งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

นโยบายการป้องกัน การถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก สำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2554 โดย นายแพทย์สมพงศ์ สกุลอิสริยาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "นโยบายการป้องกัน การถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก สำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2554 โดย นายแพทย์สมพงศ์ สกุลอิสริยาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 นโยบายการป้องกัน การถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก สำหรับประเทศไทย พ.ศ โดย นายแพทย์สมพงศ์ สกุลอิสริยาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย

2 นโยบายการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก พ.ศ สถานบริการสาธารณสุขทุกเครือข่าย ควรจัดให้มีบริการปรึกษาทั้งก่อน และหลัง การตรวจหาเชื้อเอชไอวี อย่างมีคุณภาพ ควรให้คำปรึกษาแบบคู่ (Couple counselling) และเก็บผลการตรวจ เป็นความลับอย่างเคร่งครัด โดยแจ้ง ให้ทราบเฉพาะบุคคล และผู้ที่ได้รับการ ตรวจหาเชื้อเอชไอวี อนุญาตเท่านั้น

3 หญิงตั้งครรภ์ทุกคนและสามี หรือคู่ครอง จะได้รับการปรึกษาแบบคู่ และตรวจหาเชื้อ เอชไอวี ด้วยความสมัครใจ หญิงตั้งครรภ์ ที่ติดเชื้อ เอชไอวี จะได้รับการตรวจเซลล์ CD4 และได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ที่มีฤทธิ์สูง (HAART) หรือรักษาด้วยยาต้าน ไวรัสอื่น ๆ ตามแนวทางของกระทรวง สาธารณสุข นโยบายการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ เอชไอวี จากแม่สู่ลูก พ.ศ. 2554

4 เด็กที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับ ยาต้านไวรัสเมื่อแรกเกิด ได้รับนมผสม สำหรับเลี้ยงทารก และได้รับการตรวจเลือด หาเชื้อ เอชไอวี ตามแนวทางของกระทรวง สาธารณสุข แม่ ลูก และสามีหรือคู่ครอง ที่ติดเชื้อ เอชไอวี จะได้รับยาต้านไวรัสตามสภาพของการ ติดเชื้อ การส่งเสริมสุขภาพ และการติดตาม การดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง นโยบายการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูก พ.ศ. 2554

5 แนวทางการดำเนินงาน เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูก (พ.ศ. 2554) แนวทางการดำเนินงาน เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูก (พ.ศ. 2554)

6 หญิงตั้งครรภ์ทุกคน และสามีหรือคู่ครอง จะได้รับการปรึกษาแบบคู่ และตรวจหา เชื้อเอชไอวี ด้วยความสมัครใจ การตรวจหาเชื้อเอชไอวี ให้เป็นไปตาม มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด การให้บริการปรึกษาแบบคู่

7 หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีทุกคน จะได้รับการตรวจเซลล์ CD4 และ จะได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์ สูง (Highly Active Antiretroviral Therapy : HAART) การให้ยาต้านไวรัส เพื่อลดการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก

8 ผลการตรวจเซลล์ CD4 มากกว่า 350 เซลล์ต่อไมโครลิตร ระยะตั้งครรภ์ ให้ ยา AZT +3TC+LPV/r โดยเริ่มกินยา เมื่ออายุครรภ์ 14 สัปดาห์ เช้า เย็น ห่างกัน 12 ชั่วโมง จนเจ็บท้องคลอด ระยะคลอด เมื่อเริ่มเจ็บท้องคลอด กินยาต้านไวรัส AZT เม็ดละ 300 มิลลิกรัมทุก 3 ชั่วโมง จนกระทั่งคลอด หรือ AZT 600 มิลลิกรัม ครั้งเดียว หลังคลอด ให้หยุดกินยาต้านไวรัส กรณีหญิงตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ ไม่เคยได้รับยาต้านไวรัสใด ๆ มาก่อน

9 ผลการตรวจเซลล์ CD4 น้อยกว่าหรือเท่ากับ 350 เซลล์ต่อไมโครลิตร ระยะตั้งครรภ์ ให้ ยา AZT +3TC+LPV/r โดยเริ่มกินยาทันที เช้า เย็น ห่างกัน 12 ชั่วโมง จนเจ็บท้องคลอด ระยะคลอด เมื่อเริ่มเจ็บท้องคลอด กินยาต้านไวรัส AZT เม็ดละ 300 มิลลิกรัมทุก 3 ชั่วโมง จนกระทั่งคลอด หรือ AZT 600 มิลลิกรัม ครั้งเดียว หลังคลอด ให้กินยาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์สูง (HAART) ต่อตามแนว ทางการรักษาการติดเชื้อ เอชไอวีในผู้ใหญ่ กรณีหญิงตั้งครรภ์ ฝากครรภ์ ไม่เคยได้รับยาต้านไวรัสใด ๆ มาก่อน

10 ระยะตั้งครรภ์ ให้กินยาต้านไวรัส ที่ได้รับ เพื่อการรักษา ก่อนตั้งครรภ์ ต่อเนื่อง ระยะคลอด เมื่อเริ่มเจ็บท้องคลอด กินยาต้านไวรัส AZT เม็ดละ 300 มิลลิกรัมทุก 3 ชั่วโมง จนกระทั่งคลอด หรือ AZT 600 มิลลิกรัม ครั้งเดียว หลังคลอด ให้กินยาต้านไวรัส ที่ได้รับเพื่อการรักษา ก่อนตั้งครรภ์ ต่อเนื่อง ต่อไป กรณีหญิงตั้งครรภ์ ที่เคยได้รับการรักษา ด้วยยาต้านไวรัสมาก่อน กรณีหญิงตั้งครรภ์ ที่เคยได้รับการรักษา ด้วยยาต้านไวรัสมาก่อน

11 ระยะคลอด กินยาต้านไวรัส AZT เม็ดละ 300 มิลลิกรัม ทุก 3 ชั่วโมง จนกระทั่งคลอด หรือ AZT 600 มิลลิกรัม ครั้งเดียว หลังคลอด พิจารณาให้การรักษาตามแนวทางการรักษา ผู้ใหญ่ หลังได้ผล CD4 กรณีหญิงตั้งครรภ์ มาคลอดโดยไม่ได้ฝากครรภ์ คาดว่าจะคลอดภายใน 2 ชั่วโมง กรณีหญิงตั้งครรภ์ มาคลอดโดยไม่ได้ฝากครรภ์ คาดว่าจะคลอดภายใน 2 ชั่วโมง

12 ระยะคลอด กินยาต้านไวรัส AZT เม็ดละ 300 มิลลิกรัม ทุก 3 ชั่วโมง จนกระทั่งคลอด หรือ AZT 600 มิลลิกรัม ครั้งเดียว ร่วมกับให้ single dose nevirapine เม็ดละ 200 มก. 1 เม็ด หลังคลอด ให้ยา AZT ( มก.) +3TC (150 มก.) +LPV/r (400/100 มก.) ทุก 12 ชั่วโมง จนกว่าจะทราบผล CD4 กรณีหญิงตั้งครรภ์ มาคลอดโดยไม่ได้ฝากครรภ์ คาดว่าไม่น่าจะคลอดภายใน 2 ชั่วโมง

13 พิจารณาตรวจ CD4 โดยเร็ว และให้ยาต้าน ไวรัสช่วงหลังคลอด ดังนี้ หาก CD4 มากกว่า 350 เซลต่อไมโครลิตร ให้ AZT + 3TC + LPV/r จนครบ 4 สัปดาห์ แล้วหยุดยาพร้อมกันทุกตัว หากCD4 น้อยกว่า/เท่ากับ 350 เซลต่อ ไมโครลิตร. ให้การรักษาต่อโดยเปลี่ยนยาตามแนวทาง การรักษาผู้ใหญ่ กรณีหญิงตั้งครรภ์ มาคลอดโดยไม่ได้ฝากครรภ์ กรณีหญิงตั้งครรภ์ มาคลอดโดยไม่ได้ฝากครรภ์

14 สูตรยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการถ่ายทอด เชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูก (เริ่มตุลาคม 2553) สถานการณ์ก่อนคลอดระหว่าง คลอด หลังคลอด แม่ทารก ไม่เคย รับยา ต้าน ไวรัส CD4>350 cells/mm 3 AZT+3TC+LPV/r เริ่มที่ GA14 สัปดาห์ AZT 300 mg q 3 ชั่วโมง หรือ AZT 600 mg เมื่อเจ็บ ท้องคลอด หยุด AZT x 4 สัปดาห์ และให้นม ผสมนาน 18 เดือน ให้ HAART ต่อ ตามแนว ทางการรักษา ผู้ใหญ่ CD4<350 cells/mm 3 AZT+3TC+LPV/r เริ่มทันที ได้รับ HAART อยู่แล้ว ให้ยา HAART ต่อให้ HAART ต่อ

15 สถานการณ์ ก่อน คลอด ระหว่าง คลอด หลังคลอด แม่ทารก ไม่ได้ ฝาก ครรภ์ CD4>350 cells/mm 3 - AZT (300) ทุก 3 ชั่วโมง + SD NVP* AZT+3TC+ LPV/r x 4 สัปดาห์และหยุด AZT (4 สัปดาห์) +3TC (4 สัปดาห์) +NVP (2 สัปดาห์) และนมผสมนาน 18 เดือน AZT+3TC+LPV/r x 4 สัปดาห์และให้ HAART ต่อตามแนว ทางการรักษาใน ผู้ใหญ่ CD4< 350 cells/mm 3 - * ไม่ต้องให้ SD NVP ในหญิงตั้งครรภ์ที่คาดว่าจะคลอดภายใน 2 ชั่วโมง สูตรยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการถ่ายทอด เชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูก (เริ่มตุลาคม 2553)

16 ถ้าแม่ฝากครรภ์ และได้รับการรักษาด้วย (HAART)ในระยะตั้งครรภ์ หรือได้รับการรักษา ด้วยยาต้านไวรัสมาก่อน ทารกจะได้รับยาต้านไวรัส AZT ขนิดน้ำ เริ่มกินทันทีหลังคลอด ขนาด 4 มิลลิกรัมต่อ น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง กินติดต่อกัน 4 สัปดาห์ การดูแลทารกที่เกิดจากแม่ ที่ติดเชื้อ เอชไอวี

17 ถ้าแม่ไม่ได้ฝากครรภ์ หรือไม่ได้รับการรักษาด้วย ยาต้านไวรัส ในระยะตั้งครรภ์ ทารกจะได้รับ ยาต้านไวรัส AZT ชนิดน้ำ + 3TC ชนิดน้ำโดยเริ่ม กินทันที หลังคลอดให้ AZT ขนาด 4 มิลลิกรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และ 3TC ขนาด 2 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 12 ชั่วโมง กินติดต่อกัน นาน 4 ถึง 6 สัปดาห์ และกินยา Nevirapine ชนิดน้ำ ขนาด 4 มิลลิกรัมต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละครั้ง กินติดต่อกัน 2 ถึง 4 สัปดาห์

18 ทารกที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับนมผสมสำหรับเลี้ยงทารก จนอายุครบ 18 เดือน แทนการเลี้ยง ด้วยนมแม่ การดูแลทารกที่เกิดจากแม่ ที่ติดเชื้อ เอชไอวี

19 การตรวจเลือดเอชไอวีในทารก ที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ ตรวจหาเชื้อเอชไอวีด้วยวิธี PCR ครั้งแรกเมื่ออายุ เดือน ถ้าผลเป็นบวก ให้ตรวจซ้ำทันที ถ้าผลครั้งที่ 2 เป็นบวกให้ส่งต่อเด็กเข้าสู่ ระบบการดูแล รักษาด้วยยาต้านไวรัสสำหรับเด็กทันที ถ้าผลเป็นลบ ให้ตรวจครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 4 เดือน และตรวจยืนยันด้วย HIV antibody เมื่ออายุ 18 เดือน กรณีผล PCR ครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ขัดแย้งกัน ให้ตรวจซ้ำครั้งที่ 3 ทันที กรณีที่ไม่ได้ตรวจเลือดด้วยวิธี PCR ให้ตรวจ HIV antibody เมื่ออายุ 12 เดือน ถ้าผลเป็นบวก ให้ตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่ออายุ 18 เดือน

20 การดูแลต่อเนื่อง แม่ที่ติดเชื้อ หลังคลอด ลูก และสามี กรณีที่หญิงหลังคลอดยินยอมเปิดเผยผลเลือดตนเองแก่สามี และยังไม่ได้รับบริการปรึกษาแบบคู่ เมื่อมาฝากครรภ์ หญิงหลังคลอดและสามี หรือคู่ครอง จะได้รับการดูแล ให้การปรึกษา การดูแลสุขภาพ และการส่งเสริมสุขภาพ รวมทั้งการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ตามข้อบ่งชี้ เช่น ปริมาณของเซลล์ CD4 และพยาธิสภาพของโรค สำหรับเด็กจะได้รับการดูแลต่อเนื่องที่เหมาะสม หากพบว่า มีการติดเชื้อเอชไอวี จะได้รับยาต้านไวรัสเพื่อการรักษาตาม แนวทางการรักษาด้วยการให้ยาต้านไวรัสในเด็ก

21 อัตราการติดเชื้อเอชไอวี ในหญิงตั้งครรภ์ลดลง อัตราการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูกลดลง ตัวชี้วัดความสำเร็จ

22 การดำเนินงานสู่ความสำเร็จภายใน พ.ศ การให้ยาต้านไวรัส ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (สูตรยา 3 ตัว AZT+3TC+LPV/r) 2. การให้สามี / คู่เพศสัมพันธ์ มีส่วนร่วม ในการป้องกันมากขึ้น (Couple counseling) 3. การดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบอย่าง เป็นรูปธรรม โดยชุมชนมีส่วนร่วม 4. การลดการรังเกียจ กีดกัน และการตีตรา ผู้ติดเชื้อ

23 การให้ยาต้านไวรัส 3 ตัว สำหรับหญิงตั้งครรภ์ (HAART) ระบบบริการเอื้อต่อการให้บริการ - สถานบริการสาธารณสุขรับนโยบายใหม่ - สปสช. สนับสนุนยาต้านไวรัสต่อเนื่อง - ผู้ปฎิบัติได้รับการพัฒนาศักยภาพ - การนิเทศ ติดตาม ควบคุมกำกับ 1. นโยบายการให้ยาต้านไวรัส

24 2.1 การให้บริการปรึกษา - การให้การปรึกษารายบุคคล (Individual counseling) - การให้การปรึกษาแบบกลุ่ม (Group counseling) - การให้การปรึกษา แบบคู่ (Couple counseling) - การให้การปรึกษาโดยสมัครใจ (VCCT : Voluntary and Confidential Counseling and Testing) 2.2 จัดคลินิกบริการ VCT แบบ Male friendly 2.3 ให้ความรู้ สังคม ในเรื่องการป้องกัน อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ 2. การให้เพศชาย มีส่วนร่วมในการป้องกัน

25 นโยบายการให้บริการ ใช้แนวทางของ WHO Anti HIV antibody Test for CD count PITC : Provider initiated testing and counseling การตรวจเลือด สำหรับหญิงตั้งครรภ์ และสามี

26 3.1 จัดระบบฐานข้อมูลเด็กได้รับผลกระทบ จากเอดส์ 3.2 ให้บริการดูแล รักษา และช่วยเหลือ อย่างต่อเนื่อง 3.3 ให้ครอบครัว มีส่วนร่วมในการดูแล 3.4 ให้ชุมชนมีส่วนร่วม ในการช่วยเหลือ และลดการรังเกียจ กีดกัน 3. การดูแลเด็กที่ได้รับผลกระทบ อย่างเป็นรูปธรรม โดยชุมชนมีส่วนร่วม

27 4.1 จัดทำแนวทางปฏิบัติ - ในสถานบริการ - ในชุมชน 4.2 ดำเนินการ ตามแนวทางปฏิบัติ 4.3 ประเมินผล 4. การลดการรังเกียจ กีดกัน และ การตีตราผู้ติดเชื้อ เอชไอวี

28 สิ่งสนับสนุน พัฒนาศักยภาพบุคลากร และสนับสนุนวิชาการ สนับสนุนนมผสมสำหรับเด็กที่เกิด จากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี จนถึงอายุ 18 เดือน จัดระบบกำกับติดตามการดำเนินงาน (PHIMS/PROMS/CHILD/NAP) พัฒนาศักยภาพบุคลากร และสนับสนุนวิชาการ สนับสนุนนมผสมสำหรับเด็กที่เกิด จากแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวี จนถึงอายุ 18 เดือน จัดระบบกำกับติดตามการดำเนินงาน (PHIMS/PROMS/CHILD/NAP)

29 ชุดสิทธิประโยชน์ หญิงตั้งครรภ์ ได้รับ - การตรวจ HIV Antibody - การตรวจ CD4 count ทุก 6 เดือน - ได้รับยาต้านไวรัส เพื่อการป้องกันการติด เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก - ได้รับยาต้านไวรัสเพื่อการรักษา สามี ได้รับ - การตรวจ HIV Antibody - การตรวจ CD4 count ทุก 6 เดือน - ได้รับยาต้านไวรัสเพื่อการรักษา

30 ประเมินกระบวนการ ประเมินกระบวนการ โดยใช้ระบบรายงาน โดยใช้ระบบรายงาน (PHIMS) (Perinatal HIV Monitoring System) และCHILDS ประเมินผลลัพธ์ / ผลกระทบ อัตราการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี จากแม่สู่ลูก (Transmission rate) การควบคุมกำกับ และประเมินผลการดำเนินงาน

31 ผลสำเร็จของ PMTCT ของประเทศไทย: มีนโยบายรองรับ ตั้งแต่เริ่มต้น มีผลการศึกษาวิจัยที่ชัดเจน เป็นแนวทาง มีผลการดำเนินงานในพื้นที่ทดลอง สามารถทำได้ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ ให้ความสำคัญกับการให้บริการปรึกษา มีระบบบริการอนามัยแม่และเด็กที่ดี สามารถผสมผสานเข้าไปในระบบบริการได้ มีการประสานความร่วมมือกับนานาชาติ บทสรุป

32 การดำเนินงานเพื่อเกิดความยั่งยืน การสนับสนุนด้านนโยบาย และงบประมาณต่อเนื่อง การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญกับการควบคุมกำกับ และระบบ รายงาน เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาบริการให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น พัฒนาการให้บริการต่อเนื่อง เช่น – สูตรยาที่ดี และเหมาะสมมากขึ้น – พัฒนาระบบริการปรึกษาเช่น couples counseling – บริการดูแลรักษาแม่ที่ติดเชื้อและครอบครัว และดุแลเด็ก ที่ได้รับผลกระทบ บทสรุป

33


ดาวน์โหลด ppt นโยบายการป้องกัน การถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก สำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2554 โดย นายแพทย์สมพงศ์ สกุลอิสริยาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google