งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

GOLDEN RULE OF REPORT WRITING 1. CONCISE กระชับ 5. PRESENTABLE นำเสนอได้ ชัดเจน 6. INTERESTING น่าสนใจ 2. CLEAR ชัดเจน 3. ACCEPTABLE เป็นที่ยอมรับ อ่านได้ง่าย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "GOLDEN RULE OF REPORT WRITING 1. CONCISE กระชับ 5. PRESENTABLE นำเสนอได้ ชัดเจน 6. INTERESTING น่าสนใจ 2. CLEAR ชัดเจน 3. ACCEPTABLE เป็นที่ยอมรับ อ่านได้ง่าย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 GOLDEN RULE OF REPORT WRITING 1. CONCISE กระชับ 5. PRESENTABLE นำเสนอได้ ชัดเจน 6. INTERESTING น่าสนใจ 2. CLEAR ชัดเจน 3. ACCEPTABLE เป็นที่ยอมรับ อ่านได้ง่าย 4. READABLE GOLDEN Rule

3 1. เพื่อรายงานผลการ สอบสวนทางระบาดวิทยา 2. เพื่อเสนอข้อคิดเห็น แก่ผู้บริหารและ ผู้เกี่ยวข้อง 3. เพื่อเป็นองค์ความรู้ และแนวทางในการ สอบสวนโรคในครั้งต่อไป 4. เพื่อบันทึก เหตุการณ์ระบาด ของโรคหรือปัญหา สาธารณสุขที่เกิดขึ้น วัตถุประสงค์ของการเขียนรายงานสอบสวนโรค WHY?

4 องค์ประกอบหลัก 1. ชื่อเรื่อง (Title) 2. ชื่อผู้แต่งและที่อยู่ (Authors and Address) 3. บทคัดย่อ (Abstract or Summary) 4. บทนำ (Introduction) 5. วิธีการศึกษา (Materials and Methods) 6. ผลการศึกษา (Results) 7. การอภิปรายผล (Discussion) 8. กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgements) 9. เอกสารอ้างอิง (References)

5 รายงานการสอบสวนโรค เกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร ชื่อเรื่อง นาย/นาง/น.ส สำนักงาน บทคัดย่อ

6 ชื่อเรื่อง ไม่ยาวเกินไป หรือสั้นเกินไปจนผู้อ่านไม่ เข้าใจ สื่อว่าการสอบสวนโรคอะไร ที่ไหน เมื่อไร ชื่อเรื่องจะน่าสนใจมากขึ้นหากมีประเด็น จำเพาะ เช่น การสอบสวนการระบาด ไข้หวัดนกในครอบครัว การระบาดของ โรคหัดจากวัคซีนที่มีประสิทธิผลต่ำ ข้อแนะนำ ให้ตั้งชื่อเรื่องภายหลังเขียนส่วนอื่น ทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว

7 ชื่อผู้แต่ง และที่อยู่ เรียงตามปริมาณงาน ชื่อแรกเป็นผู้มีส่วน ร่วมในการศึกษามากที่สุด ชื่อถัดไปก็มี ส่วนร่วมน้อยรองลงไปจากชื่อแรก ไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อผู้ร่วมงานทุกคน ระบุที่ทำงานของผู้แต่งทุกคน ถ้ามีการย้ายที่ทำงานให้เพิ่ม “ ที่อยู่ปัจจุบัน (Present address) ” ของผู้แต่ง รายนั้นด้วย

8 บทคัดย่อ สั้น ไม่ควรเกิน คำ จะต้องมีวัตถุประสงค์ของการศึกษา วิธี การศึกษา ผลที่สำคัญ และความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะ ควรเขียนสุดท้าย ภายหลังเขียนส่วนอื่น ๆ เสร็จสิ้นแล้ว บทคัดย่อจะเป็นเครื่องตัดสินใจให้ผู้อ่านว่า จะอ่านต่อไปหรือไม่

9 หลีกเลี่ยง ตัวย่อ เช่น รร. เป็นต้น ระบุเอกสารอ้างอิง ตาราง หรือรูปภาพใน บทคัดย่อ การเขียนผลการศึกษา หรือข้อสรุป ซึ่งไม่ ปรากฏอยู่ในเนื้อเรื่องเลย การเขียนบอกให้ไปอ่านผล หรือการ อภิปรายในเนื้อเรื่อง

10 เนื้อหาในบทคัดย่อ ศึกษาอะไร :- ความเป็นมา และวัตถุประสงค์ ของการสอบสวน ศึกษาอะไร :- ความเป็นมา และวัตถุประสงค์ ของการสอบสวน ด้วยวิธีใด (Method) สั้น ๆ ด้วยวิธีใด (Method) สั้น ๆ ได้ผลอย่างไร สรุปแต่ผลที่สำคัญ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งปัจจัยที่น่าจะเป็นสาเหตุที่มีหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน ได้ผลอย่างไร สรุปแต่ผลที่สำคัญ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งปัจจัยที่น่าจะเป็นสาเหตุที่มีหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน ทำอะไรไปบ้างในขณะที่สอบสวน ทำอะไรไปบ้างในขณะที่สอบสวน เสนอแนะอย่างไรเพื่อการควบคุมป้องกันที่มี ประสิทธิภาพ เสนอแนะอย่างไรเพื่อการควบคุมป้องกันที่มี ประสิทธิภาพ

11 เกิดอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ แหล่งข่าวใด ผู้ให้ข่าวเป็นใคร ข้อมูลเบื้องต้นของ Index case ขนาดของปัญหาที่ได้รับแจ้ง เริ่มสอบสวนและเสร็จสิ้นเมื่อไร วัตถุประสงค์ในการสอบสวนโรค บอกให้ทราบถึงเหตุการณ์ ผิดปกติที่นำไปสู่การ สอบสวนโรค/การระบาด บทนำหรือความเป็นมา

12 อธิบายถึงคำจำกัดความ (ผู้ป่วย กลุ่มควบคุม ปัจจัยเสี่ยง) การเลือกตัวอย่าง การออกแบบ การศึกษา เครื่องมือ การตรวจทางห้อง ปฏิบัติการ และกระบวนการอื่นๆ อธิบายถึงวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล และสถิติที่ใช้ การอธิบายต้องชัดเจน เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ และมีรายละเอียดเพียงพอให้ผู้อื่น ไปทำการศึกษาต่อได้ วิธีการศึกษา

13 1. การศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา ข้อมูลผู้ป่วยได้จาก - ทบทวน / รวบรวม …. (passive case finding) - ค้นหาผู้ป่วย (active case finding) - นิยามที่ใช้ในการค้นหาผู้ป่วย/ผู้สัมผัส - วินิจฉัยผู้ป่วยจากอะไร:- อาการ อาการแสดง ผล Lab อะไรบ้าง 2. การศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ (ถ้ามี) รูปแบบการศึกษาใช้ case-control study หรือ cohort study - นิยาม case / control - เครื่องมือ เช่น แบบสอบถาม ถามอะไร 3. การศึกษาสิ่งแวดล้อม (ถ้ามี) สำรวจสภาพแวดล้อม และเก็บตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อม ส่งตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ 4. สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล เชิงพรรณนา และเชิงวิเคราะห์ (ถ้ามี)

14 ผลการศึกษา เสนอผลตามลำดับเหตุการณ์ในวิธีการศึกษา เสนอเฉพาะผลที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องมี รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่าง ถ้ามีตาราง กราฟ หรือรูปภาพ ต้องใส่หมายเลข กำกับ และเรียงตามเหตุการณ์ในเนื้อเรื่อง ถ้าเสนอตารางแล้ว ไม่จำเป็นต้องลอกข้อมูลใน ตารางลงไป ในเนื้อเรื่องอีก จำนวนตาราง กราฟ และรูปภาพ จะได้ สูงสุดเท่าไร ขึ้นกับวารสารแต่ละฉบับ

15  ผู้ป่วยรายแรก เนื่องจากข้อมูลจากผู้ป่วยรายแรก จะสามารถ เชื่อมโยง ไปถึงแหล่งโรคได้  ข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่ สภาพทางภูมิศาสตร์ ข้อมูลประชากร อาชีพ ศาสนา การสุขาภิบาล สิ่งแวดล้อม การคมนาคม สถานที่ สำคัญฯลฯ เพื่อแสดงให้ผู้อ่านทราบถึงลักษณะพื้นที่ ที่เกิดโรค ตลอดจนสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งอาจส่ง ผลต่อการเกิดโรค

16  พรรณนาผู้ป่วยทั้งหมด   อัตราป่วย ทั้งหมด = จำนวนผู้ป่วย / ประชากรกลุ่มเสี่ยง   อัตราป่วยจำเพาะ ตามเพศ ตามอายุ ตามสถานที่   อัตราตาย ทั้งหมด / เฉพาะ   การกระจายตามเวลา Epidemic curve   การกระจายตามสถานที่ Mapping   กลุ่มบุคคลที่เสี่ยง   อธิบาย Source of infection, Reservoir,   Mode of transmission ถ้าบอกได้ ต่อ  การเก็บวัตถุตัวอย่างส่งตรวจ และการ วิเคราะห์ผลทางห้องปฏิบัติการ

17 ต่อ  การสำรวจสิ่งแวดล้อม ควรเขียนเป็นแผนผัง แผนที่ แสดงสถานที่ใกล้เคียง ที่คาดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง  ผลการศึกษาเชิงวิเคราะห์ Case-control study, Cohort study  การสำรวจ/ศึกษาอื่น การวิเคราะห์ผลการตรวจสิ่งแวดล้อม บุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่นผู้ปรุงอาหาร การวิเคราะห์ผลการศึกษา สัตว์นำโรค พาหะแมลง ฯลฯ  สรุปผลและเสนอมาตรการควบคุมป้องกันโรค (ทั้งหมด)

18 เป็นส่วนที่ยากที่สุดสำหรับการเขียน ไม่ควรเสนอผลการศึกษาที่เป็นตัวเลขซ้ำอีก เขียนข้อสรุปที่ได้จากการศึกษา ข้อสรุป ควรเชื่อมโยงเข้ากับวัตถุประสงค์ ของการศึกษา ควรอภิปรายถึงผลการศึกษา เพื่อนำไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ ควรอภิปรายข้อจำกัดของการศึกษาครั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการประกาศว่าเป็นผู้ริเริ่ม การศึกษาเป็นคนแรก การอภิปรายผล

19 กิตติกรรมประกาศ ตำแหน่ง - ต่อท้ายคำอภิปรายผล หรือ หมายเหตุ หน้าแรก แล้วแต่วารสาร เนื้อหา - มีส่วนร่วม แต่ไม่ต้องการสิทธิความเป็น ผู้แต่ง - ช่วยเหลือในด้านเทคนิค - ช่วยเหลือในด้านการเงิน และวัสดุ

20 เอกสารอ้างอิง / บรรณานุกรม การอ้างอิงบทความในวารสาร มี 2 ระบบ 1. เรียงเลขตามลำดับของเอกสารอ้างอิงที่ ปรากฏ (ระบบ Vancouver ) 2. เรียงตามชื่อผู้แต่ง จะใช้ระบบไหน ให้ดูคำแนะนำของวารสารนั้น ๆ ตัวอย่างใน “ คำแนะนำสำหรับผู้นิพนธ์ ” วารสารวิชาการสาธารณสุข

21 หลีกเลี่ยง 1. บทคัดย่อมาเป็นเอกสารอ้างอิง 2. การศึกษาที่ยังมิได้รับการตีพิมพ์ 3. การติดต่อส่วนตัว

22 ประกอบด้วย 6 หัวข้อหลัก ความเป็นมา ผลการสอบสวนโรค แนวโน้มของการระบาด กิจกรรมควบคุมโรคที่ทำไปแล้ว สรุปความสำคัญ และเร่งด่วน ข้อเสนอเพื่อพิจารณาดำเนินการ รายงานการสอบสวนเบื้องต้นเสนอผู้บริหาร ความยาว 1-2 หน้ากระดาษ A4

23

24 รายงานการสอบสวนโรคอาหารเป็นพิษ Botulism จากหน่อไม้อัดปี๊บ ในจังหวัดน่าน ปี พ.ศ Foodborne botulism from home canned bamboo shoot, Nan province, Thailand, 1998 นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ 1 นพ.พิศิษฐ์ ศรีประเสริฐ 2 พญ.ลักขณา ไทยเครือ 1 นายธัญญา วิเศษสุข 2 น.ส.ศุภวรรณ นันทวาส 2 นายอนุวัฒน์ ธนะวงศ์ 4 น.ส.สุกัลยา เล็กศิริวิไล 3 1 กองระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน 3 โรงพยาบาลน่าน 4 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอท่าวังผา

25 วันที่ 14 เมษายน 2541 คณะสอบสวนโรคได้รับ ทราบข้อมูลจากอายุรแพทย์ของโรงพยาบาลน่าน ว่ามี ผู้ป่วย 6 ราย มีอาการทางระบบประสาทได้แก่ หนังตาตก, พูดไม่ชัด, กลืนลำบาก,แขนขาอ่อนแรง เป็นต้น เข้ามารับ การรักษาในโรงพยาบาลน่าน โดยเริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ เมษายน 2541 และทั้ง 6 ราย มาจากอำเภอท่า วังผา แพทย์ได้ให้การวินิจฉัยว่าสงสัยเกิดจากพิษ Botulinum toxin คณะสอบสวนโรคจากกองระบาดวิทยาร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน จึงได้ทำการสอบสวน โรคระหว่างวันที่ 15 –18 เมษายน 2541

26 1. เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคและการระบาดของโรค 2. เพื่อศึกษาลักษณะทางระบาดวิทยาของโรค ใน แง่บุคคล เวลา สถานที่ และปัจจัยเสี่ยง 3. เพื่อค้นหาแหล่งที่มาของการแพร่ระบาด 4. เพื่อหาแนวทางในการควบคุม และป้องกันการ แพร่กระจายของโรค

27 1.การศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา 1.1 ทบทวนบันทึกการรักษาผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลน่าน ตั้งแต่วันที่ เมษายน 2541 โดยมีนิยามผู้ป่วยดังนี้ นิยามผู้ป่วย คือผู้ที่มีอย่างน้อย 3 ใน 10 อย่างดังต่อไปนี้ หนังตาตก, กลืนลำบาก, พูดไม่ชัด, เสียงอาการ แหบ, ปากแห้ง, เจ็บคอ, อุจจาระ ร่วง, อาเจียน, แขนขาอ่อนแรง แบบ symmetrical 1.2 ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในหมู่บ้านหนองบัว และหมู่บ้านดอนแก้ว อำเภอ ท่าวังผา 2.การศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ ทำการศึกษาแบบ Case-control study เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค โดยมีกลุ่มผู้ป่วยและกลุ่มเปรียบเทียบดังนี้ ผู้ป่วย มีอาการตามนิยามเช่นเดียวกับการศึกษาทางระบาดวิทยาเชิงพรรณา และ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหนองบัว และหมู่บ้านดอนแก้ว อำเภอท่าวังผา ในช่วงเวลา เมษายน 2541 กลุ่มเปรียบเทียบ เป็นแม่บ้านที่มาช่วยงานศพของผู้ป่วยในวันที่ 16 เมษายน 2541 เวลา – น. และไม่มีอาการตามนิยามผู้ป่วย

28 3.การศึกษาสิ่งแวดล้อม 3.1 ศึกษาวิธีการผลิตหน่อไม้อัดปี๊ป ในหมู่บ้าน 3.2 สำรวจบ้านที่ผลิตหน่อไม้อัดปี๊ปและจำนวนหน่อไม้อัดปี๊ปที่มีอยู่ ในหมู่บ้าน 4. การศึกษาทางห้องปฏิบัติการ 4.1 เก็บอุจจาระผู้ป่วย 2 ราย ตัวอย่างดินบริเวณรอบร้านขายหน่อไม้ ปี๊ปที่สงสัย และอาหารที่สงสัยอื่นๆ ส่งตรวจเพื่อเพาะเชื้อ Clostridium botulinum ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 4.2 เก็บตัวอย่างหน่อไม้อัดปี๊ปในบ้านผู้ป่วยและจากร้านที่ขายหน่อไม้ อัดปี๊ปในหมู่บ้าน ส่งตรวจเพื่อเพาะเชื้อ Clostridium botulinum ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ ตรวจหา botulinum toxin ที่ US Army Medical Research Institue for Infectious Disease

29 1.การศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา จากการทบทวนบันทึกการรักษาผู้ป่วยที่เข้า รับการรักษาในโรงพยาบาลน่าน ตั้งแต่วันที่ เมษายน 2541 พบผู้ป่วย 9 ราย ซึ่งทั้ง 9 ราย อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหนองบัว และหมู่บ้านดอนแก้ว อำเภอท่าวังผา จึงได้ค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติมในทั้ง สองหมู่บ้านพบผู้ป่วยอีก 4 ราย รวมพบ ผู้ป่วย ทั้งสิ้น 13 รายโดยมีลักษณะตาม เวลา สถานที่ และ บุคคลดังนี้

30 รูปที่ 1 จำนวนผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ Botulism จำแนกตามวันที่เริ่มป่วย หมู่บ้าน หนองบัวและดอนแก้ว อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เมษายน 41 (N=13) วันที่ จำนวน ( คน ) เดือน เมษายน 2541

31 ผู้ป่วย 12 รายอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหนองบัว อีก 1 รายอาศัย อยู่ในหมู่บ้านดอนแก้ว อำเภอท่าวังผา อัตราส่วนผู้ป่วยชายต่อหญิง เท่ากับ 1 : 2.3 อายุเฉลี่ย (Median) 44 ปี (อยู่ในช่วง ปี) ผู้ป่วย 2 รายเสียชีวิต 3 วันและ 5 วันหลังจากมีอาการ จากประวัติและการตรวจร่างกาย อายุรแพทย์ผู้ทำการรักษา ให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรค Foodborne Botulism โดยมีโรคอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้ดังนี้ - พิษจากยาฆ่าแมลง (Anticholinergic, organophosphate poisoning) - พิษจากเห็ดพิษบางชนิด (Amanita muscaris poisoning) - พิษจากสารเคมีบางชนิด (Chemical poisoning)

32 รูปที่ 2 ลักษณะทางคลินิก ของผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ Botulism, หมู่บ้านหนองบัวและดอนแก้ว อ.ท่าวังผา จ.น่าน, เมษายน 41 สัดส่วนของอาการและอาการแสดง

33 ผู้ป่วย 2 ราย มีอาการหายใจลำบาก แพทย์ ได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจ (intubation) และส่งตัวไป รับการรักษาที่ โรงพยาบาล ศิริราช กรุงเทพฯ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านพิษวิทยา ได้ ตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ ทั้ง 2 ราย (Electromyogram) พบว่า มีลักษณะเฉพาะ ที่เข้าได้กับโรค Botulism (โดยผู้ป่วยทั้งสองรายเป็นพี่น้องกัน)

34 ผู้ป่วยหญิงรายหนึ่งซึ่งเสียชีวิต เป็นเจ้าของร้าน หน่อไม้อัดปี๊ป จากการสอบถามญาติของผู้ที่เสียชีวิต พบว่า ผู้ตายได้ผลิตหน่อไม้อัดปี๊ป ขายเป็นอาชีพ ที่ หมู่บ้านดอนแก้ว อำเภอท่าวังผา ในวันที่ 9 เมษายน 2541 ผู้ตายได้เปิดหน่อไม้อัดปี๊ป 2 ปี๊ป ปี๊ปแรกมี ลักษณะผิดปกติจึงได้นำไปทิ้ง และเปิดปี๊ปที่ 2 นำไป กินร่วมกันกับเพื่อนอีก 2 คน (ซึ่งเป็นผู้ป่วยด้วย)โดย ไม่ได้ปรุงด้วยความร้อน เหลือจากนั้นนำออกขายที่ ตลาดบ้านหนองบัว ในเช้าวันที่ 10 เมษายน 2541 และผู้ตายเริ่มมีอาการในบ่ายวันนั้น จากข้อมูลอาหารและวันที่สัมผัสอาหารทำให้ได้ ระยะฟักตัว 12 ชม. ถึง 4 วัน

35 2.การศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ ได้ทำการศึกษา Case –control study โดยใช้แบบสอบถาม ถามกลุ่มผู้ป่วยและ กลุ่มเปรียบเทียบ ถึงประวัติอาหารที่ รับประทานในวันที่ 9-11 เมษายน 2541 (คำถามปลายเปิด) และ ถามว่าได้รับ ประทานอาหารที่สงสัย ดังกล่าวข้างต้น หรือไม่ (คำถามปลายปิด)

36 อาหารที่รับประทาน ผู้ป่วยกลุ่ม เปรียบเทียบ ค่า OR. 95 %CI กินไม่กินกินไม่กิน หน่อไม้อัดปี๊ปจากร้านใดๆ * ( ) หน่อไม้อัดปี๊ปจากร้านที่สงสัย * ( ) เหล้าขาว ( ) เหล้าสาเก ( ) เห็ดจากตลาด ( ) ตารางที่ 1 ผลการศึกษาระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์

37 3.การศึกษาสิ่งแวดล้อม วิธีการผลิตหน่อไม้ปี๊ปในหมู่บ้าน การผลิตหน่อไม้อัดปี๊ปในจังหวัดน่านเป็นอุตสาหกรรม ในครัวเรือน ผลิตมากในอำเภอท่าวังผา โดยเฉพาะในหมู่บ้าน ดอนแก้ว โดยในช่วงฤดูฝน (เดือนมิย.-ตค.) ชาวบ้านจะเก็บ หน่อไม้ในป่า นำมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาใส่ในปี๊ป ขนาด 20 ลิตร (ปี๊ปใส่น้ำมันพืชที่ใช้แล้ว) ซึ่งมีรูเปิดข้างบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว ใส่น้ำจนเต็มปี๊ปแล้วต้มจนเดือด คอยเติมน้ำตลอด ต้มประมาณ 1 ชม.และแน่ใจว่าหน่อไม้สุก แล้ว จึงยกลงจากเตาแล้วปิดด้วยฝาโลหะ และเชื่อมด้วยตะกั่ว โดยละลายตะกั่วด้วยกรดไฮโดรซัลฟูริก แล้วเก็บหน่อไม้ อัดปี๊ปไว้ขายในฤดูร้อน (เดือน กพ.-เมย.) ซึ่งไม่มีหน่อไม้สด ขาย รวมเก็บไว้ประมาณ 3-6 เดือน

38 วิธีการปิดผนึกฝาด้วยดีบุกและ ใช้ตะกั่วซึ่งหลอมด้วยกรดซัลฟุริก ป้ายรอบฝา หน่อไม้อัดปี๊ป ขนาด 20 ลิตร ซึ่งมีการผลิตและขายในตลาด

39 ตารางที่ 3 ผลการส่งตรวจหน่อไม้อัดปี๊ปทางห้องปฏิบัติการ ตัวอย่างหน่อไม้ได้จาก ส่งเพาะ เชื้อที่ NIH * US Army Medical Research Institute เพาะเชื้อElisatest Mouse antitoxin bioassay 1)เหลือจากเจ้าของร้านที่เสียชีวิต - ve + ve+ve type A 2)เหลือจากผู้ป่วยที่ส่งต่อไปรพ.ศิริราช - ve 3)สุ่มจากร้านค้าทั่วไป(ปี๊ปปกติ) 2 ปี๊ป - ve 4)สุ่มจากร้านค้าทั่วไป(ปี๊ปบวม) 2 ปี๊ป - ve

40 วิจารณ์ ข้อจำกัดของการสอบสวน เสนอมาตรการควบคุมป้องกันโรค ขณะที่ดำเนินการสอบสวน ในส่วนของอำเภอ จังหวัด สำนักงาน อย. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ :- พัฒนาระบบเฝ้า ระวัง การรักษา ระบบป้องกันโรค เอกสารอ้างอิง

41

42 ผู้เขียนได้รับความรู้เพิ่มเติมจากขบวนการเขียน เรียบเรียงข้อมูล ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำไปใช้ประโยชน์ วางแผนควบคุมและป้องกันโรคต่อไป ผู้อ่านได้รับความรู้ในเรื่องการสอบสวนทางระบาดวิทยา พัฒนาคุณภาพของการสอบสวนทางระบาดวิทยา ประโยชน์ที่ได้รับจากการเขียนรายงาน

43 1.ความเป็นมา:- ยังไม่ครอบคลุมประเด็นที่ควรจะมี เช่น ข้อมูลของ index case ความจำเป็นที่ต้องสอบสวนโรค ทีมสอบสวน ระยะเวลาที่ออกสอบสวน 2.วัตถุประสงค์ของการสอบสวนโรค ไม่ชัดเจน 3.วิธีการสอบสวนไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 4.การตั้งนิยามผู้ป่วย เพื่อการค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม ส่วนใหญ่ไม่ถูกต้อง ไม่ครอบคลุม

44 5. ผลการสอบสวนไม่ตอบวัตถุประสงค์ &ไม่สามารถ บอกประเด็นสำคัญของการสอบสวนโรคได้ เช่น ขนาดของปัญหาการเกิดโรคในครั้งนั้น ๆ, ขอบเขตการเกิดโรคไม่ ชัดเจน, การถ่ายทอดโรค, ปัจจัยสนับสนุนให้เกิดการแพร่ระบาด ฯลฯ จึงเสมือนเป็นเพียง การรายงานผู้ป่วยเท่านั้น 6. ลำดับขั้นตอนการเขียน:- กล่าวถึงประเด็นเดียวกัน ซ้ำ ไป ซ้ำมา 7. เนื้อหามากเกินความจำเป็น:- การลอกรายละเอียด ของ อาการ การรักษา ผล Lab จากแฟ้มทะเบียนผู้ป่วย เกือบทั้งหมด มาไว้ในรายงานสอบสวนโรค ที่ควรเป็นคือ สรุปประเด็นจากรายละเอียดเหล่านั้นออกมาให้ได้ว่า ลักษณะอาการหลัก คืออะไร สอดคล้องกับ ผล Lab/ การ รักษาของแพทย์หรือไม่ และจากข้อมูลดังกล่าว สามารถ สรุปได้หรือไม่ว่า น่าจะเป็นโรคใด

45 8.ข้อเสนอมาตรการควบคุมป้องกัน ยังไม่สามารถ ระบุมาตรการที่จำเพาะและสอดคล้องกับสถานการณ์ จริง เช่น การให้ยาแก่ผู้สัมผัสมากเกินความจำเป็น, คำแนะนำในการควบคุมโรค ควรระบุให้ชัดเจนว่า ข้อเสนอเหล่านั้น จะให้ใครทำ จะทำอย่างไร และเริ่มทำ/ สิ้นสุดเมื่อไร, 9.ขาดความเข้าใจเรื่องการสอบสวนเชิงพรรณนา และเชิงวิเคราะห์ 10.การสอบสวนกรณีผู้เสียชีวิต เพื่อพิสูจน์ว่าความ รุนแรงนั้น สืบเนื่องมาจากสาเหตุใด เช่น ความรุนแรง ของโรคจากเชื้อตัวใหม่ หรือการเปลี่ยนสายพันธุ์ของ เชื้อ หรือ สืบเนื่องจากบริการทางการแพทย์ หรือจาก ความไม่รู้ของประชาชน หรือ อื่น ๆ ซึ่งในการสอบสวน ควรพยายามค้นหาสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด เพื่อการให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อการ แก้ปัญหาที่แท้จริง

46


ดาวน์โหลด ppt GOLDEN RULE OF REPORT WRITING 1. CONCISE กระชับ 5. PRESENTABLE นำเสนอได้ ชัดเจน 6. INTERESTING น่าสนใจ 2. CLEAR ชัดเจน 3. ACCEPTABLE เป็นที่ยอมรับ อ่านได้ง่าย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google