งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

พะยูนถูกศึกษาทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในปี ค. ศ. 1776 โดยได้ตัวอย่างต้นแบบจากที่จับได้จากน่านน้ำ แหลมกู๊ดโฮปถึงฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายโลมา และวาฬ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "พะยูนถูกศึกษาทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในปี ค. ศ. 1776 โดยได้ตัวอย่างต้นแบบจากที่จับได้จากน่านน้ำ แหลมกู๊ดโฮปถึงฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายโลมา และวาฬ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 พะยูนถูกศึกษาทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในปี ค. ศ โดยได้ตัวอย่างต้นแบบจากที่จับได้จากน่านน้ำ แหลมกู๊ดโฮปถึงฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายโลมา และวาฬ เดิมพะยูนจึงถูกจัดรวมอยู่ในอันดับเดียวกันคือ Cetacea แต่จากการศึกษาลักษณะโครงสร้างโดย ละเอียดพบว่า มีความแตกต่างกันมาก กล่าวคือ มีขนาด เล็กกว่า หัวกลม รูจมูกแยกจากกัน ปากเล็ก มีฟันหน้า และฟันกรามพัฒนาดี ไม่เป็นฟันยอดแหลมธรรมดา เหมือน ๆ กันอย่างวาฬ และมีเส้นขนที่ริมฝีปากตลอด ชีวิต

3 ในปี ค. ศ อองรี มารี ดูโครเตย์ เดอ แบล็ง วีล นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้ทำการแยกความ แตกต่างระหว่างพะยูนกับโลมาและวาฬ ออกจากกันและ จัดพะยูนเข้าไว้ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกีบ ใน อันดับ Sirenia โดยนับว่าพะยูนมีบรรพบุรุษร่วมกันกับ ช้างมาก่อน รวมถึงการศึกษาซากโบราณของพะยูนใน สกุล Eotheroides ในประเทศอียิปต์

4 พบว่ามีลักษณะบางอย่างเหมือนและใกล้เคียงกันกับ Moeritherium ซึ่งเป็นต้นตระกูลของช้างยุคอีโอซีน ตอนต้น หรือเมื่อประมาณ 40 ล้านปีมาแล้ว Eotheroides เป็นสัตว์มี 4 ขา มีฟันครบและอาศัยอยู่ใน น้ำ ต่อมามีวิวัฒนาการเพื่อให้อาศัยอยู่ในน้ำได้ดีขึ้น โดย ที่ขาหลังจะลดขนาดลงและหายไปในที่สุด ส่วนขาหน้า จะเปลี่ยนแปลงไปมีลักษณะคล้ายใบพายเพื่อให้ เหมาะสมกับการว่ายน้ำ จากนั้นก็มีวิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นพะยูนในปัจจุบัน

5 ลักษณะและพฤติกรรม พะยูนมีรูปร่างคล้ายแมวน้ำขนาดใหญ่ที่อ้วนกลม เทอะทะ ครีบมีลักษะคล้ายใบพาย ซึ่งวิวัฒนาการมาจาก ขาหน้าใช้สำหรับพยุงตัวและขุดหาอาหาร ไม่มีครีบหลัง ไม่มีใบหู ตามีขนาดเล็ก ริมฝีปากมีเส้นขนอยู่โดยรอบ ตัว ผู้บางตัวเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะมีฟันคู่หนึ่งงอกออกจากปาก คล้ายงาช้าง ใช้สำหรับต่อสู้เพื่อแย่งคู่กับใช้ขุดหาอาหาร ในตัวเมียมีนมอยู่ 2 เต้า ขนาดเท่านิ้วก้อย ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร อยู่ถัดลงมาจากขา คู่หน้า สำหรับเลี้ยงลูก อ่อน มีลำตัวและหางคล้ายโลมา สีสันของลำตัวด้านหลัง เป็นสีเทาดำ หายใจทางปอด จึงต้องหายใจบริเวณผิวน้ำ 1-2 นาที

6 บริเวณที่อยู่ อาศัยของพะยูน

7 อายุ 9-10 ปี สามารถสืบพันธุ์ได้ เวลาท้อง 9-14 เดือน ปกติมีลูกได้ 1 ตัว ไม่เกิน 2 ตัว แรกเกิดยาว 1 เมตร หนัก กิโลเมตร ใช้เวลาตั้งท้องประมาณ 1 ปี กิน นมและหญ้าทะเลประมาณ 2-3 สัปดาห์ หย่านมประมาณ 8 เดือน อายุประมาณ 70 ปี โดยแม่พะยูนจะดูแลลูกไป จนโต ขนาดเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 2 เมตร ถึง 3 เมตร น้ำหนักเต็มที่ได้ถึง 300 กิโลกรัมพะยูนสามารถกลั้น หายใจใต้น้ำได้นานราว 20 นาที เมื่อจะนอนหลับ พักผ่อน พะยูนจะทิ้งตัวลงในแนวดิ่ง และนอนอยู่นิ่ง ๆ กับพื้นทะเลราว 20 นาที ก่อนจะขึ้นมาหายใจอีกครั้งหนึ่ง

8 อาหารของพะยูน ได้แก่ หญ้าทะเล ที่ขึ้นตามแถบ ชายฝั่งและน้ำตื้น โดยพะยูนมักจะหากินในเวลากลางวัน พฤติกรรมการหากินจะคล้ายกับหมู โดยจะใช้ครีบอกและ ปากดุนพื้นทรายไถไปเรื่อย ๆ จนบางครั้ง จะเห็นทางยาว ตามชายหาด จากพฤติกรรมเช่นนี้ พะยูนจึงได้ชื่อเรียก อีกชื่อหนึ่งว่า " หมูน้ำ " หรือ " หมูดุด " ในบางตัวที่เชื่อง มนุษย์ อาจเกาะกินตะไคร่บริเวณใต้ท้องเรือได้

9 จัดทำโดย 1. นายอมรเทพ นิติสุนทรกุลเลขที่ 7 ก (Design PowerPoint) 2. นายธนพงษ์ ฉานุเลขที่ 9 ก ( หาข้อมูล ) 3. นายชานนท์ ทรัพย์ประเสริฐ เลขที่ 3 ข ( หาข้อมูล ) 4. น. ส. กนกวรรณ พรหมรักษาเลขที่ 13 ข ( พิสูจน์อักษร ) 5. น. ส. รวิภา ไพบูลย์เลขที่ 15 ข ( หา ภาพประกอบ ) เสนอ คุณครูครูบรรจบ ธุปพงษ์

10 บรรณานุกรม B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B8%99


ดาวน์โหลด ppt พะยูนถูกศึกษาทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในปี ค. ศ. 1776 โดยได้ตัวอย่างต้นแบบจากที่จับได้จากน่านน้ำ แหลมกู๊ดโฮปถึงฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายโลมา และวาฬ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google