งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การใช้ Word เพื่อการคำนวณ. เริ่มการคำนวณ คลิกที่ปุ่ม Customize Quick Access Toolbar ( กำหนดแถบเครื่องมือด่วน ) ซึ่งอยู่ทางตอนท้ายของแถว คำสั่งด่วน เลือก.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การใช้ Word เพื่อการคำนวณ. เริ่มการคำนวณ คลิกที่ปุ่ม Customize Quick Access Toolbar ( กำหนดแถบเครื่องมือด่วน ) ซึ่งอยู่ทางตอนท้ายของแถว คำสั่งด่วน เลือก."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การใช้ Word เพื่อการคำนวณ

2 เริ่มการคำนวณ คลิกที่ปุ่ม Customize Quick Access Toolbar ( กำหนดแถบเครื่องมือด่วน ) ซึ่งอยู่ทางตอนท้ายของแถว คำสั่งด่วน เลือก More Commands ( เลือกคำสั่งเพิ่ม ) ( กรณีที่ยังไม่ได้ทำการติดตั้ง )

3  จะปรากฏ Dialog Box ดังรูป ทำการคลิกที่ Choose commands from ( เลือกคำสั่งเพิ่มจาก ) จากนั้นเลือก Table Tools | Layout Tab ( เครื่องมือตาราง | แท็บเค้า โครง ) เลือกที่ Formula ( สูตร ) คลิก Add ( เพิ่ม ) คลิก OK ( ตกลง )

4 สูตร

5  เมื่อทำการเพิ่ม Formula ( สูตร ) จะปรากฎไอคอนที่แถบ คำสั่งด่วน ดังนี้  เมื่อคลิกไอคอน ( สูตร ) จะปรากฏ Dialog Box ดัง รูป

6  มีรายละเอียด ดังนี้ ◦ สูตร คือ การกำหนดสูตรคำนวณโดยผ่านทางเครื่องหมาย คณิตศาสตร์ ◦ รูปแบบตัวเลข คือ การกำหนดรูปแบบค่าตัวเลขของผลลัพธ์ที่ ได้ ◦ วางฟังก์ชัน คือ การกำหนดฟังก์ชันที่ต้องการคำนวณ

7 ABS (Absolute) ใช้สำหรับหาค่าสัมบูรณ์ มีหน้าที่ใน การหาค่าสัมบูรณ์ของตัวเลข โดยมีคุณสมบัติเป็นค่า บวกเสมอ ◦ รูปแบบ =ABS (Number) ◦ Number คือ ค่าตัวเลขใส่ได้ทั้งเครื่องหมาย + และ - ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 30

8 AVERAGE ใช้ในการคำนวณหาค่าเฉลี่ยของกลุ่มข้อมูล รูปแบบ =Average ( กลุ่มข้อมูลที่ 1, กลุ่มข้อมูลที่ 2, กลุ่มข้อมูลที่ 3 …, กลุ่มข้อมูลที่ n) ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 30

9 COUNT ใช้การนับจำนวนข้อมูล หรือเรียกว่า “ เรคอร์ด ” (Record) ว่ามีจำนวนเท่าไร รูปแบบ =Count ( กลุ่มข้อมูลที่ 1, กลุ่มข้อมูลที่ 2, กลุ่ม ข้อมูลที่ 3 …, กลุ่มข้อมูลที่ n) ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 7

10 IF ใช้ในการหาผลลัพธ์ที่จำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อให้ได้ค่าผลลัพธ์นั้น โดยฟังก์ชัน IF มีลักษณะการ คำนวณเป็นแบบตรรกะ (Logical) จะส่งผลลัพธ์ที่กำหนด อยู่ในรูปของจริง (True) หรือเท็จ (False) รูปแบบ =IF ( เงื่อนไข, ผลลัพธ์ที่เป็นจริง, ผลลัพธ์ที่ เป็นเท็จ ) ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 20

11 INT (Integer) ใช้ในการตัดจุดทศนิยมของค่าตัวเลข นั้น ๆ ทิ้ง รูปแบบ =INT (Number) Number คือค่าตัวเลขใส่ได้ทั้งเครื่องหมาย + และ - ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 30

12 MAX ใช้สำหรับหาค่าสูงสุดของกลุ่มข้อมูล รูปแบบ =MAX ( กลุ่มข้อมูลที่ 1, กลุ่มข้อมูลที่ 2, กลุ่ม ข้อมูลที่ 3 …, กลุ่มข้อมูลที่ n) ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 100

13 MIN ใช้สำหรับหาค่าต่ำสุดของกลุ่มข้อมูล รูปแบบ =MIN ( กลุ่มข้อมูลที่ 1, กลุ่มข้อมูลที่ 2, กลุ่ม ข้อมูลที่ 3 …, กลุ่มข้อมูลที่ n) ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 20

14 MOD ใช้ในการหาเศษที่ได้จากการหาร รูปแบบ =MOD ( Number, Divisor) Number คือ ค่าตัวเลขที่ใช้เป็นตัวตั้ง มีค่าเป็น + หรือ – ก็ได้ รวมทั้งสามารถ อ้างอิงจากช่องเซลล์ Divisor คือ ค่าตัวเลขที่ใช้เป็นตัวหาร มีค่าเป็น + หรือ – ก็ได้ รวมทั้งสามารถอ้างอิงจากช่องเซลล์ ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 5

15 SUM (Summation) ใช้ในการหาผลรวมของข้อมูล ทั้งหมด รูปแบบ =SUM( กลุ่มข้อมูลที่ 1, กลุ่มข้อมูลที่ 2, กลุ่ม ข้อมูลที่ 3 …, กลุ่มข้อมูลที่ n) ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 180

16 ตัวอย่างเช่น ผลลัพธ์ที่ได้ คือ 77

17  ไปยังตำแหน่งที่จะใส่สมการ  ที่แท็บ Insert ( แทรก ) ในกลุ่ม Symbols ( สัญลักษณ์ ) คลิกที่หัวลูกศรของไอคอน ( สมการ ) แล้วคลิก เลือกสมการที่ต้องการ

18 เราสามารถแก้ไขส่วน ต่างๆ ได้ด้วย

19 1. ไปยังตำแหน่งที่จะเริ่มต้นสร้างสมการ 2. ที่แท็บ Insert ( แทรก ) ในกลุ่ม Symbols ( สัญลักษณ์ ) คลิกที่ไอคอน ( สมการ ) หรือ คลิกที่หัว ลูกศรของไอคอน ( สมการ ) แล้วเลือกคำสั่ง Insert New Equation ( แทรกสมการใหม่ ) จะปรากฏ กรอบสำหรับพิมพ์สมการ พร้อมทั้งเครื่องมือในการพิมพ์ ในแท็บ Design ( ออกแบบ ) ของ Equation Tools ( เครื่องมือสมการ ) กรอบสำหรับพิมพ์ สมการ

20 3. เริ่มพิมพ์สมการโดย ◦ หากเป็นข้อความปกติให้พิมพ์ได้เลย ◦ หากเป็นสัญลักษณ์ให้คลิกเลือกได้จากกลุ่ม Symbols ( สัญลักษณ์ ) ◦ หากถึงช่วงของสมการที่ซับซ้อน ให้คลิกเลือกแบบต่างๆ ได้จาก กลุ่ม Structures ( โครงสร้าง )

21 ตัวอย่างการพิมพ์สมการ ลองพิมพ์สมการต่อไปนี้ 1. คลิกที่ไอคอน ( ส่วนที่ถูกเน้น ) แล้วเลือก แบบ

22 2. เคาะเว้นวรรค พิมพ์ = แล้วเว้นวรรค 3. คลิกที่ไอคอน ( เศษส่วน ) แล้วเลือกแบบ เพื่อพิมพ์เศษส่วน

23 4. คลิกในช่องของเศษ คลิกที่ไอคอน ( ตัว ดำเนินการขนาดใหญ่ ) แล้วเลือก

24 5. คลิกในช่องที่อยู่ถัดจาก คลิกที่ไอคอน ( สคริปต์ ) แล้วเลือก เพื่อพิมพพ์อักษรที่มีตัว ห้อย

25 6. คลิกที่ไอคอน ( สคริปต์ ) แล้วเลือก อีกครั้ง 7. คลิกในแต่ละช่อง แล้วพิมพ์อักษรของแต่ละช่องและ สามารถแก้ไขได้ตามต้องการ


ดาวน์โหลด ppt การใช้ Word เพื่อการคำนวณ. เริ่มการคำนวณ คลิกที่ปุ่ม Customize Quick Access Toolbar ( กำหนดแถบเครื่องมือด่วน ) ซึ่งอยู่ทางตอนท้ายของแถว คำสั่งด่วน เลือก.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google