งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

International Environmental Law กฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ 14 International Environmnetal Law.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "International Environmental Law กฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ 14 International Environmnetal Law."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 International Environmental Law กฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ 14 International Environmnetal Law

2 องค์กรที่มีบทบาทในการดูแล สิ่งแวดล้อมในระดับระหว่างประเทศ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) องค์การสหประชาชาติ (United Nations) United Nations Environment Program – UNEP โครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ United Nations Environment Program – UNEP โครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ Food and Agriculture Organization – FAO องค์การอาหารและการเกษตร Food and Agriculture Organization – FAO องค์การอาหารและการเกษตร International Maritime Organization – IMO องค์การพาณิชยนาวีระหว่างประเทศ International Maritime Organization – IMO องค์การพาณิชยนาวีระหว่างประเทศ International Atomic Energy Agency – IAEA ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ International Atomic Energy Agency – IAEA ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ องค์การอื่นๆ เช่น WHO, WTO, World Bank องค์การอื่นๆ เช่น WHO, WTO, World Bank 24 International Environmnetal Law

3 UN Millennium Goals: Sustainable Development: UNEP: FAO: WHO: IAEA: IMO: Basel Convention: Rotterdam Convention: Ramsar Convention: rsworldwideindex/main/ramsar/1%5E25636_4000_0__ rsworldwideindex/main/ramsar/1%5E25636_4000_0__ CITES: Convention on Biological Diversity: Cartagena Protocol on Biosafety: Kyoto Protocol: 34 International Environmnetal Law

4 กฎบัตรสหประชาชาติ และ ปฎิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 55 ด้วยความมุ่งหมายในการสถาปนา ภาวการณ์แห่งเสถียรภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งจำเป็นสำหรับ ความสัมพันธ์โดยสันติและโดยฉันทมิตร ระหว่างประชาชาติทั้งหลาย โดย มีความเคารพต่อหลักการแห่งสิทธิอันเท่าเทียมกันและการกำหนด เจตจำนงของตนเองของประชาชนเป็นมูลฐานสหประชาชาติจะต้อง ส่งเสริม กฎบัตรสหประชาชาติ ข้อ 55 ด้วยความมุ่งหมายในการสถาปนา ภาวการณ์แห่งเสถียรภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งจำเป็นสำหรับ ความสัมพันธ์โดยสันติและโดยฉันทมิตร ระหว่างประชาชาติทั้งหลาย โดย มีความเคารพต่อหลักการแห่งสิทธิอันเท่าเทียมกันและการกำหนด เจตจำนงของตนเองของประชาชนเป็นมูลฐานสหประชาชาติจะต้อง ส่งเสริม ก. มาตราฐานการครองชีพที่สูงขึ้น ก. มาตราฐานการครองชีพที่สูงขึ้น ข. การแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศทางเศรษฐกิจ สังคม อนามัยและ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและความร่วมมือระหว่างประเทศทางวัฒนธรรมและ การศึกษา และ ข. การแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศทางเศรษฐกิจ สังคม อนามัยและ อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและความร่วมมือระหว่างประเทศทางวัฒนธรรมและ การศึกษา และ ค. การเคารพโดยสากล และการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน และ อิสรภาพอันเป็นหลักมูลสำหรับทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องเชื้อ ชาติ เพศ ภาษา หรือศาสนา ค. การเคารพโดยสากล และการปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน และ อิสรภาพอันเป็นหลักมูลสำหรับทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติในเรื่องเชื้อ ชาติ เพศ ภาษา หรือศาสนา ข้อ 3 ทุกคนมีสิทธิในการมีชีวิต เสรีภาพและความมั่นคงแห่งบุคคล ปฎิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 3 ทุกคนมีสิทธิในการมีชีวิต เสรีภาพและความมั่นคงแห่งบุคคล 44 International Environmnetal Law

5 United Nations Environment Program – UNEP โครงการสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ ตั้งขึ้นจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วย สิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ที่สต๊อกโฮม 1972 ตั้งขึ้นจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วย สิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ที่สต๊อกโฮม 1972 โดยมติของสมัชชาที่ประชุมใหญ่ (General Assembly Resolution)ที่ 2997 โดยมติของสมัชชาที่ประชุมใหญ่ (General Assembly Resolution)ที่ 2997 UN GA Res UN GA Res กฎบัตรของสหประชาชาติ เพื่อคุ้มครองและรักษา สิ่งแวดล้อม ผ่านทางคณะมนตรีเศรษฐกิจและ สังคม (Economic and Social Council) กฎบัตรของสหประชาชาติ เพื่อคุ้มครองและรักษา สิ่งแวดล้อม ผ่านทางคณะมนตรีเศรษฐกิจและ สังคม (Economic and Social Council) ปฏิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปฏิญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน 54 International Environmnetal Law

6 โครงสร้างของ UNEP คณะมนตรีปกครอง Governing Council (คือตัวแทน 58 รัฐ จากภูมิภาคต่างๆทั่วโลก โดยเลือกตั้งใน สมัชชาที่ประชุมใหญ่แห่งสหประชาชาติ) ทำการ ประชุมปีละครั้ง และรายงานผลต่อที่ประชุมใหญ่ คณะกรรมการผู้แทนถาวร Committee of Permanent Representatives (คือตัวแทนจากรัฐ ทั้งหมด 187 รัฐ ประชุมทุก 3 เดือน และรายงานต่อ คณะมนตรีปกครอง) คณะกรรมการรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูง High – Level Committee of Ministers and Officials (กรรมการ 36 คนที่รับเลือกจากผู้แทนของรัฐจาก ภูมิภาคต่างๆ ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของ เลขาธิการ UNEP) 64 International Environmnetal Law

7 กิจกรรมของ UNEP การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ Climate change การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ Climate change ภัยพิบัติและความขัดแย้ง Disasters & Conflicts ภัยพิบัติและความขัดแย้ง Disasters & Conflicts การจัดการระบบนิเวศ Ecosystem Management การจัดการระบบนิเวศ Ecosystem Management การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม Environmental Governance เช่น การเงิน นโยบาย กฎหมาย การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม Environmental Governance เช่น การเงิน นโยบาย กฎหมาย สารพิษและวัตถุอันตราย Harmful Substances สารพิษและวัตถุอันตราย Harmful Substances การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ Resource Efficiency การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ Resource Efficiency 74 International Environmnetal Law

8 อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทาง วัฒนธรรมและทางธรรมชาติ (Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage) ปี 1976 องค์การยูเนสโกได้จัดตั้ง "คณะกรรมการมรดกโลก" เพื่อทำหน้าที่ดูแล มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สำคัญของ โลก และจัดตั้ง "กองทุนมรดกโลก" เพื่อเป็นแหล่ง เงินทุนสนับสนุนการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และธรรมชาติ ปี 1976 องค์การยูเนสโกได้จัดตั้ง "คณะกรรมการมรดกโลก" เพื่อทำหน้าที่ดูแล มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สำคัญของ โลก และจัดตั้ง "กองทุนมรดกโลก" เพื่อเป็นแหล่ง เงินทุนสนับสนุนการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และธรรมชาติ 84 International Environmnetal Law

9 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ประเทศไทยเข้าร่วมเป็น ภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทาง วัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ตามข้อเสนอของ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการร่วมเป็นภาคีใน อนุสัญญาฯ ในปี พ.ศ (ค.ศ. 1987) ประเทศไทย เป็นสมาชิกของยูเนสโก เมื่อวันที่ 1 ม.ค (ลำดับ ที่ 49) และให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาเมื่อวันที่ 17 ก.ย.2530 และเป็นสมาชิกคณะกรรมการมรดกโลกชุด ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งระหว่างปี ภายในเดือนมกราคม 2533 คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง "คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครอง มรดกโลก" โดยมีสำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อดำเนินงานต่างๆ ให้เป็นไปตามพันธกรณีของ อนุสัญญาฯ และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีการ ดำเนินงานตามแผนการจัดการแหล่งมรดกโลก 94 International Environmnetal Law

10 พิธีสารเกียวโต (Kyoto protocol) ริเริ่มเมื่อ 1990 ริเริ่มเมื่อ 1990 เป็นข้อผูกพันทางกฎหมาย (Legal binding) ซึ่งกำหนด พันธกรณีในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ของประเทศภาคีในภาค ผนวกที่ 1 (Annex I) โดยรวม แล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากระดับการปล่อยโดยรวมของ กลุ่มภาคผนวกที่ 1 ในปี พ.ศ (ค.ศ. 1990) ภายใน ช่วงปี พ.ศ โดยปริมาณการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และมี การกำหนดชนิดก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ภายใต้พิธีสารฯ 6 ชนิดคือ คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มีเทน (CH4) ไนตรัส ออกไซด์ (N2O) ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs) เปอร์ ฟลูออโรคาร์บอน (PCFs) และซัลเฟอร์เฮกซาฟลูโอไรด์ (SF6) 104 International Environmnetal Law

11 พิธีสารเกียวโต (Kyoto protocol) ต่อ ไทยลงนามเมื่อ 1997 ไทยลงนามเมื่อ 1997 อย่างไรก็ตามประเทศไทยในฐานะภาคีในกลุ่มประเทศ กำลังพัฒนาในกลุ่ม Non-annex I จึงไม่มีพันธกรณีใน การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ ประเทศไทยได้นำ กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism: CDM) ซึ่งเป็นกลไกภายใต้ พิธีสารเกียวโตมาดำเนินงาน โดยมีองค์การบริหารจัดการ ก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) หรือ อบก. ทำหน้าที่ เป็น Designated National Authority of Clean Development Mechanism (DNA-CDM) office ทำ หน้าที่ วิเคราะห์ กลั่นกรองโครงการกลไกการพัฒนาที่ สะอาด Clean Development Mechanism (CDM) และ ให้ความเห็นแก่คณะกรรมการบริหารองค์การก๊าซเรือน กระจก ว่าโครงการต่างๆ ที่ดำเนินงานในประเทศไทย 114 International Environmnetal Law

12 อนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการเคลื่อนย้ายข้าม แดนของของอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the Control of Transboundary Movement of Hazardous Waste and their Disposal :BASEL) การควบคุมการเคลื่อนย้ายของของเสีย และเครื่องมือหรือกลไก การจัดการของเสียอันตรายให้อยู่ในระดับสากล การควบคุมการเคลื่อนย้ายของของเสีย และเครื่องมือหรือกลไก การจัดการของเสียอันตรายให้อยู่ในระดับสากล ประเทศไทยให้สัตยาบันเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาฯ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 1997 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1998 เป็นต้นมา กรมควบคุมมลพิษ ทำหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงาน (Focal Point) ของอนุสัญญาฯ โดยทำหน้าที่รับและส่งข้อมูลการ รายงานอุบัติเหตุ การแจ้งคำนิยามของเสียอันตรายแห่งชาติ รายงานประจำปี ส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ได้รับแจ้งจากสำนัก เลขาธิการอนุสัญญาฯ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการ จัดส่งค่าใช้จ่ายในการเป็นสมาชิกอนุสัญญาฯ 124 International Environmnetal Law

13 อนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูล สารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมี ป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้า ระหว่างประเทศ (Rotterdam Convention on the Prior Informed Consent Procedure for Certain Hazardous Chemicals and PesticPIC) ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญารอตเตอร์ดัม เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2545 ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญารอตเตอร์ดัม เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2545 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย 3 หน่วยงาน คือ 1) กรม วิชาการเกษตร รับผิดชอบสารเคมีป้องกันกำจัด ศัตรูพืช 2) กรมโรงงานอุตสาหกรรม รับผิดชอบ สารเคมีทางอุตสาหกรรม และ 3) กรมควบคุมมลพิษ รับผิดชอบสารเคมีอื่นๆ นอกเหนือจากสารเคมีป้องกัน กำจัดศัตรูพืชและสัตว์ และทำหน้าที่เป็นหน่วยงาน กลางประสาน 134 International Environmnetal Law

14 อนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูล สารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมี ป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้า ระหว่างประเทศ (ต่อ) หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากร กรม องค์การระหว่างประเทศ กรมสนธิสัญญาและ กฎหมาย กรมการค้าต่างประเทศ กรมยุโรป การ ท่าเรือแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่ง ประเทศไทย 144 International Environmnetal Law

15 อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่ง ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora :CITES) ระบบการควบคุมของไซเตส การค้าสัตว์ป่าพืชป่า และผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ จะถูกควบคุมโดย ระบบใบอนุญาต (Permit) หมายความว่า สัตว์ป่า และพืชป่าที่อนุสัญญาฯ ควบคุมจะต้องมี ใบอนุญาตในการส่งออก (export) การส่งกลับ ออกไป (re-export) การนำเข้า (import) และ การนำเข้าจากทะเล (Introduction from the sea) ระบบการควบคุมของไซเตส การค้าสัตว์ป่าพืชป่า และผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ จะถูกควบคุมโดย ระบบใบอนุญาต (Permit) หมายความว่า สัตว์ป่า และพืชป่าที่อนุสัญญาฯ ควบคุมจะต้องมี ใบอนุญาตในการส่งออก (export) การส่งกลับ ออกไป (re-export) การนำเข้า (import) และ การนำเข้าจากทะเล (Introduction from the sea) 154 International Environmnetal Law

16 อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่ง ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora :CITES) 2 อนุสัญญามีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ (เมื่อประเทศที่ลงนามรับรองอนุสัญญาฯ ได้ให้สัตญาบัน ครบ 10 ประเทศ) ปัจจุบันอนุสัญญาไซเตสมีประเทศภาคี 169 ประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2549) ประเทศไทยส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมเพื่อยกร่าง อนุสัญญาฯ นี้ในปี พ.ศ แต่มาลงนามรับรอง อนุสัญญาฯ นี้ในปี พ.ศ และให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ นับเป็นภาคีลำดับที่ 78 หน่วยงานประสานกลางของชาติ (National Focal Point) คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 164 International Environmnetal Law

17 อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่ง ชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora :CITES) 3 พระราชบัญญัติคุ้มครองการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วย การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ 13 ในประเทศไทย พ.ศ พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ พระราชบัญญัติพันธุ์พืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการส่งสินค้าออกไปนอก ราชอาณาจักร (ฉบับที่ 58) พ.ศ ประกาศกรมวิชาการเกษตรเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขการนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านพืชอนุรักษ์และซากของ พืชอนุรักษ์ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ พ.ศ International Environmnetal Law

18 อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) 1980หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้เชื่อมโยงการปล่อยก๊าซเรือน กระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ 1980หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้เชื่อมโยงการปล่อยก๊าซเรือน กระจกจากกิจกรรมของมนุษย์ การจัดตั้งคณะกรรมการการเจรจาระหว่างรัฐบาลด้านกรอบของ อนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Negotiating Committee for a Framework Convention on Climate Change: INC) ในปี พ.ศ และต่อมา INC ได้ยกร่างอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ขึ้นและได้มีการลงมติรับรองในวันที่ 9 พฤษภาคม 2535 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ค ประเทศ สหรัฐอเมริกา จากนั้นได้เปิดให้มีการลงนามในระหว่างการ ประชุม Earth Summit ในเดือนมิถุนายน 2535 ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งมีประเทศต่างๆ รวม 154 ประเทศได้ร่วมลงนาม และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2537 (ค.ศ. 1994) การจัดตั้งคณะกรรมการการเจรจาระหว่างรัฐบาลด้านกรอบของ อนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Negotiating Committee for a Framework Convention on Climate Change: INC) ในปี พ.ศ และต่อมา INC ได้ยกร่างอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ขึ้นและได้มีการลงมติรับรองในวันที่ 9 พฤษภาคม 2535 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ค ประเทศ สหรัฐอเมริกา จากนั้นได้เปิดให้มีการลงนามในระหว่างการ ประชุม Earth Summit ในเดือนมิถุนายน 2535 ณ กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งมีประเทศต่างๆ รวม 154 ประเทศได้ร่วมลงนาม และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2537 (ค.ศ. 1994) 184 International Environmnetal Law

19 อนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention on Wetlands) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ (ค.ศ.1971) ที่ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ (ค.ศ.1971) ที่ เมืองแรมซาร์ ประเทศอิหร่าน ประเทศไทยเข้าเป็นภาคอนุสัญญาแรมซาร์เป็นลำดับที่ 110 และอนุสัญญามีผลบังคับใช้ต่อประเทศไทยในวันที่ 13 กันยายน 2541 ซึ่งการเข้าเป็นภาคีนั้นประเทศสมาชิก ต้องเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Wetland of International Importance) 1 แห่ง ซึ่ง ประเทศไทยได้เสนอพรุควนขี้เสียน ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทะเลน้อย จ.พัทลุง มีพื้นที่ 3,085 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มี ความสำคัญระหว่างประเทศแห่งแรกของประเทศไทย และ เป็นลำดับที่ 948 ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ระหว่างประเทศของอนุสัญญาแรมซาร์ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคอนุสัญญาแรมซาร์เป็นลำดับที่ 110 และอนุสัญญามีผลบังคับใช้ต่อประเทศไทยในวันที่ 13 กันยายน 2541 ซึ่งการเข้าเป็นภาคีนั้นประเทศสมาชิก ต้องเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Wetland of International Importance) 1 แห่ง ซึ่ง ประเทศไทยได้เสนอพรุควนขี้เสียน ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทะเลน้อย จ.พัทลุง มีพื้นที่ 3,085 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มี ความสำคัญระหว่างประเทศแห่งแรกของประเทศไทย และ เป็นลำดับที่ 948 ในทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญ ระหว่างประเทศของอนุสัญญาแรมซาร์ 194 International Environmnetal Law

20 ข้อตกลงอนุสัญญาว่าด้วยความหลากลาย ทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD) อนุสัญญาฯ ได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ค.ศ และมีการประชุม The Conference of the Parties to the Convention on Biological Diversity; COP) เพื่อมีการหาข้อยุติในประเด็นขัดแย้งต่างๆ ในอนุสัญญา มาแล้ว ถึง 8 ครั้ง โดยครั้งสุดท้าย จัดขื้นที่เมืองคูริติบา ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ มีนาคม 2549 ประเทศไทยได้ลงนามรับรองอนุสัญญา เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2535 และได้ให้สัตยาบรรณเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 และมีผลบังคับใช้ต่อประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2547 ประเทศไทยเป็นประเทศภาคีอนุสัญญา ลำดับที่ 188 จาก 190 ประเทศ (มีนาคม 2550) อนุสัญญาฯ ได้มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ค.ศ และมีการประชุม The Conference of the Parties to the Convention on Biological Diversity; COP) เพื่อมีการหาข้อยุติในประเด็นขัดแย้งต่างๆ ในอนุสัญญา มาแล้ว ถึง 8 ครั้ง โดยครั้งสุดท้าย จัดขื้นที่เมืองคูริติบา ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ มีนาคม 2549 ประเทศไทยได้ลงนามรับรองอนุสัญญา เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2535 และได้ให้สัตยาบรรณเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2546 และมีผลบังคับใช้ต่อประเทศไทยเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2547 ประเทศไทยเป็นประเทศภาคีอนุสัญญา ลำดับที่ 188 จาก 190 ประเทศ (มีนาคม 2550) 204 International Environmnetal Law

21 พิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยสารทำลายชั้น บรรยากาศโอโซน (1989) สนธิสัญญานี้มุ่งไปที่การจำกัดการใช้กลุ่มสารประกอบ ประเภทไฮโดรคาร์บอน-ฮาโลเจนซึ่งพบว่ามีส่วนสำคัญใน การทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน โดยสารทำลายชั้น โอโซนทั้งหมดนี้มีส่วนผสมของคลอรีนหรือโบรมีนประกอบ อยู่ด้วย (ในขณะที่สารที่ประกอบด้วยฟลูออรีนเท่านั้นจะไม่ ทำลายชั้นโอโซน) สนธิสัญญาได้จำแนกสารทำลายชั้น โอโซนออกเป็นกลุ่มๆ โดยแบ่งเป็นตารางเวลาที่ระบุถึง จำนวนปีที่การผลิตสารเหล่านี้จะต้องยุติลงและหมดสิ้นลง ไปในที่สุด 214 International Environmnetal Law

22 พิธีสารคาร์ตาเฮนาว่าด้วยความหลากหลาย ทางชีวภาพ (Cartagena Protocol on Biosafety) เป็นพิธีสารที่เป็นผลสืบเนื่อง มาจากบทบัญญัติของข้อ 19 วรรค 3 และ 4 และข้อ 8 (g) และ 17 ของอนุสัญญาว่าด้วย ความหลากหลาย ทางชีวภาพ โดยมีการคำนึงถึงความตกลงของสมัชชาภาคีของ อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพที่ II/5 ให้พัฒนาพิธี สารว่าด้วยความปลอดภัยทางชีวภาพโดยเน้นเรื่องการเคลื่อนย้ายข้าม เขตแดน (Transboundary movement) ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามที่ ได้รับการดัดแปลงทางพันธุกรรม (Living modified organisms – LMOs) ซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ที่อาจมี ผลกระทบในทางลบต่อการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์ความ หลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ตลอดจนกำหนดกระบวนการที่ เหมาะสมสำหรับความตกลงในการแจ้งล่วงหน้า (Advance Informed Agreement – AIA) 224 International Environmnetal Law

23 ความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอก ควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) ริเริ่มเมื่อ 2002 ระหว่างกลุ่มสมาชิกอาเซียน ริเริ่มเมื่อ 2002 ระหว่างกลุ่มสมาชิกอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์ในการลดมลหมอกพิษในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีวัตถุประสงค์ในการลดมลหมอกพิษในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ 234 International Environmnetal Law

24 5 เรื่องที่ต้องอ่าน Agenda 21 Agenda 21 Kyoto Protocol Kyoto Protocol Convention on Climate Change Convention on Climate Change CITES CITES Convention on Biological Diversity Convention on Biological Diversity จบ ☃ 244 International Environmnetal Law


ดาวน์โหลด ppt International Environmental Law กฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ 14 International Environmnetal Law.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google