งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

โรค Acromegaly เป็นโรคที่เกิดจากการที่มีโกรทฮอร์โมนหรือฮอร์โมนโซมาโตโทรฟิน สูงมากเมื่อโตเต็มวัย ทำให้กระดูกบางส่วนของร่างกายเติบโตผิดปกติ เช่น กระดูกบริเวณใบหน้า.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "โรค Acromegaly เป็นโรคที่เกิดจากการที่มีโกรทฮอร์โมนหรือฮอร์โมนโซมาโตโทรฟิน สูงมากเมื่อโตเต็มวัย ทำให้กระดูกบางส่วนของร่างกายเติบโตผิดปกติ เช่น กระดูกบริเวณใบหน้า."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 โรค Acromegaly เป็นโรคที่เกิดจากการที่มีโกรทฮอร์โมนหรือฮอร์โมนโซมาโตโทรฟิน สูงมากเมื่อโตเต็มวัย ทำให้กระดูกบางส่วนของร่างกายเติบโตผิดปกติ เช่น กระดูกบริเวณใบหน้า ยาวทำให้มีใบหน้ายาวผิดปกติ สำหรับประเทศไทยยังมีอัตราการเติบโตของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งหากปล่อยเอาไว้นานอาจจะสายเกินแก้และอันตรายถึงชีวิต ซึ่งโรคเนื้องอก ของ ต่อมใต้สมองผิดปกติ (Acromegaly)สามารถเป็นได้ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ หากพบความผิดปกติ ทางร่างกาย เช่น สูงใหญ่ มือเท้าโตผิดปกติ หรือหน้าตาเปลี่ยนไป ให้รีบพบแพทย์ทันที

3 โรคเนื้องอกของต่อมใต้สมองผิดปกติว่าโรคเนื้องอกของต่อมใต้สมอง ผิดปกติ (Acromegaly)เกิดจากความผิดปกติของเนื้องอก ที่ได้สร้าง ฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า โกรธฮอร์โมน (Growth Homone) ซึ่งผลิต ขึ้นมามากกว่าคนปกติทั่วไป โดยโรคนี้ปกติจะไม่ค่อยพบบ่อยมากนัก เทียบเป็นอัตราส่วน 1 ต่อหลายแสนคน แต่สำหรับในประเทศไทยนั้นพบ จำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากว่าระบบการแพทย์ของไทยใน ปัจจุบันดีขึ้นกว่าในอดีตมาก มีการร่วมมือกันระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ต่อมไร้ท่อ และแพทย์ระบบทางเดินทางประสาทในการวินิจฉัยและรักษา ทำให้ค้นพบผู้ที่เป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4 อาการของโรคเนื้องอกของต่อมใต้สมองผิดปกตินั้น ขึ้นอยู่กับการตรวจพบและการ วินิจฉัยของโรคว่า ผู้ป่วยเป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่ หากเป็นตั้งแต่เด็ก ๆ ความสูงจะเพิ่มขึ้น อย่างชัดเจน เฉลี่ยปีละ เซนติเมตร ส่วนใหญ่ผู้ปกครองมักจะพาบุตรหลานมารักษา ก็จะสูงเกือบ 2 เมตรแล้ว ทำให้โอกาสที่จะรักษาหายมีน้อยมาก สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ในช่วงผ่านการเป็นวัยรุ่น หรือวัยผู้ใหญ่ไปแล้ว การ เจริญเติบโตด้านความสูงจะไม่เพิ่มขึ้น แต่สรีระทางร่างกายจะเปลี่ยนไป เช่น หน้าตาจะ เปลี่ยนไป คิ้วจะโหนกขึ้น จมูกจะใหญ่ขึ้น คางจะขยาย ปากใหญ่ขึ้น คางจะยื่น ฟันห่าง มือ เท้าจะใหญ่หยาบกร้าน เสียงพูดจะเปลี่ยนไป ลิ้นคับปาก และอายุไม่ยืน ส่วนระบบร่างกาย ภายใน อาทิ หัวใจและตับ จะโตมากขึ้น ข้อจะเสื่อมเร็ว หลังโก่ง นอกจากนี้ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ จะเป็นโรคอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจโต อาจหัวใจวายและเสียชีวิตได้

5 โดยปกติโรคนี้ หากรักษาแต่เนิ่น ๆ สามารถรักษาให้ หายขาดได้ แต่ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักจะมาพบแพทย์ในตอนท้าย ๆ ของโรค ทำให้การรักษายากมากขึ้น และโอกาสที่จะหายขาดมีน้อย สำหรับวิธีการรักษามีหลายวิธี หากพบเนื้องอกมีขนาดเล็กหรือพบ แต่เนิ่น ๆ จะรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด กรณีที่เนื้องอกมีขนาดใหญ่ มาก ไม่สามารถผ่าตัดออกได้หมด (ประเทศไทยมักจะพบถึง 9 ใน 10 คน ขนาดของเนื้องอกประมาณ 5-6 เซนติเมตร ซึ่งเนื้อ งอกจะไปกดเบียดบริเวณประสาทตาทำให้ตาบอดได้)

6 วิธีที่ 2 คือการฉายแสง วิธีการรักษาลักษณะนี้ไม่แนะนำ เนื่องจาการฉายแสงจะ ไปทำลายเนื้องอกตายลงก็จริง แต่ก็จะทำลายเซลล์ดี ๆ ตายไปด้วย ซึ่งส่งผลกับเรื่องของ ฮอร์โมนเพศ และฮอร์โมนชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นวิธีทางเลือกสุดท้ายที่ใช้กัน ปัจจุบันการรักษาโรคเนื้องอกของต่อมใต้สมองผิดปกติ (Acromegaly) จะนิยม ใช้วิธีการรักษาโดยการฉีดยา ซึ่งจะสามารถต้านการสร้างฮอร์โมนที่ผิดปกติได้ และพบว่าเมื่อ ใช้ยาฉีดฮอร์โมนชนิดนี้ จะทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลงได้แต่ไม่ได้หายขาด ซึ่งการรักษาด้วย ยาจะช่วยทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลง สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้องอกให้ผู้ป่วย รู้สึกบรรเทา และมีชีวิตเหมือนคนปกติได้

7 หากเนื้องอกไปโดนในส่วนของฮอร์โมนไธรอยด์ก็จะเฉื่อยชา ทำงานช้า ขี้ หนาว ท้องผูก หากเนื้องอกลุกลามไปที่ต่อมฮอร์โมนเพศ จะทำให้ขาดฮอร์โมนเพศ ซึ่งจะมีความผิดปกติทางเพศ ซึ่งจะไม่มีลักษณะของผู้หญิงหรือผู้ชาย ผู้หญิงก็จะ ไม่มีประจำเดือน ผู้ชายก็ไม่มีความรู้สึกทางเพศ แต่จะตัวสูง แต่ต่อมทางเพศถูก ทำลายหมดแล้ว หรือหากเนื้องอกไปกดทับฮอร์โมนที่เรียกว่า สเตอรอยด์ ก็จะไม่มี แรง ลุกนั่งก็จะเป็นลม น้ำตาลต่ำและเกิดโรคภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา เป็น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น

8 ภาวะเตี๊ย หรือเคระ เกิดจากร่างกายขาย ฮอร์โมน GH (Growth Hormone) มาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้การเจริญเติบโตของร่างกายนั้นมีผลน้อย ส่งผลให้ ร่างกายเต้ยแคระ แต่ร่างกายก็ยังเป็นสัดส่วนที่ถูกต้องอยู่ รวมถึงความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ

9 ส่วนใหญ่สาเหตุของโรค Dwarfism เกิดจากโรค Achondroplasia กระดูก เติบโตอย่างผิดปกติ ซึ่งเป็นถึง70%ของ ผู้ป่วยโรค Dwarfism แต่ในกรณีของโรค Achondroplasia จะมีรูปร่างที่ไม่สมสัดส่วน ช่วงแขนหรือขาจะดูสั้นๆเล็กๆ เมื่อเทียบกับ ลำตัว (บริเวณท้อง) โดยมีหัวขนาดใหญ่กว่าปกติและใบหน้าที่มีลักษณะพิเศษ หากร่างกาย เกิดความไม่สมส่วน มักจะเกิดจากหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งยีนที่ควบคุมลักษณะหรือความผิดปกติ ในการพัฒนากระดูกอ่อน การที่ร่างการมนุษย์เกิดการผิดปกติอย่างมาก มักจะมีสาเหตุ เกี่ยวกับ ฮอร์โมน เช่น การเจริญเติบโตฮอร์โมนบกพร่องซึ่งรู้จักกันในชื่อของ “Pituitary Dwarfism” ซึ่งการเติบโตที่ผิดปกตินี้เกี่ยวกับระบบต่อมไร้ท่อ เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติ ของ Growth Hormone จากแหล่งที่ผลิตฮอร์โมนชนิดนี้ คือ ต่อม พิธูอิตารี่ ส่วนหน้า หรือ เรียกอีกอย่างว่า ต่อมใต้สมองส่วนหน้า

10 ความไม่สมส่วนของ dwarfism จะถูกกำหนดโดยหนึ่งหรือมากกว่าของสัดส่วน ร่างกาย ความ ไม่สมส่วน ขนาดใหญ่หรือเล็กจะเปรียบเทียบกับส่วนที่เหลือของร่างกาย โดยมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติโดยเฉพาะที่บริเวณที่เห็นได้ชัดเจน. ในกรณีที่ผู้เป็น dwarfism ที่มีร่างกายสมส่วน โดยทั่วไปไม่มีการเติบโตปรากฏอย่างชัดเจน. Hypotonia หรือขาดกล้ามเนื้อเป็นธรรมดาใน dwarfs แต่สติปัญญาและอายุขัยมัก ปกติ

11 ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรค Dwarfism บุคคลที่ความผิดปกติเช่นกระดูกเติบโต ผิดปกติ บางครั้งพวกเขาสามารถแก้ไขได้คือการ ศัลยกรรม และบางฮอร์โมนที่ผิดปกติจะ สามารถรักษาได้โดยแพทย์แต่ใน กรณีส่วนใหญ่จะมักเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้โรค Dwarfism หายขาด เมื่ออายุยิ่งมากขึ้น ก็ต้องทนรับมือกับโรค Dwarfism อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ภาย ใน บ้านจะสามารถช่วยให้ร่างกายในผู้ป่วย Dwarf ทำงานต่างๆได้อย่างปกติ ของหลายกลุ่มมีการ สนับสนุนที่จะช่วยให้ ผู้ป่วยโรค Dwarfism รับมือกับความท้าทายต่อหน้าพวกเขาและเพื่อช่วย ให้พัฒนาขึ้นไปเพื่อที่จะทำให้พวกเขาสามารถพึ่งตนเองได้

12 โรค gigantism อาจเรียกอีกอย่างนึง ว่า ภาวะยักษ์ ที่เรียกว่าภาวะยักษ์ เพราะผู้ป่วยมี อาการ ตังสูงใหญ่กว่าคนปกติ แต่สัดส่วนของ ร่างกาย เท่าเดิมทุกอย่าง มักจะเกิดตั้งแต่เด็ก

13 โรค gigantism มีสาเหตุมาจาก ในวัยเด็กได้รับ ฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ผลิตจากต่อมใต้ สมอง ที่ชื่อ Growth Hormone (GH) มาก เกินไป ซึ่งฮอร์โมนนี้จะทำหน้าที่สร้งความ เจริญเติบโตของร่างกาาย เมื่อร่างกายมีการผลิต Growth Hormone (GH) มากจนเกินไป ก็ทำให้ ร่างกายใหญ่โต ดังรูป โดยผู้ป่วยในส่วนมาก จะมี ความสูงเกิน 200 เซนติเมตร (2 เมตร)

14 จากเคสตัวอย่างในเมืองไทย เด็กหญิงมาลี ดวงดี อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านปะเดา ต.ด่านชุมพล อ.บ่อ ไร่ จ.ตราด เป็นโรคที่เรียกว่า ไจแกนติซึม (Gigantism) หรือเด็กร่าง ยักษ์ คือรูปร่างสูงใหญ่แต่สมส่วน โรคนี้พบได้น้อยมาก มีสาเหตุจากความ ผิดปกติของโกรท ฮอร์โมน (Growth hormone) เธอมีอาการ รูปร่างสูง ใหญ่ อาจสูงได้ถึง 270 เซนติเมตร แต่หากเกิดตอนโตเต็มที่แล้ว คือหลัง อายุ 18 ปี จะทำให้กระดูกใบหน้า กระดูกนิ้วมือ นิ้วเท้า โตผิดปกติ ใบหน้าเป็นรูปสามเหลี่ยม หน้าจั่ว จมูกใหญ่ กระดูกแก้มโหนก เรียกว่า อะโครเมกาลี่ (Acromegaly)

15 นายแพทย์เรวัต แพทย์ประจำตัวคนไข้ได้กล่าวว่า การรักษาทำได้ 3 วิธี คือ 1.รักษาด้วยยา มีทั้งกินและฉีด ยากินคือ บรอมโมคริบตีน (Bromocriptine) ทำให้ก้อนเนื้องอกเล็กลง อาการต่างๆ ก็จะดีขึ้น ได้ผลประมาณร้อยละ 40 ส่วนยาฉีดต้องฉีดทุก 8 ชั่วโมง และต้องฉีดต่อเนื่องระยะยาว 2.รักษาโดยการผ่าตัดสมองผ่านทางช่องจมูก ซึ่งมักจะทำหลังจากที่ รักษาด้วยยาแล้วไม่ได้ผล หรือมีปัญหาก้อนเนื้อกดทับประสาทตา วิธีนี้สามารถทำได้ใน โรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์ หรือโรงพยาบาลเฉพาะทางคือ สถาบันประสาทวิทยา สังกัดกรมการการแพทย์ วิธีนี้ได้ผลดี โรคแทรกซ้อนต่ำ 3.รักษาโดยการฉายรังสี เพื่อให้ก้อนเนื้องอกยุบ ซึ่งกรณีของ เด็กหญิงมาลีนั้น มีทางรักษาได้ จะให้สถาบันประสาทวิทยาประสานงานกับสำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดตราดต่อไป เพื่อวางแผนรักษาร่วมกัน

16 ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ( Hyperthyroidism ) หรือคอพอก เป็นพิษ : ภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้าง ฮอร์โมนออกมามากว่าปกติเป็นผลทำให้ ร่างกายมีการเผาผลาญสารอาหารมาก เกินไป

17 เกิดภาวะที่มีภูมิไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนออกมามาก ผู้ป่วยจะมีต่อม ไทรอยด์โตทั้งต่อม โรค Multinudular toxic goiter หมายถึงภาวะที่ก้อน [nodule] ในต่อมไทรอยด์ทำงานสร้างฮอร์โมนเพิ่มขึ้น อาจก้อนเดียว หรือหลายก้อน Thyroiditis ช่องแรกของต่อมไทรอยด์อักเสบจะมีอาการของคอพอกเป็นพิษ ผู้ป่วยคอพอกเป็นพิษจะมี อาการคือ อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตาโปน มือสั่น ใจสั่น เหนื่อยง่าย คอพอก ประจำเดือนผิดปกติ ขี้ร้อน น้ำหนักลดแม้ว่าจะรับประทานอาหารได้ ดี

18 ความผิดปกติของร่างกายจากปริมาณ GH สูงหรือต่ำเกินไป - ขาด GH ในเด็ก ทำให้เด็กนั้นไม่โต รูปร่างเตี้ยแคระแกรน เรียกลักษณะนี้ว่า คนเตี้ย แคระ (Dwarfism) ขาด GH ในผู้ใหญ่ จะไม่แสดงอาการสำคัญที่เห็นเด่นชัด แต่ มักจะมีน้ำตาลในเลือดน้อยกว่าคนการขาด GH ในวัยผู้ใหญ่ทำให้เกิด Simmonds disease ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆเหี่ยวแห้งหรือเหี่ยวย่น - ได้รับ GH มากเกินไปในเด็ก ทำให้ร่างกายสูงใหญ่ผิดปกติเรียกว่า โรคยักษ์ (Gigantism) ในผู้ใหญ่มักจะเกิดอาการเติบโตเฉพาะกระดูกบางส่วนของร่างกายจะเพิ่มมาก ขึ้นผิดปกติ เรียกอาการนี้ว่า อะโครเมกาลี (Acromegaly)

19 การรักษามีได้หลายวิธีแพทย์จะพิจารณาจาก อายุ สภาพของผู้ป่วย ชนิดของคอพอกเป็น พิษ ความรุนแรงของโรค การรักษามีได้ 3 วิธี คือการรับประทานยาเพื่อลดการสร้างฮอร์โมน เช่น PTU,Methimazole การรับประทานน้ำแร่ radioactive iodineเมื่อผู้ป่วย รับประทานน้ำแร่เข้าไป ต่อมไทรอยด์ก็จะรับ iodine ที่มีรังสีเข้าไป รังสีนี้จะทำลายเนื้อต่อม ไทรอยด์ แพทย์จะคำนวณขนาดยาที่เหมาะสม หากได้มากเกินไปจะเกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงาน น้อยจำเป็นต้องได้รับยา thyroid hormone ไปตลอดชีวิต แต่ถ้าหากได้รับน้ำแร่น้อยไปผู้ป่วย ยังคงเกิดอาการของต่อมไทรอยด์เป็นพิษแต่รุนแรงน้อยลง แพทย์จะนัดให้ยาอีกครั้ง การผ่าตัด ปัจจุบันการผ่าตัดมีความนิยมลดลงไปมาก โดยเลือกใช้กับผู้ป่วยบางราย เช่น เด็ก วัยรุ่น หรือหญิงตั้งครรภ์ที่มีปัญหากับยาที่รักษา หรือผู้ที่มีต่อมโตมาก มีอาการทางตารุนแรง หรือมี ก้อนในต่อม ยาอื่น betablocker เช่น propanolol,atenolol,metoprolol เพื่อลดอาการของโรค

20 ในผู้ที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ สารประกอบที่ ประเภทวุ้นเช่น กรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) และคอนดรอยติน ซัลเฟต (chondroitin sulfate) จะ จับกับโปรตีนใต้ผิวหนังมากขึ้น ทำให้รู้สึกว่าผิวหนังบวม น้ำ หน้าบวม อ้วน ทำให้น้ำหนักเพิ่ม ผมและผิวแห้ง สมองจะทำงานช้าลง ปฏิกิริยาโต้ตอบช้า ประจำเดือน ผิดปกติ เรียกกลุ่มอาการนี้ว่ามิกซีดีมา ( myxedema) นอกจากนี้เสียงยังแหบและต่ำ จนมีผู้กล่าว ว่ามิกซีดีมาเป็นโรคที่วินิจฉัยได้ทางโทรศัพท์ ( myxedema is the one disease that can be diagnosed over the telephone) นอกจากนี้ยังจิต ประสาทไม่ดี (myxedema madness) และมีผลต่อ ประสาทหูทำให้หูหนวกและเป็นใบ้ได้(deaf-mutism)

21 1. การสร้างฮอร์โมนไม่เพียงพอ 2. เซลล์เป้าหมายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน ซึ่งมีระดับปกติ 3. ตัวรับสัญญาณ (receptors) ผิดปกติ เกิดโรคของต่อมไทรอยด์ 4. ต่อมไทรอยด์ไม่ทำงาน 5. การฉายรังสีที่กระทบกระเทือนต่อมไทรอยด์ 6. การได้รับยากลุ่มกอยโทรเจน (goitrogens) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้การ นำไอโอดีนเข้าเซลล์ไม่ได้ดี หรือแย่งเอนไซม์TPOในการจับไอโอดีน 7. การขาดไอโอดีน 8. การขาดเอนไซม์ไทโรเปอรอกซิเดส (thyroperoxidase) 9. การเกิดโรคของต่อมใต้สมอง หรือที่ไฮโพทาลามัส

22 1. การขาดไทรอยด์ฮอร์โมนในวัยเด็ก การขาดสารไอโอดีนในระดับเล็กน้อย อาจไม่ทำให้เกิดความผิดปกติทางร่างกายอย่างชัดเจน แต่มี ผลต่อระดับเชาว์ปัญญาหรือไอคิว ทารกตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 2-3 ปี ถ้าขาดไอโอดีน จะมีสติปัญญาด้อย มี ไอคิวต่ำกว่าที่ควรจะเป็นตามศักยภาพ เด็กที่อยู่ในบริเวณที่เสี่ยงต่อการขาดไอโอดีน มักมีไอคิวต่ำลง ประมาณ 13.5 จุดเด็กที่เกิดจากแม่ที่มีปัญหาไทรอยด์มักมีไอคิวต่ำกว่า 85 การขาดไทรอยด์ฮอร์โมนในทารกแรกเกิดมีความ สำคัญต่อการเจริญเติบโตมาก โดยเฉพาะการเจริญ เติบโตของสมอง จะทำให้รูปร่างเตี้ยแคระ แขน ขาสั้นหน้าและมือบวม ผิวหยาบแห้ง ผมบาง ไม่ เจริญเติบโต ปัญญาอ่อน อาจหูหนวกและเป็นใบ้

23 2. การขาดฮอร์โมนไทรอกซินในวัยผู้ใหญ่ จะส่งผลให้อัตราเมแทบอลิซึมลดน้อยลง ทำให้อ่อนเพลีย เซื่องซึม เคลื่อนไหวช้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อได้ง่าย หัวใจเต้นช้า ทน หนาวไม่ได้ มีคอเลสเทอรอลสูง ในผู้ที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ สารประกอบที่ประเภทวุ้นเช่น กรดไฮยาลูโร นิก (hyaluronic acid) และคอนดรอยติน ซัลเฟต (chondroitin sulfate) จะ จับกับโปรตีนใต้ผิวหนังมากขึ้น ทำให้รู้สึกว่าผิวหนังบวมน้ำ หน้าบวม อ้วน ทำให้ น้ำหนักเพิ่ม ผมและผิวแห้ง สมองจะทำงานช้าลง ปฏิกิริยาโต้ตอบช้า ประจำเดือน ผิดปกติ เรียกกลุ่มอาการนี้ว่ามิกซีดีมา ( myxedema)

24 นอกจากนี้เสียงยังแหบและต่ำ จนมีผู้กล่าวว่ามิกซีดีมาเป็นโรคที่วินิจฉัยได้ทางโทรศัพท์ (myxedema is the one disease that can be diagnosed over the telephone) นอกจากนี้ยังจิตประสาทไม่ดี (myxedema madness) และมีผลต่อ ประสาทหูทำให้หูหนวกและเป็นใบ้ได้ (deaf-mutism) จากภาพจะเห็นอาการบวมของหน้าและมือของผู้ป่วยที่เป็นมิกซีดีมา

25 นอกจากนี้ยังพบอาการการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติเนื่องจากการ อักเสบของต่อมไทรอยด์ (thyroiditis) ซึ่งเกิดจากการแพ้ภูมิป้องกันของตนเอง (autoimmune) ทำให้มีอาการเหมือนคนที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนน้อยลง คือ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ตาและปากแห้งและอาจมีอาการซึมเศร้าได้ เรียกโรคนี้ว่าต่อม ไทรอยด์อักเสบแบบฮาชิโมโต( Hashimoto's thyroiditis )

26 การรักษา ในมารดาที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนที่ปกติ ระหว่างที่ตั้งครรภ์ไทรอยด์ฮอร์โมนจะผ่านรกไปได้ ดังนั้นทารกจะมีอาการขาดไทรอยด์ฮอร์โมนเมื่อเกิดแล้ว ซึ่งถ้าสามารถวินิจฉัยและรักษาได้ เร็ว โดยการให้ฮอร์โมนชดเชยตั้งแต่เด็กแรกเกิด จะทำให้เด็กมีโอกาสเติบโตได้เป็นปกติ ถ้า ไม่ได้รับฮอร์โมนชดเชยในขวบปีแรก เด็กจะเติบโตเป็นเด็กปัญญาอ่อน ปัจจุบันจะเจาะเลือดทารก แรกเกิดเพื่อดูระดับไทรอยด์ฮอร์โมนทุกคน แต่ถ้ามารดาที่ตั้งครรภ์ขาดไทรอยด์ฮอร์โมน ทารกที่เกิดมาจะมีอาการขาดไทรอยด์ฮอร์โมน อย่างถาวร ดังนั้นสตรีวัยเจริญพันธุ์ ตั้งแต่อายุ 13 ปี ควรได้รับไอโอดีนอย่างเพียงพอ ไม่ควรรอ จนกระทั่งตั้งครรภ์

27 สมาชิกกลุ่ม 1 น.ส.อทิตยาเพียรแก้วเลขที่ 15ก น.ส.ศิชลดาจีนหนูเลขที่ 10ข น.ส.ชนนิภานันท์ฤทธิ์ศิรัฐเลขที่ 11ข ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1

28 อ้างอิง


ดาวน์โหลด ppt โรค Acromegaly เป็นโรคที่เกิดจากการที่มีโกรทฮอร์โมนหรือฮอร์โมนโซมาโตโทรฟิน สูงมากเมื่อโตเต็มวัย ทำให้กระดูกบางส่วนของร่างกายเติบโตผิดปกติ เช่น กระดูกบริเวณใบหน้า.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google