งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

หลักสูตรอบรม การวัดประสิทธิภาพและผลิตภาพของการผลิตสินค้าเกษตร ผศ. ดร. ศุภวัจน์ รุ่งสุริยะวิบูลย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "หลักสูตรอบรม การวัดประสิทธิภาพและผลิตภาพของการผลิตสินค้าเกษตร ผศ. ดร. ศุภวัจน์ รุ่งสุริยะวิบูลย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 หลักสูตรอบรม การวัดประสิทธิภาพและผลิตภาพของการผลิตสินค้าเกษตร ผศ. ดร. ศุภวัจน์ รุ่งสุริยะวิบูลย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2 Lecture 1: ขอบเขตเนื้อหา คำนิยามการวัดสมรรถภาพ วิธีการวัดสมรรถภาพของหน่วยผลิต ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเพิ่มสมรรถภาพของหน่วยผลิต ความสำคัญของการวัดสมรรถภาพและปัจจัยต่างๆ

3 บทนำการวัดสมรรถภาพ สมรรถภาพ (performance) ของหน่วยผลิต (firms) หมายถึง การศึกษา ถึงความสามารถของหน่วยผลิตในการแปรรูปปัจจัยการผลิต (inputs) ไปเป็น ผลผลิต (outputs) ภายใต้การใช้เทคโนโลยี (technology) ต่างๆใน กระบวนการผลิต การวัดสมรรถภาพของหน่วยผลิตเป็นแนวคิดเชิงสัมพัทธ์ (relative concept) นั่นคือ วัดโดยสัมพัทธ์กับสมรรถภาพของหน่วยผลิตนั้นๆ ณ จุด เวลาที่เปรียบเทียบต่างกัน หรือสัมพัทธ์กับสมรรถภาพของหน่วยผลิตอื่นๆที่ อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน ณ จุดเวลาที่เปรียบเทียบเดียวกัน

4 ตัวอย่าง การวัดสมรรถภาพของหน่วยผลิตสินค้าเกษตร A ในปี 2546 สัมพัทธ์กับ สมรรถภาพของหน่วยผลิตสินค้าเกษตร A ในปี 2545 การวัดสมรรถภาพของหน่วยผลิตสินค้าเกษตร A ในปี 2546 สัมพัทธ์กับ สมรรถภาพของหน่วยผลิตสินค้าเกษตร B ในปี 2546

5 วิธีการวัดสมรรถภาพของหน่วยผลิต การวัดสมรรถภาพของหน่วยผลิตสามารถวัดได้โดยการคำนวณหาอัตราส่วน ของการเพิ่มผลผลิต (ratio of productivity) การเพิ่มผลผลิต (productivity) หมายถึง อัตราส่วนของปริมาณผลผลิตที่ ผลิตได้ต่อปริมาณปัจจัยการผลิตที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตของหน่วยผลิต นั้นๆ ดังนั้น การเพิ่มผลผลิต (productivity) = ปริมาณผลผลิต (outputs) ปริมาณปัจจัยการผลิต (inputs) ถ้ามีค่ามากกว่าหนึ่ง หมายถึง การเพิ่มผลผลิตเป็นไปอย่างก้าวหน้า (productivity progress) แต่ถ้ามีค่าน้อยกว่าหนึ่ง หมายถึง การเพิ่มผลผลิตเป็นไปอย่างถดถอย (productivity regress)

6 ข้อมูลทางด้านการผลิตข้าวที่ ประกอบไปด้วยผลผลิต (y) และ ปัจจัยการผลิต (x) ของผู้ผลิต 2 ราย ในปี 2549 แสดงในตาราง ดังนี้ ข้อมูลทางด้านการผลิตข้าวที่ ประกอบไปด้วยผลผลิต (y) และ ปัจจัยการผลิต (x) ของผู้ผลิตราย หนึ่ง ระหว่างปี แสดง ในตารางดังนี้ Farmyxy/x A /25 = 4 B /100 = 2 yearyxy/x /50 = /100 = 3 ตัวอย่าง

7 การเพิ่มผลผลิต (productivity) ถ้ากระบวนการผลิตประกอบไปด้วยปัจจัยการผลิตและผลผลิตจำนวนมากกว่า หนึ่งชนิด การวัดการเพิ่มผลผลิตจะมีความยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น การวัดสามารถทำได้โดยการรวมปัจจัยการผลิตหรือผลผลิตทั้งหมดให้เป็น ตัวเลขดัชนี (index number) เพียงตัวเดียว จากนั้นการเพิ่มผลผลิตสามารถคำนวณหาได้จากอัตราส่วนของดัชนี ผลผลิต (output index) ต่อดัชนีปัจจัยการผลิต (input index) การเพิ่มผลผลิตที่วัดได้นี้จะหมายถึงการเพิ่มผลผลิตของปัจจัยการผลิต รวม (total factor productivity) ซึ่งหมายถึงการเพิ่มผลผลิตของ กระบวนการผลิตที่ประกอบไปด้วยผลผลิตและปัจจัยการผลิตจำนวนมากกว่า หนึ่งชนิด

8 ข้อมูลทางด้านการผลิตข้าวที่ประกอบไปด้วยผลผลิต (y) และปัจจัยการ ผลิต (x) ของผู้ผลิต 2 ราย ในปี 2549 แสดงในตารางดังนี้ Farmyx1x1 x2x2 x3x3 xy/x A (1/3)( ) = 50100/50 = 2 B (1/3)( ) = 60180/60 = 3 ตัวอย่าง

9 ข้อมูลทางด้านการผลิตข้าวที่ประกอบไปด้วยผลผลิต (y) และปัจจัยการ ผลิต (x) ของผู้ผลิต 2 ราย ในปี 2549 แสดงในตารางดังนี้ Farmy1y1 y2y2 x1x1 x2x2 x3x3 yxy/x A (1/2)( ) = 150 (1/3)( ) = /50 = 3 B (1/2)( ) = 180 (1/3)( ) = /60 = 3 ตัวอย่าง

10 วิธีอื่นๆที่ใช้ในการวัดสมรรถภาพของหน่วยผลิต วิธีการวัดอื่นๆที่นำมาใช้เพื่อศึกษาถึงสมรรถภาพของหน่วยผลิตคือการวัด ประสิทธิภาพ (efficiency) ของหน่วยผลิต ในทางปฏิบัติ ได้มีผู้นำการวัดทั้งสองวิธีมาใช้แทนที่ซึ่งกันและกัน แต่ตาม หลักทฤษฎีเศรษฐศาสตร์นั้นการวัดทั้งสองวิธีนี้จะมีความแตกต่างกัน ประสิทธิภาพ (efficiency) ของหน่วยผลิต วัดได้จากเส้นที่ใช้เป็นตัวแทน ของเทคโนโลยีในการผลิต หรือที่เรียกว่า เส้นพรมแดนการผลิต (production frontier)

11 การวัดประสิทธิภาพเชิงเทคนิค (technical efficiency) พิจารณากระบวนการผลิตที่ประกอบด้วยปัจจัยการผลิตและผลผลิตจำนวน 1 ชนิด เส้น OF’ แสดงถึงปริมาณของผลผลิตมากที่สุดที่สามารถผลิตได้จากการใช้ปัจจัย การผลิตที่ระดับต่างๆภายใต้เทคโนโลยีที่มีอยู่ในขณะนั้น เส้น OF’ เรียกว่า เส้น พรมแดนการผลิต ผู้ผลิตจำนวน 3 ราย นั่นคือ A, B และ C มีการผลิตดังรูป ผู้ผลิต A ทำการผลิตอยู่ภายใต้เส้น OF’ ในขณะที่ผู้ผลิต A และ B ทำการผลิตอยู่ บนเส้น OF’ ผู้ผลิต B และ C มีประสิทธิภาพเชิง เทคนิค (technical efficiency) ผู้ผลิต A ไม่มีประสิทธิภาพเชิง เทคนิค (technical inefficiency) ประสิทธิภาพเชิงเทคนิคสามารถวัดได้ จากการวัดอัตราส่วนของระยะทาง OA/OB หรือ OC/OA

12 ความแตกต่างระหว่างประสิทธิภาพเชิงเทคนิคและการเพิ่มผลผลิต จากรูป หน่วยผลิต A อยู่ภายใต้เส้นพรมแดนการผลิต OF’ แสดงว่า หน่วยผลิต A ไม่มีประสิทธิภาพเชิงเทคนิค (technical inefficiency) หน่วยผลิต B และ C อยู่บนเส้นพรมแดนการผลิต OF’ แสดงว่า หน่วยผลิต B และ C มีประสิทธิภาพเชิงเทคนิค (technical efficiency) หน่วยผลิต C มีค่าการเพิ่มผลผลิตมากที่สุดและมีค่ามากกว่าหน่วยผลิต A และ B จุด C คือ จุดที่หน่วยผลิตมีขนาดที่เหมาะที่สุดเชิงเทคนิค (technically optimal scale) หรือหมายถึง จุดที่แสดงการประหยัดอันเกิดจากการขยาย ขนาดการผลิต (scale economies)

13 ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเพิ่มผลผลิต การวัดสมรรถภาพของหน่วยผลิตที่ไม่มีระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ปัจจัยที่ส่งผล ให้เกิดการเพิ่มผลผลิตจะประกอบไปด้วย ความสามารถในการเพิ่ม ประสิทธิภาพเชิงเทคนิค (technical efficiency) ของผู้ผลิต และ ความสามารถในการผลิตสินค้าเพื่อให้เกิดการประหยัดอันเนื่องมาจากการ ขยายขนาดการผลิต (scale economies) ถ้าหากกระบวนการผลิตเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งช่วงเวลา ปัจจัยอีกประการที่สามารถ ส่งผลให้เกิดการเพิ่มผลผลิตแก่ผู้ผลิต ปัจจัยดังกล่าวคือความสามารถในการ ผลิตสินค้าต่อการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องจากเทคโนโลยี (technical change) การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี (technical change) หมายถึง ความสามารถ ของหน่วยผลิตในการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อผลิตสินค้าให้ได้ปริมาณสูงขึ้น

14 การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี (technical change) การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสามารถอธิบายได้จากการเลื่อนสูงขึ้นของเส้น พรมแดนการผลิต ถ้าหน่วยผลิตทุกรายในอุตสาหกรรมสามารถผลิตสินค้าในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเมื่อ เทียบกับช่วงเวลาเดิม กระบวนการผลิตดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยผลิตมี ความก้าวหน้าเชิงเทคโนโลยี (technical progress) ในการผลิต

15 ความสำคัญของการวัดสมรรถภาพและปัจจัยต่างๆ ปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเพิ่มผลผลิตของผู้ผลิตในอุตสาหกรรมประกอบไปด้วย องค์ประกอบต่างๆที่สำคัญ อันได้แก่ 1. ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเทคนิค (technical efficiency) 2. ความสามารถในการผลิตสินค้าเพื่อให้เกิดการประหยัดอันเนื่องมาจากการ ขยายขนาดการผลิต (scale economies) 3. ความสามารถในการผลิตสินค้าต่อการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องจากเทคโนโลยี (technical change) ปัจจัยต่างๆดังกล่าวนำมาใช้เป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับรัฐบาลและผู้กำหนด นโยบายของรัฐในการออกแบบเชิงนโยบายในการส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพ และการเพิ่มผลผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ

16 ปัจจัยที่ใช้กำหนดวิธีในการวัดสมรรถภาพของหน่วยผลิต 1.ข้อจำกัดของข้อมูลที่สามารถจัดหาได้ ตัวอย่างเช่น บางวิธีต้องการข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณของปัจจัยการผลิตและ ผลผลิตที่ใช้เท่านั้น ในขณะที่บางวิธีต้องการข้อมูลทั้งทางด้านราคาและ ปริมาณของทั้งปัจจัยการผลิตและผลผลิต 2.ข้อสมมติฐานที่กำหนดเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างของ เทคโนโลยีการผลิต (production technology) เช่น รูปแบบของฟังก์ชัน Cobb Douglas, Quadratic, Tranlog 3.ข้อสมมติฐานเชิงพฤติกรรม (behavioral assumption) ทาง เศรษฐศาสตร์ของหน่วยผลิต เช่น หน่วยผลิตต้องการกำไรสูงสุด (profit maximization) หน่วยผลิต ต้องการต้นทุนต่ำสุด (cost minimization) หน่วยผลิตต้องการรายรับ สูงสุด (revenue maximization) เป็นต้น


ดาวน์โหลด ppt หลักสูตรอบรม การวัดประสิทธิภาพและผลิตภาพของการผลิตสินค้าเกษตร ผศ. ดร. ศุภวัจน์ รุ่งสุริยะวิบูลย์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google