งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

อาณาจักรสัตว์ Kingdom Animalia. ลักษณะสำคัญของสัตว์ ประกอบด้วยหลายเซลล์ และเซลล์เหล่านี้จะอยู่รวมกันเป็นเนื้อเยื่อทำหน้าที่เฉพาะ สร้างอาหารเองไม่ได้ เพราะไม่มีคลอโรฟิลล์และจัดเป็นพวก.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "อาณาจักรสัตว์ Kingdom Animalia. ลักษณะสำคัญของสัตว์ ประกอบด้วยหลายเซลล์ และเซลล์เหล่านี้จะอยู่รวมกันเป็นเนื้อเยื่อทำหน้าที่เฉพาะ สร้างอาหารเองไม่ได้ เพราะไม่มีคลอโรฟิลล์และจัดเป็นพวก."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 อาณาจักรสัตว์ Kingdom Animalia

2 ลักษณะสำคัญของสัตว์ ประกอบด้วยหลายเซลล์ และเซลล์เหล่านี้จะอยู่รวมกันเป็นเนื้อเยื่อทำหน้าที่เฉพาะ สร้างอาหารเองไม่ได้ เพราะไม่มีคลอโรฟิลล์และจัดเป็นพวก Heterotrophic organism มีตัวอ่อนก่อนเจริญเป็นตัวเต็มวัย มักจะไม่มีวงจรชีวิตแบบสลับ เคลื่อนที่ได้ตลอดชีวิต สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าหรือสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว

3 เกณฑ์การจำแนกสัตว์ 1) เนื้อเยื่อ (Tissue) 1.1 กลุ่มที่ไม่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง ได้แก่ ฟองน้ำ 1.2 กลุ่มที่มีเนื้อเยื่อที่แท้จริง ได้แก่ สัตว์ส่วนใหญ่ 2) ลักษณะสมมาตร (Symmetry) 2.1 สมมาตรตามรัศมี (Radial symmetry) คือ สามารถแบ่งได้มากกว่า4ซีก โดยต้องตัดผ่านจุดศูนย์กลางตามแนวรัศมี เช่น ไฮดรา 2.2 สมมาตรด้านข้าง (Bilateral symmetry) คือ สามารถแบ่งตามยาวของ ร่างกายได้ เช่น คน กุ้ง แมว

4

5 3) การเปลี่ยนแปลงของบลาสโทพอร์ (Blastopore) บลาสโทพอร์ เป็นช่องที่เกิดจากการม้วนตัวของเนื้อเยื่อชั้นใน (Endoderm) ซึ่ง พบในสัตว์ที่มีสมมาตรด้านข้าง มี 2 แบบคือ 3.1 โพรโทสโทเมีย (Protostomia) พวกที่บลาสโทพอร์เปลี่ยนเป็นช่องปากก่อน ทวารหนัก 3.2 ดิวเทอโรสโทเมีย (Deuterostomia) พวกที่บลาสโทพอร์เปลี่ยนเป็น ช่องทวารหนักก่อนปาก เกณฑ์การจำแนกสัตว์

6 4) การเจริญเป็นตัวอ่อน พบในสัตว์ที่มีช่องปากแบบโพรโทสโทเมีย 4.1 กลุ่มที่มีตัวอ่อนแบบโทรโคฟอร์ (Trochophore) 4.2 กลุ่มเอคไดโซซัว (Ecdysozoa) 5) จำนวนชั้นของเนื้อเยื่อ (Germ layer) 5.1 เนื้อเยื่อชั้นนอก (Ectoderm) 5.2 เนื้อเยื่อชั้นกลาง (Mesoderm) 5.3 เนื้อเยื่อชั้นใน (Endoderm) เกณฑ์การจำแนกสัตว์

7 6) ช่องว่างภายในลำตัว (Coelom) 6.1 ไม่มีช่องว่างภายในลำตัว (Acoelom) : หนอนตัวแบน 6.2 มีช่องในลำตัวเทียม (Psudocoelom) : หนอนตัวกลม 6.3 มีช่องว่างแท้จริง (Eucoelom) : ไส้เดือนดิน 7) ระบบทางเดินอาหาร 7.1 สัตว์ที่มีระบบทางเดินอาหารแบบไม่แท้จริง 7.2 สัตว์ที่มีระบบทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ (Incomplete digestive tract) คือพวกที่มีช่องว่างกลางลำตัว เรียกว่าช่อง แกสโตวาสคิวลาร์ 7.3 สัตว์ที่มีระบบทางเดินอาหารแบบสมบูรณ์ (Complete digestive tract) คือ พวกที่มีปาก ลำไส้ และทวารหนักสมบูรณ์ เกณฑ์การจำแนกสัตว์

8 8) ระบบหมุนเวียนเลือด (Circulatory system) 8.1 สัตว์ที่ไม่มีระบบหมุนเวียนเลือด 8.2 สัตว์ที่มีระบบหมุนเวียนเลือด แบ่งเป็น 2 พวก คือ - ระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด (Open circulatory system) : แมลง กุ้ง - ระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด (Closed circulatory system) 9)ระบบประสาท (Nervous system) 9.1 สัตว์พวกแรกที่มีระบบประสาทส่วนกลาง คือไฟลัมซีเลนเทอราตา (ไนดาเรีย) เป็นแบบร่างแหประสาท (Nerve net ) แต่ยังไม่มีระบบประสาทส่วนกลาง 9.2 สัตว์พวกแรกที่มีระบบประสาทส่วนกลาง คือ สัตว์ตั้งแต่ไฟลัมแพลทีเฮลมินทีส จนถึงไฟลัมคอร์ดาตา เกณฑ์การจำแนกสัตว์

9 10) โครงสร้างพิเศษ ซึ่งเป็นโครงสร้างพิเศษที่มีเฉพาะไฟลัมนั้น ๆ เช่น 1.คอลลาร์ เซลล์ (Collar cell) ในฟองน้ำ 2.นีมาโตซิสต์ (Nematocyst) ในพวกไนดาเรียน 3.โนโตคอร์ด (Notocord) ในพวกคอร์เดต เกณฑ์การจำแนกสัตว์

10 ปัจจุบันได้จัดกลุ่มสัตว์ออกเป็นไฟลัมต่าง ๆ คือ 1) ไฟลัมพอริเฟอรา (Phylum Porifera) 2) ไฟลัมไนดาเรีย (Phylum Cnidaria) 3) ไฟลัมแพลทีเฮลมินทิส (Phylum Platyhelminthe) 4) ไฟลัมมอลลัสคา (Phylum Mollusca) 5) ไฟลัมแอนเนลิดา (Phylum Annelida) 6) ไฟลัมนีมาโทดา (Phylum Nematoda) 7) ไฟลัมอาร์โทรโพดา (Phylum Arthopoda) 8) ไฟลัมเอไคโนเดอร์มาตา (Phylum Echinodermata) 9) ไฟลัมคอร์ดาตา (Phylum Chordata)

11 Porus แปลว่า รู / ferre แปลว่า มี ซึ่ง Perifera หมายถึง สัตว์ที่มีรู พรุนทั้งตัว เรียกทั่วไปว่าฟองน้ำ (sponge) ลักษณะทั่วไปมีดังนี้ เป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการต่ำสุด และมีทั้งอาศัยน้ำจืดและน้ำเค็ม ไม่มีเนื้อเยื่อแท้จริง (parazoa) ประกอบด้วย - ทางน้ำเข้า (ostia) รูเล็กรอบๆตัว - ทางน้ำออก (osculum) รูใหญ่ด้านบน Phylum Porifera

12

13

14 ผนังทรงกระบอกประกอบด้วย Outer layer (epidermis) ประกอบด้วยเซลล์ชนิดเดียวคือ porocyte Inner layer (endoderm) เซลล์ที่บุในช่องกลางตัวคือ choanocyte จับ อาหารที่มากับน้ำโดยใช้ flagellum Mesohyle ประกอบด้วยสารวุ้นคล้ายเจลาติน คือ gelatimous matrix ที่มี amoebocyte เคลื่อนที่อยู่ในชั้นวุ้นนี้

15 Phylum Porifera

16

17

18 Phylum Coeleterata ลักษณะทั่วไปมีดังนี้ มีเนื้อเยื่อสองชั้น คือ Ectoderm และ Endoderm โดยมีชั้น Mesoderm คั่นกลาง มี Gastrovascular cavity เสมือนระบบย่อยอาหารและระบบหมุนเวียนสาร มี2รูปแบบคือ - Medusa (คว่ำ) มีปากด้านล่าง เคลื่อนที่โดนใช้ปากพ่นน้ำ - Polyp (หงาย) มีปากด้านบน มักเกาะนิ่งกับที่ มีหนวด (Tentacle) รอบปากใช้สำหรับจับเหยื่อ

19 Phylum Coeleterata มีเข็มพิษ (Nematocyte) บน Tentacle สำหรับต่อย มีวงจรชีพสลับ คือ แตกหน่อ และ อาศัยเพศ สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ โดยการแตกหน่อ มีสองเพศในตัวเดียว ตัวอย่างเช่น ไฮดร้า แมงกะพรุน ปะกาลัง กัลปังหา ซีแอนีโมนี ดอกไม้ทะเล เป็นต้น

20 Phylum Coeleterata

21

22 แมงกะพรุนน้ำจืด โอลีเบีย ไฮดรา

23 Phylum Coeleterata 2) Class Scyphozoa มีลักษณะดังนี้ มีรูปร่างสองแบบ คือ ตัวอ่อนมีรูปร่างแบบ polyp โตเต็มวัยมีรูปร่างแบบ medusa มีวุ้นหนาช่วยลอยตัวได้ดี ตรงกลางด้านล่างของกระดิ่งคว่ำ เป็นปากมี tentacle อยู่รอบ ๆ กระดิ่ง มักพบอยู่ตามชายฝั่งทะเล บางชนิดเข็มพิษอาจทำให้คนถึงตาย แต่ส่วนใหญ่ทำให้ระคายเคือง ตัวอย่างเช่น แมงกะพรุนถ้วย แมงกะพรุนจาน แมงกะพรุนไฟ

24 Phylum Coeleterata แมงกะพรุนจาน แมงกะพรุนไฟ

25 Phylum Coeleterata 3) Class Anthozoa มีลักษณะดังนี้ มีเฉพาะรูปร่างแบบ polyp ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็น medusa มีทั้งชนิดที่อย่างอิสระและชนิดที่อยู่เป็นกลุ่ม (colony) บางชนิดมีการสร้างเปลือกหุ้มลำตัว มีทั้งชนิดเปลือกนิ่มและเปลือกแข็ง ตัวอย่างเช่น ปะการังดอกเห็ด ปะการังเขากวาง ปะการังนิ่ม ดอกไม้ทะเล กัลปังหา ปากกาทะเล

26 Phylum Coeleterata ปะการังดอกเห็ด ปากกาทะเล กัลปังหา

27 Phylum Coeleterata 4) Class Cubozoa มีลักษณะดังนี้ รูปร่างเป็น medusa ที่มีลักษณะก่ำกิ่งระหว่าง Hydrozoa กับ Scyphozoa รูปทรงค่อนข้างเป็นถ้วยสี่เหลี่ยมจึงถูกเรียกว่า Box jelly fish มุมทั้งสี่จะมีหนวด มานูเบรียมสั้น เข็มพิษมีพิษร้ายแรงถึงขนาดทำให้คนตายได้ ตัวยอย่างเช่น Box jellyfish

28 Platy แปลว่า แบน, helminthes แปลว่า หนอน ซึ่ง Platyhelminthes หมายถึง หนอนตัวแบน หรือ flat worm ลักษณะทั่วไปมีดังนี้ มีสมมาตรเป็นแบบครึ่งซีก (Bilateral symmetry) ไม่มีช่องว่างในลำตัว (Acoelomate animal) เนื่องจากเนื้อเยื่อชั้นกลางมี เนื้อเยื่อหยุ่นๆบรรจุอยู่ ไม่มีระบบหมุนเวียนโลหิต สารอาหารแพร่จากทางเดินอาหารสู่เซลล์โดยตรง มีระบบทางเดินอาหารแบบไม่สมบูรณ์ (มีปากแต่ไม่มีทวาร) ในพวกพยาธิตัวตืดไม่มีทางเดินอาหาร Phylum Platyhelminthes

29 มีระบบประสาทอยู่ทางด้านหน้าและแตกแขนงออกไปด้านข้างลำตัว มีสองเพศในตัวเดียวกัน ตัวอย่างเช่น พลานาเรีย พยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด Phylum Platyhelminthes พลานาเรีย พยาธิใบไม้ในตับ

30 Phylum Platyhelminthes

31

32

33 สัตว์ไฟลัมนี้เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า หนอนตัวกลม(round worm) หรือพวก nematode มีลักษณะสำคัญดังนี้ มีสมมาตรแบบผ่าซีก (Bilateral symmetry) มีช่องว่างลำตัวแบบเทียม (pseudocoelomate animal) โดยมีช่องว่างอยู่ ระหว่างเนื้อเยื้อชั้นกลางและเนื้อเยื่อชั้นใน ไม่มีระบบหมุนเวียดเลือด ใช้ของเหลวในช่องว่างเทียมในการลำเลียงสาร ไม่มีอวัยวะหายใจเฉพาะ พวกแบบปรสิตจะหายใจแบบไม่ใช่ออกซิเจน แต่พวกที่ อยู่แบบอิสระใช้ผิวหนังเป็นส่วนแลกเปลี่ยนก๊าซ

34 Phylum Platyhelminthes ลำตัวกลมยาว หัวท้ายแหลม ไม่มีรยางค์ มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น ทางเดินอาหารสมบูรณ์ ระบบประสาทประกอบด้วยปมประสาทรูปวงแหวน(nerve ring) อยู่รอบคอหอย และมีแขนงประสาทแยกออกมา มีระบบกล้ามเนื้อยาวตลอดลำตัว (longitudinal muscle) ระบบขับถ่ายประกอบด้วยเส้นข้างลำตัว (lateral line) ซึ่งภายในบรรจุท่อขับถ่าย (excretory canal) เป็นสัตว์แยกเพศ โดยตัวเมียจะใหญ่กว่าตัวผู้ ตัวอย่างเช่น พยาธิตัวกลม พยาธิเส้นด้าย พยาธิตัวจี๊ด หนอนในน้ำส้มสายชู

35 Phylum Platyhelminthes

36

37

38

39 Phylum Annelida ลักษณะทั่วไปมีดังนี้ มีลำตัวกลมยาวเป็นปล้องๆ มองเห็นภายนอกเป็นวงเเละภายในมีเนื้อเยื่อกั้นระหว่าง ปล้องเรียกว่า septa เเต่ละปล้องมีอวัยวะ คือเดือย( saeta )4 คู่ เนฟริเดีย(อวัยวะขับถ่าย) 1คู่ เส้นประสาท3คู่ ทางเดินอาหารเเละช่องลำตัวส่วนหนึ่ง ยกเว้นปล้อง ที่มีหัวที่ซึ่งมีอวัยวะสำคัญ ( สมอง คอหอย หัวใจ ) ร่างกายมีสมมาตรครึ่งซีก

40 Phylum Annelida มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น มีช่องลำตัวเเท้จริง ( coelom ) ซึ่งเป็นช่องลำตัวในเนื้อเยื่อมีโซเดิร์ม ระบบประสาทประกอบด้วย ปมสมองที่หัว 1 คู่ และ เส้นประสาทใหญ่ด้านท้อง ตัวอย่าง ได้แก่ ไส้เดือนดิน เเม่เพรียง ( ไส้เดือนทะเล ) ปลิงน้ำจืด

41 Phylum Annelida

42 หนอนแดง ไส้เดือน

43 Phylum Annelida

44 แม่เพรียงทะเล บุ้งทะเล

45 Phylum Annelida

46 ทากดูดเลือด ปลิงน้ำจืด

47 Phylum Mollusca

48 ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำทั้งน้ำจืดและน้ำทะเล มีอาศัยอยู่บนบกบ้าง เช่น หายทาก (snail) ทากเปลือย (slug) อวัยวะแลกเปลี่ยนแก๊สประกอบ - เหงือก (gill) อยู่ภายในช่องแมนเทิล พบใรmollusทั่วไป - ผิวตัว ในทากทะเล (sea slug, nudibranch) ผิวตัวจะเปลี่ยนรูปไปเป็น แขนงอยู่บนลำตัว เรียกว่า cerata หรือ บางชนิดมีอยู่รอบทวารหนัก (anal gill) - ช่องแมนเทิลหรือปอดของหอยฝาเดียวที่ขึ้นมาอยู่บนบก จะมีช่องแมนเทิลที่มีผนัง ยื่นลงมากั้นเป็นห้อง มีของเหลวหล่อเลี้ยงในช่องนี้ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนแก๊สได้

49 Phylum Mollusca

50

51 แต่เดิมเข้าใจว่าสูญพันธุ์ไปหมดแล้วเพราะพบแต่ซากดึกดำบรรพ์แต่ต่อมาในปีค.ศ เรือของเดนมาร์คชื่อ Galatheaได้สำรวจพบจากดินที่ตักมาจากทะเลลึกระดับ 3,600 m บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิคทางตะวันตกของคอสตาริกา จึงตั้งชื่อว่า Neopilina galatheae หลังจากนั้นก็มีผู้พบสัตว์ชนิดนี้อีกหลายครั้ง

52 Phylum Mollusca

53 หอยทาก หอยเป่าฮื้อ

54 Phylum Mollusca

55 หมึกชนิดต่าง ๆ หอยงวงช้าง

56 Phylum Mollusca

57

58 Arthorn แปลว่า ข้อต่อ prodos แปลว่า เท้า เรียกสัตว์ไฟลัมนี้เรียกว่า arthropod โดยสัตว์ไฟลัมนี้มีความสัมพันธ์กับพวก annelid มากโดยอาจจะเจริญมากจาก พวก annelid หรือ อาจมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน และสัตว์ไฟลัมนี้มีจำนวนมากที่สุดใน อาณาจักรสัตว์ Phylum Arhtopoda

59 มีลักษณะสำคัญดังนี้ มีสมมาตรแบบผ่าซีก (Bilateral symmetry) มีเนื้อเยื่อ 3 ชั้น และมีช่องลำตัวแบบแท้จริง ลักษณะลำตัวเป็นข้อเป็นปล้องและแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนหัว (head) ส่วนอก (thorax) ส่วนท้อง(abdomen) เช่นพวกแมลง แต่บางชนิด ส่วนหัวกับส่วนอก รวมกันเรียกว่า cephalothorax เช่น กุ้ง ปู มีรยางค์เป็นข้อ ๆ ต่อกัน ยื่นออกจากลำตัวเป็นคู่ ๆ เช่น ขาเดิน ขาว่ายน้ำ Phylum Arhtopoda

60 มีโครงร่างภายนอก (exoskeleton) เป็นสารจำพวกไคทิน (chitin) แข็งหุ้ม รอบตัว ดังนั้นในการเจริญเติบโตส่วนหลายชนิดต้องลอกคราบ ทางเดินอาหารสมบูรณ์ ระบบหมุนเวียนโลหิตแบบปิด โดยมีเลือดเป็นสีฟ้าเนื่องจากสาร hemocyanin มีระบบขับถ่ายเฉพาะกลุ่ม เช่น แมลงมี malpighain tubule กุ้งมี green gland มีอวัยวะที่ใช้ในการหายใจเฉพาะ ถ้าสัตว์น้ำ หายใจด้วยเหงือก (gill) ถ้าบกอาจใช้ ท่อลม (trachea) เช่น แมลง หรือ แผงปอด (book lung) เช่น แมงมุม Phylum Arhtopoda

61 เพรียงหิน

62 Phylum Arhtopoda แมงดาทะเล แมงมุม แมงป่อง

63 Phylum Arhtopoda

64

65

66 มีลักษณะสำคัญดังนี้ สมมาตรร่างกาย ตัวอ่อนเป็นเเบบครึ่งซีก ตัวเต็มวัยมีเมเเทมอร์โฟซิสกลายเป็น สมมาตรเเบบรัศมี ลำตัวเเบ่งเป็น 5 ส่วนหรือ ทวีคูณของ 5 ยื่นออกมาจากเเผ่นกลมที่เป็นศูนย์กลาง มีโครงร่างเเข็งภายใน มีเเผ่นหินปูนเล็กๆ ที่ยึดติดกันด้วยกล้ามเนื้อหรือผิวหนังที่ปก คลุมอยู่บางชนิด มีเส้นประสาทเป็นวงเเหวนรอบปาก เเละเเยกเเขนงไปตามเเขน Phylum Echinodermata

67 การเคลื่อนไหวใช้ระบบท่อน้ำ ( water vascula system ) ภายในร่างกาย การสืบพันธุ์ แบ่งเป็นเเบบอาศัยเพศโดยมีการปฎิสนธิภายนอก และ เเบบไม่อาศัย เพศบางชนิด เช่น การขาดของเเขนใดเเขนหนึ่ง ส่วนที่ขาดก็จะเจริญไปเป็นตัวเต็ม อีกทีหนึ่ง Phylum Echinodermata

68

69

70 สัตว์ไฟลัมคอร์ดาตา เรียกว่า พวกคอร์เดต (chordate) สัตว์ในไฟลัมนี้ถึอว่ามี ความสำคัญที่สุด และมีวิวัฒนาการสูงสุด มีการปรับตัวทั้งโครงสร้างภายนอก โครงสร้างทางกาย วิภาค สรีรวิทยา พฤติกรรมมากกว่าสัตว์ กลุ่มอื่นๆ มีลักษณะสำคัญดังนี้ มีโนโตคอร์ด (Notochord) ซึ่งเป็นแกนค้ำจุนหรือพยุงกายเกิดขึ้นในระยะใดระยะ หนึ่งของชีวิต หรือตลอดชีวิต ในพวกสัตว์ชั้นสูงมีกระดูกอ่อนหรือกระดูกแข็งแทน โนโตคอร์ด มีไขสันหลังเป็นหลอดยาวกลวงอยู่ทางด้านหลัง (Dorsal hollow nerve tube) เหลือทางเดินอาหารซึ่งแตกต่างจากสัตว์พวกไม่มีกระดูกสันหลัง ซึ่งมีระบบประสาทอยู่ ทางด้านท้อง(Ventral nerve cord) ใต้ทางเดินอาหารและเป็นเส้นตัน Phylum Chordata

71 มีช่องเหงือก (Gill slit) ในระยะใดระยะหนึ่งของชีวิต หรือตลอดชีวิตในพวกสัตว์มี กระดูกสันหลังชั้นสูง เช่น สัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมจะมีช่องเหงือกตอนเป็น ตัวอ่อนเท่านั้น เมื่อโตขึ้นช่องเหงือกจะปิดส่วนปลามีช่องเหงือกตลอดชีวิต มีหางเป็นกล้ามเนื้อ (Muscular post anal tail) Phylum Chordata

72

73 ปากอยู่ด้านล่าง ภายในปากมีฟันคม เป็นซี่เล็กๆ มีการปฎิสนธิภายใน ปลาพวกนี้ไม่มีแผ่นปิดช่องเหงือก จึงเห็นช่องเหงือกได้ชัดเจน มีเกล็ดขนาดเล็ก บางชนิดออกลูกเป็นตัว เช่น ฉลาม Phylum Chordata

74

75 มีรูจมูกเล็ก 1 คู่ ทำหน้าที่ดมกลิ่น มีกระเพาะลม หรือที่เรียกว่า กระเพาะปลา ใช้ในการทรงตัว (Swim bladder) มีแผ่นปิดช่องเหงือก เรียกว่า โอเพอคิวลัม (operchlum) ชึ่งจะปิดช่อง เหงือกทำให้มองไม่เห็นช่องเหงือก Phylum Chordata

76

77 มีขา 2 คู่ ผสมพันธุ์และว่างไข่ในนํ้า ไข่มีวุ้นหุ้มโดยรอบ ระยะที่เป็นตัวอ่อน อาศัยอยู่ในนํ้าหายใจด้วยเหงือก เช่น ลูกอ๊อด มี Metamorphosis อุณหภูมิร่างกายเปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อม Phylum Chordata

78

79

80

81 สัตว์ปีกที่บินไม่ได้มักมีขนาดใหญ่ วิ่งเร็ว บินได้ระยะสั้นๆ เช่น นกกระจอกเทศ นกกีวี นกอีมู บางชนิดมีระยางค์คู่หลังคลายใบพาย (flipper) ใช้สำหรับว่ายนํ้า ขนตาม ลำตัวหนาแน่น ไม่มีถุงลม เช่น นกเพนกวิน สำหรับนกที่บินไม่ได้ทั่วๆไปมีขนาดตั้งแต่เล็กมากจนถึงขนาดใหญ่ ปากและ ขาเปลี่ยนแปลงไปมากเพื่อการเหมาะสมในการดำรงชีวิต ตัวอย่างเช่น นกกระจอกเทศ นกกีวี นกอีมู นกเพนกวิน นกยุง ไก่ฟ้า นกกระสา ห่าน ไก่ป่า Phylum Chordata

82

83

84 มีนํ้านม (Millk) ที่ผลิตจากต่อมนํ้านมเลี้ยงลูก มีขนชนิดเป็นเส้น (Hair) ปกคลุมผิวลำตัว มีกระบังลม (Diaphragm) มีต่อมเหงื่อ (Sweat gland) มีฟัน 2 ชุด คือ ฟันนํ้านม และฟันแท้ Phylum Chordata

85 สัตว์ในคลาสนี้ แบ่งเป็นหลายพวก ได้แก่  Monotremes พวกที่ออกลูกเป็นไข่ ไม่มีรก ไม่มีต่อมน้ำนม(น้ำนมหลั่งจากต่อม ที่ด้านข้างลำตัว) มีหนังรวมเป็นกระจุก เมื่อตัวอ่อนฟักออกมาจากไข่แล้วจะอาศัย เลียนํ้านมกิน ได้แก่ ตุ่นปากเป็ด(Platypus) และ (Echidna) Phylum Chordata ตัวกินมดขนเม่น ตุ่นปากเป็ด

86  Marsupial พวกที่ออกลูกเป็นตัว มีมดลูกแต่ไม่มีรก และ มีถุงหน้าท้องใช้เลี้ยง ลูกเมื่อลูกอ่อนคลาน ออกมาจากท้องแม่จะเข้าสู่ถุงหน้าท้องของแม่ เช่น จิงโจ้ (kangaroo) วอมแบต (wombat) หมีโคอาลา (koala bear) Phylum Chordata จิงโจ้ หมีโคอาลา วอมแบต

87  Euutherian พวกที่ออกลูกเป็นตัวอีกกลุ่มหนึ่ง มีรกติดต่อระหว่างแม่และลูก ตัวอ่อนเจริยในมดลูกของแม่ เช่น ค้างคาวกิตติ เป็นสัตว์ปีกที่มีขนาดเล็กที่สุด, ช้าง เป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด, วาฬ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัย อยู่ ในนํ้าที่ใหญ่ที่สุด Phylum Chordata

88 THE END…


ดาวน์โหลด ppt อาณาจักรสัตว์ Kingdom Animalia. ลักษณะสำคัญของสัตว์ ประกอบด้วยหลายเซลล์ และเซลล์เหล่านี้จะอยู่รวมกันเป็นเนื้อเยื่อทำหน้าที่เฉพาะ สร้างอาหารเองไม่ได้ เพราะไม่มีคลอโรฟิลล์และจัดเป็นพวก.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google