งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

บทที่ 5 สีและการจัดองค์ประกอบของภาพ. สี องคประกอบแหงอารมณ : Colour สีมีอิทธิพลในเรื่องของอารมณการสื่อความหมายที่เดนชัด และ กระตุนตอการรับรูของคนเราไดเปนอยางดี

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "บทที่ 5 สีและการจัดองค์ประกอบของภาพ. สี องคประกอบแหงอารมณ : Colour สีมีอิทธิพลในเรื่องของอารมณการสื่อความหมายที่เดนชัด และ กระตุนตอการรับรูของคนเราไดเปนอยางดี"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 บทที่ 5 สีและการจัดองค์ประกอบของภาพ

2 สี องคประกอบแหงอารมณ : Colour สีมีอิทธิพลในเรื่องของอารมณการสื่อความหมายที่เดนชัด และ กระตุนตอการรับรูของคนเราไดเปนอยางดี 2 องคประกอบสีในงานออกแบบนั้น มีคุณสมบัติอยู 3 ประการ คือ 1. สี, เนื้อสี (Hue) 2. น้ำหนักสี (Value / Brightness) 3. ความสดของสี (Intensity / Saturation)

3 สี,เนื้อสี HUE  เนื้อสี หรือ Hue คือความ แตกตางของสีบริสุทธิ์แตละสี ซึ่งเราจะเรียกเปนชื่อสี เชน สี แดง สีน้ำตาล สีมวง เปนตน โดยแบงเนื้อสีออกเปน 2 ชนิด ดวยกันคือ 3  สีของแสง (Coloured Light)  สีของสาร (Coloured Pigment)

4 การผสมสี  จากการที่เรามองเห็นสีของสารตาง ๆ นี่เอง จึงคนพบวามี สีอยู 3 สีที่เปนตนกําเนิดของสีอื่น ๆ ที่ไมสามารถสรางหรือ ผสมใหเกิดจากสีอื่นได หรือที่เราเรียกกันวา “แมสี” ไดแก แดง, เหลือง, น้ำเงิน จริงๆแล้วสีที่เรามองเห็นเกิดจาการผสมสี ใน 2 รูปแบบคือ 4 additive coloursSubtractive colours

5 วงจรสี (Colour Wheel)  วงจรสีนั้นก็คือการวางเนื้อสี Hue ที่เราพูดกันมากอนหนานี้ โดยเรียงกันตามการผสมสีของ สารที่เรามองเห็น โดยตัวอยาง ของแบบจําลองวงจรสีที่จะหยิบ ยกมาศึกษากันนี้ เปนแบบ 12 สี มาตรฐานที่ใชกันอยูในปจจุบัน 5

6 วงจรสี (Colour Wheel) 6

7 สีโทนรอน – สีโทนเย็น  เรื่องของสีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเปนเรื่องสําคัญในการออกแบบคือ เรื่อง ของเนื้อสีที่แบงออกเปน 2 กลุมตามอุณหภูมิของสีคือ สีโทนรอน และสีโทนเย็นโดยจะสังเกตไดงายในวงจรสี 7 ► สีโทนเย็น ใหความรูสึก เรียบ สงบ เยือกเย็น ลึกลับ มีระดับ ► สีโทนรอน ใหความรูสึกมีพลัง อบอุนสนุกสนาน และดึงดูดความนา สนใจไดดี

8 การเลือกใช้โทนสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น 8 Artist: Jan Vermee Title: Girl Asleep at a Table Year: 1657 Form of Art: realistic Color Scheme: warm (red, red- orange, orange, yellow-orange, yellow and values)

9 การเลือกใช้โทนสีที่ให้ความรู้สึกเย็น 9 Artist: Pablo Picasso Title: Femme Allonge Lisant (Marie-Thrse) Year: 1939 Form of Art: abstract Color Scheme: cool (yellow-green, green, blue-green, blue-purple and values) 9

10 น้ำหนักสี Value  น้ำหนักสีก็คือ เรื่องของความสวางของสี หรือการเพิ่มขาวเติมดําลงใน เนื้อสีที่เรามีอยู และการปรับเปลี่ยนน้ำหนักของสีนี่เองที่ทําใหภาพดูมี มิติ ดูมีความลึก หรือที่เราเรียกกันวา โทน Tone  น้ำหนักสีของสาร เราจะเรียกวา น้ำหนักสี Value สวนน้ำหนักสีของ แสงนั้น เราจะเรียกวาความสวาง Brightness 10

11 น้ำหนักของสี (Value)  น้ำหนักของสี คือความสว่างของสี หรือการเพิ่มขาว เติมดำลงไปในเนื้อ สี การปรับเปลี่ยนน้ำหนักของสีจะทำให้ภาพดูมีมิติ มีความลึก 11 ค่าสีน้ำหนักสูง ความสว่างต่ำ ค่าสีน้ำหนักปานกลาง ความสว่างปานกลาง ค่าสีน้ำหนักต่ำ ความสว่างสูง

12 น้ำหนักสี Value 12 ► การปรับเปลี่ยนน้ำหนักสี ทําใหภาพ 2 มิติ มีความลึกเปน 3 มิติ ► คาความสวางนี้เราจะเรียกกันวา “โทน Tone” ซึ่งกําหนดความมีมิติ หรือ ความลึกให้ภาพ 12

13 ความสดของสี Intensity / Saturation การลดความสดของสีก็เพื่อไมใหภาพงานที่ออกมานั้นดูฉูดฉาด จนเกินไป เรียกอีกอยางวา เปนการเบรกสี 1. ศิลปนมักจะใชสีน้ำตาลเติมลงในสีที่ต้องการให้ความสด ของสีนอยลงนั่นเอง 2. ปจจุบันเราใชคอมพิวเตอรในการออกแบบการลดความสด ของสีลง เช่น Photoshop คลิกเมนู Image>Adjust>Hue & Saturation หรือกดคีย 13

14 ความสดของสี Intensity / Saturation 14 ► ภาพกอนทําการลดความสด Saturation ของสี ► ภาพหลังทําการลดความสด Saturation ของสี

15 การเลือกสีมาใชงาน Colour for Design 1. การเลือกเนื้อสี Choose Hue 2. การเลือกน้ำหนักสี Choose Value 3. การเลือกความสดของสี Choose Saturation 15

16 การเลือกเนื้อสี Choose Hue ในการเลือกเนื้อสีมาใชงานเราจะเลือกจาก 1. ความหมายของเนื้อสีแตละสี เช่น สีเงิน จะนึกถึงสิ่งใหม่ๆ ความ ทันสมัย 2. เลือกเนื้อสีที่อยูดวยกันแลวดูดีดูเหมาะสม และ คำนึงถึงผู้ใช้งาน (User Target) เช่น ถ้าออกแบบงานที่ใช้กับเด็ก ควรเลือกใช้แม่สี เพื่อให้เด็กสังเกตและ รับรู้ได้ง่าย 16

17 ความหมายของสี  สีแดง อ้างอิงมาจากไฟ จึงให้อารมณ์ของความร้อน พลัง พลังงาน ความแรง และความเป็นมงคลตามความเชื่อของชาวจีน  สีเหลือง ให้ความสดใส ปลอดโปร่ง ดึงดูดสายตา  สีน้ำเงิน ให้ความสงบเรียบ สุขุม มีราคา หรูหรามีระดับ บางครั้งสื่อถึง ความสุภาพ หนักแน่น ผู้ชาย  สีส้ม ให้ความรู้สึกดึงดูด ทันสมัย สดใส กระฉับกระเฉง มีพลัง  สีม่วง ให้อารมณ์หนักแน่น มีเสน่ห์ ความลับ สิ่งที่ปกปิด 17

18 ความหมายของสี  สีเขียว ให้ความรู้สึกสดชื่น ธรรมชาติ เย็นสบาย  สีชมพู ให้ความอ่อนหวาน นุ่มนวล ความรัก วัยรุ่น ผู้หญิง  สีน้ำตาล ให้ความสงบ ความเรียบ ความเป็นผู้ใหญ่ ความเก่าแก่ โบราณ บางครั้งสื่อถึงไม้ แมกไม้  สีฟ้า ให้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายตา นุ่มนวล สุขสบาย  สีเงิน ให้ความรู้สึกถึงสิ่งใหม่ ๆ ทันสมัย มีคุณค่า มีราคา 18

19 ความหมายของสี  สีทอง เป็นตัวแทนของความมีคุณค่า ความหรูหรา ราคาแพง  สีขาว สื่อถึงความบริสุทธิ์ สะอาด เรียบง่าย ความโล่ง ความว่างเปล่า  สีเทา ให้อารมณ์เศร้า หม่นหมอง ไร้ชีวิตชีวา บางครั้งสื่อถึงความเป็น กลาง  สีดำ ซ่อนความไม่รู้ ความน่ากลัว บางครั้ง จะใช้สีดำหรือสีเข้ม เพื่อ เน้นขับสิ่งที่อยู่ภายในให้เด่นชัด จึงมักนิยมใช้เป็นสีพื้น 19

20 การเลือกน้ำหนักสี Choose Value  การเลือกน้ำหนักสีจะเปนขั้นตอนถัดมาหลังจากเราเลือกสีไดแลว น้ำหนักของสีมีอิทธิพลตอความมืดสวางในภาพ ซึ่งใหอารมณของภาพ ที่แตกตางกันไป 20

21 การเลือกความสดของสี Choose Saturation การเลือกความสดของสีเปนเรื่องสุดทายในการเลือกสี เพื่อ ออกแบบงานสีที่มีความสดสูงจะใหความรูสึกรุนแรง ตื่นตัวสะดุดตา ในขณะที่สีที่มีความสดนอยหรือสีหมน จะใหความรูสึกสงบ ไมโดดเดน หมนหมอง เศรา ถาสีที่มีความสดอยูในระดับกลางจะใหความรูสึก พักผอน สบายตา 21

22 การวางโครงสี Colour Schematic กล่าวคือทฤษฎีสีของการใชสี หรือการเลือกสีมาใชรวมกันใน ภาพ เพื่อใหภาพออกมาดูดี ดูนาพอใจ เรียกวา Colour Schematic หรือ การวางโครงสี (ซึ่งบางคนก็คุนกับ คําวา การจับคูสีการเลือกคูสี) 22 Monochrome Analogus Dyads Triads Tetrads

23 Monochrome คือโครงสีเอกรงค คือมีเนื้อสี Hue เดียว แตใหความแตกตางดวย น้ำหนักสี Value 23

24 การวางโครงสี (Color Schematic)  การวางโครงสี คือการจับคู่สี หรือเลือกสี เพื่อใช้ร่วมกันในภาพ เพื่อให้ ภาพออกมาดูดี ดูน่าพอใจ  Monochrome คือการมีเนื้อสีเดียว แต่ให้ความแตกต่างด้วยน้ำหนักสี การใช้สีแบบนี้ให้อารมณ์ความรู้สึกสุขุม เรียบร้อย เป็นสากล ไม่ฉูดฉาด สะดุดตา 24

25 ตัวอย่างภาพแบบ Monochromatic Artist: Marc Chagall Title: Les Amants Sur Le Toit Form of Art: abstract Color Scheme: monochromatic (blue and values) 25

26 Analogus หรือโครงสีขางเคียง คือสีที่อยูติดกัน อยูขางเคียงกันในวงจรสี จะเปนทีละ 2 หรือ 3 สีหรือบางทีอาจจะใชไดถึง 4 สี แตก็ไมควรมา กกวานี้ 26

27 การวางโครงสี (Color Schematic)  Analogous หรือโครงสีข้างเคียง คือสีที่อยู่ติดกันในวงจรสี จะเป็นทีละ 2 หรือ 3 สี หรืออาจจะถึง 4 สี จะทำให้ภาพโดยรวม ได้อารมณ์ไปใน กลุ่มโทนสีนั้น และไม่ดูฉูดฉาดเกินไป 27

28 ตัวอย่างภาพแบบ Analogous Artist: Vincent van Gogh Title: The Iris Year: 1889 Form of Art: realistic Color Scheme: analogous (yellow, yellow-green, green, blue-green and values) 28

29 Dyads  คือโครงสีคูตรงขาม Complementary Colour คือสีที่อยูตรงขามกัน ในวงจรสี การเลือกใชสีคูตรงขามจะทําใหงานที่ไดมีความสะดุดตาใน การมอง  ควรแบงพื้นที่ของสีในภาพของการใชสีใดสีหนึ่งมากกวาอีกสีหนึ่ง โดยประมาณมักจะใชสีหนึ่ง 70% อีกสีหนึ่ง 30% ภาพที่ไดก็จะ คง ความมีเอกภาพอยู และยังมีความเดนสะดุดตาไปไดในตัว 29

30 การวางโครงสี (Color Schematic)  Complementary Color คือการใช้คู่สีตรงข้าม คือสีที่อยู่ตรงข้ามกัน ในวงจรสี การเลือกใช้สีคู่ตรงข้ามจะทำให้งานที่ได้มีความสะดุดตาใน การมอง แต่ควรระวัง ถ้าใช้สีคู่ตรงข้ามในพื้นที่ใกล้เคียงกัน งานนั้นจะดู ไม่มีเอกภาพ โดยทั่วไปควรจะใช้สีหนึ่งประมาณ 70% อีกสี 30% 30

31 Dyads 31 ตัวอย่างการออกแบบโดยเลือกใช้สีคู่ตรงข้าม

32 ตัวอย่างภาพแบบ Complementary Artist: Paul Cezanne Title: La Montage Saint Victoire Year: Form of Art: abstract Color Scheme: complementary (blue, orange and values) 32

33 Triads Triads หรือโครงสี 3 สี คือ 1. เปนการใชสี 3 สี ในชวงหางระหวางสีทั้ง 3 เทากัน ถาเรา ลากเส้นระหวางสีทั้ง 3 สี เราจะไดสามเหลี่ยมดานเทา 2. เปนการใชสี 3 สี ในชวงหางระหวางสีทั้ง 3 ไมเทากัน คือ มีชวงหาง 2 ชวงเทากัน แตกับอีกด้านหนึ่งชวงหางจะมี ความยาวกวา ถาลากเสนระหวางสีดังกล่าวแลวจะได้รูป สามเหลี่ยมหนาจั่ว 33

34 Triads 34 ตัวอย่างการออกแบบโดยเลือกใช้โครงสี 3 สี

35 Tetrads  Tetrads หรือโครงสี 4 สี คือ 1. การใชสีในวงจรสี 4 สี โดยเลือกสีที่มีชวงหางระหวางสีเทากันหมด กลาวคือถาเราลากเสนเชื่อมสีทั้ง 4 แลวเราจะไดสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2. การใชสีในวงจรสี 4 สี โดยเลือกสีที่มีชวงหางระหวางสีไม่เทากัน โดยชวงหางของ 2 สีเปนชวงสั้นและอีก 2 สีเปนชวงยาว กลาว คือถาเราลากเสนเชื่อมสีทั้ง 4 แลวเราจะได้สี่เหลี่ยมผืนผา 35

36 Tetrads 36 ตัวอย่างการออกแบบโดย เลือกใช้โครงสี 4 สี

37 การจัดองค์ประกอบภาพ คอมพิวเตอร์กราฟิกส์

38 การจัดองค์ประกอบภาพ : Composition  การจัดวางองค์ประกอบภาพ คือการจัดวางองค์ประกอบที่มีอยู่ในภาพ ให้ได้ภาพรวมของงานที่สวยงาม และสื่อความหมาย ซึ่งมีหลักการ 2 อย่าง  การสร้างเอกภาพ (Unity)  การสร้างจุดเด่น เน้นจุดสำคัญ (Emphasize) การวางจุดสนใจในงาน Focus Point การสรางความแตกตางในงาน Contrast การวางแยกองค์ประกอบให้โดดเดน Isolation 38

39 การจัดองค์ประกอบภาพ : Composition  สมดุลในงานออกแบบ Balance  ขนาดและสัดส่วนขององคประกอบ Scale & Proportion  ที่วางในงานออกแบบ Spacing 39

40 เอกภาพ  คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นจุดเริ่มต้นในการจัดองค์ประกอบ ของภาพ  องค์ประกอบในภาพ ต้องมีความกลมกลืนกัน เป็นพวกพ้องกัน ไม่ ขัดกัน 40

41 41

42 การวางจุดสนใจในงาน  การวางตำแหน่งขององค์ประกอบที่จะเน้นให้เกิดจุดสนใจ จะวาง ใน ตำแหน่งที่ 1,3,2 และ 4 เป็นหลัก โดยแต่ละตำแหน่งมีคุณสมบัติ แตกต่างกันออกไป

43 การวางจุดสนใจในงาน  ตำแหน่ง 0 เป็นตำแหน่งที่ไม่ควรวางองค์ประกอบที่ต้องการเน้น เพราะ เป็นตำแหน่งที่สายตาคนส่วนใหญ่ไม่ได้ให้ความสนใจนัก เพราะอยู่ ในช่วงครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของภาพ ซึ่งลดแรงดึงดูดทางสายตา  ตำแหน่ง 1 เป็นตำแหน่งที่คนส่วนใหญ่เห็นเป็นอันดับแรก เนื่องจาก ความเคยชินในการกวาดตาเพื่ออ่านหนังสือ  ตำแหน่ง 2 เป็นตำแหน่งที่มีพลังในการดึงดูดสายตา มีความเฉียบ จึง เหมาะที่จะจัดวางองค์ประกอบที่ต้องการเน้น เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ เรียกร้องความสนใจจากสายตาได้ดี 43

44 การวางจุดสนใจในงาน  ตำแหน่งหมายเลข 3 เป็นตำแหน่งที่สืบเนื่องมาจากตำแหน่งที่ 1 เพราะเป็นตำแหน่งสุดท้ายที่คนส่วนใหญ่กวาดสายตามอง  ตำแหน่งหมายเลข 4 เป็นตำแหน่งที่คนส่วนใหญ่มักจะให้เป็นตำแหน่ง ที่มีความสำคัญที่สุดในงาน ถึงแม้จะไม่เป็นจุดเรียกร้องสายตามาก เท่ากับจุด 1,2,3 แต่ก็เป็นจุดรวมสายตาของผู้ชมที่มีต่องาน  ตำแหน่ง 1 กับ 3 จะมีพลังในการดึงดูดสายตามากกว่าตำแหน่ง 2 เพราะคนส่วนใหญ่มักกวาดสายตาจากมุมซ้ายบน ไปยังมุมขวาล่าง  ตำแหน่ง 0 สามารถวางองค์ประกอบให้น่าสนใจได้ เพราะบางครั้ง ทิศทาง หรือเส้นสายจากองค์ประกอบอื่น ๆ อาจพุ่งเน้นมายังตำแหน่ง นี้ก็ได้ 44

45 ตัวอย่างการจัดองค์ประกอบ

46 การสร้างความแตกต่าง  ความแตกต่างเป็นตัวกำหนดน่าสนใจหรือความโดดเด่นของภาพได้ดี แต่ไม่ควรให้มีความแตกต่างมากเกินไป เพราะจะทำให้ภาพไม่มี เอกภาพ มากกว่าจะก่อให้เกิดจุดสนใจ  ภาพตัวอย่าง เป็นการใช้ภาพที่โดดเด่น แตกต่างจากพื้นหลังสลัว ขับ ให้ภาพของอุปกรณ์ดูคมชัด และโดดเด่นขึ้น 46

47 การสร้างความแตกต่าง 47

48 การวางแยกองค์ประกอบให้โดดเด่น  การวางองค์ประกอบให้โดดเด่น คือการแยกองค์ประกอบออกมา ให้ ผู้ชมงานสังเกตุเห็นองค์ประกอบนั้นได้ง่าย แต่ต้องคำนึงถึง  ขนาดและสัดส่วนในการจัดองค์ประกอบ (Scale & Proportion)  ที่ว่างในงานออกแบบ(Spacing)  สมดุลในงานออกแบบ (Balance)  จังหวะขององค์ประกอบในงาน (Rhythm) 48

49 ตัวอย่างการวางแยกองค์ประกอบให้โดดเด่น 49

50 ขนาดและสัดส่วนในการจัดองค์ประกอบ Scale & Proportion  ขนาดขององค์ประกอบมีบทบาทในการกําหนดความสำคัญของ องค์ประกอบนั้น ๆ องค์ประกอบขนาดใหญ่จะสื่อ ความหมายว่าตัวเอง สำคัญกว่าองค์ประกอบที่มีขนาดเล็ก 50 ที่ว่างในงานออกแบบ Spacing Spacingที่ว่างที่อยู่รอบ ๆ องค์ประกอบในภาพจะสอดประสานกับ องค์ประกอบที่อยู่ในภาพ ทำให้ภาพเกิดความเป็นภาพ และมีอิทธิพลใน การสื่อความหมายได้

51 Scale & Space 51

52 สมดุลในงานออกแบบ Balance  การจัดองคประกอบงานออกแบบ การสร้าง ความสมดุลของ องค์ประกอบ ช่วยให้ภาพรวมของงานดูดี แบ่งออกเปน 2 ชนิด 1.สมดุลแบบแนวแกน 2 ขางเหมือนกัน 2.สมดุลแบบแนวแกน 2 ขางไม่เหมือนกัน 52

53 สมดุลแบบแนวแกน 2 ขางเหมือนกัน 53

54 สมดุลแบบแนวแกน 2 ขางไม่เหมือนกัน 54

55 Reference  สู่เส้นทางกราฟิกดีไซเนอร์ โดยโสรชัย นันทวัชรวิบูลย์ สำนักพิมพ์ ARiP    Color for E-Commerce   การออกแบบงานกราฟฟิก : Graphic Designer 55


ดาวน์โหลด ppt บทที่ 5 สีและการจัดองค์ประกอบของภาพ. สี องคประกอบแหงอารมณ : Colour สีมีอิทธิพลในเรื่องของอารมณการสื่อความหมายที่เดนชัด และ กระตุนตอการรับรูของคนเราไดเปนอยางดี

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google