึกวัน เริ่มต้นรับประกันไป เนื่องจากอุปกรณ์แต่ละชิ้นมี ระยะเวลาในการรับประกันไม่เท่ากัน เช่น ซื้อสินค้า ไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2002 เป็นต้น

32 2.สติ๊กเกอร์กำหนดเวลาสิ้นสุดการรับประกัน รับเป็นรูปแบบ สติ๊กเกอร์ที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ซื้อ เนื่องจากจะ ทราบเวลาสิ้นสุดการรับประกันสินค้าได้ อย่างชัดเจนจาก การเขียนลงบนสติ๊กเกอร์นั้นแต่ทางร้านไม่นิยมใช้แบบนี้ เนื่องจากต้องระบุวันที่สิ้นสุดการรับประกันลงไป ซึ่งมี โอกาสที่จะเขียนผิดพลาดได้ง่าย วันสิ้นสุดการรับประกันใน สินค้ามักมีตัวอักษรภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่า EXPIRE อยู่ด้วย เสมอ

33 สติ๊กเกอร์แบบนี้ที่บริเวณด้านล่างมักจะมีคำ ว่า Warranty Void If Remove หมายความว่า รับประกันจะสิ้นสุดลง เมื่อมีการแกะหรือฉีกสติ๊กเกอร์ ออกจากตัวสินค้านั้น ดังนั้นเมื่อซื้อสินค้าควรจะตรวจดู สติ๊กเกอร์รับประกันด้วยว่า ยังอยู่หรือติดไว้ในตำแหน่ง ที่เหมาะสมหรือไม่

34 การเลือกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การเลือกซื้อเมนบอร์ด วิธีการเลือกเมนบอร์ดกันเลยครับ อย่างแรกลองดูเรื่องของ ทองแดงที่นำมาใช้เป็นสื่อไฟฟ้าว่ามีขนาดเหมาะสมไหม ส่วนใหญ่ ผู้ผลิตจะใช้ขนาด 1ออนซ์เป็นมาตรฐาน แต่มีผู้ผลิตเมนบอร์ดบาง รายใช้ทองแดงเพิ่มขึ้นเป็น 2 ออนซ์ ซึ่งส่งผลดีในแง่ของการ ระบายความร้อน และ สัญญาณไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพสูงด้วย ต่อมา ในส่วนของตัวชุดจ่ายกระแสไฟฟ้าก็ต้องสังเกตว่าผู้ผลิตออกแบบมา ด้วยจำนวนเฟรสกี่ตัว

35 ยิ่งมากก็ยิ่งส่งผลดีในแง่ของความเสถียรในการจ่ายไฟฟ้า อย่างต่อเนื่อง รวมถึงความร้อนที่จะเกิดขึ้นเมื่อต้องทำงาน อย่างต่อเนื่องด้วย เพราะการมีเฟรสหลายๆ ตัวทำให้เฟรส แต่ละตัวมีภาระในการจ่ายกระแสไฟฟ้าต่ำ ทำให้ไม่เกิดความ ร้อนสะสมเมื่อทำงานแบบต่อเนื่อง อีกตัวที่สำคัญเช่นกันและ มักจะเสียหายก่อนใครเพื่อนเลยก็คือตัว capacitor หรือ ชุด ประจุไฟฟ้าหน้าตาเหมือน ถังเก็บน้ำ ซึ่งตัวหุ้มของอุปกรณ์ ดังกล่าวมักจะทำจากสังกะสีทำให้เมื่อสัมผัสกับอากาศที่มี ความชื้นมักจะเกิดคราบสนิท และ ปริแตก

36 ส่งผลให้เมนบอร์ดชำรุดเสียหาย แต่ปัจจุบันผู้ผลิตเมนบอร์ดหลาย รายได้เปลี่ยนมาใช้เป็น Solid Capacitor บนเมนบอร์ดทั้งหมด เหมือนกันเพื่อขจัดปัญหาดังกล่าว ที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็น สิ่งแรกที่เราต้องศึกษาเมนบอร์ดให้ดีๆ ก่อนตัดสินใจเลือก ความสำคัญของชิ้นส่วนอื่น ที่จะมาเชื่อมต่อกับเมนบอร์ด ปัจจัยการเลือกซื้อ Mainboard (เมนบอร์ด) นั้น ส่วนใหญ่ จะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้อุปกรณ์ที่คุณต้องการนำมาใช้งานเป็น หลักโดยส่วนที่สำคัญมากในการ เลือก Mainboard (เมนบอร์ด) นั่นก็คือ ซีพียูนั่นเอง

37 ยกตัวอย่างถ้าคุณต้องการใช้งานซีพียูของทางค่าย AMD ไม่ว่าจะ เป็น Athlon XPหรือ Duron ก็ตามคุณก็ต้องเลือกซื้อ Mainboard (เมนบอร์ด) ที่รองรับการ ทำงานของซีพียูที่เป็นแบบ Socket A หลังจากนั้นก็เป็นในส่วนของหน่วยความจำว่าจะเลือกใช้แบบไหน DDR-SDRAMหรือ SDRAM ( DDR SDRAM เพื่ออนาคตที่สดใสกว่า) หรืออาจจะใช้ทั้ง DDR-SDRAM และ SDRAM ก็ได้คุณก็ต้องเลือก ซื้อ Mainboard (เมนบอร์ด) ที่สนับสนุนการทำงานกับหน่วยความ แบบดังกล่าว

38 การเลือกซื้อหน่วยความจำแรม ผู้ใช้ต้องคำนึงถึงซ็อกเก็ตใส่หน่วยความจำของบอร์ด ว่า มีอยู่เท่าใด โดยปกติบอร์ดในปัจจุบันจะมีซ็อกเก็ตใส่แรม 4 ซ็อกเก็ต โดยเวลาใส่จะต้องใส่ เป็นคู่จึงจะสามารถใช้งาน ได้ ดังนั้นหากผู้ใช้ต้องการเพิ่มหน่วยความจำจึงต้องซื้อ หน่วย ความจำที่มีขนาดความจุเท่ากัน 2 แผง ตัวอย่างเช่น หากแรมในเครื่องผู้ใช้เป็นแบบแผงละ 8 MB 2 แผงแล้ว ต้องการจะเพิ่มขึ้นไปอีก ผู้ใช้ที่มีซ็อกเก็ตแรมเพียง 4 ซ็อก เก็ตจะมีโอกาสเพิ่มได้เพียงครั้งเดียว

39 ทั้งนี้เพราะช่องแรม ที่เหลืออยู่มีเพียงคู่เดียว ปัญหาก็คือหาก ผู้ใช้ต้องการเพิ่มหน่วยความจำให้สูง ๆ เช่น ต้องการแรม มากกว่า 32 MB ก็ต้องซื้อแรมแบบ 16 MB 2 แผงซึ่งเป็น การจ่ายเงินจำนวนมาก ในครั้งเดียว แต่ถ้าผู้ใช้มีซ็อกเก็ต แรม 6 ซ็อกเก็ตก็ยังมีโอกาสที่จะเพิ่มได้อีกในภายหลังทำให้ ไม่จำเป็นต้องซื้อแรมแบบ 16 MB ในครั้งแรกนี้ก็ได้ ซึ่งก็จะ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการ เพิ่มแรมมากนัก

40 ดังนั้นหากผู้ใช้ต้องการเพิ่มแรมก็จะมีโอกาส เพียงครั้งเดียว เช่นกัน จะมีเพียงบอร์ดบางรุ่นเท่านั้นที่มีซ็อกเก็ตแร มแบบ SDRAM มากกว่า 1 ช่อง ซึ่งที่พบในปัจจุบันนั้นก็จะเป็นแบบ 2 ซ็อกเก็ตสำหรับบอร์ดเพนเทียม และสูงสุดที่พบคือ 4 ซ็อก เก็ตสำหรับเพนเทียมโปร (มีเฉพาะซ็อกเก็ตแรมแบบ SDRAM เท่านั้น) ผู้ใช้จึงควรตรวจดูในคู่มือให้แน่ชัดก่อนว่าบอร์ดรุ่น นั้น ๆ สนับสนุนการ ใส่แรมในลักษณะใด ส่วนขนาดของ แรมที่เหมาะสมในปัจจุบันนั้น ขั้นต่ำจะอยู่ที่ 32 MB จึงจะ ใช้ งานได้อย่างสะดวก แต่แนะนำว่าควรเป็น 64 MB หรือสูง กว่าเพื่อประสิทธิภาพในการ ใช้งานที่สูงขึ้น

41 การเลือกซื้อหน่วยประมวลผลกลาง 1.ควรเลือกความเร็วของซีพียูที่เหมาะสมกับงานต่างๆ ดังนี้ ลักษณะการใช้งาน ความเร็วของซีพียู พิมพ์เอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง และเล่นอินเทอร์เน็ต MHz กราฟิก ตกแต่งภาพความละเอียดสูง GHz สร้างมัลติเดีย ตัดต่อเสียง และวิดีโอ 2.0 GHz ขึ้นไป 2.ควรเลือกซีพียูที่มีการรับประกัน

42 การเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ ในส่วนของ ฮาร์ดดิสก์ ก็คงจะไม่มีอะไรให้เลือกมากนัก หากเป็นการ Upgrade เครื่องเก่า ก็ลองมองดูว่า ฮาร์ดดิสก์ ตัว เดิมของคุณยังมีขนาดเพียงพอสำหรับการใช้งานหรือไม่ สิ่งแรกที่ ผมมองว่าควรจะพิจารณา คือขนาดความจุ หากเป็นการซื้อ ฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่ เลือกขนาดที่ใหญ่ ๆ ไว้ก่อนก็ดี (ถ้าคุณมีเงินมาก พอ) เพราะว่าในอนาคต ความต้องการใช้งานฮาร์ดดิสก์จะต้องการ ขนาดความจะที่ใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ผมขอสรุปปัจจัยสำคัญที่ไม่ควร มองข้ามในการเลือก ฮาร์ดดิสก์ ดังนี้

43 -ขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์ พิจารณาและคำนวณราคาต่อ หน่วยความจำให้ดี -ความเร็วการส่งถ่ายข้อมูล จะมีแบบ UDMA-33 และ UDMA- 66/100 ก็เลือกแบบ UDMA-66/100 เพราะการส่งถ่ายข้อมูลจะทำได้ เร็วกว่า (โดยที่หลาย ๆ ท่านบอกว่า ไม่มากนัก) และหากใครคิดจะ ใช้ -ความสามารถแบบ UDMA-66/100 ให้เต็มที่ก็ต้องเลือก เมนบอร์ด ที่สามารถใช้งานฮาร์ดดิสก์แบบ UDMA-66/100 ด้วย -ขนาดของ Buffer ที่เห็นมีอยู่ในปัจจุบันก็จะ เป็น 512K,1M และ 2M ยิ่งขนาดมากก็ยิ่งดี (แต่จะแพงขึ้น)

44 -ความเร็วรอบ จะเห็นมีอยู่ 2 แบบคือ 5,400 และ 7,200 รอบต่อ นาที ถ้าความเร็วรอบสูง การเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ก็จะเร็ว กว่า แน่นอนราคาก็ย่อมแพงกว่าด้วย -ความทนทานและการรับประกัน อันนี้สำคัญมาก ขอแนะนำให้ สอบถามจากผู้ที่เคยใช้งานมานาน ๆ ครับ ฮาร์ดดิสก์บางยี่ห้อจะ ค่อนข้างบอบบางมาก ใช้งานได้ไม่นานก็เริ่มออกอาการไม่ดีแล้ว โดยส่วนใหญ่จะเป็นฮาร์ดดิสก์ที่ราคาถูก ๆ ผมไม่ขอแนะนำให้ใช้ นะครับถึงแม้ว่าจะมีการรับประกันที่นานกว่าก็ตาม เพราะว่า ข้อมูลต่าง ๆ ในฮาร์ดดิสก์มีค่ามากกว่าการเสียเวลานำฮาร์ดดิสก์ ไปเปลี่ยนหรือซ่อม

45 เสียง ก็เป็นส่วนประกอบอีกอย่างหนึ่ง แต่คงจะไม่สำคัญ มากนัก ฮาร์ดดิสก์บางรุ่นเสียงจะค่อนข้างดังมาก ก็ต้อง เลือกให้ดี

46 การเลือกซื้อจอภาพ สำหรับ จอภาพ ของคอมพิวเตอร์ ก็คงเป็นอุปกรณ์อีกชิ้น หนึ่งครับที่ไม่มีให้เลือกมากนัก ส่วนใหญ่ก็จะเลือกกันที่ขนาดของจอ เช่น 14, 15 หรือ 17 นิ้ว เป็นจอแบบธรรมดา หรือ Flat Screen ราคาก็จะถูกแพง ขึ้นอยู่กับคุณภาพของจอนั้น ๆ ครับ สิ่งที่ ผมขอแนะนำให้พิจารณาดูด้วยก็คือ การตั้งค่าความละเอียดของ การแสดงผลสูงสุดได้เท่าไร และการตั้งค่า Refresh Rate ตั้งได้ สูงสุดเท่าไร และอย่าลืมว่า จอภาพคือส่วนที่เราต้องมองอยู่เกือบ ตลอดเวลาที่เราใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์

47 การเลือกซื้อ Case สำหรับคอมพิวเตอร์ Power Supply และ Case สำหรับเมนบอร์ดก็เป็นอีกข้อ หนึ่งครับที่ไม่ควรมองข้าง โดยทั่วไปแล้วคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ๆ จะ ใช้ Case แบบ AT แต่ถ้าหากเป็นรุ่นใหม่ ๆ แล้วจะเป็นแบบ ATX นะ ครับ ข้อดีของ Case และ Power Supply แบบ ATX คือ การ ออกแบบให้มีการระบายความร้อนได้ดีกว่า และการใช้ Power Supply แบบใหม่ซึ่งจะทำให้สามารถใช้งานระบบ Power Management ต่าง ๆ ได้เช่นการตั้งเวลา เปิด-ปิด เครื่อง เป็นต้น และนอกจากนี้อย่าลืมว่า เมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ เดี๋ยวนี้ก็จะใช้ กับ Case และ Power Supply แบบ ATX เป็นส่วนใหญ่

48 สำหรับท่านที่คิดจะทำการ Upgrade เครื่องเดิมที่ เป็น Case แบบ ATแต่หาเมนบอร์ดได้ยาก ก็ลองมองดูส่วน ของ Case นี้ด้วยนะครับหากเป็นไปได้ก็อาจจะลงทุน ซื้อ Case พร้อม Power Supply แบบ ATX ใหม่ไปเลย ราคาก็คง อยู่หลักพันต้น ๆ เท่านั้นขนาดของ Power Supply รุ่นเก่า ๆ จะ เป็น 200 วัตต์ หากเป็น Power Supply รุ่นใหม่ ๆ หน่อยก็จะ เป็น วัตต์ หรือสูงกว่านี้แล้ว ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกขนาด ของ Power Supply ขนาดวัตต์สูง ๆ ไว้ก็ดี

49 การเลือกซื้อ VGA Card สำหรับคอมพิวเตอร์ สำหรับ VGA Card ปัจจุบันนี้ ก็จะแบ่ง ออกเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือการ์ดแสดงผลแบบ 2D และ แบบ 3D ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเป็นการ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ ๆ ก็ จะเป็นแบบ 3D กันหมดแล้วครับ เพียงแต่อาจจะแตกต่างกัน ทางด้านความเร็ว จำนวนของ RAM บนการ์ดและคุณภาพ ตามราคาเท่านั้น ในที่นี้ขอแบ่งวิธีการเลือกการ์ดแสดงผล ดังนี้

50 ชนิดของ Interface การ์ดจอ คือเป็นแบบ PCI หรือเป็น แบบ AGP ต้องเลือกให้ตรงกับเมนบอร์ดด้วยนะครับ (สำหรับเมนบอร์ดรุ่นเก่า ๆ จะมีแค่เพียงสล็อต แบบ PCI เท่านั้น หากเป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ ก็จะมี สล็อต AGP มาให้ด้วย) การใช้งานคอมพิวเตอร์แบบธรรมดา เช่นการพิมพ์ เอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต ก็เลือกการ์ด แสดงผลที่มี RAM ประมาณซัก 8M. ก็เพียงพอแล้วครับ เพราะราคาจะค่อนข้างถูกกว่ามาก

51 หากเน้นที่การเล่นเกมส์ ก็ต้องเลือกการ์ดแสดงผลแบบที่ เป็น 3D โดยเฉพาะ และควรจะมีจำนวนของ RAM บนการ์ด ค่อนข้างมากหน่อย เช่น 16M. หรือ 32M. หากเลือกการ์ดที่ มี RAM มาก ๆ จะทำให้เล่นเกมส์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้นครับโดยที่ราคาก็ จะแพงมากขึ้นตามไปด้วย เลือกชนิดของ Chip Set ของการ์ดจอด้วย เนื่องจากการ์ดจอแต่ ละแบบ จะมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันออกไป โดยทั่วไปแล้ว ที่นิยมเลือกใช้งานกันก็จะมี Voodoo, TNT, Savage, SiS และ อื่น ๆ ซึ่งอาจจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องนี้จาก เวปบอร์ดต่าง ๆ ประกอบด้วย

52 ความเร็วของการส่งถ่ายข้อมูล เช่นเป็น AGP 1X, 2X หรือ 4X ความสามารถในการ Over Clock ซึ่งรวมทั้งการ Over Clock CPU และการ Over Clock การ์ดจอด้วย สำหรับผู้ที่ คิดจะทำ Over Clock โดยเฉพาะ Option Video in, Video Out ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่ง ถ้าหากมี Option พวกนี้มาด้วย ราคาก็จะสูงขึ้นอีกนิด

53 สรุปในส่วนของการเลือกซื้อการ์ดแสดงผลนะ ว่าซื้อตาม จุดประสงค์ที่ต้องการใช้งาน และตามงบประมาณที่มีอยู่ แถมท้าย ให้อีกนิดนึงนะ หากใครคิดจะเล่นเกมส์แต่งบน้อย เลือก CPU ที่ ราคาถูก ๆ หน่อยเช่น Celeron แต่ไปเพิ่มงบให้กับการ์ดจอมากขึ้น ก็อาจจะได้คุณภาพโดยรวมดีกว่าการเลือก CPUราคาแพงแต่ใช้ การ์ดจอราคาถูก

54 การดูแลรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การดูแลรักษาซีพียู (CPU) 1.หมั่นตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆเช่น พัดลมระบายอากาศ เพื่อไม่ให้ ซีพียูร้อนจนเกินไป อาจจะทำให้ซีพียูหยุดทำงานและเสียได้

55 การดูแลรักษาเมนบอร์ด (Main board or Motherboard) 1.ทำความสะอาดเมนบอร์ดด้วยการดูดฝุ่นออกประมาณเดือนละ 1 ครั้ง

56 การดูแลรักษาจอภาพ (Monitor) 1.ไม่ทำความสะอาดหน้าจอด้วยน้ำยาที่ไม่ได้ไว้ใช้สำหรับจอภาพ นั้นๆ 2.อย่านำแม่เหล็กและวัตถุที่มีความชื้นเข้าใกล้จอภาพ 3.ควรปรับความสว่างของจอภาพให้เหมาะสม

57 การดูแลรักษาการ์ดแสดงผล (Display Card) 1.ตรวจสอบการหมุนของพัดลม 2.ตรวจสอบฝุ่นที่เกาะ ทำความสะอาดโดยถอดจาก เมนบอร์ด แล้วปัดด้วยแปรงเบาๆ

58 การดูแลรักษาเมาส์ (Mouse) 1.ทำความสะอาดบริเวณลูกกลิ้งของเมาส์โดยการถอด ออกมา 2.สำหรับเมาส์แสง ให้ทำความสะอาดโดยเป่าฝุ่นตรง เซ็นเซอร์แสง

59 การดูแลรักษาแป้นพิมพ์ (Keyboard) 1.ปัดฝุ่นและทำความสะอาดเป็นประจำ 2.อย่าทำน้ำหกถูกแผงแป้นพิมพ์ 3.คลุมผ้าทุกครั้งหลังการใช้งาน

60 การดูแลรักษาฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) 1.ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ในบริเวณที่สามารถระบายอากาศ ไม่ทำ ให้เครื่องร้อน 2.ตรวจสอบสถานภาพด้วยโปรแกรม Utility ต่างๆ ว่ามีส่วนใดมี ปัญหา

61 การดูแลรักษาซีดีรอมไดรฟ์ (CD-ROM/ DVD ROM Drive) 1.ไม่นำแผ่นที่เสียหรือมีรอยขีดข่วนมาใช้ เพราะอาจทำให้ หัวอ่านชำรุดได้ 2.ทำความสะอาดด้วยน้ำยาเฉพาะของซีดีรอมไดรฟ์

62 การดูแลรักษาพัดลมระบายความร้อน (Fan) 1.ติดพัดลมระบายความร้อนให้พอเพียงและเหมาะสมที่จะ ระบายความร้อน ทั้งขนาด ความเร็วรอบ และจำนวนพัดลม 2.ทำความสะอาดด้วยแปรง หรือที่เป่าฝุ่น

63 สมาชิก 1.นายธาราพงศ์ เขม้นการไถ ม.6/6 เลขที่ 1 2.นาย 3.นายอนุพัทธ์ สนิทราษฎร์ ม.6/6 เลขที่ 12 4.นางสาวนฤมล กอนอยู่ ม.6/6 เลขที่ 24 5.นางสาวอัญชิสา หนึ่งฤทัยกุล ม.6/6 เลขที่ 27


ดาวน์โหลด ppt หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การเลือกใช้คอมพิวเตอร์ให้ เหมาะสมกับงาน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google