งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

นางอุบลรัตน์ นฤพนธ์จิรกุล สำนักระบาดวิทยา. ประเด็น ความหมาย ความหมาย ทำไมจึงสอบสวนโรค ทำไมจึงสอบสวนโรค การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "นางอุบลรัตน์ นฤพนธ์จิรกุล สำนักระบาดวิทยา. ประเด็น ความหมาย ความหมาย ทำไมจึงสอบสวนโรค ทำไมจึงสอบสวนโรค การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 นางอุบลรัตน์ นฤพนธ์จิรกุล สำนักระบาดวิทยา

2 ประเด็น ความหมาย ความหมาย ทำไมจึงสอบสวนโรค ทำไมจึงสอบสวนโรค การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย การสอบสวนการระบาด การสอบสวนการระบาด

3 เป็นการค้นหาข้อเท็จจริง ของเหตุการณ์ การระบาด โดยการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ อธิบายรายละเอียด ของปัญหา ค้นหา สาเหตุ เพื่อนำไปสู่ การควบคุมป้องกัน ปัญหาการระบาดครั้งนั้นๆ และครั้งต่อไป ความหมาย เพื่อตอบคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น เกิดกับใคร เกิดที่ไหน เกิดเมื่อไหร่ และเกิดอย่างไร (What, Who, Where, When, How, Why)

4 ควบคุมโรคในขณะนั้นไม่ให้ลุกลาม กว้างขวางต่อไป (Disease control) ป้องกันการเกิดโรคในอนาคต (Disease prevention) เพื่อให้ได้ความรู้ที่ไม่เคยรู้มาก่อน (Gaining unknown knowledge) เพื่อพัฒนาบุคลากร (Human capacity building)

5 Source/Mode of transmition แหล่งโรค/วิธีการถ่ายทอดโรค Causative Agent (สาเหตุ) ควบคุมได้ มาตรการทั่วไป มาตรการทั่วไป ปูพรม ควบคุมได้ เช่น อหิวาตกโรคที่ ลอนดอน ควบคุมไม่ได้ แน่นอน รอให้หยุดเอง รู้ตัวโจร และ ทำลายรังให้ได้ รู้ ไม่รู้ รู้ ไม่รู้

6 ระบบการป้องกันโรค มีจุดบกพร่อง หากไม่แก้ไข ก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้อีก และปัญหาครั้งต่อไปมักจะรุนแรงกว่าเดิม ทุกครั้งที่เกิดการระบาด แสดงถึง

7 การสอบสวนโรค จะทำให้ได้รู้ข้อมูลลึกๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน (new knowledge) ทำให้สามารถจะจัดการ กับปัญหาต่าง ๆ ให้ราบคาบได้ในอนาคต

8 หากได้ลงมือปฎิบัติจริง ๆ จะได้เรียนรู้ และ เพิ่มทักษะ ของการสอบสวนโรคได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งผ่านประสบการณ์มาโชกโชนมากเท่าใด ก็ยิ่งจะมีประสิทธิภาพในการสืบหาตัวต้นเหตุ และจัดการได้ดีขึ้น ดังนั้นเมื่อเกิดการระบาด ต้องถือว่าเป็น โอกาสของการพัฒนาบุคลากร และเพิ่มทักษะ การบริหารจัดการของการแก้ปัญหา

9 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Individual case investigation) การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation)

10 ยืนยันการเกิดโรค ป้องกันไม่ให้เกิดการ แพร่กระจายของโรคต่อไป เข้าใจถึงลักษณะการเกิด โรคในผู้ป่วยแต่ละราย

11 รวบรวมข้อมูลการป่วยของผู้ป่วย ค้นหาขอบเขตการกระจายของ โรคในคน การเก็บวัตถุตัวอย่างส่งตรวจ ควบคุมโรค เขียนรายงาน

12 ซักประวัติ อาการ การวินิจฉัยของแพทย์ ผลการตรวจทางห้องชันสูตร สภาพแวดล้อมของผู้ป่วย ปัจจัยอื่นๆ ทางระบาดวิทยา

13 ผู้สัมผัส ในครอบครัว ในชุมชน ในสถานที่ทำงานผู้ป่วยรายอื่น เพื่อให้แน่ใจว่า เกิดการระบาดขึ้นหรือไม่ หากมีลักษณะว่าเกิดการระบาด จะต้อง เปลี่ยนเป็น สอบสวนการระบาดแทน

14 จากผู้สัมผัส และ สิ่งแวดล้อม ซึ่งสัมพันธ์กับโรคที่พบในผู้ป่วย โดยอาศัยข้อมูลการ ที่เป็น index case โดยอาศัยข้อมูลการ วินิจฉัยโรคของผู้ป่วยเป็นหลัก ในการ วินิจฉัยโรคของผู้ป่วยเป็นหลัก ในการ พิจารณาตัดสินใจว่าจะเก็บ ตัวอย่างอะไร พิจารณาตัดสินใจว่าจะเก็บ ตัวอย่างอะไร จากที่ไหน ส่งตรวจด้วยวิธีใด จากที่ไหน ส่งตรวจด้วยวิธีใด

15 หลักการเก็บวัตถุตัวอย่างส่งตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ จะเลือกเก็บตัวอย่างอะไร บริเวณไหนที่จะมีโอกาสพบเชื้อสูง ช่วงระยะเวลาที่เก็บ เมื่อใด ใส่ภาชนะอะไร อาหารเก็บรักษาเชื้อที่เหมาะสม การนำส่งวัตถุตัวอย่างไปตรวจ อย่างไร ข้อมูลของคนไข้

16 เมื่อทำการสอบสวน จนทราบถึง ขอบเขตการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม และกลุ่มผู้สัมผัสแล้ว ต้องรีบดำเนินการทำลายเชื้อ เพื่อควบคุมโรค ไม่ให้มีการ แพร่กระจายต่อไป จนอาจ เกิดการระบาดขึ้น

17 เป็นการเสนอรายละเอียด การดำเนินงานทั้งหมดให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทราบ เมื่อนำข้อมูลการสอบสวนผู้ป่วยแต่ละราย มา รวบรวมและวิเคราะห์ จะทำให้เห็นลักษณะการเกิดโรค ที่อาจมี การเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา ในปัจจัย ต่างๆ ซึ่งแตกต่างไปจากผลการวิเคราะห์ ข้อมูลที่ได้จากระบบเฝ้าระวังฯ

18 การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย (Individual case investigation) การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation) การสอบสวนการระบาด (Outbreak investigation)

19 การระบาด การที่มีเหตุการณ์เกิด มากกว่าปกติ ในพื้นที่เดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับ ระยะเวลาเดียวกันในปีก่อน ๆ หรือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคนตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไปในระยะเวลาอันสั้น หลังจากร่วม กิจกรรมด้วยกันมา

20 อย่างไรจึงจะเรียกว่า “มากกว่าปกติ” โดยทั่วไปใช้วิธีเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย ของจำนวนผู้ป่วยย้อนหลัง 3-5 ปี ในช่วง เวลาเดียวกัน ของพื้นที่เดียวกัน “ค่าเฉลี่ยของจำนวนผู้ป่วย” อาจใช้ ค่ามัธยฐาน (median) หรือ ค่าเฉลี่ย เลขคณิต (mean) + 2 S.D.

21 จำนวนผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน จ. สกลนคร ปี พ.ศ เปรียบเทียบกับค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง แหล่งข้อมูล : สำนักระบาดวิทยา 2545 มัธยฐานปี จำนวน เดือน

22 2545 ผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน อ. อากาศอำนวย จ. สกลนคร พ.ศ เปรียบเทียบกับค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง มัธยฐานปี แหล่งข้อมูล : สำนักระบาดวิทยา จำนวน เดือน

23 ผู้ป่วยหนึ่งราย แต่ ป่วยด้วยโรคที่ไม่เคย พบมาก่อน A 3-year old boy, case of Avian Influenza (H5N1) in Hongkong alerted the public health people around the world to start a full scale investigation. การระบาด

24 ชนิดของการระบาด (Outbreak patterns) ชนิดแหล่งโรคร่วม (Common source outbreak) มีการแพร่โรคในช่วงเวลาสั้นๆ Point: มีการแพร่โรคในช่วงเวลาสั้นๆ มีการแพร่โรคแบบต่อเนื่อง Continuous: มีการแพร่โรคแบบต่อเนื่อง ชนิดแหล่งโรคแพร่กระจาย (Propagated source outbreak)

25 การระบาดชนิดมีแหล่งโรคร่วม Common source outbreak

26 เส้นโค้งการระบาด (Epidemic Curve) ชนิดแหล่งโรคร่วม จำนวนผู้ป่วย วันเริ่มป่วย Point source เวลาที่รับปัจจัยเสี่ยง

27 การระบาดชนิดแหล่งโรคแพร่กระจาย

28 เส้นโค้งการระบาด (Epidemic Curve) ชนิดแหล่งโรคแพร่กระจาย วันเริ่มป่วย จำนวนผู้ป่วย Source 2 Source 1 Source 3

29 Epidemic curve มีประโยชน์อย่างไร ให้ข้อมูลที่แสดงลักษณะเฉพาะของการระบาด :-  ขนาดของปัญหา  รูปแบบของการระบาด  Outliers (case outside expected time frame)  แนวโน้มของการระบาด  ช่วงระยะเวลาที่รับเชื้อ (Exposure period) และ/หรือ ช่วงระยะฟักตัวของโรค

30   เทคนิค  แกน X เป็นหน่วยของเวลา ซึ่งขึ้นอยู่กับระยะฟักตัวของโรค  ช่วงเวลาที่ใช้ประมาณ ¼ ของระยะฟักตัวของโรค  ถ้าไม่รู้ระยะฟักตัวของโรค ให้ลองทำหลายช่วงเวลาเพื่อหา อันที่ดีที่สุด   แกน x ส่วนใหญ่ใช้หน่วยเป็นวันเริ่มป่วย  ถ้าระยะฟักตัวของโรคสั้น : ชั่วโมง  ถ้าระยะฟักตัวของโรคยาว : สัปดาห์ เดือน   ไม่มีช่องว่างระหว่างข้อมูลแต่ละชุด   เขียนชื่อแต่ละแกน บรรยายหัวเรื่องของกราฟ   ควรรวมช่วงเวลาก่อนเกิดการระบาด เพื่อแสดงให้ เห็นจำนวนผู้ป่วยในช่วงเวลาปกติ การสร้าง Epidemic curve

31 การคาดประมาณช่วงเวลาที่สัมผัสปัจจัย จำนวนผู้ป่วย วันเริ่มป่วย (Point source outbreak) Min. IP Max. IP Median. IP ตัวอย่าง: โรคไวรัสตับอักเสบ เอ มีระยะฟักตัวสั้นที่สุด 15 วัน ยาวสุด 45 วัน ระยะฟักตัวเฉลี่ย 30 วัน

32 จำนวนผู้ป่วยโรคตับอักเสบ เอ ในโรงงานแห่งหนึ่ง จำนวนผู้ป่วย กันยายน ตุลาคมพฤศจิกายน วันเริ่มป่วย ระยะฟักตัวเฉลี่ย ระยะฟักตัวที่ยาวที่สุด ระยะฟักตัว ที่สั้นที่สุด

33 ประโยชน์ของการทราบชนิดการระบาด แหล่งโรคร่วม แหล่งโรคแพร่กระจาย กำจัดแหล่งโรค ให้สุขศึกษาปรับปรุงสุขาภิบาล

34 การค้นหาการระบาด ข้อมูลในระบบเฝ้าระวัง การวิเคราะห์ที่เป็นประจำสม่ำเสมอ ทันเวลา เช่น การรายงานโรครายสัปดาห์ พบจำนวนผู้ป่วยมากผิดปกติหรือมีกลุ่ม ผู้ป่วยในบางสถานที่ ข้อมูลนอกระบบเฝ้าระวัง สื่อสารมวลชน อินเตอร์เน็ต การแจ้งโดย หน่วยงานเอกชน การแจ้งโดยไม่เป็น ทางการ

35 ระบบเฝ้าระวังสามารถบอกการระบาดได้ รายงานโรคอุจจาระร่วงอย่างแรงในจังหวัด “A” ม.ค ก.ค. 2542

36 สื่อมวลชน เป็น แหล่งข่าวการระบาด ที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่ง

37 เริ่มมีผู้ป่วย รายแรก วันที่ผู้ป่วย มาพบแพทย์ วันที่รายงานโรค ทราบผล การตรวจ ส่งตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ ดำเนินมาตรการ ควบคุมโรค จำนวนวัน ช่วงเวลาที่มีโอกาส ในการควบคุมโรค เหตุการณ์ที่มักจะพบ จำนวน ผู้ป่วย

38 “อุดมคติ”- การออกสอบสวนเร็ว จำนวนผู้ป่วยที่ ป้องกันได้ เริ่มมีผู้ป่วย รายแรก ดำเนินมาตรการ ควบคุมโรค จำนวนวัน จำนวน ผู้ป่วย

39 แนวคิดในการสอบสวนโรค เตรียมให้พร้อม ตรวจให้พบ ตีให้เร็ว ตามให้หมด

40 ขั้นตอนการสอบสวนโรค 1. เตรียมการปฏิบัติงานภาคสนาม 2. ตรวจสอบยืนยันการวินิจฉัยโรค 3. ตรวจสอบยืนยันการระบาด 4. ค้นหาผู้ป่วย รายแรก ๆ รายใหม่ 5. รวบรวมข้อมูลระบาดวิทยาเชิงพรรณนา - ข้อมูล ผู้ป่วยตาม เวลา สถานที่ และบุคคล 6. ตั้งสมมุติฐานการเกิดโรค และพิสูจน์สมมุติฐาน 7. ศึกษาสภาพแวดล้อมและอื่นๆ เพิ่มเติมถ้าจำเป็น 8. สรุปสาเหตุ&เสนอมาตรการควบคุมป้องกันโรค 9. เขียนรายงาน ส่งให้ผู้เกี่ยวข้องใช้ประโยขน์ 10. ติดตามผลการดำเนินงานสอบสวนโรค

41 เตรียมความรู้เกี่ยวกับโรค เตรียมทีมสอบสวนโรค นักระบาดวิทยา นักวิชาการสุขาภิบาล/ นักวิชาการควบคุมโรค นักสุขศึกษา เจ้าหน้าที่สำหรับตรวจทางห้องปฏิบัติการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (ในบางกรณี) เตรียมประสานงานกับห้องปฏิบัติการ

42 2. ตรวจสอบยืนยันการวินิจฉัยโรค 2. ตรวจสอบยืนยันการวินิจฉัยโรค

43 ตรวจสอบยืนยันการวินิจฉัยโรค ดูจากอาการ อาการแสดง และ การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในกรณีที่ยังไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร การ พยายามตรวจให้ทราบชนิดของโรค ต้องเป็นวัตถุประสงค์หนึ่งในการ สอบสวน

44  เป็นขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าเป็น การระบาดจริง ไม่ใช่ข่าวลือ หรือเป็นโรคที่ พบเป็นประจำอยู่แล้วในฤดูกาลนั้นๆ  มักใช้วิธีสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ใน พื้นที่เกี่ยวกับจำนวนผู้ป่วยรวมทั้ง รายละเอียดอื่นๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ว่าควรจะออกสอบสวนโรคหรือไม่

45

46 ไป รพ. มีอาการ แต่ไม่ไป รพ. ติดเชื้อ... เสี่ยง รายงานโรค

47 การค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม (Case finding) การค้นหาเชิงรับ (Passive case detection) การค้นหาเชิงรุก (Active case detection) ผู้ป่วยที่มารับการรักษา ที่โรงพยาบาลโดยผ่าน การวินิจฉัยของแพทย์ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมี อาการหนักและชัดเจน เป็นผู้ป่วยที่ยังอยู่ใน ชุมชน อาจจะมีอาการ ไม่มาก หรืออาจจะมี เชื้อแต่ไม่มีอาการ พร้อมที่จะแพร่เชื้อ ไปสู่ผู้อื่นได้

48 กำหนดนิยามผู้ป่วย (Case definition) อาการทางคลินิก สถานที่ บุคคล เวลา อาการ ที่ยืนยัน จากการ เกิดโรค จริงใน ขณะนั้น อาการ ตาม ทฤษฎี ในกรณี ที่รู้ว่าสิ่ง ก่อโรค คืออะไร จากการ ปรึกษา ผู้เชี่ยว ชาญ พื้นที่ที่ เกิดโรค หรือ พื้นที่ เสี่ยง คนที่ร่วม ใน เหตุ การณ์ หรือกลุ่ม ที่เสี่ยง ต่อโรค ระยะ เวลาที่ ทำการ ค้นหา ผู้ป่วย

49 ตัวอย่าง นิยามผู้ป่วย การสอบสวนโรคผิวหนังอักเสบจากแมลง นิยามผู้ป่วย คือผู้ที่มีอาการในช่วงเวลาตั้งแต่ เข้าพัก โดยมีรอยผื่นแดง (erythema) ร่วมกับ อาการแสบร้อนขึ้นอย่างเฉียบพลัน โดยไม่เคย มีอาการเช่นนี้ มาก่อนเข้าพักในที่พักนักกีฬา เขต 7 ในช่วงระหว่างวันที่ 11 ถึง 19 กุมภาพันธ์ 2529

50 นิยามผู้ป่วย (Case definition) ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) : อาการ/ อาการแสดงชัดเจน ร่วมกับมีผลการตรวจ ทางห้องปฏิบัติการยืนยัน ผู้ป่วยน่าจะเป็น (Probable case) : อาการ/ อาการแสดงชัดเจน ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) : อาการ/ อาการแสดงไม่ชัดเจนมากนัก

51 โรคคอตีบ (Diphtheria) ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case): ผู้ป่วยที่ มีไข้ มีแผ่นเยื่อสีขาวเทาในลำคอ และมีผล เพาะเชื้อจากลำคอพบเชื้อ Corynebacterium diphtheriae, toxigenic strain ผู้ป่วยน่าจะเป็น (Probable case): ผู้ป่วยมีไข้ และแผ่นเยื่อสีขาวเทาในลำคอ ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case): ผู้ป่วยมีไข้ เจ็บคอ คอแดง

52 ระหว่างวันที่ เมษายน 2541 ได้รับรายงาน ผู้ป่วย ซึ่งน่าจะเป็นโรคโบทูลิซึ่ม จาก 2 หมู่บ้าน ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่รับประทาน หน่อไม้อัดปี๊บ นิยามผู้ป่วยที่เหมาะสมคือ  ประชากรในหมู่บ้านทั้ง 2 แห่ง  ที่มีอาการอย่างน้อย 3 ใน 10 อย่างต่อไปนี้ ได้แก่ หนังตาตก กลืนลำบาก พูดไม่ชัด เสียงแหบ ปากแห้ง เจ็บคอ อุจจาระร่วง อาเจียน และแขนขาอ่อนแรงแบบสมมาตร  ในระหว่างวันที่ เมษายน 2541 การสอบสวนโรคอาหารเป็นพิษ ผู้ป่วย หมายถึง

53 ตัวอย่าง การสอบสวนโรคไข้เลือดออก ประชากรใน หมู่ที่ 1 ต.คง อ.เมือง จ.หนึ่ง ที่มีอาการไข้สูงเฉียบพลันตั้งแต่ 2 วันขึ้นไป ร่วมกับ อาการอย่างน้อย 2 อย่างต่อไปนี้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เบื่ออาหาร อาเจียน ปวดท้อง ผื่น จุดเลือดออก มีเลือดออก ทางจมูก ทางเหงือก ระบบทางเดินอาหาร โดยมีอาการในระหว่างวันที่ 11 มกราคม 2550 จนถึง ขณะที่สอบสวน วันที่ 22 มกราคม 2550 ได้รับรายงานจาก รพ.หนึ่ง ว่า มีผู้ป่วยสงสัยไข้เลือดออกเข้ารับการรักษา 1 ราย เป็น ด.ช. อายุ 14 ปี อยู่ที่ หมู่ 1 ต.คง อ.เมือง จ.หนึ่ง โดย เริ่มมีไข้สูงเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2550 นิยามผู้ป่วย หมายถึง

54   การกระจายของผู้ป่วย ตาม บุคคล เวลา สถานที่   บุคคล - อายุ เพศ อาชีพ ประวัติกิจกรรม   เวลา - epidemic curve มีลักษณะเป็นการระบาด ชนิดใด ประมาณระยะเวลาการได้รับเชื้อ   สถานที่ - พื้นที่ใดมีอัตราป่วยสูงสุด พื้นที่ใดมีการป่วย ก่อนหลัง สัมพันธ์กับกิจกรรมใดหรือไม่

55  การวิเคราะห์การกระจายตามบุคคล ลักษณะของบุคคล เช่น ลักษณะของบุคคล เช่น อายุ, เพศ, เชื้อชาติ, อาชีพ อายุ, เพศ, เชื้อชาติ, อาชีพ สถานภาพสมรส, การได้รับภูมิคุ้มกัน สถานภาพสมรส, การได้รับภูมิคุ้มกัน โรคประจำตัว ชนิดของยาที่ใช้ โรคประจำตัว ชนิดของยาที่ใช้ เศรษฐฐานะ, การศึกษา เศรษฐฐานะ, การศึกษา หาอัตราป่วยตามตัวแปรนั้น ๆ หาอัตราป่วยตามตัวแปรนั้น ๆ (Specific attack rate) จะทำให้ทราบว่า จะทำให้ทราบว่า “ใครคือกลุ่มที่เสี่ยงสูง?” “ใครคือกลุ่มที่เสี่ยงสูง?”

56 กลุ่ม อายุ ( ปี ) จำนวน ผู้ป่วย จำนวน เจ้าหน้าที่ Attack rate (%) ชา ย ห ญิง ชาย ชายหญิง – – รวม จำนวนผู้ป่วย และอัตราป่วย ด้วยไข้ หัดเยอรมันในแผนกกลางและแผนก ขายส่ง จำแนกตามกลุ่มอายุและเพศ ม. ค.- ก. พ ตารางที่...

57  วิเคราะห์การกระจายตามเวลา นำข้อมูล เวลาเริ่มป่วยของผู้ป่วยแต่ละราย นำมาวิเคราะห์ความถี่ของการป่วย ตามหน่วย เวลาที่เหมาะสม แล้วนำเสนอด้วย Histogram จะได้กราฟแสดงลักษณะการระบาด มีชื่อ เฉพาะเรียกว่า “Epidemic Curve” ซึ่งแสดง ให้เห็นว่า ผู้ป่วยรายแรกเริ่มเมื่อไร และราย ต่อ ๆ มาเกิดในช่วงเวลาใด และสามารถช่วย บอกถึง ชนิดของแหล่งโรคที่เป็นสาเหตุของ การระบาดครั้งนั้น ๆ ได้

58 นาฬิกา จำนวน (ราย) รูปที่ 1 จำนวนผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ จำแนกตามเวลาเริ่มป่วย หมู่ 4 ตำบลสากล อำเภอสุไหงปาตี จังหวัดนราธิวาส 30 มิถุนายน 2539

59 จำนวน (ราย) รูปที่ 2 จำนวนผู้ป่วยโรคบิด ตามวันเริ่มป่วย ต.คูตัน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พ.ค. – ส.ค มิ.ย. ส.ค. ก.ค. พ.ค. วันเริ่มป่วย

60  การวิเคราะห์การกระจายตามสถานที่ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของจำนวน ผู้ป่วยกับสถานที่ที่เริ่มป่วย แล้วนำเสนอ ข้อมูลในรูปแผนที่ (mapping) จะช่วย ให้เห็นลักษณะ ทิศทาง การกระจายของ โรคในพื้นที่ได้

61 Weekly interval NS 1 NS 2 2 / 2 Kit. ผู้ป่วยโรคคางทูมแยกตามวันเริ่มป่วยและห้องเรียน ในโรงเรียน อนุบาลแห่งหนึ่ง, พ.ค. – ก.ย 2542 (จำนวนผป.ทั้งหมด 38 ราย) นักเรียน 1 คน ครู 1 คน 1 / 11 / 23 / 23 / 1 2 / 1 การระบาดชนิดแหล่งโรคแพร่กระจาย (Propagated source outbreak)

62 อำเภอ ท. ผู้ป่วย 1 ราย แม่น้ำ เส้นเขตตำบล การกระจายของผู้ป่วยโรคอัมพาตใบหน้า (facial palsy) อำเภอ ท. ระหว่าง มค.–กย. 2542

63

64 ผู้ป่วย วิเคราะห์ข้อมูล ชนิดของเชื้อ?แหล่งโรค ? การแพร่ของโรค? บุคคล สถานที่ เวลา 32 ตั้งสมมติฐาน: จากข้อมูลทั้งหมดของการระบาด

65  โรคแพร่ได้อย่างไร (Transmission)  แหล่งแพร่เชื้ออยู่ที่ใด  ปัจจัยเสี่ยงของบุคคล (Risk factor) ตั้งสมมุติฐานของการเกิดโรค

66 ศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ เพื่อพิสูจน์สมมุติฐานที่ได้จากการศึกษา เชิงพรรณนา เป็นการเปรียบเทียบปัจจัยเสี่ยงที่สงสัย เป็นสาเหตุของการระบาด ระหว่างกลุ่ม ผู้ป่วยและกลุ่มที่ไม่ป่วย

67 การพิสูจน์สมมุติฐาน โดยการใช้กลุ่มเปรียบเทียบ Case-control study เปรียบเทียบดูว่า ผู้ป่วย และผู้ไม่ป่วย มีประวัติการได้รับ Cohort study เปรียบเทียบดูว่า ผู้ที่ ได้รับปัจจัยเสี่ยง กับ ผู้ที่ไม่ได้รับปัจจัย เสี่ยง มีโอกาสป่วยแตกต่างกันกี่เท่า

68 Case - control study 1. ศึกษาจาก ผล ย้อนกลับไปหา สาเหตุ 2. เริ่มต้น คัดเลือก กลุ่มผู้ป่วย (Case) และกลุ่มผู้ไม่ป่วย (Control)

69 3. ถามประวัติย้อนหลัง เพื่อหาสาเหตุของโรคในอดีต กลุ่มผู้ป่วย ถามประวัติย้อนหลัง กลุ่มผู้ไม่ป่วย ถามประวัติย้อนหลัง มีองค์ประกอบ ไม่มีองค์ประกอบ

70 4. วิเคราะห์ข้อมูล - เปรียบเทียบความแตกต่างอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติของสัดส่วนการมี องค์ประกอบในประชากรทั้ง 2 กลุ่ม - หาค่า Odds ratio นำเสนอ p-value และ Odds ratio หรือนำเสนอ Odds ratio (95 % CI)

71 กลุ่มผู้ป่วยอาหารเป็นพิษ (50 คน) ถามประวัติย้อนหลัง กลุ่มผู้ไม่ป่วย 100 คน ถามประวัติย้อนหลัง กินลาบหมู 44 คน (75.0 %) ไม่กินลาบหมู 6 คน กินลาบหมู 20 คน (20.0 %) ไม่กินลาบหมู 80 คน

72 สรุป การกินลาบหมูมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค อาหารเป็นพิษ (p <.01, OR = 29.3) หรือ การกินลาบหมูมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค อาหารเป็นพิษ (OR=29.3, 95 % CI = )  เปรียบเทียบร้อยละที่กินลาบหมู ในกลุ่มผู้ป่วย กับ กลุ่มผู้ไม่ป่วย โดย X 2 – test ได้ p <.01  หาค่า Odds ratio = = 29.3  หาค่า 95 % CI ของ Odds ratio = 10.1 – 89.6 (44 / 6) (20 / 80)

73 Cohort study 1. ศึกษาจาก สาเหตุ ไปหา ผล 2. เริ่มต้นแบ่งกลุ่มประชากรที่ปกติดี (ยังไม่เป็นโรค) (ยังไม่เป็นโรค) เป็นกลุ่มที่มีองค์ประกอบ (Exposed) และ เป็นกลุ่มที่มีองค์ประกอบ (Exposed) และ กลุ่มที่ไม่มีองค์ประกอบ (Non - exposed) กลุ่มที่ไม่มีองค์ประกอบ (Non - exposed)

74 3. ติดตามดูประชากรทั้ง 2 กลุ่ม ไประยะหนึ่ง เพื่อดูการเกิดโรค ประชาชนมีองค์ประกอบ ติดตามไปข้างหน้า ประชาชนไม่มีองค์ประกอบ ติดตามไปข้างหน้า เกิดโรค ไม่เกิดโรค

75 4. วิเคราะห์ข้อมูล - เปรียบเทียบ ความแตกต่างอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ ของอัตราการเกิด โรคในประชากรทั้ง 2 กลุ่ม - หาค่า Relative risk นำเสนอ p-value และ Relative risk หรือนำเสนอ Relative risk (95 % CI)

76 กลุ่มที่กินลาบหมู 30 คน ต่อมา กลุ่มที่ไม่กินลาบหมู 20 คน ต่อมา เกิด โรคอาหารเป็นพิษ 27 คน ( 90.0 % ) ไม่เกิด โรคอาหารเป็นพิษ 3 คน เกิด โรคอาหารเป็นพิษ 2 คน ( 10.0 % ) ไม่เกิด โรคอาหารเป็นพิษ 18 คน

77 - หาอัตราป่วยในกลุ่มที่กินลาบหมู = 90 % - หาอัตราป่วยในกลุ่มที่ไม่กินลาบหมู = 10 % แล้ว   เปรียบเทียบความแตกต่างกันทางสถิติ ได้ p <.01   หาค่า Relative risk = 90 / 10 = 9   หาค่า 95 % CI ของ Relative risk = 2.4 – 33.7 สรุป กลุ่มที่กินลาบหมู มีโอกาสเกิดโรคอาหารเป็นพิษ 9 เท่า เมื่อ เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้กินลาบหมู (p <.01) หรือ กลุ่มที่กินลาบหมูมีโอกาสเกิดโรคอาหารเป็นพิษ 9 เท่า (95 % CI = ) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่กิน ลาบหมู

78 การศึกษาทางห้องปฏิบัติการ-การเพาะ เชื้อ การตรวจทางซีโรโลยี ฯลฯ การศึกษาทางสภาพแวดล้อม-การตรวจ คุณภาพน้ำ การสำรวจพื้นที่ ฯลฯ การศึกษาอื่น ๆ

79

80

81

82 หลักการควบคุมโรค เพิ่มภูมิคุ้มกันในคน: ให้วัคซีนหรือให้ยาป้องกัน ตัดวงจรการถ่ายทอดโรค: ปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ควบคุมพาหะนำโรค ให้สุขศึกษาประชาสัมพันธ์ การควบคุมแหล่งโรค: กำจัดแหล่งโรค เคลื่อนย้ายคนออกจากพื้นที่เสี่ยง แยกผู้ป่วยและให้การรักษา ทำลายเชื้อ

83 การแพร่เชื้อ Dengue virus ยุงมีเชื้อตลอด 1- 2 เดือน ระยะฟักตัวในยุง วัน ระยะฟักตัวในคน วัน กัดเด็ก คนไข้ ขณะมีไข้สูง

84 ไข้เลือดออก Vector แพร่กระจายโรค Breeding sites Insecticides Death recover Exposure Infection Disease DeathDisability Recover Vaccine Symptomatic treatment เชื้อไวรัสเด็งกี่ ในเซลยุงลาย

85 มาตรการควบคุมและป้องกันโรค มาตรการเฉพาะ มาตรการเฉพาะ แก้ที่สาเหตุการระบาด มาตรการทั่วไป มาตรการทั่วไป เป็นการป้องกันการระบาด ใหม่

86 เพื่อให้ข้อเสนอแนะ มาตรการควบคุมและ ป้องกันโรค เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ หรือประสบการณ์ เรียนรู้ใหม่ ๆ เป็นหลักฐานการสอบสวนโรค เป็นตัวอย่างในการสอบสวนโรคให้กับพื้นที่ อื่น ๆ ที่ยังไม่เกิดโรค เผยแพร่ให้สาธารณะรับทราบเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น - เพื่อป้องกันการระบาดในอนาคต ทำไมต้องรายงานผลการสอบสวน

87   บทนำหรือความเป็นมาของการสอบสวน   วัตถุประสงค์ของการสอบสวน   วิธีการสอบสวน และผลการสอบสวน   อภิปรายผล และสรุป   บทเรียนที่ได้จากการสอบสวน   ข้อเสนอแนะ เพื่อการควบคุมและป้องกัน โรค   กิตติกรรมประกาศ องค์ประกอบของรายงาน

88 * กลุ่มผู้บริหารที่มีหน้าที่ในการควบคุมโรค * กลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่มีหน้าที่เฝ้า ระวังและควบคุมโรคในชุมชน * กลุ่มประชาชนและชุมชนที่เกิดโรค หรือ ประชาชนทั่วไป ส่งกลับให้ผู้เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์

89 ติดตามผลการดำเนินงาน ตามข้อเสนอแนะที่ได้จาก การสอบสวนโรค

90 เตรียมตัวให้พร้อม น้อมรับเรื่องราว กรองข่าวให้ใส ไปที่เกิดเหตุ สังเกตว่าจริง สิ่งนั้นคืออะไร ใครคือผู้ป่วย หาด้วยรายแรก แบ่งแยกสัมพันธ์ ตั้งฐานสมมุติ พิสูจน์โดยใช้ PLACE TIME PERSON อย่าเนิ่นแนะนำ อาจทำให้เห็น เขียนเป็นรายงาน ? นพ. ธวัช จายนียโยธิน

91


ดาวน์โหลด ppt นางอุบลรัตน์ นฤพนธ์จิรกุล สำนักระบาดวิทยา. ประเด็น ความหมาย ความหมาย ทำไมจึงสอบสวนโรค ทำไมจึงสอบสวนโรค การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย การสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google