งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

บทที่ 12 กฎหมายว่าด้วยการใช้กำลัง (International Law on the Use of Force) กอบกุล รายะนาคร คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "บทที่ 12 กฎหมายว่าด้วยการใช้กำลัง (International Law on the Use of Force) กอบกุล รายะนาคร คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 บทที่ 12 กฎหมายว่าด้วยการใช้กำลัง (International Law on the Use of Force) กอบกุล รายะนาคร คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2 พัฒนาการกฎหมายก่อนมี UN ตราบจนต้นศตวรรษที่ 20 ไม่มี กฎหมายห้ามการทำสงคราม แต่มีหลักกฎหมายที่ควบคุมการ ใช้กำลัง – หลักการทำสงครามที่ชอบธรรม (Just War) – หลักการตอบโต้โดยชอบด้วย กฎหมาย (Reprisal) – หลักสิทธิในการป้องกันตนเอง (Right of Self-Defence)

3 หลักการทำสงครามที่ชอบ ธรรม ได้รับการสนับสนุนจากนักคิดใน สมัยต่างๆ เช่น St. Augustine ในศตวรรษที่ 5 St. Thomas Aquinas ในศตวรรษ ที่ 13 Grotius ในศตวรรษที่ 17 กล่าวถึง การทำ Just War ว่าเป็นการใช้ กำลังเพื่อป้องกันตนเอง เพื่อ คุ้มครองทรัพย์สินและพลเมือง ตลอดจนเพื่อลงโทษการกระทำผิด ของอีกรัฐหนึ่ง

4 หลักการตอบโต้โดยชอบด้วย กฎหมาย คดี Naulilaa Case ค. ศ (Portugal v. Germany) ประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ มีการกระทำผิดกฎหมายระหว่าง ประเทศ มีคำร้องขอให้แก้ไขหรือเยียวยา ความเสียหาย แต่มิได้รับการ ตอบสนอง การตอบโต้จะต้องไม่เกินกว่าเหตุ ในปัจจุบัน การตอบโต้ หรือ reprisal ถือว่าไม่ชอบด้วย กฎหมายระหว่างประเทศ

5 หลักสิทธิในการป้องกัน ตนเอง Caroline Case (1837) เอกสาร ตอบโต้ระหว่างรัฐมนตรี ต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา และอังกฤษ การใช้สิทธิในการป้องกัน ตนเอง หมายถึง การใช้กำลัง เมื่อมีความจำเป็นขณะนั้น เป็น ความจำเป็นอย่างท่วมท้น (overwhelming) และไม่มี หนทางอื่นให้เลือก ไม่มีเวลาที่ จะเจรจา และเป็นการใช้กำลัง พอสมควร

6 กติกาสันนิบาตชาติ ค. ศ รัฐสมาชิกมีหน้าที่ต้องนำข้อพิพาทเข้า สู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ หรือ การระงับข้อพิพาททางศาล หรือ การ ไต่สวน โดยคณะมนตรี ห้ามมิให้ทำสงครามจนกว่าจะพ้น 3 เดือนหลังจากมีคำวินิจฉัยของ อนุญาโตตุลาการ หรือ ศาล หรือได้รับ รายงานจากคณะมนตรี รัฐสมาชิกตกลงที่จะไม่ทำสงครามกับ สมาชิกที่ได้ยอมปฏิบัติตามคำวินิจฉัย หรือรายงานที่ได้รับการรับรองเป็นเอก ฉันท์แล้วจากคณะมนตรี

7 สนธิสัญญาทั่วไปว่าด้วยการ ยกเลิกสงคราม (General Treaty for the Renunciation of War หรือ the Kellog-Briand Pact) ค. ศ รัฐภาคีประณามการทำ สงคราม และตกลงที่จะไม่ใช้ สงครามเป็นเครื่องมือในการ ดำเนินนโยบายด้าน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

8 กฎบัตรสหประชาชาติ (UN Charter, Chapter 7) Article 2 (4) ห้ามมิให้รัฐ คุกคามหรือใช้กำลังต่อกัน และกัน “ ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐสมาชิกทั้งปวงจักต้องละ เว้นการคุกคาม หรือการใช้ กำลังต่อบูรณภาพแห่งอาณา เขต หรือเอกราชทางการเมือง ของรัฐใดๆ หรือการกระทำใน ลักษณะการอื่นใดที่ไม่ สอดคล้องกับความมุ่งหมาย ของสหประชาชาติ ”

9 ข้อยกเว้นในการใช้ กำลัง 1. การใช้สิทธิป้องกัน ตนเอง ( ตามหลักจารีต ประเพณี และตาม Article 51 UN Charte 2. การใช้มาตรการรักษา สันติภาพร่วมกันภายใต้ ระบบของ UN ( กลไก การรักษาสันติภาพ ภายใต้ Chapter 7)

10 การใช้สิทธิป้องกันตนเอง ตาม Article 51 “ ไม่มีข้อความใดในกฎบัตรฉบับ ปัจจุบันอันจักรอนสิทธิประจำตัว ในการป้องกันตนเองโดยลำพัง ตนหรือโดยร่วมกัน หากการ โจมตีโดยกำลังอาวุธบังเกิดแก่ สมาชิกของสหประชาชาติ จนกว่าคณะมนตรีความมั่นคง จะได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็น เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ และ ความมั่นคงระหว่างประเทศ ”

11 ประเด็นคำถามเกี่ยวกับการใช้ สิทธิป้องกันตนเอง รวมถึงกรณีการป้องกัน ตนเองล่วงหน้า (anticipatory self- defence หรือ pre-emptive self-defence) หรือไม่ ? รวมถึงการคุ้มครองชีวิตของ พลเมือง และทรัพย์สินใน ต่างแดนหรือไม่ ?

12 กลไกของรักษาสันติภาพ ของ UN บทบาทหลักอยู่ที่คณะมนตรี ความมั่นคง (Security Council – SC) ตาม Chapter VII ของ UN Charter Article 39 – ก่อนที่ SC จะ ดำเนินมาตรการใดๆจะต้องมี ความเห็นก่อนว่าเกิดการคุกคาม ต่อสันติภาพ การละเมิด สันติภาพ หรือการกระทำการ รุกราน (aggression) หรือไม่

13 อะไรคือ “Aggression” ตามนิยามของมติของสมัชชาใหญ่ ค. ศ รวมความถึง การใช้กำลังอาวุธต่อรัฐอื่น การโจมตีด้วยกำลังทหาร หรือ กำลังอาวุธ การปิดล้อมเมืองท่า การส่งกองกำลังเข้าไปปฏิบัติการ ทหารในประเทศอื่น การยินยอมให้รัฐอื่นละเมิดดินแดน เพื่อกระทำการรุกรานรัฐที่สาม

14 กลไกของรักษาสันติภาพ ของ UN (2) Article 40 – SC สามารถดำเนิน มาตรการชั่วคราวเพื่อป้องกันไม่ให้ สถานการณ์ทวีความร้ายแรงยิ่งขึ้น Article 41 – SC อาจวินิจฉัยและ เรียกร้องให้สมาชิกใช้มาตรการอัน ไม่มีการใช้กำลังอาวุธ อาจรวมถึง การตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การคมนาคมทางรถไฟ ทางทะเล ทางอากาศ ทางไปรษณีย์ ทางโทร เลข ทางวิทยุ และวิถีทางคมนาคม อย่างอื่นโดยสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วน และการตัดความสัมพันธ์ทางการทูต ด้วย

15 กลไกของรักษาสันติภาพ ของ UN (3) Article 42 – หากเห็นว่า มาตรการตาม Article 41 ไม่ เพียงพอ SC อาจดำเนินการ ใช้กำลังทางอากาศ ทางทะเล หรือทางพื้นดินเช่นที่เห็น จำเป็น ซึ่งอาจรวมถึงการ แสดงแสนยานุภาพ การปิด ล้อม และการปฏิบัติการอย่าง อื่นโดยใช้กำลังทางอากาศ ทางทะเล หรือทางพื้นดินของ บรรดาสมาชิกสหประชาชาติ

16 ข้อจำกัดของการรักษา สันติภาพโดย UN กลไกของสหประชาชาติในการ รักษาสันติภาพมีข้อจำกัดทั้งด้าน การเมืองและงบประมาณ การใช้สิทธิยับยั้ง (veto) ของ สมาชิกประเภทถาวรของคณะ มนตรีความมั่นคง มาตรการไม่ใช้กำลัง เช่น การ ลงโทษทางเศรษฐกิจ (economic sanctions) ใช้เวลานานกว่าจะ เห็นผล หรืออาจไม่ได้ผล และมัก ก่อให้เกิดปัญหาด้านมนุษยธรรม เช่น การลงโทษแอฟริกาใต้, โรดี เซีย, อัฟกานิสถาน หรือ อิรัก


ดาวน์โหลด ppt บทที่ 12 กฎหมายว่าด้วยการใช้กำลัง (International Law on the Use of Force) กอบกุล รายะนาคร คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google