งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การวิเคราะห์ศักยภาพและความเสี่ยงด้านการ ผลิตและจัดการสินค้าเกษตร 1.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การวิเคราะห์ศักยภาพและความเสี่ยงด้านการ ผลิตและจัดการสินค้าเกษตร 1."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การวิเคราะห์ศักยภาพและความเสี่ยงด้านการ ผลิตและจัดการสินค้าเกษตร 1 พฤษภาคม 2550 วรภา ชัยเลิศวณิชกุล

2  ความหมายของ Facilitator  บทบาทหน้าที่ของ Facilitator  การเตรียมการล่วงหน้าก่อน การประชุม  คุณสมบัติและทักษะที่จำเป็น  ระยะต่าง ๆของการประชุม  เทคนิคการตั้งคำถาม

3 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน อำนวยความสะดวก To Facilitate  ลดความยุ่งยากหรืออุปสรรค  ทำให้ง่าย หรือ ง่ายขึ้น  ดำเนินการทำหน้าที่หรือกิจกรรมทั้ง ก่อน ระหว่างและหลังการประชุม เพื่อ ช่วยให้กลุ่มได้บรรลุเป้าหมายของตนเอง

4 คำว่า “อำนวยกลุ่ม” หรือ “To Facilitate” หมายถึง ทำให้ง่าย หรือสะดวก หน้าที่ คือ ช่วยให้กลุ่มปฏิบัติภาระหน้าที่ อย่างสะดวกสบายและง่ายขึ้น ด้วยการใช้ ภาวะผู้นำที่ไม่ครอบงำ ช่วยให้กลุ่มบรรลุ ความเข้าใจและตัดสินใจตามภารกิจที่ได้รับ บทบาทหลักคือ การช่วยเหลือ และนำทาง ไม่ใช่ควบคุม

5 ผู้อำนวยกลุ่ม (Facilitator) ผู้ที่นำกลุ่มไปสู่การหาคำตอบ สร้างวิสัยทัศน์ และพัฒนาแผน ซึ่งจะจูงใจทุกคนให้นำเป้าหมาย ที่ตกลงกันไว้ ไปสู่ความสำเร็จ ทำหน้าที่เหมือนผู้อำนวยเพลง สร้างความสอดประสานกลมกลืน และนำศักยภาพ ความสามารถ ของทุกคน ให้ทุกคนมีส่วนสร้าง ความสำเร็จ จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน ผู้อำนวยกลุ่ม (Facilitator) ผู้ที่นำกลุ่มไปสู่การหาคำตอบ สร้างวิสัยทัศน์ และพัฒนาแผน ซึ่งจะจูงใจทุกคนให้นำเป้าหมาย ที่ตกลงกันไว้ ไปสู่ความสำเร็จ ทำหน้าที่เหมือนผู้อำนวยเพลง สร้างความสอดประสานกลมกลืน และนำศักยภาพ ความสามารถ ของทุกคน ให้ทุกคนมีส่วนสร้าง ความสำเร็จ จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน

6 ผู้อำนวยกลุ่ม (Facilitator) ผู้ที่นำกลุ่มไปสู่การหาคำตอบ สร้างวิสัยทัศน์ และพัฒนาแผน ซึ่งจะจูงใจทุกคนให้นำเป้าหมาย ที่ตกลงกันไว้ ไปสู่ความสำเร็จ ทำหน้าที่เหมือนผู้อำนวยเพลง สร้างความสอดประสานกลมกลืน และนำศักยภาพ ความสามารถ ของทุกคน ให้ทุกคนมีส่วนสร้าง ความสำเร็จ จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน บทบาทหลักของผู้อำนวยกลุ่ม ช่วยให้กลุ่มได้มีการสนทนาที่สร้างสรรค์ และมักจะต้องช่วยให้กลุ่ม กำหนดวาระ/ ประเด็น และบริหารกระบวนการอภิปราย

7 การอำนวยกลุ่มเป็นเรื่องของกระบวนการ – ทำอย่างไร – มากกว่า เนื้อหา หรือทำอะไร ง่ายขึ้น หรือสะดวกขึ้น ผู้นำทางด้านกระบวนการ เป็นคนที่ทำให้ กระบวนการง่ายขึ้น หรือสะดวก คล่องตัวขึ้น การอำนวยกลุ่มทำให้ไปสู่จุดหมายปลายทางที่ ตกลงกันไว้ได้อย่างง่ายขึ้นหรือสะดวกขึ้น

8 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน  โฆษกของกลุ่ม  ครูผู้บรรยาย  กรรมการผู้ตัดสิน  ผู้สังเกตการณ์  ผู้นำหรือเจ้านาย  ผู้เชี่ยวชาญในเนื้อหา

9 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน เกริ่นนำ กำกับทิศทางการทำงานของกลุ่ม ดูแลกระบวนการกลุ่ม ประเมินผล และกำกับ กระบวนการประชุม

10 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน 1.รู้กลุ่มเป้าหมาย มาจากที่ใด ทำงานอะไร ลักษณะการ รวมกลุ่มเป็นอย่างไร จากหน่วยเดียวกัน จากผู้ที่ปฏิบัติงานหน้าที่เดียวกัน จากประเภทของกิจกรรมที่กลุ่มต้อง ดำเนินการ จากผู้มีความสนใจร่วมกันในเรื่องนั้น ๆ

11 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน 2. รู้ว่าผู้เข้าร่วมประชุมต้องการอะไร ความประสงค์ ความตั้งใจ ความคาดหวัง 3. รู้ว่าผู้เข้าร่วมประชุมรู้อะไรมาแล้วบ้าง ความรู้เกี่ยวกับประเด็นปัญหา ความรู้ พื้นฐานในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ความรู้ เชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

12 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน 4. รู้ว่าอาจมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในเรื่องใดได้บ้าง ความขัดแย้งระหว่างบุคคล ความขัดแย้งอัน เกิดจากเนื้อหาของเรื่องที่กำลังประชุม ความ ขัดแย้งที่เกิดจากภาวะตึงเครียด 5. รู้ว่าจะเกิดผลอะไรเมื่อการประชุมเสร็จสิ้นแล้ว การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์กร พลัง และการมีส่วนร่วมในการดำเนินการแก้ปัญหา กลุ่มมีสมรรถนะในการตัดสินใจที่จำเป็นในการ ดำเนินการเพียงใด

13 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน ระยะต่าง ๆ ของการดำเนินการประชุม 1. เกริ่นนำ 2. ดำเนินการประชุมอภิปราย 3. ประเมินผล

14 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน ระยะที่ 1 : เกริ่นนำ นำเสนอ อธิบายให้เห็นภาพและเข้าใจตรงกันว่า ] เราจะประชุมกันในเรื่องอะไร ] วัตถุประสงค์ของการประชุมเพื่ออะไร ] เราจะมีขั้นตอน รูปแบบ วิธีการอย่างไร ] บทบาทของทั้ง 2 ฝ่ายคืออะไร ] ผลผลิต ผลลัพธ์อะไรบ้างที่ควรได้จากการประชุม

15 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน ระยะที่ 2 : การดำเนินการประชุม Facilitator จะนำทาง กำกับ หรือสอดแทรก โดย Pกำหนดโครงสร้างและกระบวนการ การประชุม P สร้างความมั่นใจว่า วิธีการต่าง ๆ ที่กำหนด และตกลงกันไว้ได้ถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน Pสร้างความมั่นใจว่าการประชุมจะได้ผลตามที่ ต้องการและทุกคนในกลุ่มเห็นภาพผลสรุปที่ได้ Pดูแลกระบวนการกลุ่มและบรรยากาศในกลุ่ม

16 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน ระยะที่ 3 : การประเมินผล m สรุปให้กลุ่มเห็นภาพรวมของผลที่ได้ จากการประชุม m จัดโครงสร้าง แปลผลหรือทำความเข้าใจ พร้อมวิเคราะห์ผลที่ได้ m ดึงผลสรุปต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่ขั้นตอนต่อไป m เชื่อมโยงไปสู่ขั้นตอนที่ผู้เข้าร่วมประชุมต้อง นำไปดำเนินการต่อไป

17 ผู้อำนวยกลุ่ม (Facilitator) ผู้ที่นำกลุ่มไปสู่การหาคำตอบ สร้างวิสัยทัศน์ และพัฒนาแผน ซึ่งจะจูงใจทุกคนให้นำเป้าหมาย ที่ตกลงกันไว้ ไปสู่ความสำเร็จ ทำหน้าที่เหมือนผู้อำนวยเพลง สร้างความสอดประสานกลมกลืน และนำศักยภาพ ความสามารถ ของทุกคน ให้ทุกคนมีส่วนสร้าง ความสำเร็จ จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน การ อำนวยกลุ่ม ออกแบบ บริหาร กระบวนการ ที่เป็นกลาง เน้นทำอย่างไร มากกว่าทำอะไร ใช้พลังศักยภาพ จากสมาชิกกลุ่ม สื่อสาร สร้างความ เข้าใจ นำอย่างไม่ ครอบงำ ให้ทุกคนมีส่วนนำ ความสำเร็จสู่เป้าหมาย ที่ตกลงร่วมกัน อำนวยความสะดวก ทำให้ง่ายขึ้น

18 ผู้อำนวยกลุ่ม (Facilitator) ผู้ที่นำกลุ่มไปสู่การหาคำตอบ สร้างวิสัยทัศน์ และพัฒนาแผน ซึ่งจะจูงใจทุกคนให้นำเป้าหมาย ที่ตกลงกันไว้ ไปสู่ความสำเร็จ ทำหน้าที่เหมือนผู้อำนวยเพลง สร้างความสอดประสานกลมกลืน และนำศักยภาพ ความสามารถ ของทุกคน ให้ทุกคนมีส่วนสร้าง ความสำเร็จ จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน เป็นกลาง เป็นกรรมการ เป็นผู้นำ กำหนดจุดเน้น กระตุ้น สนับสนุน มีส่วนร่วม สร้างทีม เปิดช่องทางการสื่อสาร อย่างทั่วถึง จับและสรุป ประเด็นอย่าง ครบถ้วน สมบูรณ์ กำหนด ระเบียบกฎกติกา ปกป้องสมาชิก ดำเนินการกับปัญหา ยึด หลักการ ความเป็นจริง ไม่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ใช้ความรู้สึกส่วนตัว กระตุ้นการให้ข้อมูลย้อนกลับ

19 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน ทักษะที่จำเป็นของ (Facilitator)  กระตุ้นความคิด  การสร้างบรรยากาศ  การนำการอภิปราย  การใช้คำถาม  สรุปความคิด  สังเกต อ่านพฤติกรรมของผู้ร่วมประชุม  ให้ข้อมูลย้อนกลับ  การฟัง  การจับประเด็น  การประนีประนอมแก้ไขข้อขัดแย้ง  การใช้ Card Method  ควบคุมการประชุมให้ดำเนินไปตามขั้นตอน

20 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน Visualization หลักการ  ต้องเห็นได้ชัดเจน การเสนอด้วยสื่อที่รับรู้ด้วยการมองเห็นเพื่อให้ เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและการต่อเนื่องความคิด  ใช้ระยะห่างช่วยในการจัดกลุ่ม  ใช้สี รูปร่างหรือขนาดช่วย  วางแผนการใช้ให้เห็นภาพรวม แยกความแตกต่าง

21 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน CARD TECHNIQUE เพื่อสำรวจ/รวบรวมความเห็นจากผู้เข้าร่วมประชุม ขั้นตอน 1. อธิบายกติกาของเทคนิค 2. เสนอคำถาม 3. ให้เขียนคำตอบลงในการ์ด 4. นำการ์ดไปติดบอร์ด 5. จัดกลุ่มโครงสร้างคำตอบ 6. ขยายความ อภิปรายเพิ่มเติม 7. สรุป 8. เชื่อมโยงคำตอบไปสู่ประเด็นต่อไป

22 จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน วัตถุประสงค์ : เพื่อสำรวจความรู้ ความคิดเห็น ความรู้สึก ฯลฯ ของผู้เข้าประชุม ขั้นตอน 1.โยนคำถามที่ชัดเจนและเตรียมไว้อย่างดีแล้วไปยังกลุ่มผู้เข้า ประชุม 2. ฟังคำตอบ (duplication, understanding and acknowledge) 3. เขียนย่อคำตอบของผู้เข้าประชุมลงใน white board หรือ แผ่นใส 4. ตั้งคำถามตรงไปยังผู้เข้าประชุมคนต่อไป 5. เมื่อทุกคนตอบคำถามแล้ว สรุปภาพรวมจัดโครงสร้างคำตอบ สรุปคำตอบ

23 ตอบว่า”ใช่” หรือ”ไม่ใช่” -อธิบายให้รายละเอียด -วิทยานิพนธ์ระดับ ปริญญาเอก คำถามเปิด คำถามปิด -ถามตรง เข้าประเด็น -จำกัดคำตอบ -ผู้ถามจะควบคุมด้วย การจำกัดตัวเลือก -ผู้ถามควบคุม สถานการณ์การเรียนรู้ -กระตุ้นให้มีการอภิปราย และมีความคิดกว้างขวาง -ผู้ตอบได้เลือกและมี แนวคิดของตัวเอง -กระตุ้นให้ผู้ตอบได้สำรวจ แนวคิดต่าง ๆ -คำตอบหลากหลาย

24 คำถามเปิด -กระตุ้นให้มีการอภิปรายและมีความคิด กว้างขวาง มีแนวคิดของตัวเอง -กระตุ้นให้ผู้ตอบได้สำรวจแนวคิดต่าง ๆ รวมทั้งมีคำตอบที่หลากหลาย เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร? คุณสมบัติของผู้นำที่ดีมีอะไรบ้าง? ตัวอย่าง

25 คำถามปิด -คำถามตรง และเข้าประเด็น -จำกัดคำตอบ ผู้ถามจะควบคุม ด้วยการจำกัดตัวเลือก คุณตื่นกี่โมง? คุณคิดว่าเราควรเปิดสถาบันพรุ่งนี้ไหม? ตัวอย่าง

26 คำถาม 6 ประเภท ถามความรู้ ถามให้วิเคราะห์ ถามเพื่อให้นำไปปฏิบัติ ถามความเข้าใจถามให้ประเมิน ถามให้สังเคราะห์ ใคร อะไร เมื่อไร ที่ไหน/ขอให้อธิบาย ให้แบ่ง ให้หา โครงสร้าง ระบุสิ่ง จูงใจ แยกส่วนย่อย อธิบาย ตีความ จัด ระบบ เลือกข้อมูล จัด กลุ่มความคิด เล่าต่อ ให้ตัดสินใจโดย คำนึงถึงคุณค่า ให้แก้ปัญหา นำข้อมูล ไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ ใช้ข้อมูล กฎ หลักการ -สร้างผลผลิตใหม่ -สร้างความคิดใหม่ เป็นของตัวเอง -รวม ผสมความคิด เพื่อให้เกิดความ คิดรวบยอดใหม่

27 ขอให้ท่านพิจารณาว่าคำถามต่อไปนี้เป็น คำถามประเภทใด 1.เราเริ่มปฏิรูประบบราชการครั้งแรกสมัยใด 2.เมื่อตอนปฏิรูประบบราชการครั้งหลังสุด มี การเปลี่ยนแปลงเรื่องโครงสร้างหน่วยราชการ อย่างไรบ้าง

28 3.ท่านเข้าใจว่าการบริการประชาชนที่มีคุณภาพมี ลักษณะอย่างไรบ้าง 4.เราจะนำอริยสัจ 4 และหลัก Re-engineering มา สร้างเป็นแนวคิดในการแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่นี้ ได้อย่างไร 5.เราจะนำBalance Scorecard มาประยุกต์ใช้กับ งานของกรมได้ไหนส่วนไหนบ้างและอย่างไร

29 6.จะจัดทำแผนภูมิทางเดินของงานในสำนักงาน ของท่านในลักษณะ Mindmap ได้อย่างไร 7.จะกำหนดตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานด้านการ พัฒนาทรัพยากรบุคคลของกรมอย่างไร 8.ถ้าเรารวมฝ่ายวิจัยกับฝ่ายพัฒนาบุคคลเข้า ด้วยกัน จะเป็นอย่างไร

30 แยกประเด็นคำถามตามความซับซ้อนของคำตอบ 1.คำถามเชิงโวหาร (Rhetorical Questions) ไม่ต้องการคำตอบ เป็นการอธิบายโดยใช้คำถามเกริ่น นำของผู้พูด 2.คำถามเพื่อหาข้อมูล (Information Questions) ใช้เมื่อต้องการข้อมูลเฉพาะเจาะจง ไม่ต้องมีการ วิเคราะห์ หรือมีความเห็น “เราทุกคนทราบดีว่าหัวหน้างานต้องเป็นตัวอย่างที่ดีใช่ไหม?” “องค์การเรียนรู้หมายถึงอะไร?”

31 3.คำถามนำ (Leading Questions) เมื่อต้องการข้อมูลเฉพาะ มีการบอกใบ้คำตอบใน คำถาม นำทางให้เกิดแนวคิด 4.คำถามเจาะลึก (Probing Questions) ช่วยให้มีการประยุกต์ใช้หลักการและแนวคิด ช่วยให้ได้พัฒนาและประเมินความคิด “การปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความนับถือและยอมรับ จะช่วยให้ท่านได้รับการยอมรับมากขึ้นหรือไม่? อย่างไร?” “ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?”

32 ตัวอย่างคำถามเจาะลึก (Probing Questions) คำถามเจาะลึก 1 คำถามเจาะลึก 2 คำถาม 1 ทำไมกรมไม่ทำงานให้ดีกว่านี้? “อยากให้อธิบายว่างานไหนที่ยังไม่ได้มาตรฐาน หรือการบริการไหนที่ยังไม่ดี” “ช่วยกรุณาระบุมาตรฐาน หรือเกณฑ์วัดที่จะใช้ ประเมินว่า กรมทำงานดีหรือน่าพอใจ” “ถ้าจะประเมินงานของกรม จะประเมินจาก อะไรได้บ้าง?”

33 เมื่อถูกถามคำถาม 1.ทวนคำถาม 2. ถามย้อนกลับให้คิด 3.ถามเจาะลึกเพื่อหาข้อมูลให้ชัดเจน 4.กระตุ้นให้กลุ่มอภิปราย 5.ตอบคำถามโดยตรง 6.ยังไม่ตอบถ้าจะทำให้เบี่ยงเบนจากประเด็นหลัก 7.ไม่ให้ความสำคัญกับคำถามที่ไม่เหมาะสม 8. ยอมรับว่าไม่รู้ (แต่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมให้) (ท้าทาย ถามให้จนมุม ออกนอกประเด็น ฯลฯ)

34 ตัวอย่างการถามย้อนกลับให้คิด คำถามที่ 1 “ก็รู้ว่าการใช้วิธีการ E-Auction ยังแก้ปัญหาทุจริตการประมูล ไม่ได้ แล้วทำไมรัฐบาลไม่แก้ไข หรือหาวิธีใหม่ล่ะครับ” F. สรุปคำถามอีกครั้งแล้วถามย้อนกลับให้คิด “คุณสมชายถามว่าใช้ E-Auctionก็ยัง แก้ปัญหาทุจริตการประมูลไม่ได้ แล้วทำไม รัฐบาลไม่แก้ไขหรือหาวิธีใหม่ อยากให้ พวกเราพิจารณาว่า มีเหตุผลอะไรที่ไม่ทำ อย่างนั้น”

35 ถ้าเจอคนที่..... ท่านจะทำอย่างไร? 1.อยากให้เห็นว่าตัวเองสำคัญ คิดว่ารู้เรื่องนั้นดี ใช้คำถาม เพื่อแสดงว่าตัวเองรู้ 2.พูดอยู่คนเดียว ถามอยู่คน เดียว ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่น เดียว ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่น ได้มีส่วนร่วม ได้มีส่วนร่วม 3.ออกนอกลู่นอกทางถาม ยืดยาว หรือพูดยืดยาวหลาย ยืดยาว หรือพูดยืดยาวหลาย ประเด็น ออกนอกเรื่อง ประเด็น ออกนอกเรื่อง

36 ถ้าเจอคนที่..... ท่านจะทำอย่างไร? 4.ก้าวร้าว ระดมคำถามเพื่อ ต้อนให้จนมุม “ศักดิ์ศรี ต้อนให้จนมุม “ศักดิ์ศรี ของข้าราชการตกต่ำ ของข้าราชการตกต่ำ อย่างนี้ จะให้เป็นผู้นำการ อย่างนี้ จะให้เป็นผู้นำการ เปลี่ยนแปลงอีก จะให้มี เปลี่ยนแปลงอีก จะให้มี กำลังใจทำงานกันได้ กำลังใจทำงานกันได้ อย่างไร? อย่างไร? 5.คนเงียบ ขี้อาย ไม่ออก ความเห็น ไม่มีคำถาม ความเห็น ไม่มีคำถาม

37 ก า ร สื่ อ ค ว า ม ห ม า ย เวลาพูดคนฟังจะมองด้านนี้ด้วย การเปิดเผยตนเอง ผู้สื่อสารเสนอ (PRESENT) ตนเอง ในขณะส่งสารอย่างไร มีส่วนที่เป็นจิตใต้สำนึก สิ่งที่ผู้ส่งสารเปิดเผย เกี่ยวกับตนเอง ข่าวสารที่ส่งประกอบ ด้วยข้อเท็จจริงอะไรบ้าง วิธีการนำเสนอข่าวสาร ด้านที่เป็นข้อเท็จจริง ข่าวสาร ด้านที่แสดง ความสัมพันธ์ สารที่ส่งบอกอะไรบ้าง เกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ส่ง และผู้รับ ผู้ส่งสารปฏิบัติต่อ ผู้รับสารอย่างไร การพูดทวนซ้ำจากสิ่งที่ได้ยิน โดยรับและเก็บข้อมูลไว้ ครบถ้วนทุกกระบวนความ ความเข้าใจ การแปลความหมายของ ถ้อยคำได้อย่างถูกต้อง การยอมรับ การแสดงให้ผู้ส่งสารว่าสารที่ส่ง มานั้นเป็นที่เข้าใจของผู้รับ การร้องขอ (Appeal) ผู้ส่งสารต้องการบรรลุ วัตถุประสงค์อะไร ผู้รับควรทำ คิด หรือ รู้สึกอย่างไร ผู้ส่งสาร ผู้รับสาร


ดาวน์โหลด ppt จะต้องเป็นผู้สื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงาน การสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง การวิเคราะห์ศักยภาพและความเสี่ยงด้านการ ผลิตและจัดการสินค้าเกษตร 1.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google