งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ผลการศึกษาขั้นต้น ภาระโรค/ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและทิศทางการลงทุนด้านสุขภาพ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ผลการศึกษาขั้นต้น ภาระโรค/ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและทิศทางการลงทุนด้านสุขภาพ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ผลการศึกษาขั้นต้น ภาระโรค/ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและทิศทางการลงทุนด้านสุขภาพ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ ) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข นำเสนอในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการศึกษาภาระโรค/ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ และการลงทุนด้านสุขภาพในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ สิงหาคม 2551 ณ ห้องประชุม Sapphire โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรี

2 International Health Policy Program -Thailand 2 หัวข้อในการนำเสนอ วัตถุประสงค์ของการศึกษา ภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพที่สำคัญในประเทศไทย การสูญเสียผลิตภาพ (productivity loss) จากภาระโรคและปัจจัย เสี่ยง 10 อันดับแรก การลงทุนของภาครัฐกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค มาตรการด้านสุขภาพสำหรับภาระโรคที่สำคัญในประเทศไทย การดำเนินการในช่วงต่อไปของการศึกษา

3 International Health Policy Program -Thailand 3 วัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อทบทวนการดำเนินงานด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การ ตรวจคัดกรองผู้ป่วยระยะแรก การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟู สมรรถภาพ ที่เกี่ยวข้องกับภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ 10 อันดับแรกของประเทศไทย เปรียบเทียบมาตรการทางสุขภาพของภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงทาง สุขภาพ 10 อันดับแรกกับข้อเสนอแนะใน Disease Control Priorities in Developing Countries – 2 nd edition จัดทำข้อเสนอแนะในลักษณะกรอบและแผนการลงทุนด้านสุขภาพใน แผนฯ 10 (พ.ศ ) รวมทั้งประมาณการความต้องการ งบประมาณในระยะกลาง

4 % of Total อันดับแรกของกลุ่มโรคที่ก่อให้เกิดความสูญเสียปีสุขภาวะ (DALY) ในประชากรไทย พ.ศ ที่มา โครงการศึกษาภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงของประเทศไทย พ.ศ. 2547

5 จำนวนปีที่สูญเสียปีสุขภาวะของประชากรไทยตามกลุ่มของ สาเหตุระหว่างพ.ศ และพ.ศ เพศชาย เพศหญิง

6 จำนวนปีที่สูญเสียไปจากภาระโรค พ.ศ และ 2547 จำแนกตามกลุ่มอายุ เพศชาย เพศหญิง

7 ปัจจัยเสี่ยงและจำนวนปีที่สูญเสียไปจากภาระโรคในประชากรไทย พ.ศ และ 2547 ที่มา โครงการศึกษาภาระโรคและปัจจัยเสี่ยงของประเทศไทย พ.ศ. 2547

8 แนวโน้มการสูบบุหรี่และการดื่มสุราของประชากรไทย แหล่งข้อมูล สอส. 2544, 2546, 2549

9 ความชุกของการดื่มสุราในประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป แหล่งข้อมูล สอส. 2544, 2546, 2549

10 International Health Policy Program -Thailand 10 ข้อค้นพบจากการศึกษาภาระโรค เมื่อจำแนกตามกลุ่มสาเหตุ ภาระโรคที่เกิดจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อสูญเสีย เพิ่มขึ้นทั้งในเพศชายและเพศหญิง ขณะที่กลุ่มโรคติดต่อมีการสูญเสียปี สุขภาวะลดลง การสูญเสียปีสุขภาวะลดลงในกลุ่มอายุน้อยกว่า 30 ปี แต่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม ที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป การสูญเสียปีสุขภาวะจาก unsafe sex และยาเสพติดลดลงในปี 2547 ในขณะที่การสูญเสียปีสุขภาวะจากการบริโภคแอลกอฮอล์และยาสูบ การไม่สวมหมวกกันน็อค และความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น แนวโน้มการสูบบุหรี่ของประชากรไทยลดลงแต่การดื่มสุราเป็นประจำ กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่มีรายได้น้อยและมี การศึกษาระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า

11 การสูญเสียผลิตภาพจากการตายก่อนวัยอันควรและการเจ็บป่วยเนื่องจาก 12 ภาระโรคในปี 2548 Total productivity loss from 12 BOD = 71,440 million baht ~ 1% of GDP in 2548 Note: GDP in 2548 = 7,104,228 million baht ผลการศึกษา Productivity loss 12 BOD

12 International Health Policy Program -Thailand 12 หมายเหตุ เป็นข้อมูล 2548 ยกเว้น DALY loss เป็นข้อมูลปี 2547 ภาระโรค 3 อันดับแรกที่มีความสูญเสียสูงสุดใน ประเทศไทย อุบัติเหตุจราจร และ HIV/AIDS ก่อให้เกิดความเสียหายทั้ง 4 มิติ เบาหวาน โรคหัวใจหลอดเลือด เกิดความสูญเสีย ใน 2 มิติ ดังนั้นการปรับทิศทางการลงทุนด้านสุขภาพในประเทศไทย ควรจะให้ ความสำคัญของการลดภาระโรค ในตารางด้านบน

13 International Health Policy Program -Thailand 13 Health care expenditure in Thailand by function in 2001 and 2005

14 Household consumption: tobacco, alcohol and health Median household expenditure per month Sources: Analyses from 2006 SES

15 International Health Policy Program -Thailand MTEF – ผลการศึกษา, status quo ตารางที่ 23 รายจ่ายสุขภาพในแต่ละประเภทกิจกรรมในปี ตาม status quo (หน่วย: ล้านบาท)

16 International Health Policy Program -Thailand 16 รูปที่ 6 สัดส่วนรายจ่ายกิจกรรมสุขภาพตาม status quo ปี MTEF – ผลการศึกษา, status quo Status quo: P&P = 5-6% of total recurrent health expenditure Proportion of P&P is decreasing over the time ( )

17 International Health Policy Program -Thailand 17 ตารางที่ 24 รายจ่ายสุขภาพปี ตาม scenario 1 (หน่วย: ล้านบาท) 2. MTEF – ผลการศึกษา, scenario 1

18 International Health Policy Program -Thailand 18 ตารางที่ 25 รายจ่ายสุขภาพปี ตาม scenario 2 (หน่วย: ล้านบาท) 2. MTEF – ผลการศึกษา, scenario 2

19 International Health Policy Program -Thailand 19 ตารางที่ 26 รายจ่ายสุขภาพปี ตาม scenario 3 (หน่วย: ล้านบาท) 2. MTEF – ผลการศึกษา, scenario 3

20 International Health Policy Program -Thailand 20 คำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของรัฐ และ การใช้เงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ Scenario 2 และ 3 มีผลให้ P&P เพิ่มขึ้นอย่างมากหลายเท่าตัว ในปี 2554 น่าจะมีความ เป็นไปได้น้อยเมื่อเทียบกับ Scenario 1 (Scenario 2 เพิ่ม 7 หมื่นล้าน และ Scenario 3 เพิ่ม 1 แสนล้าน) Scenario ที่มีความน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด คือ scenario 1 (เพิ่มรายจ่ายสุขภาพ P&P เป็นสองเท่า ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป) MTEF – ผลการศึกษา, the most possible scenario

21 Disease Control Priorities in Developing Countries 2006 (second ed) – DCP2 เป็นการทบทวนระบบโลกเกี่ยวกับการควบคุม โรคต่างๆ ที่มีลำดับความสำคัญสูงในประเทศ กำลังพัฒนา รวบรวม cost-effectiveness interventions ใน 4 กลุ่มสภาวะ – Infectious disease, reproductive health, and under-nutrition – Non-communicable disease and injury – Risk factors – Consequences of disease and injury นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการสร้าง ความเข้มแข็งของระบบสุขภาพและการ บริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ ควบคุมและป้องกันโรคที่มีลำดับความสำคัญ

22 สถานการณ์และมาตรการด้านสุขภาพเกี่ยวกับ HIV/AIDS ค่าใช้จ่ายสำหรับ HIV/AIDS ของประเทศไทยประมาณร้อยละ 83 มาจาก ทรัพยากรภายในประเทศ แต่ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อการรักษาพยาบาล ปัญหาความไม่ครอบคลุมของการใช้ถุงยางอนามัยในกลุ่มเสี่ยง – การไม่สามารถเข้าถึงถุงยางอนามัยของหญิงบริการ – การสนับสนุนถุงยางอนามัยจากส่วนกลางลดลง – การขายบริการทางเพศแบบทางอ้อม เน้นกลุ่มนักเรียนและวัยรุ่นซึ่งกลายเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยง – การมีพฤติกรรม unsafe sex – ขาดความรู้และเริ่มมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่มีอายุน้อย – ความยากลำบากในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ขยายการให้ข้อมูลข่าวสารและการศึกษาผ่านสื่อมวลชน การให้คำปรึกษาและตรวจคัดกรองในประชากรทั่วไป การให้บริการตรวจคัดกรองในหญิงตั้งครรภ์ทุกราย ปรับปรุงระบบการติดตามประเมินผล

23 International Health Policy Program -Thailand 23 มาตรการของนโยบายแอลกอฮอล์ จำแนกตามระยะของการก่อปัญหา การผลิต  Produc tion การโฆษณา การกระจาย และการจัด จำหน่าย ขั้นตอนการ ซื้อ On- premise Off- premise การบริโภค ปัญหา หมายเหตุ 1.มาตรการทางภาษีและราคา 2.การควบคุมการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 3.การดัดแปลงสถานการณ์และบริบทของการดื่ม 4.มาตรการจัดการกับการขับขี่ยานพาหนะภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ 5.การควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 6.มาตรการสุขศึกษาและการโน้มน้าว 7.มาตรการการบำบัดรักษาและการคัดกรอง

24 มาตรการที่ประเทศไทยควรดำเนินการ – แอลกอฮอล์ การฟื้นฟู การลดการบริโภค ( ประชากรทั่วไปและ กลุ่มเสี่ยง ) [ การป้องกันระดับปฐม ภูมิ ] อุปสงค์อุปทาน จัดการกับความเสี่ยง ปัญหา 6. ให้สุขศึกษาและโน้ม น้าว 7. การบำบัดรักษาและ คัดกรอง 5. ควบคุมการ โฆษณา 4. การขับขี่ขณะมึนเมา 3. สถานการณ์และบริบท ของการบริโภค 1. ภาษีและราคา 2. ควบคุมการเข้าถึง ฟื้นฟูและจำกัดขนาดของ ปัญหา ทำให้การบริโภค ปลอดภัยขึ้น ทำให้การบริโภคเป็นเรื่อง ยากขึ้น เพิ่มแรงต้านต่อการ บริโภค เป้าหมายหลักของ มาตรการ มาตรการ การป้องกันปัญหาโดยตรง และการแก้ไขปัญหา ( กลุ่มผู้บริโภค และผู้ ประสบปัญหา ) [ การป้องกันระดับทุติยภูมิ และตติยภูมิ ]

25 International Health Policy Program -Thailand 25 ประสิทธิผลการควบคุมป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ระดับไขมันและ น้ำตาลในเลือดสูงในประเทศไทย ที่มา การสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 3 เฉพาะผู้ที่อายุ มากกว่า 15 ปี

26 การดำเนินการในช่วงต่อไปของการศึกษา ประเมินประสิทธิภาพของ interventions เกี่ยวกับภาระโรคที่สำคัญ – HIV/AIDS – Road traffic injuries – Cardio-vascular disease and diabetes – Overweight and obesity – Alcohol and tobacco consumption Multi-stakeholder consultation Mobilize more resources for P&P activities from inside and outside health sector, Scaling up effective health interventions for big burden of disease and address social determinants of health, Investment in health in the 10 th National Development Plan and implementation.

27 International Health Policy Program -Thailand 27 กิตติกรรมประกาศ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (สวปก.) แผนงานร่วมสร้างเสริมสุขภาพกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า

28 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย CVD and obesity (1) Comprehensive risk reduction ในระดับประชากร เพื่อลด health risks ในหลายกลุ่มโรคพร้อมๆ กัน เช่น DM, stroke, HT, obesity เป็นต้น ปัญหาเรื่อง implementation and administration – การขาดการประสานงาน ไม่มีเจ้าภาพหลัก/เจ้าภาพรอง – การประสานงานเป็นลักษณะ ad hoc ไม่ regular – บางครั้ง policy มีความขัดแย้งกันเองระหว่างกรมฯ – ไม่ควรมองเฉพาะว่ามีหรือไม่มี intervention แต่ควรดูเรื่อง how to scaling up ด้วย มาตรการควรมีทั้งด้าน supply and demand side เช่น การให้ความรู้กับ ประชาชน และการสร้างความเข้มแข็ง ต้องคิดเชิงระบบในการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการออกกำลังกายในวิถี ชีวิตของผู้คน

29 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย CVD and obesity (2) มาตรการอาจอยู่นอกเหนือระบบบริการสุขภาพ โดยอาจมาจากพื้นที่ และควรเป็นองค์ความรู้ที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย Policy บางอย่างโดยเฉพาะ non-health policy อาจได้ผลกับ health risk หลายอย่าง ต้องมีการวิเคราะห์ให้ดี เช่น – public transport หรือการสร้าง bicycle lane – การลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ – นโยบายเหล่านี้ต้องการ overarching public policies ที่ชัดเจน Health care financing source บางครั้งไม่ได้มาจากแหล่งเดียว การให้ความรู้ด้านสุขภาพขณะนี้ขาดตอน หยุดอยู่เพียงแค่ระดับ โรงเรียน

30 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย CVD and obesity (3) การวิจัยรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มอายุต่างๆ เช่น ผู้สูงอายุ อาจจำเป็นต้องมีนโยบายมาตรการทางภาษีหรือ incentives – ผลิต healthy products หรือ healthy food – การออกแบบอาคารหรือสิ่งแวดล้อมเพื่อการออกกำลังกาย การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและระดับตัวบุคคล รวมทั้ง การให้ความสำคัญต่อการพัฒนา primary care

31 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย alcohol & tobacco (1) นโยบายแอลกอฮอล์มีวิกฤติของสถานการณ์ทางกฎหมายและการ ผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ นอกจากการรณรงค์ ต้องมีการบังคับใช้ พรบ. ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ การต่อสู้กับผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ การรับรู้และยอมรับของสังคมต่อการควบคุมแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพของมาตรการในการควบคุมการโฆษณาเรื่อง แอลกอฮอล์

32 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย alcohol & tobacco (2) เสนอให้ใช้มาตรการทางด้านวัฒนธรรมและศาสนากับเรื่องแอลกอฮอล์ เพื่อเปลี่ยนแปลงค่านิยมและบรรทัดฐานในสังคม มาตรการสุขศึกษาและการโน้มน้าว นอกจากใช้ในโรงเรียนและ สถานศึกษาแล้ว ควรทำร่วมกับสังคมทั้งระบบ โดยเน้นการใช้สื่อที่ เหมาะสมในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย การทำบัญชีรายจ่ายครัวเรือน มาตรการอื่นๆ – ปรับลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดขณะขับขี่จาก 50 mg% เป็น 20 mg% – ลดการเข้าถึงแอลกอฮอล์โดยจำกัดของเขตในการขายและการโฆษณา – เน้นการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น

33 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย road traffic injuries (1) มาตรการ 5E + 1E – Enforcement – ปัญหาเรื่องกฎหมายยังไม่เอื้อ โครงสร้างของตำรวจ – Engineering – ใช้มาตรการ social sanction มาตรการของชุมชน การตรวจ สภาพรถยนต์ โดยเฉพาะระบบเบรค, public transport – Education - – Evaluation - – EMS - ไม่มีข้อเสนอเท่าที่ควร – Empowering – public-private mix, social sanction

34 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย HIV/AIDS (1) ความขัดแย้งเรื่องความเพียงพอของงบประมาณระหว่างกรมควบคุมโรค กับ สปสช. งบประมาณด้านการป้องกันโรคถูกจัดสรรลงไปที่ระดับพื้นที่เป็น area- based PP budget การแก้ไขกฏหมายของประกันสังคมในการทำงาน P&P เรื่องพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของเยาวชน – การรณรงค์ผ่านสื่อมวลชน – ยึดหัวหาดในโรงเรียน รณรงค์เชิงรุกเรื่อง Voluntary confidential counseling testing (VCCT)

35 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มย่อย HIV/AIDS (2) การรักษาทำได้ค่อนข้างดี แต่ควรรณรงค์เพิ่ม coverage of VCT โดยเฉพาะสามี ของหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อ ผู้มีอาชีพพิเศษที่เป็นอาชีพเสริม กลุ่มใช้ยาเสพติดชนิดฉีด - เรื่องการเข้าถึงเข็มฉีดยาที่ปลอดภัย กลุ่มชายรักชาย (MSM) กลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มผู้อพยพเคลื่อนย้าย ที่ยังไม่ สามารถเข้าถึงบริการได้ มองประเด็นเรื่องสังคมและองค์รวม


ดาวน์โหลด ppt ผลการศึกษาขั้นต้น ภาระโรค/ปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพและทิศทางการลงทุนด้านสุขภาพ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google