งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การเชื่อมโยงและประสาน แผนพัฒนาในระดับต่าง ๆ นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้อำนวยการ สำนักยุทธศาสตร์และส่งเสริมการบริหารราชการอำเภอ กรมการปกครอง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การเชื่อมโยงและประสาน แผนพัฒนาในระดับต่าง ๆ นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้อำนวยการ สำนักยุทธศาสตร์และส่งเสริมการบริหารราชการอำเภอ กรมการปกครอง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การเชื่อมโยงและประสาน แผนพัฒนาในระดับต่าง ๆ นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้อำนวยการ สำนักยุทธศาสตร์และส่งเสริมการบริหารราชการอำเภอ กรมการปกครอง

2 ๑.บริบทการพัฒนา : แรงพลังกดดันและผลักดันไทย ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ ๒.บทบาทและรูปแบบของภาครัฐและระบบราชการไทย สมัยใหม่ ๓.การจัดความสัมพันธ์ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และการปกครองท้องถิ่น ๔. การเชื่อมโยงและประสานแผนพัฒนา ขอบเขตการบรรยาย

3 ๑. บริบทการพัฒนา : แรงพลังกดดันและผลักดันไทย ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์

4 แรง พลังกดดันและผลักดันไทย กระแสกดดัน ภายนอก กระแสกดดัน ภายใน ทุนนิยมเทคโนโลยีโลก การเมือง การค้า การทหาร ระหว่างประเทศ ภาวะโลกร้อน โรคระบาด และ การก่อการร้าย การอพยพเข้ามา ของคนต่างด้าว การแย่งชิง ทรัพยากร โลกทัศน์ที่ขัดแย้ง ความต้องการของผู้คน ที่หลากหลายมากขึ้น พลังอำนาจทุน และชุมชนท้องถิ่น บูรณาการ ปรับตัว

5 ส่วนที่อยู่เหนือน้ำ : สังเกตเห็นหรือรับรู้ได้ชัดเจน ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ : สังเกตเห็นหรือรับรู้ได้ยาก ศักยภาพและขีดความสามารถในการรับรู้

6 ๒. บทบาทและรูปแบบ ของภาครัฐและระบบราชการไทย สมัยใหม่

7 รัฐยุทธศาสตร์ (STRATEGIC STATE) รัฐสมัยใหม่เป็นรัฐที่จำเป็นต้องปรับบทบาทจากเชิงรับเป็นรัฐที่มีบทบาทเชิงรุกหรือ รัฐยุทธศาสตร์ โดยจะต้องแสดงบทบาทการบริหารที่สำคัญ ๒ ด้าน ๑. บทบาทรวมศูนย์การบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ โดยการปรับตัวให้เข้ากับสภาพ แวดล้อมภายนอก (External Adaptation) เพื่อตอบสนองรองรับต่อกระแสแรงกดดัน จากภายนอก (External Threats) ๒. บทบาทด้านการบูรณาการภายใน (Internal Integration) โดยระดมพลังและผนึก กำลังของคนชั้น กลุ่มต่าง ๆ ที่หลากหลายให้ดำรงอยู่ร่วมกันได้ กระจายบทบาทอำนาจ หน้าที่ไปให้ท้องถิ่นตามพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อที่จะสามารถตอบสนองรองรับต่อกระแสความ ต้องการภายในประเทศ (Internal Demands) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สังคมสมานฉันท์ สังคมไม่เหลื่อมล้ำ สังคมของการร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อความไม่ล้าหลัง เพื่อความพอเพียง

8 บทบาทสำคัญของรัฐไทยสมัยใหม่ “รัฐชาติ”“รัฐยุทธศาสตร์” ตัวแสดงนำที่รับผิดชอบ หน้าที่ภารกิจทุกประเภท เลือกทำบางเรื่องที่จำเป็นและ ให้ความสำคัญแก่ภารกิจด้าน การพัฒนาในเชิงกลยุทธ์มากขึ้น กำหนดยุทธศาสตร์ แนวทางนโยบาย สนับสนุนส่งเสริม ร่วมมือ และกำกับดูแล ความรับผิดชอบ (Distributed Governance) การกระจายและแบ่งปันความรับผิดชอบ (Sharing Responsibility) และความชอบธรรมในการบริหารจัดการ เป็นผู้วางเงื่อนไขแล้วทำสัญญาข้อตกลงผลงานมอบอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่ไม่ใช่ภาครัฐ (Outsourcing) รับไปทำ ความชอบธรรมของรัฐและรัฐบาลในอนาคต คือ การมียุทธศาสตร์ที่ดี การประสานแผนยุทธศาสตร์สู่ การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ และความเป็นประชาธิปไตย

9 การเข้าใจถึงความจำเป็นที่รัฐต้องแสดงบทบาทการเป็นรัฐ ยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบราชการที่เสริมสร้างการกระบวนการเรียนรู้ ทางสังคมให้ขยายกว้างขึ้น การเสริมสร้างปรัชญาการพัฒนาประเทศตามแนวปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง (Philosophy of Sufficiency Economy) ให้เป็นหลักชี้นำปรัชญาการปกครองและการบริหารประเทศ (Governance Philosophy) การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างบูรณาการและมีหลัก ธรรมาภิบาล (Good Governance) การบริหารยุทธศาสตร์ภาครัฐให้เกิดความอยู่ดีมีสุข (Well- being) ตามที่ประชาชนคาดหวัง รัฐไทยสมัยใหม่ : มุ่งสู่ความเป็นรัฐยุทธศาสตร์

10 การปรับเปลี่ยนจากบทบาทเดิมที่เป็น ผู้คอยควบคุม และรักษากฎระเบียบ ไปสู่บทบาทใหม่ คือ การไกล่เกลี่ย ประนีประนอม และประสานประโยชน์กับกลุ่มต่าง ๆ การจัดสรรผลประโยชน์อย่างมีศิลปะ กลไกของรัฐไทยสมัยใหม่

11 บทบาทและรูปแบบใหม่ที่ภาครัฐควรจะเป็น บทบาทรัฐควรเปลี่ยนจาก“รัฐชาติ” ที่เน้นการใช้ อำนาจควบคุมไปเป็น “รัฐยุทธศาสตร์” ที่ให้ ความสำคัญมากขึ้นแก่บทบาทในการเอื้ออำนวย (Facilitation) และสนับสนุนช่วยเหลือ (Promotion) ความเป็นรัฐยุทธศาสตร์ ต้องการระบบราชการที่ สามารถซึมซับรับรู้ (Sense) หรือมีระบบการ เรียนรู้ สร้างและสั่งสมข้อมูลข่าวสารความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว (High Speed of Learning) และ ตอบสนอง (Response) ได้เท่าทันต่อความ ต้องการในการพัฒนา “โครงสร้าง” และ “วัฒนธรรม” การทำงาน รูปแบบใหม่ที่เอื้อและสอดคล้องกับระบบการ เรียนรู้ที่รวดเร็ว

12 บทบาทและรูปแบบใหม่ที่ภาครัฐควรจะเป็น “กลไกทางกฎหมาย” ที่ทำให้ภาครัฐสามารถ เจรจาต่อรอง (Negotiation) และไกล่เกลี่ยกรณี ต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย บุคลากรที่มี “ชุดทางความคิด” (Mindset) ที่ พร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ (Willingness to learn) และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับหลาย ๆ ฝ่าย ตัวแบบบุคลากรภาครัฐ ต้องเป็นผู้ที่มีทักษะด้าน วิธีคิดและวิธีการทำงาน ซึ่งรู้จักวิเคราะห์ โครงสร้างของกลุ่มคนในสังคม สามารถจำแนก ขีดความสามารถ ผลประโยชน์ และความต้องการ ของคนกลุ่มต่าง ๆได้ และออกแบบรูปแบบวิธีการ ทำงานในเชิงพิทักษ์ปกป้องและส่งเสริมสนับสนุน กลุ่มคนต่างๆ

13 ๓. การจัดความสัมพันธ์ระหว่าง ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และการปกครองท้องถิ่น

14 แนวคิดการจัดความสัมพันธ์ระหว่าง ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น Concept of Subsidiarity จัดสรรหน้าที่ความรับผิดชอบให้แก่แต่ละระดับของ การปกครอง บริหารตามระดับความสามารถของแต่ละ ระดับ Collaboration and Partnership ความร่วมมือ ร่วมรับผิดชอบ ร่วมแบ่งปันทรัพยากร ร่วมรับ ประโยชน์ ทั้งที่มีและไม่มีพันธะสัญญา

15 การจัดความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และการปกครองท้องถิ่น รัฐที่มีแนวโน้มรวมศูนย์การกำหนดยุทธศาสตร์และบริหารนโยบาย โดยบูรณาการในแนวดิ่งกับแนวขวาง ส่วนกลาง หน่วยการ ปกครองท้องถิ่น ส่วนภูมิภาค เชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ ให้คำปรึกษาชี้แนะ สนับสนุนและช่วยเหลือทางเทคนิค กำกับดูแล และ เป็นตัวแทนของหน่วยราชการส่วนกลาง ปฏิบัติภารกิจ ที่หน่วยการปกครองท้องถิ่นทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดีพอตาม พันธะสัญญาที่มีต่อราชการส่วนกลาง พันธะสัญญา (Contractual Relationship) รับผิดชอบปฏิบัติกิจกรรมบริการประชาชนที่เป็นเรื่อง ใกล้ตัวที่ผู้คนในท้องถิ่นรู้ปัญหาความต้องการดีกว่าและ มีความสามารถแก้ปัญหาและทำการพัฒนาได้ดีกว่า ราชการส่วนภูมิภาค ทำหน้าที่ในเชิงกลยุทธ์ กำหนดยุทธศาสตร์ พัฒนานโยบาย สนับสนุนความรู้วิทยาการใหม่และกำกับดูแล วัด/ประเมิน ผลสัมฤทธิของการปฏิบัติงานของราชการส่วนภูมิภาคและ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่หน่วยปฏิบัติ พันธะสัญญามอบหมายว่าจ้างปฏิบัติงาน (Performance Agreement)

16 ๔. การเชื่อมโยงและ ประสานแผนพัฒนา

17 การประสานแผนพัฒนา คือ อะไร เป็นการเชื่อมโยงทรัพยากรของทุกฝ่าย เป็นความร่วมมือเชิงสนับสนุนช่วยเหลือกันระหว่าง หน่วยงานที่ต่างศักยภาพและที่มีศักยภาพใกล้เคียง กัน เป็นการนำภารกิจของหน่วยงานที่มีลักษณะคล้ายกัน มาบูรณาการ รูปแบบการประสานแผน : แนวดิ่งและแนวขวาง

18 ปัญหาการประสานแผนพัฒนา จากการศึกษาผลการวิจัยพบว่า ประเทศไทยมีแผนพัฒนา ทั้งในระดับชาติ ภูมิภาค และท้องถิ่น ทำให้แผนฯ มีลักษณะ ที่ซ้ำซ้อนกัน นำไปสู่ความสิ้นเปลืองและไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ระบบแผนพัฒนาคู่ขนานของภูมิภาค และ ท้องถิ่น ก่อให้เกิดความยุ่งยาก รวมทั้งโครงสร้างและอำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการประสานแผนระดับจังหวัด/อำเภอ ยังไม่มีประสิทธิภาพ

19 ความจำเป็นในการประสานแผนพัฒนา ๑. การแก้ปัญหากรณีต่างคนต่างทำมาเป็นบูรณาการร่วมกัน ๒. การแบ่งงานกันทำตามความชำนาญเฉพาะของหน่วยงาน ๓. การพัฒนาโครงสร้างองค์การ ๔. ความสลับซับซ้อนของปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ๕. ความจำกัดของทรัพยากร ๖. การบริหารที่มุ่งเน้นเป้าหมายและผลสำเร็จในการทำงาน ๗. การเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ๘. การสร้างความยืดหยุ่นและท้าทายในเรื่องอัตรากำลัง ๙. การลดค่าใช้จ่ายต่อหัวทางการบริหาร

20 รูปแบบของการประสานแผนพัฒนา การทำงานร่วมกันระหว่างองค์การแบบจับคู่ (Pairwise or dyadic Interorganization) การทำงานร่วมกันในลักษณะชุดขององค์การ (Interorganizational Set) การทำงานในลักษณะเครือข่าย (Interorganization Network or Networking Organization) หรือลักษณะพหุพาคี

21 เทคนิคที่ใช้ในการประสานแผนพัฒนา การประสานงานระหว่างองค์การ (เกิดจากการเห็นความจำเป็นร่วมกันและมีความสัมพันธ์แบบ ไม่เป็นทางการ ในการดำเนินกิจกรรมอาจไม่มีเป้าหมายหรือภารกิจแบบเดียวกัน แต่จะบรรลุเป้าหมายบาง ประการร่วมกัน เช่น การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กเร่ร่อน ฯลฯ NGOs ก.พัฒนาสังคมฯ และ อปท.) การวางแผนร่วมกันในการดำเนินการ (ถ้าผู้เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมตั้งแต่แรกในการวางแผน จะทำให้เกิดความเข้าใจ การยอมรับ เห็นด้วยกับแผนต่าง ๆ และลดการซ้ำซ้อนระหว่างองค์การ) การใช้รูปแบบคณะกรรมการ (ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่คณะกรรมการจะได้ผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีหน่วยงานเจ้าของเรื่องทำหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ) การใช้ระบบงบประมาณ (หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณจะพิจารณาภาพรวมของ การดำเนินการตามแผนงานของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งระบบ วิธีนี้จะใช้งบประมาณในการประสานกิจกรรม) การใช้รูปแบบหน่วยงานร่วมทุน (จะเป็นการตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นมา โดยหน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ แล้วร่วมทุนกันดำเนินการ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน) การสร้างองค์การแบบเครือข่าย (Networking Organization) ในการประสาน การนำแผนไปปฏิบัติ (แต่ละหน่วยงานทำงานในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ เพราะเกินความสามารถของ หน่วยงานเพียงหน่วยเดียว การทำงานในลักษณะเครือข่ายทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะรู้ว่าส่วนที่ตนเองรับผิดชอบ อยู่มีความสำคัญอย่างไร และมีความเกี่ยวข้องกับส่วนที่ฝ่ายอื่นรับผิดชอบอย่างไร เพื่อบรรลุผลสำเร็จร่วมกัน)

22 บทบาทการประสานแผนพัฒนาของ ราชการส่วนภูมิภาคกับการปกครองท้องถิ่น ๑. กำกับดูแลสนับสนุนมาตรฐานการปฏิบัติ ภารกิจ และ การบริการของ อปท. ๒. ให้สนับสนุนทางเทคนิค เพื่อพัฒนาความสามารถของ อปท. ๓. ร่วมดำเนินการกับ อปท. ในเรื่องที่ยาก ซับซ้อน เป็น โครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการปฏิบัติงาน และความครอบคลุมพื้นที่ของการบริการในวงกว้าง

23 หลักการประสานแผนพัฒนา Area (A) พื้นที่ Function (F) ภารกิจ Participation (P) การมีส่วนร่วมตัดสินใจ กำหนดสิ่ง/เรื่องใดควรมีการประสานแผน (การพัฒนาโดยยึดท้องถิ่น/พื้นที่เป็นหลัก หน่วยงานราชการต่าง ๆ เข้าไปปฏิบัติภารกิจ ตามความต้องการของคนในท้องถิ่น และคนในท้องถิ่นมีส่วนร่วมหรือเป็นภาคีหลักใน การดำเนินการพัฒนา) Priority ของรัฐบาล V.S. Priority ของพื้นที่ (จังหวัด อำเภอ อปท. และชุมชนท้องถิ่น) มาตรฐานของการให้บริการพื้นฐาน และขีดความสามารถ ในการบริหารจัดการของแต่ละองค์กรที่แตกต่างกัน ได้แก่ อำนาจหน้าที่ งบประมาณ บุคลากร ข้อมูลข่าวสารความรู้ อุปกรณ์เครื่องมือ ฯลฯ

24 กระบวนการประสานแผนพัฒนาพื้นที่จังหวัด แผนบริหารราชการแผ่นดิน แผนปฏิบัติราชการ ๔ ปี กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ (แผนสภาพัฒน์ฯ) กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัด กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่จังหวัด กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่อำเภอ กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาของพื้นที่ของแต่ละ อปท. แผนแม่บทชุมชน

25 ขั้นตอนการประสานแผนพัฒนา ๑. กำหนด/ระบุหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒. แต่งตั้งคณะกรรมการประสานแผน ๓. กำหนดกรอบการประสานแผน ๓.๑ เป้าหมายร่วมกันของหน่วยงาน (เพื่อนำมาเป็นศูนย์กลางของ การกำหนดทิศทางการทำงานที่แต่ละหน่วยงานจะนำไปกำหนดแผนงาน และจัดทำกิจกรรมการพัฒนาเพื่อตอบสนองเป้าหมายของยุทธศาสตร์ ร่วมกัน) ๓.๒ ระบบแผน (กำหนดโครงการ/กิจกรรมเชิงบูรณาการเพื่อเชื่อมโยง แผนการทำงานให้ไปสู่เป้าหมายเดียวกัน รวมทั้งกำหนดตัวชี้วัดผลผลิต และผลลัพธ์ของแผนงานเพื่อนำไปสู่การติดตามประเมินผลร่วมกัน) ๓.๓ งบประมาณ (จัดตั้งงบประมาณตามโครงการ/กิจกรรมเชิงบูรณาการ ที่กำหนดไว้ภายใต้แผนงานร่วมกัน) ๓.๔ ระบบการติดตามและประเมินผล (โครงการ/กิจกรรมจะต้อง ได้รับการติดตามประเมินผลตามวิธีการและตัวชี้วัดที่กำหนดร่วมกันตาม ระยะเวลาที่กำหนด) ๔. ดำเนินการเชื่อมโยงแผนพัฒนา (อาจใช้แนวความคิดเชิงบูรณาการ ได้แก่ การเชื่อมโยง การประสาน การรวมกัน การผนวก และการเติมเต็ม)

26 รูปแบบการเชื่อมโยงแผนพัฒนา ยุทธศาสตร์จังหวัด มี ๔ ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ( ตัวอย่างการเชื่อมโยงแผนพัฒนา ) ๑.ยุทธศาสตร์ การเพิ่มสมรรถนะองค์กร ๒.ยุทธศาสตร์ การพัฒนาการให้บริการสู่ความเป็นเลิศ ๓.ยุทธศาสตร์ การเสริมสร้างความอยู่ดีมีสุข ๔.ยุทธศาสตร์ การสื่อสารข้อมูลและความรู้สู่สาธารณะ ๑๒๓๔ สำนักงานจังหวัด ยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ ที่ทำการปกครองจังหวัด ยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบการให้บริการ ประชาสัมพันธ์จังหวัด แผนงาน การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของรัฐ องค์การบริหารส่วนจังหวัด แผนงาน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน เทศบาล แผนงาน พัฒนาการบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์ / แผนงานของหน่วยงานต่าง ๆ ในจังหวัด ยุทธศาสตร์จังหวัด

27 กลไกสนับสนุนการประสานแผนพัฒนา กลไกงบประมาณเงินอุดหนุนการทำข้อตกลงการให้ บริการสาธารณะระหว่างรัฐบาล (ทั้งราชการส่วนกลางและ ส่วนภูมิภาค) กับ อปท. การร่วมลงทุนในการให้บริการ สาธารณะ กลไกการมีแผนยุทธศาสตร์แบบบูรณาการร่วมกันระหว่าง ราชการส่วนภูมิภาคกับ อปท. ภาคีองค์กรการพัฒนา และ องค์กรชุมชนท้องถิ่น สำนักงานบริหารจัดการยุทธศาสตร์พัฒนาพื้นที่จังหวัดและ กลุ่มจังหวัด (Office of Strategy Management, OSM)

28 ปัจจัยความสำเร็จของการประสานแผนพัฒนา ต้องปรับปฏิทินการจัดทำแผนและงบประมาณประจำปีของ อปท. ส่วน ราชการภูมิภาค และส่วนกลางให้สอดคล้องคู่ขนานกัน เพื่อเชื่อมโยงงานและ งบประมาณได้จริงในทางปฏิบัติ ต้องมีศูนย์กลางระดับจังหวัดและส่วนกลางทำหน้าที่ประสานและติดตามการ ไหลของงบประมาณ ต้องปรับปรุงข้อมูลข่าวสารที่ใช้ในการประสานแผนของหน่วยงานทุกระดับ ให้ถูกต้อง แม่นยำ ตรงกัน และทันสมัย ต้องกำหนดพื้นที่ที่เป็นจุดเป้าหมายการพัฒนาให้เล็ก ชัด เห็นผลการพัฒนา เชิงประจักษ์ อาจต้องลงถึงคุ้มบ้าน ละแวกบ้าน กลุ่มครัวเรือน ต้องเร่งเสริมสร้างความสามารถการบริหารจัดการของราชการ ส่วนภูมิภาค อปท. และชุมชน ปรับโครงสร้างการบริหารงานให้มีความเหมาะสม

29 โครงสร้างการบริหารงานอำเภอโครงสร้างการบริหารงานอำเภอ อำเภอ ( นายอำเภอ ) คณะกรรมการบริหารงานแบบบูรณาการ อำเภอ ( กบอ.) คณะทำงานฝ่าย อำนวยการ ศูนย์ ปฏิบัติการ อำเภอ ศูนย์อำนวยความ เป็นธรรม กลุ่มภารกิจ ด้าน เศรษฐกิจ กลุ่มภารกิจ ด้านสังคม กลุ่ม ภารกิจ ด้านความ มั่นคง กลุ่มภารกิจ ด้านการบริหาร จัดการ ชุดปฏิบัติการประจำตำบล ภาครัฐ ภาคเอก ชน ภาค ประชาชน คณะกรรมการหมู่บ้าน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ 29

30 สัมฤทธิ์ผลของการประสานแผนพัฒนา การมีระบบข้อตกลงด้านการบริหารงานและการให้บริการ สาธารณะ (Public Service Agreement) ที่หน่วยงานรับไป ดำเนินการที่มีการประเมินผลงานอย่างเป็นระบบ มีตัวชี้วัด สัมฤทธิ์ผลของงานและความพึงพอใจของผู้รับบริการ (KPI) การมีระบบรับรองคุณภาพการบริหารงานของหน่วยงาน การมีระบบการประกันคุณภาพและมาตรฐานของการให้ บริการสาธารณะ (Standardized Public Service Delivery) ที่หน่วยงานดำเนินการ

31 Thank You for Your Attention จบการบรรยาย

32 ที่มา er/doc_download/1.ppthttp://www.pokkrongnakhon.com/datacent er/doc_download/1.ppt สืบค้นวันที่ 18 กันยายน 2552


ดาวน์โหลด ppt การเชื่อมโยงและประสาน แผนพัฒนาในระดับต่าง ๆ นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้อำนวยการ สำนักยุทธศาสตร์และส่งเสริมการบริหารราชการอำเภอ กรมการปกครอง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google