งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Java Desktop Application #5 โปรแกรมคำนวณ และการใช้งาน jList, jRadioButton ใน NetBean 6.0 & swing set โดย อ. นัฐพงศ์ ส่งเนียม

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Java Desktop Application #5 โปรแกรมคำนวณ และการใช้งาน jList, jRadioButton ใน NetBean 6.0 & swing set โดย อ. นัฐพงศ์ ส่งเนียม"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Java Desktop Application #5 โปรแกรมคำนวณ และการใช้งาน jList, jRadioButton ใน NetBean 6.0 & swing set โดย อ. นัฐพงศ์ ส่งเนียม

2 ออกแบบหน้าจอโปรแกรม ดังรูป หลักการทำงาน โปรแกรมที่ผ่านมามีการ คำนวณพื้นที่ต่าง ๆ โดยใช้การ เลือกการคำนวณค่าจาก ComboBox ค่าการคำนวณ จาก ComboBox แล้ว ก็ ป้อน ข้อมูลที่จำเป็นจากนั้นก็ กด ปุ่ม OK แล้วโปรแกรมจะทำการ คำนวณ และแสดง ผลลัพธ์ ออกมา ดังรูป แต่สำหรับโปรแกรม ครั้งนี้จะแนะนำเครื่องมือตัวใหม่ อีก ดังนี้คือ jList jRadioButton jButtonGroup jPanel ButtonGroup

3

4 สร้าง โปรเจ็กต์ใหม่ ไปที่เมนู File เลือก New Project เลือก Java Desktop Application กำหนดชื่อโปรเจ็กต์เป็น desktop_app5

5 control ต่าง ๆที่ใช้สำหรับโปรแกรม นี้ jLabel jTextField jButton jList jRadioButton jButtonGroup jPanel jOptionPane

6 ออกแบบหน้าจอโปรแกรม jLabel jTextField jList

7 ออกแบบหน้าจอโปรแกรม ( ต่อ …) Button jRadioButton jPanel

8 การแทรก jList เข้ามาใน jFrame สามารถทำได้ดังนี้ – ที่หน้าต่าง Swing เลือก Swing Control – เลือกเครื่องมือ List – ทำการ Drage mouse มาวางบน Frame แล้วปล่อย mouse – ปรับขนาดของ List ตามต้องการ ดัง ต. ย. ในรูปข้างล่างนี้

9 การกำหนดคุณสมบัติของ jList1 คุณสมบัติที่สำคัญของ jList คือ - model :: ใช้สำหรับกำหนด / เพิ่ม รายการที่อยู่ใน jList1 - selectedItem :: สำหรับแสดงรายการที่ถูกเลือกจากรายการ ทั้งหมดที่อยู่ใน model การกำหนดคุณสมบัติ สามารถทำได้ดังนี้ 1.Click เลือกที่ jList1 2. ในหน้าต่าง Properties ให้ เลือก model 3. จะปรากฏหน้าต่างในการเพิ่มรายการ หากเราต้องการ สามารถเพิ่มรายการของเรา ก็สามารถพิมพ์ลงในช่อง item แล้วก็กด ปุ่ม add ดังตัวอย่างในรูป หมายเหตุ หมายเหตุ ในที่นี้เราไม่ต้องกำหนด ค่าใด เนื่องจาก ต้องการเขียนโปรแกรมเพิ่มเข้าไปที่หลัง

10 การแทรกและใช้งาน jPanel jPanel เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับ จัดวางกลุ่มของ ออบเจ็กต์ต่างบน หน้าจอให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ในที่นี้เราต้องการจัดกลุ่มของ jRadioButton ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้ – ที่หน้าต่าง Swing เลือก Swing Containers – เลือกเครื่องมือ Panel – ทำการ Drage mouse มาวางบน Frame แล้วปล่อย mouse – ปรับขนาดของ Panel ตามต้องการ ดัง ต. ย. ในรูปข้างล่างนี้

11 การกำหนดคุณสมบัติ Border ของ jPanel เราสามารถเลือกรูปแบบ Border หรือ กรอบของ jPanel ได้ ดังรูปครับวิธีทำ 1. คลิกเมาส์เลือกที่ Panel ที่ต้องการ 2. ในหน้าต่าง Properties เลือก เลือก Border แล้วจะได้ หน้าต่างดังรูป 3. ให้คลิกเมาส์เลือกรูปแบบที่ต้องการแต่ในที่นี้ ให้เลือก เป็นแบบ TitleBorder ผลลัพธ์จะได้ดังรูปข้างล่าง

12 การแทรกและใช้งาน jRadioButton สามารถทำได้ดังนี้ – ที่หน้าต่าง Swing เลือก Swing Control – เลือกเครื่องมือ RadioButton – ทำการ Drage mouse มาวางบน jPanel แล้วปล่อย mouse – ปรับขนาดของ jRadioButton ตามต้องการ ดัง ต. ย. ในรูป ข้างล่างนี้ – ในที่นี้ให้ เพิ่ม jRadioButton ทั้งหมด 5 ครั้งดังรูป

13 คุณสมบัติที่สำคัญของ RadioButton Text ใช้สำหรับกำหนดข้อความบน RadioButton ButtonGroup ใช้สำหรับจัดกลุ่มของ RadioButton หากเราต้องการจัดกลุ่มของ RadioButton ทุกตัวให้อยู่ใน กลุ่มเดียวกัน ต้อง แทรก ButtonGroup จาก pallete มาบนหน้าจอ ก่อน แล้ว กำหนด Properties ButtonGroup ให้เป็น ButtonGroup1

14 Code ในปุ่ม btnOK การเข้าไปเขียนคำสั่งในเหตุการณ์ btnOKMouseClicked ทำได้ดังนี้ 1.Click ขวาที่ jButton1 2. เลือก Event 3. เลือก mouse 4. เลือก mouseclick 5. เขียนคำสั่งในหน้าถัดไป

15 private void btnOKMouseClicked(java.awt.event.MouseEvent evt) { private void btnOKMouseClicked(java.awt.event.MouseEvent evt) { // TODO add your handling code here: // TODO add your handling code here: lstModel = new DefaultListModel(); lstModel = new DefaultListModel(); if(jRadioButton1.isSelected() ) { if(jRadioButton1.isSelected() ) { int n = Integer.parseInt(txtNumber.getText()); int n = Integer.parseInt(txtNumber.getText()); for(int i = 1;i<=n;i++) { for(int i = 1;i<=n;i++) { if(i % 2 == 0) { if(i % 2 == 0) { } else { } else { lstModel.addElement(i); lstModel.addElement(i); } } lst1.setModel(lstModel); lst1.setModel(lstModel); } else if (jRadioButton2.isSelected() ) { } else if (jRadioButton2.isSelected() ) { int n = Integer.parseInt(txtNumber.getText()); int n = Integer.parseInt(txtNumber.getText()); for(int i = 1;i<=n;i++) { for(int i = 1;i<=n;i++) { if(i % 2 == 0) { if(i % 2 == 0) { lstModel.addElement(i); lstModel.addElement(i); } else { } else { } } lst1.setModel(lstModel); lst1.setModel(lstModel); } else { } else { jOptionPane1.showMessageDialog(null," กรุณาเลือกรายการที่ต้องการคำนวณก่อน ค่ะ "); jOptionPane1.showMessageDialog(null," กรุณาเลือกรายการที่ต้องการคำนวณก่อน ค่ะ "); } } โค้ดในปุ่ม btnOK

16 Code ในปุ่ม btnRemove private void btnRemoveMouseClicked(java.awt.event.MouseEvent evt) { private void btnRemoveMouseClicked(java.awt.event.MouseEvent evt) { // TODO add your handling code here: // TODO add your handling code here: if(lst1.getSelectedIndex() != -1) { if(lst1.getSelectedIndex() != -1) { // ถ้าเลือก รายการใดก็ให้ ลบเฉพาะรายการนั้น ๆ // ถ้าเลือก รายการใดก็ให้ ลบเฉพาะรายการนั้น ๆ lstModel.remove(lst1.getSelectedIndex()); lstModel.remove(lst1.getSelectedIndex()); } else{ } else{ // ถ้าไม่ได้ เลือก รายการใด ๆ เลย ให้ ลบทั้งหมด // ถ้าไม่ได้ เลือก รายการใด ๆ เลย ให้ ลบทั้งหมด lstModel.clear(); lstModel.clear(); }} การเข้าไปเขียนคำสั่งในเหตุการณ์ jButton2MouseClicked ทำ ได้ดังนี้ 1.Click ขวาที่ jButton2 2. เลือก Event 3. เลือก mouse 4. เลือก mouseclick

17 Code ในปุ่ม btnExit การเข้าไปเขียนคำสั่งในเหตุการณ์ jButton3MouseClicked ทำได้ดังนี้ 1.Click ขวาที่ jButton3 2. เลือก Event 3. เลือก mouse 4. เลือก mouseclick 5. เขียนคำสั่งในหน้า ถัดไป

18 Code ในปุ่ม Exit private void btnExitMouseClicked(java.awt.event.MouseEvent evt) { private void btnExitMouseClicked(java.awt.event.MouseEvent evt) { // TODO add your handling code here: // TODO add your handling code here: String[] choices = {"Yes", "No", "Quit"}; String[] choices = {"Yes", "No", "Quit"}; int response = jOptionPane1.showOptionDialog( int response = jOptionPane1.showOptionDialog( null // Center in window. null // Center in window., " คุณต้องการออกจากโปรแกรมหรือไม่ ?" // Message, " คุณต้องการออกจากโปรแกรมหรือไม่ ?" // Message, "MyTitle" // Title in titlebar, "MyTitle" // Title in titlebar, jOptionPane1.YES_NO_OPTION // Option type, jOptionPane1.YES_NO_OPTION // Option type, jOptionPane1.PLAIN_MESSAGE // messageType, jOptionPane1.PLAIN_MESSAGE // messageType, null // Icon (none), null // Icon (none), choices // Button text as above., choices // Button text as above., "None of your business" // Default button's label, "None of your business" // Default button's label ); ); switch (response) { case 0: case 0:break; case 1: case 1:break; case 2: case 2: System.exit(0); // It would be better to exit loop, but... System.exit(0); // It would be better to exit loop, but... break; break; case -1: case -1: //... Both the quit button (3) and the close box(-1) handled here. //... Both the quit button (3) and the close box(-1) handled here. System.exit(0); // It would be better to exit loop, but... System.exit(0); // It would be better to exit loop, but... default: default: //... If we get here, something is wrong. Defensive programming. //... If we get here, something is wrong. Defensive programming. jOptionPane1.showMessageDialog(null, "Unexpected response "); jOptionPane1.showMessageDialog(null, "Unexpected response "); } }

19 อธิบายคำสั่งที่สำคัญ :: การแสดง ข้อความใน jLabel หากเราต้องการพิมพ์ข้อความไปที่ Label ใด ๆ ก็ใช้ method setText() ดัง ตัวอย่าง – ถ้าต้องการพิมพ์ คำว่า “Hello” ใน jLabel1 ก็เขียนคำสั่งได้ ดังนี้ – ถ้าหากข้อความที่ต้องการแสดงนั้นเป็นค่าจากตัวแปร ก็ ไม่ ต้องใส่เครื่องหมาย “” ดังตัวอย่าง jLabel1.setText(“Hello”); String str = “Hello”; jLabel1.setText(str);

20 การตรวจสอบการกดปุ่มของผู้ใช้ String[] choices = {"Yes", "No", "Quit"}; int response = jOptionPane1.showOptionDialog( int response = jOptionPane1.showOptionDialog( null // Center in window. null // Center in window., " คุณต้องการออกจากโปรแกรมหรือไม่ ?" // Message, " คุณต้องการออกจากโปรแกรมหรือไม่ ?" // Message, "MyTitle" // Title in titlebar, "MyTitle" // Title in titlebar, jOptionPane1.YES_NO_OPTION // Option type, jOptionPane1.YES_NO_OPTION // Option type, jOptionPane1.PLAIN_MESSAGE // messageType, jOptionPane1.PLAIN_MESSAGE // messageType, null // Icon (none), null // Icon (none), choices // Button text as above., choices // Button text as above., "None of your business" // Default button's label, "None of your business" // Default button's label ); ); switch (response) { case 0: case 0:break; case 1: case 1:break; case 2: case 2: System.exit(0); // It would be better to exit loop, but... break; break; case -1: case -1: System.exit(0); // It would be better to exit loop, but... default: default: jOptionPane1.showMessageDialog(null, "Unexpected response "); } ผลลัพธ์


ดาวน์โหลด ppt Java Desktop Application #5 โปรแกรมคำนวณ และการใช้งาน jList, jRadioButton ใน NetBean 6.0 & swing set โดย อ. นัฐพงศ์ ส่งเนียม

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google