งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มรภ. ราชนครินทร์ มรภ. บุรีรัมย์ มรภ. กำแพงเพชร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มรภ. ราชนครินทร์ มรภ. บุรีรัมย์ มรภ. กำแพงเพชร."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มรภ. ราชนครินทร์ มรภ. บุรีรัมย์ มรภ. กำแพงเพชร ที่ปรึกษารองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มรภ. ยะลา ความก้าวหน้าของบุคลากร สายสนับสนุนใน สถาบันอุดมศึกษา

2 2 สถานภาพของบุคลากรสายสนับสนุน ในสถาบันอุดมศึกษา/มหาวิทยาลัย บุคลากรสายสนับสนุน ในถาบันอุดมศึกษา/ มหาวิทยาลัย ปัจจุบันอยู่ใน 2 สถานภาพคือ 1. เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดม ศึกษา 2. เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

3 3 การบริหารงานบุคคล ในมหาวิทยาลัย การบริหารงานบุคคลในมหาวิทยาลัย อยู่ ภายใต้องค์กรที่ทำหน้าที่ในการบริหารงาน บุคคล 2 ระดับ คือ

4 4 - คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.) ระดับองค์กรกลางบริหารงานบุคคล - สภาสถาบันอุดมศึกษา ระดับมหาวิทยาลัย/สถาบัน

5 5 ก.พ.อ. ได้กำหนดโครงสร้างตำแหน่ง ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษา พ.ศ และแก้ไข 2550 * มาตรา 18 (ข) (7) และ (8) ได้กำหนด โครงสร้างตำแหน่งสายสนับสนุน เป็นดังนี้ โครงสร้าง ระดับ ตำแหน่ง ข้าราชการ พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา * หนังสือด่วนที่สุดของ สกอ. ที่ศธ /ว 1 ลงวันที่ 29 มค.2550 เรื่อง การกำหนดโครงสร้างตำแหน่ง ขรก.พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา..

6 6 ตามหนังสือดังกล่าว โดยสรุปกำหนดให้ ขรก.พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มี 71 สาย งาน 72 ตำแหน่ง คือ 1. ตำแหน่งประเภททั่วไป จำนวน 32 สายงาน 32 ตำแหน่ง 2. ตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ จำนวน 15 สายงาน 15 ตำแหน่ง 3. ตำแหน่งเชี่ยวชาญเฉพาะ * จำนวน 24 สายงาน 25 ตำแหน่ง * สายงานวิจัย มีสองตำแหน่งคือ เจ้าหน้าที่วิจัย และ นักวิจัย

7 7 ตำแหน่งปฏิบัติการ ۞ ปฏิบัติการระดับต้น (วุฒิต่ำกว่า ป.ตรี) - วุฒิ ปวช. กำหนดเป็นระดับควบ 1-3 ผู้มีประสบการณ์ระดับ 4,5 - วุฒิ ปวส. กำหนดเป็นระดับควบ 2-4 ผู้มีประสบการณ์ระดับ 5,6 ۞ ปฏิบัติการระดับกลาง (วุฒิ ป.ตรี/สูงกว่า) - ป.ตรี กำหนดเป็นระดับควบ ป.โท กำหนดเป็นระดับควบ 4-7

8 8 ۞ ตำแหน่งชำนาญการ กำหนดระดับตำแหน่ง เป็น... - ชำนาญการ ระดับ 6 - ชำนาญการ ระดับ 7-8 ตำแหน่งชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ ۞ ตำแหน่งเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ กำหนดระดับตำแหน่งเป็น - เชี่ยวชาญ ระดับ 9 - เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10

9 9 ตำแหน่งผู้บริหาร ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานภายในกอง/ สำนักงานเลขานุการคณะ - กำหนดเป็นระดับ 7 - กำหนดเป็นระดับ 7, 8 ตามหน้าที่รับผิดชอบ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ความยุ่งยากซับซ้อนของงาน ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานภายในศูนย์/ สถาบัน /สำนัก

10 10 - ผู้อำนวยการกอง กำหนดเป็นระดับ เลขานุการคณะ ขอบข่ายงานมีความ ยุ่งยากซับซ้อนพอสมควร กำหนดเป็น ระดับ 7 - เลขานุการคณะ ขอบข่ายงานมีความ ยุ่งยากซับซ้อนมาก กำหนดเป็นระดับ 8 ตำแหน่งผู้อำนวยการกอง /เลขานุการคณะ

11 11 ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานอธิการบดี/ สำนักงานวิทยาเขต - กำหนดเป็นระดับ 8 (ยุ่งยากซับซ้อนพอสมควร) - กำหนดเป็นระดับ 9 (ยุ่งยากซับซ้อนมาก) หน่วยงานที่มีลักษณะพิเศษในมหาวิทยาลัย เช่น โรงพยาบาล - กำหนดเป็นระดับ 7,8 (มิได้ใช้วิชาชีพ) - กำหนดเป็นระดับ 8,9 (ใช้วิชาชีพ) ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานที่มีลักษณะพิเศษ

12 12 ความก้าวหน้าของบุคลากร สายสนับสนุน เข้าสู่ตำแหน่ง ตามโครงสร้าง เข้าสู่ตำแหน่ง ทางวิชาการ - เปลี่ยนตำแหน่ง - เลื่อนตำแหน่ง - หัวหน้าหน่วย หัวหน้า งาน/ฝ่าย, ผอ.,เลขา นุการคณะ/หน่วยงาน - ชำนาญการ 6 - ชำนาญการ เชี่ยวชาญ 9 - เชี่ยวชาญพิเศษ 10

13 13 การจะเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นต้องเป็นไปตาม ประกาศ ก.พ.อ. เรื่องมาตรฐานการกำหนดระดับ ตำแหน่ง และการแต่งตั้ง ขรก. พลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น ประกาศ เมื่อวันที่ 2 กพ.2550 และสภาแต่ละสถาบันอุดมศึกษา ต้องออกเป็น ข้อบังคับว่าด้วยการกำหนดระดับตำแหน่ง และการ แต่งตั้ง ขรก.พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ให้ดำรง ตำแหน่งที่สูงขึ้นก่อน จึงจะก้าวหน้าเข้าสู่ตำแหน่ง ระดับสูงขึ้นได้

14 14 ตามหลักการแล้ว สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งต้อง ปรับตำแหน่ง ขรก. เข้าสู่การกำหนดโครงสร้าง ตำแหน่งใหม่ ตามหนังสือที่ ศธ / ว.3 ลง วันที่ 29 มค.2550 ก่อนเป็นลำดับแรก ขั้นตอนต่อไปจึงดำเนินการส่งเสริมผู้ที่มีความรู้ ความสารถและมีประสบการณ์ ก้าวหน้าเข้าสู่ ตำแหน่งระดับที่สูงขึ้นต่อไป

15 15 ความก้าวหน้าในการเข้าสู่ตำแหน่งทีสูงขึ้น ของสายสนับสนุนในมหาวิทยาลัยมีวิธีการเข้า สู่ตำแหน่งได้ 4 วิธีคือ 1. ระดับควบ 2. ประสบการณ์ 3. โครงสร้าง/บริหาร 4. ชำนาญการ/เชี่ยวชาญ การเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น

16 16 การเข้าสู่ตำแหน่งโดยระดับควบ สายสนับสนุนทุกตำแหน่งในมหาวิทยาลัยมี ความก้าวหน้าของตำแหน่งโดยใช้ “ระดับควบ” ตามวุฒิที่ใช้บรรจุ ดังนี้ สาย 1 ที่บรรจุด้วยวุฒิ ปวช. มีระดับควบ จากระดับ 1 ถึงระดับ 3 โดยเริ่มต้นการบรรจุจาก ระดับ 1 จะมีความก้าวหน้าสูงสุดถึงระดับ 3

17 17 สาย 2 ที่บรรจุด้วยวุฒิ ปวส. มีระดับควบ จาก ระดับ 2 ถึงระดับ 4 โดยเริ่มต้นการบรรจุ จากระดับ 2 จะมีความก้าวหน้าสูงสุดถึงระดับ 4 สาย 3 ที่บรรจุด้วยวุฒิ ป.ตรี มีระดับควบ จาก ระดับ 3 ถึงระดับ 6 โดยเริ่มต้นการบรรจุ จากระดับ 3 จะมีความก้าวหน้าสูงสุดถึงระดับ 6 สาย 4 ที่บรรจุด้วยวุฒิ ป.โท มีระดับควบ จาก ระดับ 4 ถึงระดับ 7 โดยเริ่มต้นการบรรจุ จากระดับ 4 จะมีความก้าวหน้าสูงสุดถึงระดับ 7

18 18 การเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น โดยใช้ประสบการณ์ สายสนับสนุนปฏิบัติการระดับต้น สามารถเข้าสู่ ตำแหน่งที่สูงขึ้น ที่สูงกว่าระดับควบ โดยใช้ “ประสบการณ์” ซึ่งต้องมีการประเมินผลงาน คุณลักษณะของบุคคลที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง และผลงานที่ประเมินเป็นให้ไปตามองค์ประกอบที่ ก.พ.อ. กำหนด

19 19 - วุฒิ ปวช. กำหนดเป็นระดับควบ 1-3 ผู้มีประสบการณ์ ระดับ 4, 5 สาย 1 - วุฒิ ปวส. กำหนดเป็นระดับควบ 2-4 ผู้มีประสบการณ์ ระดับ 5, 6 สาย 2

20 20 การเปลี่ยนตำแหน่งจากผู้ปฏิบัติการ ระดับต้น เป็น ระดับกลาง การเข้าสู่ตำแหน่งตามโครงสร้าง 1. ระดับปฏิบัติการ เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งจากตำแหน่งที่บรรจุ ด้วยวุฒิ ปวช. (สาย 1) หรือ ปวส.(สาย 2) เป็น ตำแหน่งที่บรรจุด้วยวุฒิปริญญาตรี(สาย 3)

21 21 การเปลี่ยนตำแหน่งเช่นนี้ พิจารณาจาก... - ลักษณะงานของหน่วยงานนั้นจะต้องมีตำแหน่ง ดังกล่าว - คุณวุฒิของผู้ที่จะขอเปลี่ยนตำแหน่งตรงกับ ตำแหน่งใหม่ - สภามหาวิทยาลัย หรือ กรรมการบริหารงาน บุคคล เป็นผู้พิจารณา

22 22 การเลื่อนตำแหน่งจากผู้ปฏิบัติการ ระดับต้น เป็น ระดับกลาง เป็นการเลื่อนตำแหน่งจากตำแหน่ง ปฏิบัติการจากระดับต้น เป็นระดับกลาง พิจารณาจาก ใช้วิธีการประเมิน - ประเมินผลงาน/คุณลักษณะของบุคคล - ประเมินโดยองค์คณะบุคคล

23 23 หัวหน้ากลุ่มงานภายในกอง สำนักงานเลขานุการคณะ ระดับ 7 2. ตำแหน่งผู้บริหาร - ประเมินตามแบบประเมิน - ประเมินสมรรถนะการเป็นผู้บริหาร - ประเมินโดยองค์คณะบุคคล - สภามหาวิทยาลัย/คณะกรรมการ บริหารงานบุคคล เป็นผู้พิจารณา

24 24 หัวหน้ากลุ่มงานภายในศูนย์ สถาบัน/สำนัก ระดับ 7, 8 - ประเมินตามแบบประเมิน - ประเมินสมรรถนะการเป็นผู้บริหาร - ประเมินโดยองค์คณะบุคคล - ผ่านการอบรมหลักสูตรของผู้บริหาร สกอ. หรือ เทียบเท่า - สภามหาวิทยาลัย/คณะกรรมการ บริหารงานบุคคล เป็นผู้พิจารณา

25 25 ผู้อำนวยการกอง ระดับ 7 – 8 เลขานุการคณะ ระดับ 7, 8 - ประเมินตามแบบประเมิน - ประเมินสมรรถนะการเป็นผู้บริหาร - ประเมินโดยองค์คณะบุคคล - ผ่านการอบรมหลักสูตรของผู้บริหาร สกอ. หรือ เทียบเท่า - สภามหาวิทยาลัย/คณะกรรมการ บริหารงานบุคคล เป็นผู้พิจารณา

26 26 หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี หัวหน้าสำนักงานวิทยาเขต ระดับ 8, 9 ۞ หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี ระดับ 8 - มีลักษณะงานที่หลากหลาย - มีความยุ่งยากซับซ้อนในการบริหารงาน ۞ หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี ระดับ 9 - มีลักษณะงานที่หลากหลาย - มีความยุ่งยากซับซ้อนในการบริหารงาน - มีสภาพที่หลากหลายและซับซ้อน

27 27 ۞ หัวหน้าสำนักงานวิทยาเขต ระดับ 8 - การบริหารงานไม่เบ็ดเสร็จที่วิทยาเขต ۞ หัวหน้าสำนักงานวิทยาเขต ระดับ 9 - การบริหารงานส่วนใหญ่เบ็ดเสร็จที่วิทยาเขต

28 28 เมื่อประเมินค่างานกำหนดให้เป็นระดับต่าง ๆ แล้ว การเข้าสู่ตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้นต้อง ประเมินผลงาน และประเมินคุณลักษณะของ บุคคลที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่สุดคือต้องดูที่ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง แต่ละระดับ ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งเป็นหลัก ให้ ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน กรณีของตำแหน่งประเภทผู้บริหารต้องผ่าน การอบรมหลักสูตรนักบริหารที่ ก.พ.อ. รับรอง

29 29 วิธีปกติ การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ เป็นผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สามารถเข้าสู่ตำแหน่ง ได้ 2 วิธีคือ - มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ที่กำหนด

30 30 วิธีพิเศษ - มีคุณสมบัติไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ระยะเวลาไม่ครบ - ข้ามตำแหน่ง เช่น จากระดับปฏิบัติการแล้ว ขอกำหนดตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ โดย ไม่ได้เป็นผู้ชำนาญการมาก่อน

31 31 หลักเกณฑ์ และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่ง ชำนาญการ 6, 7-8 เชี่ยวชาญ 9 และ เชี่ยวชาญพิเศษ ภารกิจหลักของหน่วยงาน 1.1 หน่วยงานที่ทำหน้าที่สนับสนุน และอำนวยการ - กอง/สำนักงานเลขานุการ ศูนย์/สถาบัน/ สำนัก กำหนดตำแหน่งชำนาญการระดับ 6,7-8 - สำนักงานอธิการบดี กำหนดตำแหน่ง เชี่ยวชาญ ระดับ 9

32 หน่วยงานที่ปฏิบัติการเพื่อให้ บรรลุวัตถุประสงค์สำคัญของ มหาวิทยาลัย - ฝ่าย/กลุ่มงาน ในศูนย์/สถาบัน/สำนัก กำหนดตำแหน่งชำนาญการ ระดับ 6, ศูนย์/สถาบัน/สำนัก กำหนดตำแหน่ง เชี่ยวชาญ ระดับ 9 เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10

33 33 2. หน้าที่ความรับผิดชอบ 2.1 ตำแหน่งชำนาญการ ระดับ 6 ระดับ ลักษณะงานจำเป็นต้องปฏิบัติโดยผู้มี ความรู้ความสามารถ ทักษะเฉพาะทาง กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ และลักษณะ ของตำแหน่ง ดังนี้

34 34 - ประยุกต์หลักการเหตุผล แนวคิดวิธีการเพื่อ การปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนด - ทำการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือวิจัย - พัฒนางานในหน้าที่และงานเฉพาะทาง หรือ แก้ไขปัญหาในงานหลักที่ปฏิบัติซึ่งมีความ ยุ่งยากและมีขอบเขตกว้างขวาง

35 ตำแหน่งเชี่ยวชาญ ระดับ 9 - ต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ทฤษฎี หลักวิชา หรือหลักการเกี่ยวกับงานเฉพาะด้าน - เป็นงานเชิงพัฒนาระบบ หรือมาตรฐานของ งาน หรืองานพัฒนาทฤษฎี หลักการ ความรู้ใหม่ - ต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับงานเฉพาะด้าน หรือ เฉพาะทาง และนำมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ

36 36 - ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับงาน ตลอดจนให้ คำปรึกษา แนะนำ หรือปรับปรุงผสมผสาน เทคนิคระดับสูงระหว่างสาขาที่เกี่ยวข้อง - ประยุกต์ทฤษฎี แนวคิดใหม่เกี่ยวกับเนื้อหา ของงาน เพื่อแก้ไขปัญหาในงานที่มีความยุ่งยาก มาก

37 ตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10 - ปฏิบัติหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อพัฒนาระบบ หรือมาตรฐานในการปฏิบัติงาน หรือแก้ไขปัญหาที่มีความสำคัญ - เป็นที่ปรึกษาในโครงการที่สำคัญ ให้บริการ และเผยแพร่วิชาการระดับชาติ

38 38 คุณสมบัติในการเข้าสู่ตำแหน่ง ทางวิชาการของสายสนับสนุน ต้องมีคุณวุฒิ และ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ดังนี้... - ปวช. เทียบเท่า 16 ปี - ปวส. เทียบเท่า 12 ปี - ปริญญาตรี เทียบเท่า 9 ปี - ปริญญาโท เทียบเท่า 5 ปี - ปริญญาเอก เทียบเท่า 2 ปี ตำแหน่งชำนาญการ ระดับ 6,7-8

39 39 สูตรในการคำนวณเวลา ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = ไม่มีวุฒิใดให้ตัดออก - ถ้าเป็นวัน หรือ เป็นเดือน ต้องเปลี่ยนให้เป็นปี ที่เป็นตัวหาร - ผลการคำนวณถ้าได้มากกว่าหรือเท่ากับ 1 ถือ ว่ามีคุณสมบัติของเวลาครบ

40 40 กรณีได้รับวุฒิเพิ่มขึ้นและได้รับการ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ใช้วุฒิดังกล่าวเป็น คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ให้นับ ระยะเวลาดำรงตำแหน่งทั้งสองตำแหน่งรวมกัน ตามอัตราส่วนได้ โดยตำแหน่งที่ดำรงอยู่เดิมต้องเป็น ตำแหน่งที่ได้มีการกำหนดความจำเป็นของ หน่วยงานให้มีตำแหน่งระดับชำนาญการไว้แล้ว

41 41 ตัวอย่างที่ 1 ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = นาย ก. ตำแหน่ง น.การเงินฯ ระดับ 6 ปฏิบัติงาน ในตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี ต่อมาศึกษาต่อจนสำเร็จ ป. โทและปฏิบัติหน้าที่หลังมีวุฒิ ป.โท อีก 3 ปี นาย ก. มีคุณสมบัติเรื่องเวลาหรือไม่ ? วิธีคำนวณ

42 = ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = = ดังนั้น นาย ก. มีคุณสมบัติเวลา แทนค่า

43 43 ตัวอย่างที่ 2 ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = นาย ข. ตำแหน่ง น.วิทยาศาสตร์ ระดับ 6 ปฏิบัติ งานในตำแหน่งเป็นเวลา 3 ปี ต่อมาศึกษาต่อจนสำเร็จ ป.โทและปฏิบัติหน้าที่หลังมีวุฒิ ป.โท อีก 3 ปี 2 เดือน นาย ข. มีคุณสมบัติเรื่องเวลาหรือไม่ ? วิธีคำนวณ

44 = ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = = นาย ข. ไม่มีคุณสมบัติเวลา แทนค่า

45 45 ต้องมีวุฒิปริญญาตรี และ ดำรงตำแหน่ง ชำนาญการ ระดับ 8 หรือเทียบเท่ามาแล้ว 3 ปี ตำแหน่งเชี่ยวชาญ ระดับ 9 ต้องมีวุฒิปริญญาตรี และ ดำรงตำแหน่ง เชี่ยวชาญ ระดับ 9 หรือเทียบเท่ามาแล้ว 2 ปี ตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10

46 46 การเทียบคุณสมบัติของ ขรก. ที่ดำรงตำแหน่ง เป็นผู้บริหาร ระดับ 8 (หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการกอง เลขานุการคณะ/หน่วยงาน)เพื่อใช้ เป็นคุณสมบัติในการขอกำหนดตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยว ชาญ ระดับ 9 การเทียบคุณสมบัติของข้าราชการ เดิมเป็นอำนาจของ กม.(ชื่อเดิมในขณะนั้น)ต่อมา ได้มอบอำนาจมาที่ อกม. มหาวิทยาลัย ตามหนังสือ ทบวงฯ ที่ ทม 0202/ว 13 ลงวันที่ 28 ธค.2541

47 47 - การเทียบคุณสมบัติตามหนังสือเวียนนี้ เป็นการ เทียบคุณสมบัติของข้าราชการเฉพาะตัว มิใช่การ เทียบตำแหน่งที่ผู้นั้นครองอยู่ - ขรก.ทุกหน่วยงานมีสิทธิ์เสนอเรื่องให้ มหาวิท ยาลัย/สถาบัน เพื่อใช้ขอกำหนดตำแห่งเชี่ยวชาญ ระดับ 9 - ผู้เสนอขอเทียบต้องครองระดับ 8 และมีความรู้ ความสารถ ตลอดจนประสบการณ์จากการดำรง ตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

48 48 - ให้พิจารณาเทียบคุณสมบัติจากผลงานที่แสดง ความเป็นผู้ชำนาญการในภาพรวมว่า เหมาะสมที่จะ เทียบคุณสมบัติเป็นตำแหน่งชำนาญการหรือไม่ - โดยพิจารณาจาก ประเภท ของข่ายของงานที่ รับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงานในภาพรวม - ผลงานที่แสดงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น คู่มือการปฏิบัติงาน ผลงานวิจัย ค้นคว้า การได้รับ เชิญเป็นวิทยากร/ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้สอน ที่ปรึกษา คณะกรรมการต่างๆ

49 49 ผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการกอง หรือ เลขานุการคณะ/หน่วยงาน ระดับ 8 เมื่อใช้ผลงานเพื่อขอเทียบเป็นตำแหน่ง ชำนาญการ ระดับ 8 แล้วสามารถนำ... ผลงานที่ใช้ขอเทียบคุณสมบัติดังกล่าวไปเสนอ ขอกำหนดตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 9 ได้อีก * * หนังสือที่ ทม 0202/ว.13 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2541

50 50 กรณีที่มิได้ดำรงตำแหน่งเชี่ยวชาญ ระดับ9 ให้ เทียบคุณสมบัติข้าราชการ(ที่เป็นระดับ 9) เพื่อ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอกำหนดตำแหน่ง เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10 ได้ดังนี้ ● ต้องดำรงตำแหน่งระดับ 9 และมีคุณวุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ● มีความรู้ ความสามารถ ตลอดจน ประสบการณ์จากการดำรงตำแหน่งที่ขอ เทียบคุณสมบัติมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ● ให้พิจารณาเทียบคุณสมบัติที่แสดงความ เป็นผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 9 ย้อนหลังได้ไม่ เกิน 2 ปี

51 51 1.ผลงานที่ใช้ขอเทียบต้องมิใช่เป็นส่วนหนึ่งของ การศึกษาและการฝึกอบรม 2. ผลงานที่ใช้ขอเทียบต้องไม่เคยใช้ประเมิน แต่งตั้งระดับสูงขึ้นมาแล้ว ข้อห้ามของผลงานที่ใช้เสนอเทียบ เป็นตำแหน่งชำนาญการ 8 และ เชี่ยวชาญ 9

52 52 ก.พ.อ. กำหนดการประเมินการเข้าสู่ตำแหน่ง ระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ และ ระดับ เชี่ยวชาญพิเศษ การประเมินต้องดำเนินการ โดย คณะบุคคล และมีระดับตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ เสนอขอหรือเทียบเท่า และองค์คณะบุคคลต้องมี ความรู้ความสามารถตรงกับวิชาชีพที่เสนอขอ และเป็นบุคคลภายนอกสถาบันอุดมศึกษานั้น ทั้งหมด

53 53 ทั้งนี้การประเมินผลงานโดยองค์คณะบุคคล ตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญ และระดับเชี่ยวชาญ พิเศษ ต้องจัดให้มีการประชุมพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้มีการรับฟังข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน เกณฑ์การตัดสิน ต้องได้คะแนนเสียงข้าง มาก เว้นแต่โดยวิธีพิเศษ ต้องได้คะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของกรรมการประเมิน

54 54 เงินประจำตำแหน่งและค่าตอบแทน ผู้บริหารสายสนับสนุน บาท/เดือน ตำแหน่ง เงินประจำ ตำแหน่ง ค่าตอบแทน 1) หัวหน้างาน/หัวหน้าฝ่าย ระดับ 8-3,500 2) ผู้อำนวยการการกอง ระดับ 85,600 3) เลขานุการคณะ/หน่วยงาน ระดับ 85,600 4) หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี ระดับ 8 ระดับ 9 5,600 10,000 5,600 10,000

55 55 เงินประจำตำแหน่งและค่าตอบแทน ผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ บาท/เดือน ตำแหน่ง เงินประจำ ตำแหน่ง ค่าตอบแทน 1) ชำนาญการ ระดับ 6-- 2) ชำนาญการ ระดับ 7-- 3) ชำนาญการ ระดับ 8-3,500 4) เชี่ยวชาญ ระดับ 99,9009,90 5) เชี่ยวชาญ ระดับ 1013,000

56 56 เงินประจำตำแหน่งและค่าตอบแทน ผู้ดำรงตำแหน่งวิชาชีพ บาท/เดือน ตำแหน่ง เงินประจำ ตำแหน่ง ค่าตอบแทน 1) วิชาชีพ ระดับ 73,500- 2) วิชาชีพ ระดับ 85,600- 3) วิชาชีพ ระดับ 99,900- ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยที่จะได้รับ เงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพ (วช.) ตั้งแต่ ระดับ 7 ขึ้นไป จำนวน 15 สายงาน

57 57 THE END Tel


ดาวน์โหลด ppt 1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ผู้เชี่ยวชาญระดับ 9 มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มรภ. ราชนครินทร์ มรภ. บุรีรัมย์ มรภ. กำแพงเพชร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google