งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ชูศักดิ์ วิทยาภัค คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ชูศักดิ์ วิทยาภัค คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ชูศักดิ์ วิทยาภัค คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2  การจ่ายค่าตอบแทน (payments) ตามมูลค่าในตลาด ◦ การให้รางวัล (rewards) ◦ การจ่ายค่าชดเชย (compensation)  การให้รางวัลสำหรับผู้ที่ทำให้เกิดบริการทางด้าน นิเวศวิทยา หรือผู้ที่จัดทำคุณประโยชน์ทางด้าน สิ่งแวดล้อม  ชาวบ้านหรือชุมชนจะได้รับค่าตอบแทนจากการที่เป็นผู้ ที่เสียสละหรือจัดการให้เกิดความยั่งยืนของระบบนิเวศ  ค่าตอบแทนอาจเป็นในรูปของเงินและ / หรือ ผลประโยชน์ แรงจูงใจในรูปแบบอื่นๆ เช่น อาหาร สิ่งของเครื่องใช้ โอกาสในการทำงาน สิทธิประโยชน์ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิต  Pro-poor PES – เป็นการใช้กลไก PES เป็นเครื่องมือ ในการแก้ปัญหาความยากจนไปพร้อมๆกับการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม (win-win solution)

3  การควบคุมสั่งการโดยรัฐ (command-and-control)  การจัดการทรัพยากรโดยความร่วมมือของชุมชน (community-based natural resource management –CBNRM)  การใช้กลไกของตลาดในการสร้างแรงจูงใจ (market values) เช่น ระบอบกรรมสิทธิ์ทรัพยากรส่วนบุคคล การซื้อขาย PES  กรอบความคิดที่ใช้ในการศึกษา ◦ สิทธิในทรัพยากร (entitlement) ◦ อำนาจและความสัมพันธ์เชิงอำนาจ (power) ◦ การปกครองจิตสำนึกของประชาชน (governmentality) ◦ วิถีการดำรงชีพ (livelihood) ◦ สถาบันสังคม (institutions) ◦ ผู้กระทำการทางสังคม (social actors)

4 วิถีการดำรงชีพของ ชาวบ้าน บริการนิเวศวิทยาของลุ่มน้ำ ตอนบน

5  เศรษฐศาสตร์การเมืองของการปลูกข้าวโพดใน จังหวัดน่าน – เป็นความเชื่อมโยงของโครงสร้าง อำนาจและผลประโยชน์ตั้งแต่ระดับโลกลงมาถึง ระดับท้องถิ่น ที่ประกอบไปด้วยผู้กระทำการที่สำคัญ เช่น รัฐบาล นักการเมืองระดับชาติ นักการเมือง ท้องถิ่น สถาบันการเงิน สหกรณ์การเกษตร บรรษัท ขนาดใหญ่ พ่อค้า สมาพันธ์ผู้ปลูกข้าวโพด และ เกษตรกร  วาทกรรมชาวบ้าน “ ไม่มีทางเลือกอื่น เป็นวิถีการ ดำรงชีพ ”  ปรากฏการณ์ของการปลูกข้าวโพดในจังหวัดน่าน จึงเป็นการ “ ร่วมชุมนุมกัน ” (assemblages) ของ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจของกลุ่มผู้กระทำการและ สถาบันต่างๆ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการปลูก ข้าวโพดในเชิงพาณิชย์

6  รูปแบบการดำเนินการของกองทุนลุ่มน้ำน่านควร เป็นลักษณะของคณะกรรมการร่วมหลายฝ่าย  ควรนำเอาบทเรียนและประสบการณ์การเรียนรู้ของ ท้องถิ่นจากกองทุนที่มีการดำเนินการมาก่อน เช่น เครือข่ายทางสังคมของชาวบ้าน โดยการเปิด โอกาสให้ชาวบ้านได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง  การจ่ายค่าตอบแทนอาจเป็นดาบสองคม กล่าวคือ อาจนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งหรือสร้างความ อ่อนแอให้กับระบบการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ก่อน หน้านี้ เช่น ป่าชุมชน และระบบเหมืองฝาย  กลไกการจ่ายเป็นเงินสดให้กับชาวบ้านเป็น รายบุคคลอาจไปทำลายขนบธรรมเนียมประเพณีใน การร่วมมือกันของชุมชน

7  ชาวบ้าน : เห็นว่าไม่ควรให้องค์กรใดองค์กรหนึ่ง ดำเนินการแต่เพียงผู้เดียว แต่ควรดำเนินการในรูปแบบ ของคณะกรรมการหลายฝ่ายร่วมกัน แต่เน้นเรื่องการให้ ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อปท ): มีแนวโน้มที่จะเห็น ว่าองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. อบจ. และ เทศบาล มีศักยภาพที่จะเป็นผู้บริหารและจัดการกองทุน เพราะมีประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบผ่านการเลือกตั้ง  หน่วยราชการ : เห็นว่าตนเองยังควรมีบทบาทในการ บริหารจัดการกองทุนลุ่มน้ำ อย่างน้อยก็ในฐานะเป็น หน่วยงานสนับสนุนและช่วยเหลือทางวิชาการและ กฎหมาย  ภาคประชาสังคม : เห็นว่าควรทำในรูปของเครือข่ายภาค ประชาชน หน่วยงานของรัฐและท้องถิ่นเป็นผู้สนับสนุน  ภาคเอกชน : มีแนวโน้มที่จะให้มีการบังคับใช้กฎหมาย ไปพร้อมๆกับการจัดตั้งกองทุนลุ่มน้ำ

8  การดำเนินการจัดตั้งกองทุนลุ่มน้ำควรเป็นใน ลักษณะของผสมผสานกันของหลายฝ่ายเข้า ด้วยกัน (hybrid system) ที่อยู่บนพื้นฐานของการ มีส่วนร่วม  เกือบทุกฝ่ายต่างเห็นว่า “ เงินเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ ทางออกของปัญหา ”  คนที่ร่ำรวยและมีอำนาจอาจมีโอกาสที่จะได้รับ ประโยชน์จากกองทุนมากกว่าคนจน (elite capture)  ปัญหาการขาดความเชื่อมั่นศรัทธาในชาวบ้าน ยังคงมีอยู่ในหลายกลุ่มผู้กระทำการ  ปัญหาการเพิ่มขึ้นของหนี้สินและบริโภคนิยมในหมู่ ชาวบ้าน  ความรู้ เทคนิควิทยา และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ในการวัดและประเมินคุณค่าทางด้านนิเวศวิทยา ของพื้นที่ลุ่มน้ำตอนบน


ดาวน์โหลด ppt ชูศักดิ์ วิทยาภัค คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google