งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

9-1 บทที่ 9 เซต (Set) เซต หมายถึงกลุ่ม ฝูง พวก ชุด ของ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เพศ ประกอบด้วย หญิง และ ชาย รายการที่อยู่ในเซต เรียกว่าสมาชิก เซตย่อย (Subset)

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "9-1 บทที่ 9 เซต (Set) เซต หมายถึงกลุ่ม ฝูง พวก ชุด ของ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เพศ ประกอบด้วย หญิง และ ชาย รายการที่อยู่ในเซต เรียกว่าสมาชิก เซตย่อย (Subset)"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 9-1 บทที่ 9 เซต (Set) เซต หมายถึงกลุ่ม ฝูง พวก ชุด ของ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เพศ ประกอบด้วย หญิง และ ชาย รายการที่อยู่ในเซต เรียกว่าสมาชิก เซตย่อย (Subset) คือ เซตย่อยที่อยู่ ภายในเซตนั้น เช่น ทารกเพศชาย หรือ ทารกเพศหญิง เป็น เซตย่อยของเพศ

2 9-2 เซต (Set) ปาสคาล สามารถประมวลผลเรื่องเซต ได้ เช่น if ((age >= 15) and (age <= 25)) or ((age>=60) and (age <=70)) then…. สามารถเขียนให้สั้นง่ายได้ดังนี้ if age in [12..25],[60..70] then…..

3 9-3 สมาชิกเซต สมาชิกของเซต จะเขียนอยู่ใน เครื่องหมาย [ ] –[] หมายถึงไม่มีสมาชิก –[1,2,10] หมายถึงมีสมาชิก 1, 2 และ 10 –[1..10] หมายถึงมีสมาชิก 1 ถึง 10 –[‘a’..’z’] หมายถึงมีสมาชิก a,b,c จนถึง z –[1..10,30..50] หมายถึงมีสมาชิกเป็น integer 1 ถึง 10 และ 30 ถึง 50

4 9-4 สมาชิกเซต –[mon,tue,wed,thu,fri] หมายถึงมี สมาชิกเป็นวันตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ อาจ เขียน [mon..fri] – ลำดับที่ และ จำนวนครั้งของสมาชิก ไม่มีความแตกต่าง เช่น [1,2,3] หรือ [2,1,2,3] มีความหมายเหมือนกัน – ในหนึ่งเซตมีจำนวนสมาชิกไม่เกิน 256 รายการ

5 9-5 วิธีกำหนดข้อมูลให้กับเซต การกำหนดใช้คำสั่ง Set of มี รูปแบบดังนี้ TYPE ชื่อเซต = SET OF base type base type หมายถึงข้อมูลที่มีลำดับ

6 9-6 วิธีกำหนดข้อมูลให้กับเซต Type dayofmonth = set of 1..31; Capletter = set of ‘A’..’Z’; primarycolor = set of (red,bule,green ); day=(mon,tue,wed,t hu,fri,sat,sun); week = set of day; ความหมาย 1 เดือนมีวัน 1 ถึง 30 วัน เซตตัวอักษรมี A ถึง Z เซตแม่สีมี สีแดง เขียว น้ำเงิน กำหนดเซตค่าจาก Enumerate

7 9-7 การประกาศเซต การประกาศเซต อาจกำหนดแบบ ค่าคงที่ภายใต้ CONST หรือ ตัว แปรภายใต้ TYPE เช่น Type digits = set of 0..9; var num : digit ; หรือ CONST odddigits := digits= [1,3,5,7,9]; evenditits:= digits= [2,4,6,8];

8 9-8 เซตแบบ Constant การกำหนดสระ TYPE LETTER = SET OF ‘A’..’Z’; CONST VOWEL : LETTER = [‘A’,’E’,’I’,’O’,’U’]; การกำหนดเลข ฐาน 16 CONST HEX : SET OF ‘0’..’Z’ =[‘0’..’9’,’A’..’F’,’a ’..’f’];

9 9-9 เซตแบบ Variable TYPE LETTER = SET OF ‘A’..’Z’; VAR VOWEL,CONSONANTS : LETTER; BEGIN VOWEL := [‘A’,’E’,’I’,’O’,’U’]; CONSONANTS := LETTER - VOWEL;

10 9-10 TYPE day=(mon,tue,wed,thu,fri,sat,sun); VAR WORKDAY,WEEKEND: DAY; BEGIN WEEKEND := [SUN,SAT]; WORKDAY := DAY - WEEKEND ;

11 9-11 โอเปอเรชันของเซต Union Intersection Difference

12 9-12 Difference Union เป็นการรวม 2 เซต (+) เข้า ด้วยกันโดยเซตใหม่ มีจำนวน สมาชิกของทั้ง 2 เซต เช่น set [‘a’,’b’] + set [‘c’,’g’,’m’] จะ ได้ [‘a’,’b’,‘c’,’g’,’m’]

13 9-13 Difference Difference เป็นการหาผลต่าง (-) ระหว่างเซต 2 เซต โดยผลลัพธ์จะ เป็นสมาชิกของเซตด้านซ้าย ที่ไม่อยู่ ในเซตด้านขวามือ เช่น [‘b’…’j’] - [‘e’,’g’..’y’] จะได้ [‘b’..’d’,’f’]

14 9-14 Intersection Intersection เป็นการสร้างเซตใหม่ที่ รวม ( *) เอาสมาชิกที่เหมือนกันทั้ง 2 เซตเข้าด้วยกัน เช่น [2..7,10,12] * [1..5,11..6] จะได้ [2..5,12]

15 9-15 Relation Relation ความสัมพันธ์อันเกิดจาก การเปรียบเทียบของเซต มีคำตอบ เป็น จริงกับเท็จ มี 5 แบบคือ – เซตเท่ากัน (Equality) – เซตไม่เท่ากัน (Inequality) – ซับเซต (Subset) – ซูเปอร์เซต (Superset) – เป็นสมาชิกของเซต (Set member)

16 9-16 เซตเท่ากัน (Equality) เซตเท่ากัน (Equality) ใช้ เครื่องหมายเท่ากับ = เช่น [1,4] = [1,4] ผลลัพธ์เป็น true [1,4] = [2,4] ผลลัพธ์เป็น false [4,1] = [1,4] ผลลัพธ์เป็น true [] = [0] ผลลัพธ์เป็น false

17 9-17 เซตไม่เท่ากัน (Inequality) เซตไม่เท่ากัน (Inequality) ใช้ เครื่องหมาย <> ถ้าเซตซ้ายมีสมาชิก ไม่เหมือน เซตขวามือ ผลลัพธ์เป็น จริง [1,4] <> [1,4] ผลลัพธ์เป็น false [1,4] <> [2,4] ผลลัพธ์เป็น ture [4,1] <> [1,4] ผลลัพธ์เป็น false [] <> [0] ผลลัพธ์เป็น ture

18 9-18 ซับเซต (Subset) ซับเซต (Subset) ใช้เครื่องหมาย <= ถ้าสมาชิกทุกตัวของเซตซ้ายมือ เป็น สมาชิกใน เซตขวามือ ผลลัพธ์เป็น จริง [1,3] <= [1,3] ผลลัพธ์เป็น true [1,3] <= [1..5] ผลลัพธ์เป็น true [‘a’,’p’] <= [‘a’,’q’..’z’] ผลลัพธ์ เป็น false [1,2,3,4] <= [1,4] ผลลัพธ์เป็น false

19 9-19 ซูเปอร์เซต (Superset) ซูเปอร์เซต (Superset) ใช้เครื่องหมาย >= ถ้าสมาชิกทุกตัวของเซตขวามือเป็น สมาชิกในเซตซ้ายมือ ผลลัพธ์เป็นจริง [1,3] >= [1,3] ผลลัพธ์เป็น true [1,3] >= [1..5] ผลลัพธ์เป็น false [‘a’,’p’] >= [‘a’,’q’..’z’] ผลลัพธ์ เป็น false [1,2,3,4] >= [1,4] ผลลัพธ์เป็น ture

20 9-20 เป็นสมาชิกของเซต (Set member) เป็นสมาชิกของเซต (Set member) ใช้เครื่องหมาย IN ค่าทางซ้ายของ IN เป็นสมาชิกของ เซตขาวมือ ผลลัพธ์เป็นจริง A IN [‘A’..’Z’] ผลลัพธ์เป็น true Z IN [‘A’..’N’] ผลลัพธ์เป็น false 5 IN [15..30] ผลลัพธ์ เป็น false 10 IN [1..17] ผลลัพธ์เป็น true

21 9-21 การใช้เซตในโปรแกรม โปรแกรม 1. ( a=w) and (b=w) and (c=w) 2. ( a=w) or (b=w) or (c=w) 3. if ((age >= 15) and (age =60) and (age <=70)) then…. การใช้เซต [a,b,c] = [w] w in [a,b,c] if age in [12..25],[ ] then…..

22 9-22 การใช้เซตในโปรแกรม Read (choice); CASE choice OF ‘1’ : add; ‘2’ : delete; ‘3’ : update; ‘4’: exit; end; Read (choice); if choice in [1,2,3,4] then CASE choice OF ‘1’ : add; ‘2’ : delete; ‘3’ : update; ‘4’: exit; end;

23 9-23 การรับและแสดงค่าในเซต ไม่สามารถใช้คำสั่ง Read หรือ Write ได้โดยตรง เช่น var letter : set of ‘a’..’z’; write(letter); read(letter); ไม่ได้ ต้องอาศัยคำสั่ง IF หรือ Case

24 9-24 การรับและแสดงค่าตัวเลขในเซต โปรแกรมทำการเก็บเลขคู่ และ เลขคี่ เข้าไว้ในเซต พร้อมทำการพิมพ์ค่า program setget1; uses wincrt; const max = 30; type numset = set of 1..max; var odd,even: numset; i : integer;

25 9-25 การรับและแสดงค่าตัวเลขในเซต begin odd := []; even := []; for i:= 1 to max do begin if i mod 2 > 0 then even := even + [i] {letter := [1..max] - odd;} else odd := odd + [i] end;

26 9-26 การรับและแสดงค่าตัวเลขในเซต writeln('***** ODD number ********'); for i:= 1 to max do if i in odd then write(i,' '); writeln; writeln('**** *****even number ********'); for i:= 1 to max do if i in even then write(i,' '); end.

27 9-27 การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต โปรแกรมทำ การเก็บสระ และ พยานชนะเข้า ไว้ในเซต พร้อม ทำการพิมพ์ค่า program setget2; uses wincrt; type letterset = set of 'a'..'z'; var letter, vowels:letters et; i : char; begin vowels := []; for i:= 'a' to 'z' do

28 9-28 การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต begin if i= 'a' then vowels := vowels +[i]; if i= 'e' then vowels := vowels +[i]; if i= 'i' then vowels := vowels +[i]; if i= 'o' then vowels := vowels +[i]; if i= 'u' then vowels := vowels +[i]; end; for i:= 'a' to 'z' do if i in vowels then write(i,' '); writeln; letter := ['a'..'z'] - vowels; for i:= 'a' to 'z' do if i in letter then write(i,' '); end.

29 9-29 การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต for i:= 'a' to 'z' do if i in vowels then write(i,' '); writeln; letter := ['a'..'z'] - vowels; for i:= 'a' to 'z' do if i in letter then write(i,' '); end.

30 9-30 การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต โปรแกรมนับจำนวนตัวอักษรที่รับจาก แป้นพิมพ์ และแยกว่าเป็นสระ พยาน ชนะ และ อักขระอื่นๆ พิมพ์จำนวนที่ นับได้

31 9-31 การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต program sets3; uses wincrt; type letterset = set of 'A'..'Z'; var vowels,letter,l: letterset; count_v,count_letter,count_wron g : integer; ch,i:char;

32 9-32 การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต begin count_v := 0; count_letter:= 0; count_wrong := 0; vowels := ['A','E','I','O','U']; letter := ['A'..'Z'] - vowels;

33 9-33 write('Enter one letter(* for end):'); ch := readkey; ch := upcase(ch); while ch <> '*' do begin if ch in vowels then count_v := count_v +1; การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต

34 9-34 else if ch in letter then count_letter := count_letter +1 else count_wrong := count_wrong +1; การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต

35 9-35 writeln; write('Enter one letter(* for end):'); ch := readkey; ch := upcase(ch); end; การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต

36 9-36 การรับและแสดงค่าตัวอักษรใน เซต writeln; writeln('Total vowels is ',count_v); writeln('Total letter is ',count_letter); writeln('Total non letter/vowels is ',count_wrong); end.


ดาวน์โหลด ppt 9-1 บทที่ 9 เซต (Set) เซต หมายถึงกลุ่ม ฝูง พวก ชุด ของ สิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น เพศ ประกอบด้วย หญิง และ ชาย รายการที่อยู่ในเซต เรียกว่าสมาชิก เซตย่อย (Subset)

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google