งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

แผนกิจกรรมสำหรับพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู เรื่อง การใช้หนังสือเพื่อส่งเสริมพัฒนาการลูกรัก (เล่า) สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปี

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "แผนกิจกรรมสำหรับพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู เรื่อง การใช้หนังสือเพื่อส่งเสริมพัฒนาการลูกรัก (เล่า) สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปี"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 แผนกิจกรรมสำหรับพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู เรื่อง การใช้หนังสือเพื่อส่งเสริมพัฒนาการลูกรัก (เล่า) สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปี

2 วัตถุประสงค์  มีความรู้เรื่องพัฒนาการปกติด้านภาษาการพูด  มีความรู้เรื่อง เทคนิคการส่งเสริมความสามารถ ด้านภาษาและการพูดของลูก  สามารถเลือกนิทานที่เหมาะสมกับวัยของลูกได้  มีแนวทางในการเล่านิทานและปลูกฝังลูกให้รัก การอ่าน

3 อุปกรณ์  แบบสังเกตการณ์การใช้ภาษาพูดสำหรับเด็กอายุ 0-5 ปีแบบสังเกตการณ์การใช้ภาษาพูดสำหรับเด็กอายุ 0-5 ปี  หนังสือนิทาน 5 เล่ม (ประกอบด้วยหนังสือนิทานตามวัย 0-5 ปี)  บัตรภาพคำศัพท์หมวด อวัยวะ สัตว์ ผลไม้ สิ่งของ  ชุดบัตรข้อความนิทาน เรื่อง “ยายเช้าปากกว้าง”

4 สาระสำคัญ การอ่านหนังสือ ให้เด็กฟังตั้งแต่ยังเป็นทารกจะ ช่วยสร้างความคุ้นเคยระหว่างเด็กกับหนังสือ ถือเป็นการบ่ม เพาะนิสัยรักการอ่านหนังสือให้กับเด็กได้

5 สาระสำคัญ หนังสือ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเด็กใน หลายด้าน โดยเฉพาะด้านภาษา การที่เราให้เด็กดูภาพจากหนังสือ และผู้ใหญ่อ่าน หนังสือให้เด็กฟัง เด็กจะคุ้นเคยกับคำและเสียง และสังเกต ความสัมพันธ์ระหว่างเสียง ความหมายและภาพ จะช่วยให้ เด็กได้ฝึกฝนการพูด รู้จักคำศัพท์และการใช้ภาษา ส่งผลดี ต่อการพัฒนาสติปัญญาของเด็ก

6 วิธีการดำเนินกิจกรรม 1.วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมทำแบบสังเกตการณ์ การเข้าใจภาษาและการพูด ตามใบกิจกรรมที่ 1 (5 นาที) 2.วิทยากร และผู้เข้ารับการอบรมร่วมอภิปรายผลการทำ แบบสังเกตการณ์การเข้าใจภาษาและการพูด (5 นาที) 3.วิทยากรให้ความรู้เรื่อง “พัฒนาการปกติด้านการพูด” ตามใบความรู้ที่ 1 (10 นาที) กิจกรรมที่ 1

7 วิธีการดำเนินกิจกรรม 4.วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมแบ่งกลุ่มระดมความ คิดเห็น และอภิปรายเรื่อง “เทคนิคการส่งเสริม ความสามารถด้านภาษาและการพูด” และให้ผู้เข้ารับ การอบรมส่งตัวแทนนำเสนอความคิดเห็น ตามใบ กิจกรรมที่ 2 (25 นาที) 5.วิทยากรสรุปสิ่งที่พ่อแม่จะช่วยได้เกี่ยวกับเทคนิคการ พัฒนาความสามารถด้านภาษาและการพูด ตามใบ ความรู้ที่ 2 (10 นาที) กิจกรรมที่ 2

8 กิจกรรมที่ 3 วิธีการดำเนินกิจกรรม 6.วิทยากรสุ่มผู้เข้ารับการอบรมให้ทำกิจกรรม “เลือก นิทานตามวัย” ตามใบกิจกรรมที่ 3 (15 นาที) 7.วิทยากรสรุปและให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของนิทาน และการเลือกนิทานที่เหมาะสมตามวัย ตามใบความรู้ ที่ 3 (10 นาที)

9 กิจกรรมที่ 4 วิธีการดำเนินกิจกรรม 8.วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมแบ่งกลุ่มเล่าเรื่องโดย ใช้บัตรภาพ หรือบัตรข้อความ ตามใบกิจกรรมที่ 4 (30 นาที) 9.วิทยากรสรุปหลักการเล่าเรื่องโดยใช้บัตรภาพหรือ บัตรข้อความ และแนวทางการปลูกฝังลูกให้รักการ อ่าน ตามใบความรู้ที่ 4 (10 นาที)

10

11 วิธีการดำเนินกิจกรรม 1.วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมทำแบบสังเกตการณ์ การเข้าใจภาษาและการพูด ตามใบกิจกรรมที่ 1 (5 นาที) 2.วิทยากร และผู้เข้ารับการอบรมร่วมอภิปรายผลการทำ แบบสังเกตการณ์การเข้าใจภาษาและการพูด (5 นาที) 3.วิทยากรให้ความรู้เรื่อง “พัฒนาการปกติด้านการพูด” ตามใบความรู้ที่ 1 (10 นาที) กิจกรรมที่ 1

12 ใบความรู้ที่ 1 พัฒนาการปกติด้านการพูด การใช้ภาษาพูด พื้นฐานของภาษาอยู่ในสมองของเด็ก แม้เด็กหูหนวกก็ ยังส่งเสียงอ้อแอ้เช่นเดียวกับเด็กปกติในวัยเดียวกัน นักทฤษฎีบางคนเชื่อว่า สมองเรามี “กลไกการสร้าง คำ” รอพร้อมอยู่แล้ว

13 ใบความรู้ที่ 1 พัฒนาการปกติด้านการพูด การใช้ภาษาพูด ภาษาและการใช้ภาษาพูดเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ ออก เราพอจะจำกัดความได้ว่า ภาษาคือ สัญลักษณ์ในการ ออกเสียง ส่วนการใช้ภาษาพูดนั้นก็คือ การแสดงความรู้สึก ภายในออกมา ทั้งสองเรื่องสะท้อนสัญชาตญาณความต้องการ สื่อสารของมนุษย์

14 พัฒนาการด้านการพูดในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี ร้องไห้แสดง ความต้องการ เช่น หิว เปียก ตกใจ อายุ 0-2 เดือน

15 พัฒนาการด้านการพูดในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี เสียงอ้อแอ้ ส่งเสียง ด้วยความพอใจ ส่งเสียงเพื่อ สื่อสารกับผู้อื่น อายุ 2-2 ½ เดือน อายุ 5-6 เดือน

16 เลียนแบบ การออกเสียง และพูดคำที่มี ความหมาย อายุ เดือน พูดคำที่ยาว 2 พยางค์ หรือคำ 2 คำ รวมกันเป็นวลี หรือประโยค อายุ เดือน พัฒนาการด้านการพูดในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี

17 อายุ 3-4 ปี  ใช้คำได้ทุกประเภทเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนคำและพยางค์  พูดเป็นประโยค  ตอบคำถาม อะไร ใคร ทำไม อย่างไร และคำถามที่ต้อง ใช้เหตุผลประกอบ  ใช้ถาม อะไร ทำไม  ใช้คำต่างๆ มาเรียบเรียงเป็นประโยคที่ยาวและซับซ้อน มากขึ้น

18 อายุ 3-4 ปี  สนทนาได้นานขึ้น และมีการตอบรับมากกว่าปฏิเสธ  ออกเสียงสระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ ชัดเจนมากขึ้น  เล่าเรื่องแบบถามคำตอบคำไม่เป็นเรื่องราวต่อเนื่อง พัฒนาการด้านการพูดในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี

19 อายุ 4-5 ปี  พูดคำนามได้เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ได้จากการพบเห็น นอกเหนือจากชีวิตประจำวันทั้งสิ่งใกล้ตัวและไกลตัว  การพูดหรือตอบคำวิเศษณ์และคำบุพบทอาจสับสน อยู่บ้าง  ใช้คำลักษณะนามมากขึ้นโดยมักใช้ กับสิ่งที่คุ้นเคย พัฒนาการด้านการพูดในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี

20 อายุ 4-5 ปี  สามารถจัดเรียงคำในประโยคได้อย่างถูกต้อง  ตอบคำถามต่างๆ ได้ทุกคำถาม เช่น อะไร ใคร ทำไม ที่ไหน อย่างไร เท่าไร เมื่อไหร่  ชอบใช้คำถามถามในสิ่งที่ตนอยากรู้หรือสงสัยเสมอโดย ไม่สนใจคำตอบ พัฒนาการด้านการพูดในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี

21 อายุ 4-5 ปี  เล่าเรื่องในลักษณะจับใจความสำคัญของเรื่องมาเล่า  เล่าเรื่องที่ประสบมาเสริมตาม จินตนาการทำให้เรื่องเล่าเกินจริง พัฒนาการด้านการพูดในเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี

22 วิธีการดำเนินกิจกรรม 4.วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมแบ่งกลุ่มระดมความ คิดเห็น และอภิปรายเรื่อง “เทคนิคการส่งเสริม ความสามารถด้านภาษาและการพูด” และให้ผู้เข้ารับ การอบรมส่งตัวแทนนำเสนอความคิดเห็น ตามใบ กิจกรรมที่ 2 (25 นาที) 5.วิทยากรสรุปสิ่งที่พ่อแม่จะช่วยได้เกี่ยวกับเทคนิคการ พัฒนาความสามารถด้านภาษาและการพูด ตามใบ ความรู้ที่ 2 (10 นาที) กิจกรรมที่ 2

23 ใบความรู้ที่ 2 เทคนิคการส่งเสริมความสามารถด้านภาษา และการพูดของลูก

24 อายุ 0-6 เดือน แสดงความรัก ให้ความอบอุ่น ขณะที่สัมผัสหรือโอบอุ้ม น้ำเสียงนุ่มนวล เลียนแบบการเล่นเสียง เปิดเพลง

25 อายุ 6-12 เดือน พูดคำง่ายๆ และคุ้นเคย ในสถานการณ์ขณะนั้น และให้โอกาสเลียนแบบ หัดพูดกับของเล่นที่ช่วยส่งเสริมการพูด ฟังเสียงต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม

26 อายุ เดือน เรียนรู้ภาษาตามประสบการณ์ บอกชื่อ กิริยาท่าทาง ความรู้สึก รูปร่าง คุณสมบัติเฉพาะของสิ่งนั้นๆ และให้โอกาสเลียนแบบ อ่านหนังสือให้ฟัง พร้อมทั้งอธิบายภาพ

27 อายุ เดือน ฟังเทปเพลง ดนตรี นิทานภาพ ใช้ของเล่นที่มีการพูดสนทนาโต้ตอบกัน ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ

28 อายุ 2-3 ปี ให้โอกาสพูดคุย สนทนาเรื่องต่างๆ ทำกิจกรรม เล่นสำรวจสิ่งต่างๆ เคาะจังหวะ เต้นรำ ฟังนิทาน จัดสมุดถ่ายภาพ ปั้นดินเหนียว เล่นส่งจดหมาย แก้ไขการพูด เป็นแบบอย่างเมื่อเด็กพูดผิด

29 อายุ 3-4 ปี เล่าเรื่อง อ่าน ร้องเล่นเป็นทำนองเพลง เล่าเรื่องจากภาพ เล่นกับเพื่อน เล่นเกมส์ แล้วสนทนา เกี่ยวกับกิจกรรมนั้นๆ

30 อายุ 4-5 ปี พูดคุย ขยายคำพูดของเด็ก ดูโทรทัศน์ในรายการ ที่เหมาะสม ฝึกความจำ ใช้สมุดภาพ ฝึกออกเสียง ที่ไม่ชัด เล่นเกมส์ แล้วสนทนา เกี่ยวกับกิจกรรมนั้นๆ

31 กิจกรรมที่ 3 วิธีการดำเนินกิจกรรม 6.วิทยากรสุ่มผู้เข้ารับการอบรมให้ทำกิจกรรม “เลือก นิทานตามวัย” ตามใบกิจกรรมที่ 3 (15 นาที) 7.วิทยากรสรุปและให้ความรู้เรื่องประโยชน์ของนิทาน และการเลือกนิทานที่เหมาะสมตามวัย ตามใบความรู้ ที่ 3 (10 นาที)

32 ใบความรู้ที่ 3 ประโยชน์ของหนังสือนิทานและการ เลือกหนังสือนิทานตามวัย

33 ประโยชน์ของหนังสือนิทาน  ด้านร่างกาย จากการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เด็กจะได้ บริหารร่างกายตามเรื่องราวของหนังสือ ทำให้อวัยวะส่วน ต่าง ๆ ของร่างกายแข็งแรง  ด้านอารมณ์และจิตใจ จากการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เด็กจะรู้สึกสนุกและมีความสุขที่ได้ฟังเรื่องราวหรือท่อง บทกลอนและแสดงท่าทางอย่างอิสระตามความต้องการ เด็กจะมีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส

34  ด้านสังคม สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและสังคม รอบด้าน  ด้านสติปัญญา การอ่านหนังสือจะช่วยให้เด็กสามารถ จดจำถ้อยคำ จำประโยคและเรื่องราวในหนังสือได้ รู้จักเลียนแบบคำพูด เข้าใจความหมายของเรื่องที่อ่าน รู้จักคิดและรู้จักจินตนาการ ประโยชน์ของหนังสือนิทาน

35  ด้านภาษา การที่ให้เด็กได้มีโอกาสดูหนังสือภาพและผู้ใหญ่ อ่านคำอธิบายประกอบภาพ ซึ่งอาจจะเป็นคำๆ คำสัมผัส คล้องจองหรือเป็นประโยคอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับภาพให้ เด็กฟัง ให้เด็กได้คุ้นเคยกับคำและเสียง และสังเกต ความสัมพันธ์ระหว่างเสียง ความหมาย และภาพ จะช่วยให้ เด็กได้ฝึกฝนการพูด รู้จักคำศัพท์และการใช้ภาษา ตลอดจนรู้จักสังเกตรายละเอียดต่าง ๆ ของภาพและหา ความหมายจากภาพ ประโยชน์ของหนังสือนิทาน

36 หนังสือที่เหมาะสมสำหรับทารกในวัยนี้ ควรเป็นหนังสือ ที่มีรูปภาพโต ๆ และชัดเจน มีสีสัน หรือสีขาวดำตามแบบ ภาพเหมือนจริง ควรทำด้วยกระดาษหนา ๆ และมีความ ทนทาน หรือเป็นหนังสือนุ่มนวล เช่น หนังสือผ้า หนังสือ พลาสติก หนังสือฟองน้ำ เป็นต้น การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัยแรกเกิด - 3 เดือน

37 หนังสือที่เหมาะสมสำหรับทารกในวัยนี้ ควรเป็น หนังสือที่มีรูปภาพสีสดตัดกับสีพื้น ทำด้วยผ้า หรือ กระดาษแข็งๆ เป็นภาพสิ่งของใกล้ตัวเด็ก หรือสิ่งที่เด็ก วัยนี้รู้จักมักคุ้นดี การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย เดือน

38 หนังสือที่เหมาะสมกับวัยนี้ ควรเป็นหนังสือเล่มหนาแต่ มีขนาดกระทัดรัดเหมือนแท่งสี่เหลี่ยม ทำด้วยกระดาษ หนา ๆ เพราะจับได้เต็มมือ เปิดพลิกได้ง่าย และมีความ ทนทาน ภาพภายในหนังสือชัดเจน และมีเรื่องราวง่ายๆ เป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย เดือน

39 หนังสือที่เหมาะสมกับวัยนี้ ควรเป็นหนังสือที่มีขนาดเล็ก กระทัดรัด ทำด้วยกระดาษแข็งอาบมันและเปิดเองได้ง่าย แต่ควรเลือกเนื้อเรื่องที่น่าสนใจด้วย เพราะเนื้อเรื่องจะเริ่ม ดึงดูดความสนใจของเด็ก เด็กเริ่มรู้จักจำ เริ่มเข้าใจและ รู้จักเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างวัตถุกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้น หนังสือที่มีรูปภาพที่คุ้นตากับกิจกรรมต่าง ๆ ที่เด็ก เคยทำ การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย เดือน

40 หนังสือสำหรับวัยนี้เป็นเหมือนของเล่นชิ้นหนึ่ง เด็กเห็น หนังสือเป็นของสี่เหลี่ยมที่มีภาพติดอยู่และเปิดได้ พอเปิดดู ข้างในก็มีภาพต่างๆ หลากสี เรียงรายกันอยู่ในแต่ละหน้า เด็กจะสนุกกับการค้นพบสิ่งต่างๆ ที่ปรากฏแก่สายตา ถ้า เปิดหน้าไหนแล้วพบกับสิ่งที่เด็กรู้จัก เด็กก็จะยิ่งสนใจมาก ส่งเสียงร้อง เลียนเสียงของสิ่งต่างๆ ใช้นิ้วจิ้มภาพเหล่านั้น ด้วยความสนุก การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย 1 ขวบ

41 หนังสือที่เหมาะสมกับวัยนี้จึงควรเป็นภาพเหมือนของรูป สิ่งของในชีวิตประจำวัน ผลไม้ สัตว์ สิ่งของ มีความสวยงาม ดูแล้วรู้สึกประทับใจ ไม่ควรเป็นภาพนามธรรมหรือภาพสี ลูกกวาดที่ไม่มีความหมาย ไม่ควรมีส่วนประกอบภาพที่รก รุงรัง การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย 1 ขวบ

42 เด็กแต่ละคนในวัยนี้เริ่มมีความชอบแตกต่างกัน แล้วแต่ สภาพแวดล้อมที่ถูกเลี้ยงดู วัยนี้เป็นวัยที่เด็กมีประสาทหูดี มาก จะจดจำเสียงต่างๆ หรือดนตรีได้ดี หนังสือที่เหมาะกับ เด็กวัยนี้คือหนังสือภาพที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับ สัตว์และสิ่งของ การใช้ภาษาเป็นจังหวะหรือคำกลอน สำหรับเด็ก การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย 2 ขวบ

43 เด็กวัยนี้มีพัฒนาการทางภาษาที่รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง มี จินตนาการสร้างสรรค์ และมีความอยากรู้อยากเห็น สามารถติดตามและเข้าใจเรื่องเล่าต่างๆ ได้ดี หากเด็กวัย นี้ได้รับประสบการณ์ทางภาษาและภาพจะเป็นพื้นฐานการ สร้างนิสัยรักการอ่านในอนาคต การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย 3 ขวบ

44 หนังสือที่เหมาะกับวัยนี้ควรเป็นหนังสือที่ภาพและเรื่อง ประสานกลมกลืนกันเป็นอย่างดี เวลาเด็กดูหนังสือเขาไม่ดู อย่างคนภายนอกแต่จะสมมุติตัวเองเป็นตัวละครในเรื่อง และเข้าไปอยู่ในเนื้อเรื่องด้วย ภาพของหนังสือที่ดีต้องเป็น ภาพที่เล่าเรื่องได้ เมื่อพลิกดูภาพทั้งหมดโดยไม่อ่านคำ บรรยายก็เข้าใจโครงเรื่องทั้งหมด ภาพควรมีรายละเอียด มากพอที่จะสื่อสารได้ การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย 3 ขวบ

45 เด็กวัยนี้จะพัฒนาความสามารถทางภาษารวดเร็วมาก วัยนี้เป็นวัยที่สร้างพื้นฐานทางด้านจินตนาการสร้างสรรค์ เมื่อเด็กได้ฟังนิทานในหัวของเขาก็จะวาดภาพไปตาม เรื่องราวที่ได้ยิน หนังสือที่มีภาพจะช่วยให้เด็กสามารถ จินตนาการต่อเติมได้ง่าย การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย 4 ขวบ

46 การเลือกหนังสือนิทานตามวัย เด็กวัยนี้จะชอบหนังสือภาพนิทานและเรื่องเล่าที่ยาวขึ้น เด็กต้องการฟังนิทานมาก และมักจะมีเล่มโปรดที่ต้องการ ฟัง – ดู ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีของการรัก หนังสือต่อไป การเลือกหนังสือนิทานตามวัย วัย 5 ขวบ

47 กิจกรรมที่ 4 วิธีการดำเนินกิจกรรม 8.วิทยากรให้ผู้เข้ารับการอบรมแบ่งกลุ่มเล่าเรื่องโดย ใช้บัตรภาพ หรือบัตรข้อความ ตามใบกิจกรรมที่ 4 (30 นาที) 9.วิทยากรสรุปหลักการเล่าเรื่องโดยใช้บัตรภาพหรือ บัตรข้อความ และแนวทางการปลูกฝังลูกให้รักการ อ่าน ตามใบความรู้ที่ 4 (10 นาที)

48

49 เล่านิทานที่ไหนดี เลือกสถานที่ ที่ไหนก็ได้ สะดวกและเหมาะสมกับกลุ่มผู้ฟัง ใบความรู้ที่ 4 เทคนิคการเล่านิทาน

50 เล่านิทานอย่างไรให้สนุกตื่นเต้น น้ำเสียง สีหน้าท่าทาง มีความหนักเบา เน้นคำให้ ชัดเจน มีช่วงจังหวะช้าเร็ว ตามเนื้อเรื่อง แสดงสีหน้าตามบทบาทและ อารมณ์ของตัวละครอย่างเห็น ได้ชัด ใบความรู้ที่ 4 เทคนิคการเล่านิทาน

51 เล่านิทานอย่างไรให้สนุกตื่นเต้น การสบตา การมีส่วนร่วม สบตาผู้ฟังให้ทั่วถึง หยิบ จับ สัมผัส สื่อหรือออก เสียงท่าทางประกอบตัวละคร ไปพร้อมกับผู้เล่า ใบความรู้ที่ 4 เทคนิคการเล่านิทาน

52 เล่านิทานอย่างไรให้สนุกตื่นเต้น เปิดโอกาสให้ ซักถาม ให้แรงเสริม เปิดโอกาสให้ถาม หรือใช้ คำถามนำช่วยกระตุ้นให้ผู้ฟัง ตอบและอยากมีส่วนร่วม การปรบมือ กล่าวชมเชย ให้ รางวัล เมื่อผู้ฟังมีส่วนร่วม ใบความรู้ที่ 4 เทคนิคการเล่านิทาน

53 วิธีการปลูกฝังลูกให้ รักการอ่าน

54 อุ้มลูกนั่งตัก อ่านออกเสียงสูงๆ ต่ำๆ ทำเสียง เล็กเสียงน้อย มีจังหวะหนัก เบา ขณะอ่าน หนังสือให้ลูกฟัง ชี้ชวนให้ลูกดูภาพใน หนังสือ หยอกเย้า กอดสัมผัส เคลื่อนไหว ร่างกายลูกเหมือนในภาพ

55 วิธีการปลูกฝังลูกให้ รักการอ่าน อ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างน้อยวันละ 5-15 นาที เพื่อสร้างความผูกพันในครอบครัว และ ช่วยให้ลูกได้ใกล้ชิดและผูกพันกับการอ่าน หนังสือ

56 วิธีการปลูกฝังลูกให้ รักการอ่าน ขณะที่อ่านหนังสือกับลูก ใช้ช่วงเวลานี้ในการ พูดคุยและตั้งคำถาม เพื่อเป็นการต่อยอด ความคิดของลูก เชื่อมโยงประสบการณ์ กระตุ้นให้ลูกได้ใช้ทักษะทางภาษาและ ความคิด

57 วิธีการปลูกฝังลูกให้ รักการอ่าน ขณะที่อ่านหนังสือกับลูก หากลูกถามคำถาม ควรตอบคำถามของลูก ไม่ควรเฉยหรือดุ เพราะ วัยเด็กเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น การได้ถาม คำถามเป็นการต่อยอดความคิดของลูก ถ้า คำถามข้อใดที่ไม่รู้ ก็พยายามหาคำตอบ โดย พยายามแสดงให้ลูกเห็นว่า การหาคำตอบของ พ่อแม่นั้นสามารถหาได้จากการอ่านหนังสือ

58 วิธีการปลูกฝังลูกให้ รักการอ่าน การเล่านิทาน ถ้าเป็นคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ แนะนำให้อ่านตามหนังสือทุกตัวอักษร ไม่ต้อง กลัวว่าลูกจะไม่สนุก เพราะว่าถ้าหากหนังสือเล่ม นั้นเนื้อหาดี วิธีการเล่าถือเป็นประเด็นรอง และ ใช้วิธีชี้ตัวหนังสือที่เราอ่านไปพร้อมๆ กัน จะช่วย ให้เด็กจดจำในเรื่องภาษาได้ดี

59 วิธีการปลูกฝังลูกให้ รักการอ่าน จัดมุมหนังสือในบ้าน มีมุมที่แสงสว่างเพียงพอ อากาศถ่ายเท สร้างบรรยากาศห้องสมุดในบ้าน ให้ลูกได้หัดเลือกหนังสืออ่านเอง

60 วิธีการปลูกฝังลูกให้ รักการอ่าน จัดช่วงเวลาให้คนในครอบครัวอ่านหนังสือ ร่วมกัน อย่างน้อยวันละนิดก็ยังดี การทำให้ ดูเป็นตัวอย่างนั้น เป็นสิ่งสำคัญที่ละเลย ไม่ได้

61 สวัสดี


ดาวน์โหลด ppt แผนกิจกรรมสำหรับพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู เรื่อง การใช้หนังสือเพื่อส่งเสริมพัฒนาการลูกรัก (เล่า) สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปี

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google