งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Research Methodology. Out line การวิจัยคือ? กระบวนการวิจัย การวิจัยด้านการจัดการความรู้ ทำไมต้องทำวิจัย จะเริ่มต้นทำวิจัยจากตรงไหน กระบวนการทำวิจัย Model.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Research Methodology. Out line การวิจัยคือ? กระบวนการวิจัย การวิจัยด้านการจัดการความรู้ ทำไมต้องทำวิจัย จะเริ่มต้นทำวิจัยจากตรงไหน กระบวนการทำวิจัย Model."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Research Methodology

2 Out line การวิจัยคือ? กระบวนการวิจัย การวิจัยด้านการจัดการความรู้ ทำไมต้องทำวิจัย จะเริ่มต้นทำวิจัยจากตรงไหน กระบวนการทำวิจัย Model of research Research questions and hypotheses Process of generating research idea Selecting research question Research design and process

3  เข้าใจหลักการการทำวิจัย  ทำไมงานวิจัยจึงมีความสำคัญ  เข้าใจกระบวนการวิจัย  นักศึกษาสามารถประมวลที่มา สถานการณ์ และโจทย์วิจัยของตนได้  เข้าใจหลักการการทำวิจัย  ทำไมงานวิจัยจึงมีความสำคัญ  เข้าใจกระบวนการวิจัย  นักศึกษาสามารถประมวลที่มา สถานการณ์ และโจทย์วิจัยของตนได้ Objective

4 งานวิจัยคือ? ? ? ? ? ? ?

5 คำว่า การวิจัย มาจากคำว่า Research มีรากศัพท์มา จาก Re + Search Re แปลว่า ซ้ำ Search แปลว่า ค้น Research แปลว่า การค้นหาความรู้ความจริงที่ค้นแล้วค้น อีก ซึ่งจะทำให้ได้รับรู้ความรู้ความจริงที่น่าเชื่อถือ ถูกต้อง เพราะมีข้อมูลที่เพียงพอต่อการสรุป วิธีหาความรู้ของมนุษย์

6 การวิจัยเป็นกระบวนการหาความรู้ที่ได้รับการยอมรับ ว่า ความรู้ที่ได้มานั้นป็นความรู้ที่เป็นที่น่าเชื่อถือ สามารถนำไปใช้หรือประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดี มนุษย์มีกระบวนการหาความรู้มาเป็นเวลานานและ ความรู้ที่ได้หลายอย่างยังคงสามารถใช้ได้อยู่ใน ปัจจุบัน

7 อุปนัย (Inductive reasoning) อุปนัย : การหาความ จริงด้วยการสังเกตข้อเท็จจริง มักเป็นการมองสิ่ง เฉพาะเจาะจง แล้วนำไปสู่หลักทั่วไป นิรนัย (Deductive Reasoning หรือ Aristotelian Deduction) พิจารณาเหตุผล ลงความเห็นโดย พิจารณาจากหลักทั่วไป แล้วนำไปสู่เรื่องเฉพาะ อุปนัย (Inductive reasoning) อุปนัย : การหาความ จริงด้วยการสังเกตข้อเท็จจริง มักเป็นการมองสิ่ง เฉพาะเจาะจง แล้วนำไปสู่หลักทั่วไป นิรนัย (Deductive Reasoning หรือ Aristotelian Deduction) พิจารณาเหตุผล ลงความเห็นโดย พิจารณาจากหลักทั่วไป แล้วนำไปสู่เรื่องเฉพาะ เริ่มต้นจาก กฎ หรือ หลักวิชา ก่อนแล้วสรุปผล เป็น deductive เริ่มต้นจากประสบการณ์ หรือจากการสังเกต เป็น inductive เริ่มต้นจาก กฎ หรือ หลักวิชา ก่อนแล้วสรุปผล เป็น deductive เริ่มต้นจากประสบการณ์ หรือจากการสังเกต เป็น inductive วิธีหาความรู้ของมนุษย์

8 ทุกครั้งที่เตะลูกบอลขึ้นไปลูกบอลจะตกลงมาดังนั้น คาดว่า ครั้งต่อไปถ้าเตะลูกบอลขึ้นไปอีกลูกบอลก็คงจะตกลงมาอีก เหมือนเดิม (เคยทำครั้งที่ 1 มาแล้วจึงคาดคะเนผลครั้งที่ 2) กฎของนิวตัน ทุกอย่างที่นำไปไว้อยู่บนที่สูงจะตกลงมาที่พื้น ดังนั้นถ้าเตะลูกบอลขึ้นไปลูกบอลคงจะต้องตกลงมา (แม้ว่า จะไม่เคยทดลองทำแม้แต่ครั้งเดียว) วิธีหาความรู้ของมนุษย์

9 อริสโตเติลเชื่อว่า การรับเอาความรู้ความจริงของมนุษย์ เกิดจากการอาศัยหลักของเหตุผลในการจะเชื่อ ซึ่ง ความรู้หรือความจริงนั้นจำเป็นจะต้องได้รับการพิสูจน์ก่อน โดยจะเริ่มที่กำหนดความรู้ความจริงขึ้นมา แล้วพิจารณา ว่าตัวอย่างหนึ่ง ๆ อยู่ในเงื่อนไขหรือไม่ แล้วจึงสรุปเป็น ความรู้ความจริง อริสโตเติลเชื่อว่า การรับเอาความรู้ความจริงของมนุษย์ เกิดจากการอาศัยหลักของเหตุผลในการจะเชื่อ ซึ่ง ความรู้หรือความจริงนั้นจำเป็นจะต้องได้รับการพิสูจน์ก่อน โดยจะเริ่มที่กำหนดความรู้ความจริงขึ้นมา แล้วพิจารณา ว่าตัวอย่างหนึ่ง ๆ อยู่ในเงื่อนไขหรือไม่ แล้วจึงสรุปเป็น ความรู้ความจริง วิธีหาความรู้ของมนุษย์ ข้อเท็จจริงใหญ่ - นกทุกชนิดมีปีก ข้อเท็จจริงย่อย - กาเป็นนกชนิดหนึ่ง ข้อสรุป - กามีปีก

10 หากข้อเท็จจริงใหญ่ไม่ถูกต้อง แล้วจะทำให้ข้อสรุปที่จะเป็นความรู้ความจริงนั้น ไม่ถูกต้องด้วย ข้อเท็จจริงใหญ่ - ปลาทุกชนิดมีเกล็ด ข้อเท็จจริงย่อย - ปลาดุกเป็นปลาชนิดหนึ่ง ข้อสรุป - ปลาดุกมีเกล็ด แม้ว่าข้อเท็จจริงใหญ่และข้อเท็จจริงย่อยจะถูกต้องแต่ ยังอาจมีเงื่อนไขที่ทำให้ ข้อสรุปไม่ถูกต้อง เช่น ข้อเท็จจริงใหญ่ - นกทุกชนิดออกลูกเป็นไข่ ข้อเท็จจริงย่อย - เต่าออกลูกเป็นไข่ ข้อสรุป -เต่าจึงเป็นนกชนิดหนึ่ง วิธีหาความรู้ของมนุษย์ ฟรานซิส เบคอน แย้งวิธีอนุมานของอริสโตเติล ว่ามีข้อบกพร่อง

11 วิธีหาความรู้ของมนุษย์ ฟรานซิส เบคอน แย้งวิธีอนุมานของอริสโตเติล ว่ามีข้อบกพร่อง วิธีการอนุมานของอริสโตเติล ไม่ช่วยให้พบความรู้ความจริงใหม่ ๆ ไม่มีความรู้ที่เกิดขึ้นใหม่ มีเพียงความรู้เก่าที่นำมาพิสูจน์เท่านั้น เบคอน จึงเสนอ วิธีอุปมาน (Baconian Induction) ขั้นที่ 1 เก็บรวบรวมข้อมูลหรือข้อเท็จจริงย่อย ขั้นที่ 2. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่าง ข้อเท็จจริงย่อยเหล่านั้น ขั้นที่ 3 สรุปผล (Conclusion) ข้อเท็จจริงย่อย - นกแต่ละชนิดมีปีก ข้อสรุป - นกทุกชนิดมีปีก

12 วิธีหาความรู้ของมนุษย์ ฟรานซิส เบคอน แย้งวิธีอนุมานของอริสโตเติล ว่ามีข้อบกพร่อง หลักอุปมานมี 2 แบบคือ 1. อุปมานอย่างสมบูรณ์ (Perfect Induction) แสวงหาความรู้โดย การเก็บรวบรวม ข้อเท็จจริงย่อย ๆ จากทุกหน่วยของประชากร แล้วจึง สรุปรวม 2. อุปมานที่ไม่สมบูรณ์ (Imperfect Induction) แสวงหาความรู้ โดยการเก็บรวบรวม ข้อเท็จจริงย่อย ๆ จากบางส่วนของหน่วย ประชากร แล้วจึงสรุปรวม

13 วิธีหาความรู้ของมนุษย์ ชาร์ล ดาร์วิน นำวิธีอนุมานของอริสโตเติลและวิธีอุปมานของ เบคอน มารวมกัน เพราะเห็นว่าทั้งสองวิธีจะมีประโยชน์อย่างมาก ในการที่จะค้นความความรู้ความจริง และตรวจสอบความถูกต้อง ความรู้ความจริงนั้น เรียกว่า วิธีการอนุมาน-อุปมาน

14 วิธีหาความรู้ของมนุษย์ Deductive-Inductive Method 5 ขั้นตอน 1.ขั้นปัญหา (Problem) 2.ขั้นตั้งสมมติฐาน(Hypothesis) 3.ขั้นรวบรวมข้อมูล(Gathering Data) 4.ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล(Analysis) 5.ขั้นสรุป(Conclusion)

15 วิธีหาความรู้ของมนุษย์ (Deductive-Inductive Method) 5 ขั้นตอน 1.ขั้นปัญหา (Problem) เป็นขั้นตอนการสังเกตพบ ปัญหา หรือพบว่าความรู้ความจริงใดเป็นสิ่งที่เราต้องการ มี เหตุการหรือสภาพการณ์เป็นอย่างไร มีเหตุหรือปัจจัยอะไรที่ทำ ให้เกิดเหตุการณ์หรือสภาพการณ์นั้น 2.ขั้นตั้งสมมติฐาน(Hypothesis) เป็นการศึกษาและ ทบทวนความรู้ที่มีอยู่เดิมมาประกอบการพิจารณาว่าคำตอบของ ปัญหาในขั้นที่ 1 นั้นเป็นอย่างไร ซึ่งเรียกว่า การตั้งสมมติฐาน ซึ่งจะใช้เป็นแนวในการตรวจสอบว่า สมมติฐานที่ตั้งขึ้นนี้จะเป็น จริงหรือไม่

16 วิธีหาความรู้ของมนุษย์ (Deductive-Inductive Method) 5 ขั้นตอน 3.ขั้นรวบรวมข้อมูล(Gathering Data) การเก็บ รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง มาอย่างเพียงพอและตรงกับสิ่งที่ ต้องการศึกษา 4.ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล(Analysis) ในขั้นนี้จะเป็นการ นำข้อมูลที่รวบรวมมาทำการวิเคราะห์เพื่อคำตอบที่ต้องการ 5.ขั้นสรุป(Conclusion) ในขั้นตอนนี้เป็นการนำผล การวิเคราะห์มาแปลผลและตีความผลการวิจัยที่พบ เพื่อสรุป ผลการวิจัยนั่นเอง

17 เป็นหนึ่งในวิธีการที่ใช้ค้นหาสาเหตุหรือที่มาของ ปัญหาอย่างมีขั้นตอนและเป็นระบบ การตั้งคำถาม แล้วดำเนินการ เพื่อหาคำตอบ กระบวนการคิด แล้วทำอย่างเป็นระบบ เพื่อค้นหา องค์ความรู้ใหม่, เพื่อแก้ปัญหา, เพื่อพัฒนา แหล่งข้อมูล : ระเบียบวิธีวิจัยธุรกิจ, นราศรี ไววนิชกุล และชูศักดิ์ อุดมศรี, 2533 งานวิจัยคือ?

18 วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) เป็นวิธีการ หาความรู้ความจริงที่มีความน่าเชื่อถือ 1.กระบวนการวิจัยจะต้องได้จากข้อมูลใหม่ 2.จุดมุ่งหมายใหม่ หรือข้อมูลเก่า แต่จุดประสงค์ใหม่ 3.การวิจัยมุ่งที่จะหา ข้อเท็จจริงใหม่ ทฤษฎีใหม่ 4.การวิจัยเป็นกระบวนการที่ใช้เหตุผล 5.การวิจัยต้องมีการวางแผน ด้วยความระมัดระวัง อย่างมี ระบบ 6.การวิจัย ต้องมีการบันทึก และรายงาน อย่างละเอียด แหล่งข้อมูล งานวิจัยคือ?

19 กิจกรรมที่เป็นการวิจัย ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นต่อหลักการบางอย่าง เช่น แสงเดินทางเร็วกว่าเสียง พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่นรถไฟฟ้า,คอมพิวเตอร์ที่มี ประสิทธิภาพดีขึ้น พัฒนากระบวนการหรือเทคนิคใหม่ๆ ที่ส่งผลให้ กระบวนการดีกว่าเดิม ปรับปรุงแนวปฏิบัติที่ทำอยู่ในปัจจุบัน การพัฒนาความเข้าใจใหม่จากความรู้ที่มีอยู่

20 แหล่งข้อมูล :http://www.nrct.net/modules.php?op=modload&name=F AQ&file=index วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.เพื่อใช้ในการบรรยาย หรือบอกสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเป็นเช่นไร อยู่ที่ใด มี กี่ประเภท มากน้อยเพียงใด มีสภาพเป็นอย่างไร มีพัฒนการหรือ เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หรือ มีปัญหาอะไร มีความพึงพอใจมากน้อย เพียงใด เป็นต้น 2.เพื่อใช้ในการอธิบาย ผลที่ได้จากการวิจัยทำให้สามารถบอกเหตุผล ของสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ว่ามีสาเหตุมาจากสิ่งใดหรือได้รับอิทธิพลจาก ตัว แปรใดหรือปัจจัยใด รวมทั้ง ปัจจัยใดมีอิทธิพลมากน้อยกว่ากัน 3.เพื่อใช้ในการทำนาย ในบางครั้ง เราจำเป็นที่จะต้องทราบอนาคตของ สิ่งที่ศึกษา ว่าเป็นเช่นไร อันจะช่วยให้มนุษย์สามารถที่เตรียมการ ปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นได้ในอนาคตได้

21 แหล่งข้อมูล :http://www.nrct.net/modules.php?op=modload&name=F AQ&file=index วัตถุประสงค์ของการวิจัย 4.เพื่อใช้ในการควบคุม การดำเนินกิจกรรม ที่ต้องการประสิทธิภาพและคุณภาพของ งาน ต้องเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลง และมีการปรับปรุงการ ดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ เพื่อ ให้สามารถได้ข้อมูลที่ถูกต้องทัน เหตุการณ์และเพียงพอต่อการตัดสินใจ แก้ปัญหาและ ปรับปรุงงานนั้น ๆ จำเป็นจะต้องอาศัยกระบวนการวิจัยที่รอบ รอบรัดกุม 5.เพื่อใช้ในการพัฒนา การวิจัยจะช่วยให้ทราบสภาพความเป็นอยู่ หรือสภาพการ ดำเนินการใด ๆ ว่ามีประสิทธิภาพ หรือมีปัญหา หรือทราบว่า ต้องการพัฒนาด้านใด เพื่อช่วยให้การดำเนินการพัฒนามี ประสิทธิภาพและส่งผลต่อคุณภาพ

22 ประโยชน์ของการวิจัย 1.ได้ความรู้ใหม่ ทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ 2.พิสูจน์หรือตรวจสอบความถูกต้องของกฏเกณฑ์ หลักการและทฤษฎี ต่างๆ 3.เข้าใจสถานการณ์ ปรากฏการณ์และ พฤติกรรมต่าง ๆ 4.ช่วยพยากรณ์ผลภายหน้าของสถานการณ์ ปรากฏการณ์และพฤติกรรม ต่าง ๆ ได้อย่าง ถูกต้อง 5.ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ 6.ช่วยในการวินิจฉัย ตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม 7.ช่วยปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 8.ช่วยปรับปรุงและพัฒนาสภาพความเป็นอยู่ และวิธีดำรงชีวิตได้ดียิ่งขึ้น 9.ช่วยกระตุ้นบุคคลให้มีเหตุผล รู้จักคิดและค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ แหล่งข้อมูล :http://www.nrct.net/modules.php?op=modload&name=FA Q&file=index

23 ขั้นตอนพื้นฐานในการทำ โครงการวิจัย หาหัวข้อ – what and when ตั้งคำถาม – what and why กำหนดประชากร / ขอบเขตการวิจัย – who and when ออกแบบกระบวนการวิจัยและ กำหนดวิธีการวิเคราะห์/ประเมิน – How หาหลักฐาน เก็บข้อมูลทุตยภูมิ และปฐมภูมิ – How วิเคราะห์ / ตีความ จากหลักฐานที่เก็บ – Why แสดงผลว่าทำอะไรไปบ้าง และ ค้นพบอะไร / ได้ผลเป็นอย่างไร Kate Manual, online:http://my .tut.edu.tw/~z /file/ResearchMethodology101.ppt#256,1,Research Methodology 101

24 ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)

25 วิธีการค้นหาคำตอบ ที่ทำเป็นกระบวนการ เพื่อ ใช้ค้นหาคำตอบ เป็นแบบแผนของการวิจัย ที่เริ่มตั้งแต่ การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเสนอข้อมูลอย่างมี ขั้นตอน

26 Research = วิจัย ค้นหาความรู้ Method = วิธี ระเบียบ แบบแผน Research Methodology = ระเบียบวิธีวิจัย ระเบียบวิธีวิจัย คือกระบวนการที่ใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ของที่ตั้งไว้ แหล่งข้อมูล : ผศ.(พิเศษ)น.พ.นภดล สุชาติ ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)

27 ส่วนประกอบของ Research Methodology 1.Reviews & Questions 2.Objectives 3.Expected Outcomes 4.Scope 5.Methods and tools 6.Data Analysis 7.Research Plan, duration ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)

28 1. Reviews & Questions ทบทวนวรรณกรรม และ ตั้งโจทย์วิจัย แนวทางเพื่อให้ได้มาซึ่งโจทย์วิจัย 1.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่นการใช้ Delphi technique กระบวนการหรือเครื่องมือที่ ใช้ในการตัดสินใจ หรือได้ข้อสรุปในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบ ที่ปราศจาก การเผชิญหน้าโดยตรงของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ โดยการรวบรวมและสอบถามความ คิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 2.การทบทวนวรรณกรรม เป็นการสืบค้นงานวิจัยที่มีผู้ทำมาก่อนแล้ว เพื่อศึกษาว่า มีใครทำงานวิจัยใดไว้บ้าง โจทย์วิจัยคืออะไร ใช้วิธิการ ทฤษฎีอะไรในการวิจัย และผลที่ได้เป็นอย่างไร แนวทางเพื่อให้ได้มาซึ่งโจทย์วิจัย 1.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่นการใช้ Delphi technique กระบวนการหรือเครื่องมือที่ ใช้ในการตัดสินใจ หรือได้ข้อสรุปในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างเป็นระบบ ที่ปราศจาก การเผชิญหน้าโดยตรงของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ โดยการรวบรวมและสอบถามความ คิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ 2.การทบทวนวรรณกรรม เป็นการสืบค้นงานวิจัยที่มีผู้ทำมาก่อนแล้ว เพื่อศึกษาว่า มีใครทำงานวิจัยใดไว้บ้าง โจทย์วิจัยคืออะไร ใช้วิธิการ ทฤษฎีอะไรในการวิจัย และผลที่ได้เป็นอย่างไร ส่วนประกอบของ Research Methodology

29 1. Reviews & Questions ทบทวนวรรณกรรม และ ตั้งโจทย์วิจัย แนวทางเพื่อให้ได้มาซึ่งโจทย์วิจัย 3.Stakeholder analysis เป็นกระบวนการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อตัดสินว่าความเห็น หรือความสนใจของใครควรถูกนำมาใช้ในการ ดำเนินการเพื่อพัฒนา และดำเนินการ 4.Academic Meetings แนวทางเพื่อให้ได้มาซึ่งโจทย์วิจัย 3.Stakeholder analysis เป็นกระบวนการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อตัดสินว่าความเห็น หรือความสนใจของใครควรถูกนำมาใช้ในการ ดำเนินการเพื่อพัฒนา และดำเนินการ 4.Academic Meetings ส่วนประกอบของ Research Methodology ผลที่ได้ Conceptual framework

30 Example of research conceptual framework

31 31 2. การกำหนดวัตถุประสงค์ มีความเป็นไปได้ในการหาคำตอบ ผู้ทำวิจัยมีความสนใจ ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่นำไปสู่การกำหนด นโยบาย,การปฏิบัติ คำนึงถึงจริยธรรม คุณธรรม ส่วนประกอบของ Research Methodology

32 32 3. ผลที่คาดว่าจะได้รับ แตกต่างจากวัตถุประสงค์ เป็นผลที่ได้จากการได้ความรู้ใหม่ กระบวนการใหม่ ส่งผลต่อการปฏิบัติ นโยบาย ส่งผลต่อแนวทางการดำเนินการใหม่ ส่วนประกอบของ Research Methodology

33 33 4. ขอบเขตการวิจัย ขอบเขตการวิจัย การวิจัยครอบคลุมเนื้อหาของงานแค่ไหน การเก็บข้อมูล การสุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลจากใคร จำนวนตัวอย่างที่เก็บข้อมูล ส่วนประกอบของ Research Methodology

34 34 5.วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย วิธีการที่ใช้ เช่นการใช้แบบจำลอง การใช้หลักการ ทฤษฎีในการวิจัย เครื่องมือ เช่น ใช้แบบสอบถาม ในการเก็บข้อมูล การ ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนประกอบของ Research Methodology

35 6. การวิเคราะห์ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) –อัตราส่วน Ratio A:B –สัดส่วน Proportion A/(A+B) –ร้อยละ Percent % สถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) Hypothesis testing –Counted Variables : Chi square –Measure Variables : t-test ส่วนประกอบของ Research Methodology

36 7 แผนและระยะเวลาในการทำวิจัย: Gantt Chart กิจกรรมม.ค. ก.พ. มีค. เมย. พ.ค. 1. คำถามวิจัย ทบทวนวรรณกรรม 2. ข้อเสนอโครงการ (Proposal) 3. สร้างเครื่องมือ (Questionnaire) 4. พัฒนาเครื่องมือ 5. เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล 6. นำเสนอความก้าวหน้า 7. นำเสนอรายงาน ส่วนประกอบของ Research Methodology

37 การวิจัยด้านการจัดการความรู้

38 Academic Research Focuses on Knowledge as the end product – for Social benefit

39 Academic Research Mode 1 Classic model Scientific What… question Objective Single discipline Mode 1 Classic model Scientific What… question Objective Single discipline Mode 2 Modern model Practice based How… question Subjective Multidiscipline Mode 2 Modern model Practice based How… question Subjective Multidiscipline

40

41 1.Effects of knowledge spillovers on innovation and collaboration in science and technology parks Angeles Montoro-Sánchez, Marta Ortiz-de-Urbina-Criado, Eva M. Mora- Valentín 2.Knowledge retention: minimizing organizational business loss Moria Levy 3.Firm-internal knowledge integration and the effects on innovation Anne Koch 4.Organizational factors to support knowledge management and innovation Mario Javier Donate, Fátima Guadamillas (pp ) 5.Innovation as a knowledge-based outcome Eric Quintane, R. Mitch Casselman, B. Sebastian Reiche, Petra A. Nylund KM journal Source: 3270&volume=15&issue=6 การวิจัยด้านการจัดการความรู้

42 Why research

43 การใช้สัญชาติญาณ และการใช้อำนาจ ในการดำเนินการ ปัญหา อาจมีความลำเอียงเนื่องจากทัศนคติของผู้ปฏิบัติ ซึ่งส่งผลต่อ การตัดสินใจที่ผิดพลาด เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสัญชาติญาณนั้นถูกต้อง เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าผู้ที่มีส่วนในการตัดสินใจ มีข้อสรุปที่ ถูกต้อง

44 Why research แต่สัญชาติญาณ และความเห็นของผู้ที่มีอำนาจในการ ตัดสินใจ สามารถใช้เป็น guides และ ideas ในการทำวิจัย

45 Where to start

46 Sources of Ideas Common sense Observation of things happening in the world Past research Practical problems Theories Where to start เริ่มอย่างไร

47 โจทย์วิจัย การเริ่มต้นจาก โจทย์วิจัย เป็น วิธีการที่ดีวิธีการหนึ่ง ในการทำวิจัย โจทย์วิจัย การเริ่มต้นจาก โจทย์วิจัย เป็น วิธีการที่ดีวิธีการหนึ่ง ในการทำวิจัย Where to start

48 Initial problem / opportunity Research question Theory 1 Theory 2 Theory 3 Hypothesis

49 โจทย์วิจัย ควรเป็นคำถามสั้นๆ ไม่เป็นคำถามที่ตอบไม่ได้ คำถามนั้นจะต้องหาคำตอบได้ด้วยการวิจัย ไม่เป็นคำถามที่ใครๆก็รู้คำตอบกันอยู่แล้ว ใช้สามัญสำนึก ตอบก็ได้ เป็นเรื่องที่ผู้วิจัยมีความสนใจที่จะทำ ต้องการที่จะรู้คำตอบ คำตอบที่ได้จะนำไปใช้ประโยชน์อะไร เช่น นำไปกำหนด เป็นนโยบายแนวทางปฏิบัติ แหล่งข้อมูล : ผศ.(พิเศษ)น.พ.นภดล สุชาติ พ.บ. M.P.H. Where to start

50 สถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามเร่งด่วนที่ไม่มีเวลาในการทำวิจัยเพื่อหาคำตอบ ผิดจรรยาบรรณ ศิลธรรม โจทย์วิจัยที่ไม่ควรตั้ง

51 คำถามหลัก มีคำถามเดียว ผู้วิจัยจะต้องจะต้องตอบคำถามหลัก คำถาม หลักเป็นตัวกำหนดรูปแบบการวิจัย ประชากรที่ศึกษา ขนาดประชากร การวัดผล และวิเคราะห์ผลการศึกษา สอดคล้องกับ คำถามหลัก

52 คำถามรอง มีความสำคัญรองจากคำถามหลัก อาจมีได้หลาย คำถาม อาจไม่สามารถตอบได้ครบทุกข้อ เพราะจำนวน ประชากรที่ศึกษาออกแบบสำหรับตอบคำถาม หลัก

53 ตัวอย่างคำถาม สินค้าเกษตร premium quality ช่วยลดความยากจนของ เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลได้หรือไม่ อย่างไร 1.สินค้าอะไร 2.กลยุทธ์การตลาดควรเป็นอย่างไร ขายใคร ขายอย่างไร 3.จะพัฒนาสินค้าอย่างไร 4.ควรจัดการระบบห่วงโซ่อุปทาสินค้านั้นอย่างไร 5.สามารถช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรได้แค่ไหน 6.ผลิตเท่าใดจึงจะช่วยลดความยากจน คำถามหลัก คำถามรอง

54 คำถามและวัตถุประสงค์การวิจัย คำถามและวัตถุประสงค์การวิจัย สัมพันธ์เกี่ยวข้อง กัน คำถามวิจัยหมายถึง ข้อความระบุสาระประเด็นการ วิจัยที่ชัดเจน และจำเพาะในรูปประโยคคำถาม คำถามและวัตถุประสงค์การวิจัย สัมพันธ์เกี่ยวข้อง กัน คำถามวิจัยหมายถึง ข้อความระบุสาระประเด็นการ วิจัยที่ชัดเจน และจำเพาะในรูปประโยคคำถาม โจทย์วิจัยเป็นจุดเริ่มต้นของการหาคำตอบ และ สัมพันธ์กับทุกส่วนของกระบวนการวิจัย

55 คำถามวิจัยที่ดี ช่วยจำกัดขอบเขตของการวิจัย ประเด็นวิจัยชัดเจน ช่วยเลือกกำหนดตัวแปรข้อมูลให้ตรงประเด็น ช่วยชี้แนะรูปแบบการวิจัยที่เหมาะสม ช่วยชี้แนะกำหนดกรอบการสรุปผลวิจัย

56 ตัวอย่างคำถามวิจัย ผู้ป่วยนอก รพ.พุทธชินราช ที่มีโรคทางจิตเวช ร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ มีเท่าใด ครีมกันแดดลดความเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนังได้จริง หรือไม่ ยาต้านวัณโรคมีประสิทธิผลในการป้องกันวัณโรค ในผู้ป่วยติดเชื้อ HIV หรือไม่ ผู้ป่วยนอก รพ.พุทธชินราช ที่มีโรคทางจิตเวช ร่วมกับการดื่มแอลกอฮอล์ มีเท่าใด ครีมกันแดดลดความเสี่ยงโรคมะเร็งผิวหนังได้จริง หรือไม่ ยาต้านวัณโรคมีประสิทธิผลในการป้องกันวัณโรค ในผู้ป่วยติดเชื้อ HIV หรือไม่

57 Assignment 1 ทำรายงานและนำเสนอ ชื่อหัวข้อวิจัย 1.สถานการณ์ ที่มาและความสำคัญ 2.โจทย์วิจัย 3.วัตถุประสงค์การวิจัย 4.ผลที่คาดว่าจะได้รับ ทำรายงานและนำเสนอ ชื่อหัวข้อวิจัย 1.สถานการณ์ ที่มาและความสำคัญ 2.โจทย์วิจัย 3.วัตถุประสงค์การวิจัย 4.ผลที่คาดว่าจะได้รับ

58 เพื่อเป็นแนวทางในการเขียน อาจใช้วิธีเขียนเพื่อตอบ คำถามต่อไปนี้ 1. สถานการณ์เป็นอย่างไร ประเด็นปัญหา หรือคำตอบที่ ต้องการค้นหาคืออะไร? มีกี่ปัญหา? ต้องการกี่คำตอบ? 2. มีความจำเป็นเพียงใดที่จะค้นหาคำตอบดังกล่าว? ถ้าไม่ ค้นหาจะเสียหายอย่างไร? ถ้าค้นหาได้แล้วจะช่วยให้ อะไรดีขึ้นอย่างไร? 3. การค้นหาคำตอบนี้ ทำได้อย่างไร? ใช้วิธีการใดบ้าง? 4. ผลที่ได้จากการวิจัยเพื่อแก้ปัญหานี้คืออะไร


ดาวน์โหลด ppt Research Methodology. Out line การวิจัยคือ? กระบวนการวิจัย การวิจัยด้านการจัดการความรู้ ทำไมต้องทำวิจัย จะเริ่มต้นทำวิจัยจากตรงไหน กระบวนการทำวิจัย Model.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google