งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

OSPF Open Shortest Path First อัพเดทเส้นทางด้วยโปรโตคอลมาตรฐาน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "OSPF Open Shortest Path First อัพเดทเส้นทางด้วยโปรโตคอลมาตรฐาน."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 OSPF Open Shortest Path First อัพเดทเส้นทางด้วยโปรโตคอลมาตรฐาน

2 11-1  กลไกการอัพเดทเส้นทาง  การหา Router ID  การอัพเดทบนการเชื่อมต่อแบบ Point-to-Point  การอัพเดทบนการเชื่อมต่อแบบ Multiaccess  การตั้งค่าแบบ Single-Area

3 11-2 ลักษณะเด่นกว่า RIP ลักษณะเด่น:  เป็นโปรโตคอลมาตรฐานของ IETF (OSPF version 2) เป็นแบบ Link State: ใช้อัลกอริทึม Dijkstra คำนวณหา SPT  ไม่มี Loop เพราะคำนวณแล้วจะได้ SPT ตัวเดียวกันทุกเราท์เตอร์  รองรับเครือข่ายขนาดใหญ่ ด้วยการยุบรวมแยกเป็นลำดับชั้น (Hierarchy)  Convergence เร็วกว่า เพราะติดต่อกับเพื่อนบ้านตลอด (10 วินาที)  ใช้แบนด์วิธเป็น Metric จึงยืดหยุ่นกว่า Hop Count  มีการ Authentication ที่เข้ารหัส MD5 ได้

4 11-3 ส่งข้อมูลสภาพลิงค์ระหว่างกัน Link State Link State = ข้อมูลสภาพลิงค์ระหว่างตนเองกับเพื่อนบ้าน = Router ID Neighbor ID Cost R1 R2 R3 R R5,R3,65 R5,R4,48 R3,R2,65 R3,R4,48 R4,R1,48 R2,R1,1 R3,R1,1 R1,R2,1 R1,R3,1 R1,R4,48 R2,R3,65 R3,R4,48 R3,R5,65 R4,R5,48 Neighbor/DB Table R1  R2 = 1 R1  R3 = 1 R1  R4 = 48 R1  R5 = R1  R3  R5 = 66 Shortage Path Tree Dijkstra Algorithm  ทุกเราท์เตอร์ ส่ง Link State Advertisment (LSA) ของตนเองไปทั่วทั้งกลุ่ม เราท์เตอร์เดียวกัน ส่วนหน้าที่การคำนวณเส้นทางจะอยู่ในเราท์เตอร์ตัวเอง

5 11-4 ส่งข้อมูลสภาพลิงค์ระหว่างกัน Link State R1 R2 R3 R R5,R3,65 R5,R4,48 R3,R2,65 R3,R4,48 R4,R1,48 R2,R1,1 R3,R1,1 R1,R2,1 R1,R3,1 R1,R4,48 R2,R3,65 R3,R4,48 R3,R5,65 R4,R5,48 Neighbor/DB Table R1  R2 = 1 R1  R3 = 1 R1  R4 = 48 R1  R5 = R1  R3  R5 = 66 Shortage Path Tree Dijkstra Algorithm  จากกลไกด้านบน สิ่งที่เราท์เตอร์ต้องทำจึงได้แก่  หา Router ID ของตนเอง  หาเราท์เตอร์เพื่อนบ้านของตนเอง  หาค่า Metric หรือ Cost ของลิงค์กับเพื่อนบ้าน  ส่งข้อมูล Link State (LSA) ไปให้เราท์เตอร์อื่นๆ ในกลุ่ม

6  เนื่องจากแต่ละเราท์เตอร์ ต้องมีชื่อ (RouterID) ของตนเอง จึงจะอ้างอิงกับ เราท์เตอร์อื่นๆ ในกลุ่มได้  เราท์เตอร์จะตั้ง Router ID ของตนเอง ตามตัวแปรเหล่านี้ ตามลำดับ:  ตามการตั้งค่าเอง เช่น Router(config-router)# router-id  ตามไอพีของอินเตอร์เฟสที่เสถียรมากสุด และ เปิดใช้งาน ณ เวลาเปิด OSPF ที่มีค่ามากที่สุด!!  ยึดตามกลุ่มอินเตอร์เฟส Loopback ก่อน (เสถียรที่สุด)  ยึดตามกลุ่มอินเตอร์เฟสปกติ 11-5 ไอดีประจำเราท์เตอร์ Router ID Router# show ip interface brief Interface IP Address OK? Method Status Protocol Ethernet YES NVRAM up up Loopback YES NVRAM up up Loopback YES NVRAM up up Serial YES NVRAM down down Serial1 unassigned YES NVRAM administratively down down

7 11-6 ลงทะเบียนเราท์เตอร์เพื่อนบ้าน Adjacency A A B B C C Hello Packet Router ID Hello and Dead intervals * Neighbor ID Router Priority DR IP Address BDR IP Address Router ID Hello and Dead intervals * Neighbor ID Router Priority DR IP Address BDR IP Address Hello Router A แลกเปลี่ยน Hello Packet เพื่อติดต่อกับเพื่อนบ้าน Neighbor Table Router A B B C C  ช่วงเวลา Hello และ Dead Interval ต้องเท่ากันทั้งตัวเอง และเพื่อนบ้าน ถึงจะติดต่อเป็นเพื่อนบ้านกันได้  โดยดีฟอลท์ Hello time = 10 sec, Dead Interval = 30 sec  สร้าง Adjacency แล้ว จึงซิงโครไนซ์ LSDB ให้ตรงกัน (Loading) “Adjacency State: Loading to Full” A A LSA - Loading : Full -

8 11-7 เมตริกซ์ของ OSPF ส่วนกลับ Bandwidth Metric (Cost) = ส่วนกลับของแบนด์วิธ = 10 8 / {Bandwidth บนอินเตอร์เฟส (หน่วย bit)} = 100 Mbps / Bandwidth (Mbps) Link TypeBandwidth (โดยดีฟอลท์) OSPF Cost Serial1,544,00065 E12,048,00048 Ethernet10,000,00010 Fast Ethernet100,000,0001 Gigabit Ethernet1,000,000,0001  สามารถตั้งค่า Cost ได้เองตามต้องการ (Manual)

9 11-8 การส่งต่อ Link State Link State Advertisment NT : R1 NT : R2 R1 R2 R3 R1 R2 R3 R4 NT : R3 R1 R2 R3 R4 NT : R4 R3 R4 R5 NT : R5 R3 R4 R R1 R2 R3 R4 R Database Table R1 R2 R3 R4 R Neighbor Table Shortage Path Tree (SPT)

10 11-9 OSPF บนเครือข่ายแบบ Point-to-Point  เป็น Network Type ดีฟอลต์ของอินเทอร์เฟซ Serial  ตัวอย่างเครือข่าย Point-to-Point ที่จะให้ OSPF ทำงาน เช่น  Leased Line ที่เชื่อมต่อด้วยโปรโตคอล HDLC หรือ PPP  Frame-Relay ที่ตั้งค่าให้ใช้ Subinterface แบบ Point-to-Point R2,R1,65 R1,R2,65  ไม่มีปัญหาการส่ง LSA ซ้ำทับกัน จึงไม่จำเป็นต้องเลือกตัวแทนเราท์เตอร์ที่ คอยรวบรวม LSA (Designate Router; DR)  ส่ง LSA แบบ Multicast

11 11-10 OSPF บนเครือข่ายแบบ Multiaccess  ตัวอย่างเครือข่าย Broadcast Multiaccess ที่จะให้ OSPF ทำงาน ได้แก่ Ethernet LAN ที่เชื่อมต่อเราท์เตอร์หลายตัวผ่าน LAN Switch  มีปัญหาการส่ง LSA ซ้ำทับกัน (เพราะต่างมีจำนวนเพื่อนบ้านเท่ากัน เห็น กันหมดผ่าน LAN)! จำเป็นต้องเลือกตัวแทนเราท์เตอร์ที่คอยรวบรวม LSA (Designate Router; DR) และ DR สำรอง (Backup DR; BDR) RX,RX,XX

12 11-11 OSPF บนเครือข่ายแบบ Multiaccess  เลือกเราท์เตอร์ที่เป็นตัวแทนรวบรวม LSA (DR) และตัวสำรอง (BDR)  เราท์เตอร์ตัวอื่นเรียกชื่อเป็น DROTHER (ลูกน้องของ DR)  DROTHER ส่ง LSA ไปรวมยัง DR และ BDR (ผ่านมัลติคาสต์ )  แล้ว DR และ BDR ส่ง LSA ที่สรุปรวมแล้ว ให้ DROTHER ทุกตัว (ผ่านมัลติ คาสต์ )  เป็น Network Type ดีฟอลต์ของอินเทอร์เฟซ Ethernet RX,RX,XX DRBDR DROTHER

13 11-12 การเลือกตัวแทนเราท์เตอร์ DR และ BDR  เลือกตามลำดับความสำคัญก่อนหลัง ดังนี้  ตามค่า Priority ที่ตั้งค่าไว้บนเราท์เตอร์ ด้วยคำสั่ง  Router(config-if)# ip ospf priority (เลข Priority)  ถ้าไม่ได้ตั้งค่า Priority บนเราท์เตอร์ตัวใด Priority ตัวนั้นจะเท่ากับ 1  ถ้าค่า Priority = 0 อินเทอร์เฟซนั้นต้องเป็น Drother เท่านั้น  ถ้า Priority เท่ากันทั้งหมด จะเลือกจาก Router ID ที่มีค่ามากที่สุด  ตัวรองลงมา จะเลือกเป็น BDR

14 11-13 การเลือกตัวแทนเราท์เตอร์ DR และ BDR OSPF Network Types: Multiaccess Broadcast Network Group1 OSPF Network Types: Multiaccess Broadcast Network Group2 R2 R6 R7 R5 SW1 SW2 DR: BDR: RID: Fa0/0 Pri: /24 R4 RID: RID: RID: R1 RID: RID: Fa0/0 Pri: /24 Fa0/0 Pri: /24 Fa0/0 Pri: /24 Fa0/1 Pri: /24 Fa0/0 Pri: /24 Fa0/0 Pri: /24 Fa0/0 Pri: /24 R3 DR: BDR: RID: DR RID RID BDR RID RID Router ID: R3(config)#interface Loopback0 R3(config-if)#ip add R3(config)#router ospf 100 R3(config-router)#router-id Interface Priority: R3(config)#interface fa0/0 R3(config-if)#ip add R3(config-if)#ip ospf priority 5

15 11-14 OSPF กับเฟรมรีเลย์แบบ NBMA  ปกติ NBMA ไม่รองรับการใช้เราท์ติ้งโปรโตคอล ซึ่งต้องใช้ มัลติคาสต์หรือบรอดคาสต์ เพราะข้อจำกัดเรื่อง Split Horizon  เนื่องจาก DR/BDR สามารถส่ง LSA ที่สรุปแล้วให้แก่ DROTHER อื่นได้ทางอินเตอร์เฟสเดียวกับที่รับมา  ดังนั้น จึง สามารถใช้ OSPF บนเครือข่ายแบบ NBMA ได้ (แต่ต้องตั้งค่าเพื่อนบ้านให้มันเอง) Frame Relay Network DR

16 11-15 สรุปเครือข่ายที่ต้องใช้ตัวแทน DR/BDR Frame Relay Network s DR BDR BMA P2P NBMA DR s0 s0.1 MP 50.1 DR NBMA Frame Relay Network 30.2 s0.2 P2P 60.1 s0.3 P2P 70.1 s0.4 P2P

17 11-16 การแยกพื้นที่สำหรับ OSPF แบบ Hierarchy  เพื่อให้คำนวณได้ในวงจำกัด และเกิดเส้นทางที่เสถียรในกลุ่มเราท์เตอร์ขนาด ใหญ่ จึงต้องแบ่งกลุ่มออกเป็นพื้นที่ (Area) โดยกลุ่มพื้นที่ย่อยจะต้อง เชื่อมต่อกับกลุ่มพื้นที่หลัก หรือ Area 0  ระหว่าง Area จะสรุปเส้นทางรวมไว้ สื่อสารระหว่างกัน

18 Router(config-router)# network (network ID) (wildcard-mask) area 0 Router(config)# router ospf ( รหัสโปรเซส ตั้งอย่าให้ซ้ำกันถ้าจะแยกโปรเซส )  ตั้งค่าเปิดใช้ OSPF เป็นเราท์ติ้งโปรโตคอลของเราท์เตอร์นี้ การตั้งค่า OSPF พื้นที่เดียว Single Area (0)  ตั้งค่าอินเตอร์เฟสที่อนุญาตการทำงาน (ทั้งการรับส่งอัพเดต และการอัพเดตเครือข่ายบนอินเตอร์เฟส) router ospf 1 network area 0 network area / /29 หรือเขียนเป็น “network area 0” ก็ได้

19 Router(config-router)# network ( ที่อยู่ไอพีบนอินเตอร์เฟสนั้น ) area 0  คำสั่ง Network (สำหรับ IGP) คือการสั่งเปิดการทำงานของเราท์ติ้งโปรโตคอลนั้นๆ บน อินเตอร์เฟสที่ “ค่าที่อยู่ไอพี” อยู่ในซับเซ็ตของกลุ่มไอพีในคำสั่งนี้ การเปิดใช้บนอินเตอร์เฟส ด้วยคำสั่ง Network  ดังนั้น ด้วยความสามารถของ Wildcard Mask ที่ระบุกลุ่มเลขไอพีที่สนใจได้ละเอียด (Arbitrary Bit) จึงสามารถใช้คำสั่ง network ไล่เปิดทีละอินเตอร์เฟสด้วยการใช้ Wildcard ดังนี้ router ospf 1 network area 0 network area / /29 อินเตอร์เฟส S2 อินเตอร์เฟส S3 แปลว่า สนใจไอพีทั้ง 32 บิต

20 Router# show ip protocol  ตรวจดูว่าเราท์เตอร์ใช้ OSPF เป็นเราท์ติ้งโปรโตคอลตามที่ตั้งค่าไว้หรือไม่ การทวนสอบการตั้งค่า Router# show ip route Codes: I - IGRP derived, R - RIP derived, O - OSPF derived, Gateway of last resort is to network O [110/5] via , 0:01:00, Ethernet2 O [110/5] via , 0:00:59, Ethernet2 O [110/5] via , 0:00:59, Ethernet2  คำสั่งแสดงเส้นทางที่เรียนรู้มาได้

21 Router# show ip ospf Routing Process "ospf 50" with ID  ตรวจสอบ Router ID และเลขโปรเซส การทวนสอบการตั้งค่า Router# show ip ospf neighbor ID Pri State Dead Time Address Interface FULL/DR 0:00: FastEthernet0/ FULL/DROTHER 0:00: FastEthernet0/ FULL/DROTHER 0:00: FastEthernet0/ FULL/DR 0:00: FastEthernet0/1  ตรวจสอบเราท์เตอร์เพื่อนบ้านที่รู้จัก  ถ้าการเชื่อมต่อเป็นแบบ Point-to-Point เราท์เตอร์แต่ละฝั่งจะ ให้เพื่อนบ้านอีกฝั่งหนึ่งเป็น DR ของตนเอง โดยไม่มี BDR  ทำให้ต่างฝ่ายต่างใช้ ในการสื่อสารระหว่างกัน

22 11-21 การแบ่งโหลด Cost เท่า Equal-Cost Load Balance  OSPF สามารถตั้งค่าให้เราท์แพ๊กเก็ตแบ่งกันระหว่างเส้นทางได้  แต่ต้องเป็นเส้นทางที่มีค่า Cost (Metric) เท่ากันเท่านั้น  บน OSPF ใช้คำสั่งตั้งค่า Cost บนแต่ละอินเตอร์เฟสเองให้เท่ากันได้! ดีฟอลต์ บน Routing Table อนุญาตให้เส้นทาง ที่ Cost เท่ากันมาแบ่งโหลดกันได้ 4 เส้นทาง แต่เราแก้ไขการตั้งค่าบนเราท์ติ้งโปรโตคอลได้:


ดาวน์โหลด ppt OSPF Open Shortest Path First อัพเดทเส้นทางด้วยโปรโตคอลมาตรฐาน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google