งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 โครงการการพัฒนาเพื่อประเมินผลระบบ(บริการ)สุขภาพของไทยแบบยั่งยืน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 โครงการการพัฒนาเพื่อประเมินผลระบบ(บริการ)สุขภาพของไทยแบบยั่งยืน."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 โครงการการพัฒนาเพื่อประเมินผลระบบ(บริการ)สุขภาพของไทยแบบยั่งยืน

2 2 ประโยชน์ของพัฒนากรอบแนวคิดการประเมินผล  หลักฐานเชิงประจักษ์การตัดสินใจในเชิงนโยบายทุก ระดับ  ผู้บริหารและผู้กำหนดนโยบายระดับประเทศ, จังหวัด มองภาพเห็นผลของระบบต่อสุขภาพโดยรวม ประชาชน  สถานพยาบาลหรือผู้จัดบริการมีความเข้าใจสมรรถนะ ของตนเอง ผ่านดัชนีชี้วัดที่สำคัญ

3 3 หลักการสำคัญของการดำเนินงาน 1) ผู้เก็บข้อมูล และผู้ใช้ดัชนีคือ โรงพยาบาล (และจังหวัด) 2) เน้นเรื่องความโปร่งใส, มาตรฐานข้อมูล มากกว่าผลประเมิน 3) มีความอิสระและคล่องตัวในการดำเนินงาน หลีกเลี่ยงระบบให้ รางวัลหรือลงโทษ 4) ต้องยึดหลักการรักษาความลับของสถานพยาบาล 5) รายงานผลเป็นรายดัชนี หลีกเลี่ยง “ดัชนีรวม” หรือจัดลำดับ 6) มุ่งเน้นเน้นความยั่งยืน จากการพัฒนาของเครือข่ายในพื้นที่ สร้างเกณฑ์เปรียบเทียบ (Benchmarking) ทุกฝ่ายเรียนรู้และทำความเข้าใจระบบไปด้วยกัน หารูปแบบการพัฒนาตนเองแบบเครือข่ายความร่วมมือ

4 4 ระยะ การศึกษา 1 ปี I.Conceptualize: พัฒนากรอบแนวคิด II.Availability: รวบรวมองค์ประกอบ (Domains)/ ดัชนี (Indicators) และความเป็นไปได้ของข้อมูล III.Feasibility: เริ่มกระบวนการสู่ภาคปฏิบัติโดยเน้นที่ HealthCare Performance IV.Practical Feasibility: เน้นการวัดผลระดับ โรงพยาบาล, CUP, และจังหวัด V.Model Development: หารูปแบบการพัฒนาความร่วมมือ และการใช้งานในพื้นที่ตัวอย่าง

5 5 กิจกรรมในระดับจังหวัด (1) 1)จัดประชุมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานร่วมกับผู้ ประสานงานในจังหวัด (23-24 พ.ค. และ ก.ย. 2550) 2)เก็บข้อมูลดัชนีที่เป็นทุติยภูมิจากโรงพยาบาลและ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ในจังหวัดตัวอย่าง คือ พังงา น่าน ลพบุรี อุบลราชธานี 3)เก็บข้อมูล การสำรวจความพึงพอใจและประสบการณ์ ของผู้รับบริการในด้านการตอบสนอง 4)นำเสนอผลรายจังหวัด และหารูปแบบพัฒนาความ ร่วมมือ

6 6 Health Status (5) Characteristic (10) รวมทั้งหมด 32 ดัชนี ซึ่งได้คัดออกไปก่อนหน้าแล้ว 23 ดัชนี Efficiency (3) Equity (7) Access (3) Safety (1) Quality (3)Effective (3) Acceptability(2) Continuity (2)

7 7 องค์ประกอบประเด็นคำถาม DignityBeing treated with respect Autonomyมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ Confidentialityให้ความมั่นใจเรื่องความลับผู้ป่วย Communicationการรับฟัง, ให้เวลา, อธิบาย Prompt attentionเวลารอคอยไม่นาน เดินทางสะดวก Social supportในโรงพยาบาล: การเยี่ยมของญาติ, อาหาร, ศาสนา Quality of basic amenitiesความสะอาด พื้นที่ อากาศ Choiceมีสิทธิเลือกผู้ให้บริการ ที่ตนเองพอใจ Survey of Responsiveness Domains as defined in WHO concept โดยการสอบถาม “ผู้รับบริการโดยตรง”

8 8 วิธีการศึกษา เครื่องมือ : แบบสอบถาม (self- administrative questionnaire) ผู้ป่วยนอก ผู้มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล อ่านออกเขียนได้ ตอบด้วยตนเอง โรงพยาบาลละ 250 ชุด ทุกคน(ไม่สุ่ม) เก็บข้อมูลทุกวันไม่เกินวันละ 50 ชุด ทำแบบสอบถามเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากรับยา จ่ายเงิน หรือนัดหมายแล้ว ผู้ป่วยใน ผู้ป่วยในที่เข้านอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า 1 วัน อ่านออกเขียนได้ ตอบแบบสอบถามด้วยตนเอง โรงพยาบาลละ 150 ชุด ทุกคน(ไม่สุ่ม) ในวันที่จำหน่ายผู้ป่วยออก ทำแบบสอบถามเป็นขั้นท้ายสุด หลังจากที่ผู้ป่วยรับยา จ่ายเงิน หรือนัดหมายแล้ว

9 ท่านได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยหรือคำแนะนำในการปฏิบัติตัว OP:Information & Communication OP: Information & Communication

10 ท่านได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นหรือมีส่วนในการตัดสินใจ หรือไม่? OP: Autonomy & Participation

11 ความเห็นเกี่ยวกับการบริการโดยรวมของโรงพยาบาลแห่งนี้ OP: Overall Services

12 12 การประเมินตนเองและเกณฑ์เปรียบเทียบ

13 13 แนวคิด 1.คัดเลือกดัชนี ที่คิดว่ามีความสำคัญ และควรได้รับ การพัฒนาหรือติดตาม 2.หาเกณฑ์เปรียบเทียบ (Benchmarking) เช่น ค่าเฉลี่ยของจังหวัด เพื่อเปรียบเทียบกับผลประเมิน ของตนเอง 3.ให้ความสำคัญกับรายดัชนีโดย ไม่ต้องให้ค่าน้ำหนัก หรือหาค่าคะแนนรวมแต่ละสถานพยาบาล เพราะแต่ ละแห่งจะมีจุดเด่น จุดด้อยไม่เหมือนกัน 4.ให้กราฟ ‘Spider Web’ เปรียบเทียบกับค่าเกณฑ์ เปรียบเทียบ ด้วยหลัก Balance Scored Card

14 14 ดัชนี: Healthcare Performance in aspect of System Responsiveness : OPD service 1.Wait รู้สึกเวลาที่รอตรวจรักษาไม่นาน 2.Permit บุคลากรขออนุญาตก่อน 3.Information ได้ข้อมูลเรื่องการเจ็บป่วยและเข้าใจดี 4.Communication การสื่อสารดีและดีมาก 5.Participate มีส่วนร่วมการตัดสินใจ (ถูกถามหรือ/และอธิบาย) 6.Discrimination ไม่มีการเลือกปฏิบัติ (ดีมาก) 7.Confident ไม่มีความกังวลเรื่องการรักษาความลับเลย 8.Private ห้องตรวจมีความเป็นส่วนตัวดี 9.Place สถานที่เหมาะสม ไม่คับแคบ 10.Facility สิ่งอำนวยความสะดวกดี เพียงพอ 11.Over all การบริการโดยรวมในขั้นดีและดีมาก

15 15 ค่าคะแนนเฉลี่ยจังหวัด OP Responsiveness Performances

16 16 การตั้งค่าคะแนนเฉลี่ยจังหวัด เป็น GOAL OPD Responsiveness Performances

17 17 OP Responsiveness Performances

18 18 OP Responsiveness Performances

19 19 OP Responsiveness Performances

20 20 OP Responsiveness Performances

21 21 การตีความ และ ข้อจำกัด 1) Selection Bias: การสอบถามเน้นเฉพาะผู้มารับบริการ (อาจ ลำเอียงในประเด็นความพึงพอใจเมื่อเทียบกับคนไปใช้บริการที่อื่น) 2) ความเห็นจากผู้รับบริการ (Consumers’ voice) และความคาดหวัง ต่อบริการ อาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ 3) External Comparison: การเปรียบเทียบข้ามจังหวัด อาจไม่ สะท้อนผลมาก แม้ว่าจะมีเครื่องมือและการเก็บข้อมูลเหมือนกัน 4) ผลที่ได้ อาจไม่ใช่ทิศทางเดียวกับผู้ให้บริการทำก็ได้ ถ้าการรับรู้ สื่อสาร หรือวิธีการยังไม่ได้ผล 5) ใช้ค่าเฉลี่ยของจังหวัดเป็นจุดเปรียบเทียบ จึงไม่ได้หมายความว่า สถานพยาบาลนั้นๆผ่านตามเกณฑ์หรือไม่ 6) การนำไปใช้ประโยชน์ขึ้นกับการยอมรับ และการเข้าใจสมรรถนะ ตนเอง เหมาะกับการปรับปรุงตนเองมากกว่าการแข่งขันกับคนอื่น

22 22 ปัญหาและอุปสรรค 1)อายุ กับการอ่านออกเขียนได้วิธีการเก็บข้อมูล 2)ข้อจำกัดของแบบสอบถามต่อความเข้าใจ 3)ความเหมาะสมของระยะเวลาที่เก็บเวลา, จำนวนผู้ป่วย 4)จำนวนตัวอย่างที่ต้องการ มีไม่เพียงพอ 5)ความเพียงพอตัวอย่างที่จะเป็นตัวแทนของระดับโรงพยาบาล 6)การไม่ให้ค่าน้ำหนักขนาดของโรงพยาบาล เพื่อจะเป็นตัวแทน จังหวัด 7)การควบคุมคุณภาพวิธีการจัดเก็บ 8)ไม่ได้จำแนกความรุนแรง การเจ็บป่วย และ วันนอน (IPD) 9)การสอบถามความเห็นผู้ให้บริการ อาจเป็นหลักฐานช่วยอธิบายผล การศึกษาได้ดีขึ้น

23 23 Characteristics and Input 1) จำนวนเตียงต่อประชากร 2) สัดส่วนพยาบาลวิชาชีพต่อจำนวนเตียงที่ให้บริการ 3) สัดส่วนพยาบาลวิชาชีพต่อประชากรพื้นที่ 4) สัดส่วนพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานใน PCU ต่อประชากร UC 5) สัดส่วนแพทย์ในโรงพยาบาลต่อประชากรพื้นที่ 6) สัดส่วนแพทย์ทั้งหมดต่อประชากรทั้งหมด 7) สัดส่วนทันตแพทย์ในโรงพยาบาลต่อประชากรพื้นที่ 8) สัดส่วนทันตแพทย์ทั้งหมดต่อประชากรทั้งหมด 9) สัดส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องของโรงพยาบาลและ CUP 10) สัดส่วนรายรับต่อรายจ่าย

24 24 Health Status 1) Death rate: อัตราตายประชากรต่อแสน 2) Infant mortality: อัตราตายของทารก 3) Maternal death: อัตราตายมารดา 4) Low birth weight: อัตราทารกแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ 5) Nutrition: เด็กอายุ 0-5ปี มีภาวะโภชนาการในเกณฑ์ปกติ เป็นภาพรวมของประชาชนระดับอำเภอ และจำหวัด ผลลัพธ์สุขภาพเป็น ผลโดยรวมของระบบบริการ ส่งเสริม สุขภาพ ป้องกันโรค เศรษฐกิจสังคม และปัจจัยอื่นๆ จึงไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็น ผลจากสถานพยาบาลแห่งใดๆได้ชัดเจน

25 25 Healthcare Performance 1) OPD utilization rate at PCU (System Efficiency) 2) OPD utilization rate at hospital จำแนกตามสิทธิ (Access, Equity) 3) IPD utilization rate จำแนกตามสิทธิ (Access, Equity) 4) In-hospital infection rate (Safety) 5) 28-day readmission rates (Quality) 6) Diabetes mellitus admission rate จำแนกตามสิทธิ (Quality, Equity) 7) Hypertension admission rate จำแนกตามสิทธิ (Quality, Equity) 8) สัดส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รักษาต่อเนื่อง (Continuity) 9) สัดส่วนผู้ป่วยความดันโลหิตสูง ที่รักษาต่อเนื่อง (Continuity) 10) Cervical screening in risk group หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป(Access, Equity) 11)ต้นทุนต่อหน่วยบริการผู้ป่วยนอก (Efficiency) 12) ต้นทุนต่อหน่วยบริการผู้ป่วยใน (Efficiency)

26 ร้อยละทารกแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ต่อการเกิดมีชีพ Health Status เป็นภาพรวมทางโภชนาการ ที่ส่งผลจากทั้ง ANC, การคลอด

27 27 How well each hospital done? 1.28-day readmission rates (Quality1) - 2.Diabetes mellitus admission rate (Quality2) - 3.Hypertension admission rate (Quality3) - 4.In-hospital infection rate (Safety) - 5.OPD utilization rate at hospital of UC to overall (Equity1) 6.IPD utilization rate of UC to overall (Equity2) 7.Cervical screening in UC and total risk group (Equity3) 8.Cervical screening in risk group (Access1) + 9.OPD utilization rate at hospital (Access2) + 10.IPD utilization rate (Access3) + 11.Ratio of utilization at PCU to Hospital (Efficiency) + น้อยกว่า เท่ากับ มากกว่า

28 28 Healthcare System Performances each Hospital น้อยกว่า เท่ากับ

29 29 การตีความ 1) บางดัชนีไม่ใช่ผลการปฏิบัติ แต่อาจเป็นข้อจำกัด เช่น INPUT and Characteristics 2) มีโอกาสที่จะเปรียบเทียบข้ามจังหวัด ได้ขึ้นกับ มาตรฐานของข้อมูลที่ได้มา 3) ใช้ค่าเฉลี่ยของจังหวัดเป็นจุดเปรียบเทียบ จึงไม่ได้ หมายความว่าสถานพยาบาลนั้นๆผ่านตามเกณฑ์หรือไม่ 4) การนำไปใช้ประโยชน์ขึ้นกับการยอมรับ และการเข้าใจ สมรรถนะตนเอง จึงเหมาะสำหรับการปรับปรุงตนเอง มากกว่าการไปแข่งขันกับคนอื่น

30 30 ปัญหาและอุปสรรค การจัดเก็บข้อมูล 1.ความชัดเจนของนิยาม ตีความได้หลากหลาย 2.ข้อมูลที่ต้องการไม่สัมพันธ์กับฐานข้อมูลที่พื้นที่จัดเก็บ ใช้งานอยู่ รวมทั้งความหลากหลาย SOFT WARE ที่ใช้ ในโรงพยาบาล 3.ดัชนีบางตัวไม่สอดคล้องกับความจำเป็นของพื้นที่ 4.ในพื้นที่มีข้อมูล ที่มาจากหลายแหล่ง 5.ความครบถ้วนของดัชนี 6.วิธีการเก็บข้อมูล ระยะเวลาที่เก็บข้อมูลสั้นไป 7.บุคลากร ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ / ความรอบรู้ด้าน ระบบฐานข้อมูลที่จะนำมาใช้ประโยชน์ ความเข้าใจในวิธีการลงข้อมูลและสถิติ

31 31 ความเห็น และ การอภิปราย

32 32 1.ผลการศึกษานี้มีความน่าเชื่อถือ เพียงพอสำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ ได้จริงหรือไม่ (Feasible and Standard) การมีอยู่ของฐานข้อมูลและดัชนี ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ความเข้าใจของผู้เกี่ยวข้อง

33 33 2. ความสามารถนำไปปรับปรุงการพัฒนา สมรรถนะระบบบริการ (Improvement) ระดับจังหวัด ระดับสถานพยาบาล

34 34 3. ควรปรับปรุงอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดความ ยั่งยืนของการนำข้อมูลไปใช้ได้จริง อย่างยั่งยืน (Gap and Development) บุคคลากร IT บริหารจัดการ


ดาวน์โหลด ppt 1 โครงการการพัฒนาเพื่อประเมินผลระบบ(บริการ)สุขภาพของไทยแบบยั่งยืน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google