งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) รศ. ดร. โยธิน แสวงดี สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัย มหิดล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) รศ. ดร. โยธิน แสวงดี สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัย มหิดล."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) รศ. ดร. โยธิน แสวงดี สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัย มหิดล

2 หลักเบื้องต้นของการวิจัยในเชิง คุณภาพ การเชื่อในหลักปฏิฐานนิยม การเชื่อในหลักปรากฏการณ์นิยม การค้นหาความรู้ที่เป็นความจริง จากผู้รู้ที่รู้จริง (Key informants) ในประเด็นที่ค้นหาคำตอบ ข้อมูลที่ได้จึงเป็นเนื้อหา (Content) ที่เรียบ เรียงเป็นร้อยแก้ว อาจเขียนในลักษณะของ เรียงความ เรื่องเล่า ถอดเทปบทสนทนา เนื้อความจากเอกสาร จดหมายเหตุ ฯลฯ ภาพถ่าย แผนที่ วัตถุ ฯลฯ

3 หลักสำคัญในการวิจัยในเชิง คุณภาพ เชื่อในความจริง (Reality) ที่ปรากฏและนักวิจัย เห็น อัตวิสัย (Subjectivity) แล้วอธิบายเป็น ความรู้ (Knowledge) ที่ปรากฏ โดยนักวิจัยเป็น ผู้ตีความ การมีความรู้ในทฤษฎีหลักที่ใช้เป็นฐานคิดใน การวิจัยจะช่วยให้ตีความได้เร็วขึ้น การวิเคราะห์ จะแม่นตรงมาก กระบวนการในการตีความเพื่อการวิเคราะห์ เนื้อหา ต้องอ่านเนื้อความที่เป็นข้อมูลร้อยแก้ว บทถอดเทป ฯลฯ จากทุกแหล่งข้อมูลอย่าง ละเอียดและถี่ถ้วนจนตกผลึก (Internal validity)

4 หลักสำคัญในการวิจัยในเชิง คุณภาพ และต้องตรวจสอบกับข้อมูลที่ได้จากแหล่งอื่นๆ เช่น วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยที่ผ่านมา (External validity) ว่าเนื้อความที่ได้ คล้าย สอดคล้องหรือแตกต่างอย่างไร หากแตกต่าง ต้องแยกประเด็นออกมา แล้ววิเคราะห์ว่าเพราะ อะไร เช่น เวลาเปลี่ยนแปลง ทัศนคติเปลี่ยน ค่านิยมเปลี่ยน ( ไม่ใช่ความแตกต่างของผู้ให้ ข้อมูล เพราะถือว่าไม่มีความแตกต่างเนื่องจาก ทุกอย่างได้มาตามหลักระเบียบวิธีวิจัยแล้ว )

5 กระบวนการในการตีความเพื่อการ วิเคราะห์เนื้อหา Thesis  Synthesis  Antithesis Thesis คือ ทฤษฎี หรือองค์ความรู้หลักที่ใช้ เป็นฐานในการพิสูจน์ Synthesis คือ ขั้นตอน การสังเคราะห์ วิเคราะห์ คิดและตีความ Antithesis คือ ขั้นตอนการสรุปผลที่ได้ว่า ขัดแย้งหรือสอดคล้องกับทฤษฎี ( หากเป็นการ ตรวจสอบทฤษฎีจะได้ผลยืนยันทฤษฎี )

6 หลักสำคัญในการตีความ (Content Analysis) นฤมิตนิยม (Constructionism) ให้ความสำคัญ กับความคิดรวบยอดที่สรุปออกมาว่ามีเนื้อหาที่ สำคัญที่สุดจากประเด็นที่ปรากฏอย่างไรบ้าง ใน การแยกประเด็น อาจจำแนกเป็นข้อๆตามเนื้อหา นัยนิยม (Interpretivism) การตีความตามความ จริงที่คาดว่ามีนัยยะ หรือส่อเค้าว่าจะเป็นอย่างที่ ให้เนื้อความไว้ เช่น ตามทฤษฎีคนอ้วนมี โอกาสเป็นโรคหัวใจหลอดเลือดสูง ดังนั้นใน การตีความจะพิจารณาถึง นัยยะที่ส่อเค้าคือ ความอ้วน “ ในชุมชนล้วนมีแต่คนอ้วน หลายคนชอบกิน ของมันๆ เช่นเครื่องในสัตว์ มันเป็นความชอบ ของคนพื้นเพนี้ จะแก้ไม่ให้กินเลยคงไม่ได้ ”

7 หลักสำคัญในการตีความ (Content Analysis) สัญญนิยม (Phenomenology) เป็นเนื้อความที่ ให้ความหมายไปในทางที่เป็นสัญญาณหรือ ปรากฏการณ์ว่าน่าจะตีความไปตามที่เห็นหรือที่ ปรากฏนั้น ยกตัวอย่างเช่น ตามทฤษฎีว่าด้วย การป่วยเป็นโรคเอดส์ อาการจะได้แก่ มีตุ่มดำที่ คอ ลำตัว แขน ฯลฯ รูปร่างผอม ตัวดำคล้ำ มี สะเก็ดเงินหลุดล่วง ฯลฯ

8 การตีความ (Interpretation) ในข้อมูลที่เป็นร้อยแก้วเขียนว่า “ ผู้ชายวัย แรงงานที่มาโรงพยาบาลช่วงนี้ส่วนมากที่คอจะมี ตุ่มดำคล้ำ ตัวผอมมากๆเลย แต่ละคนที่แขนจะมี อะไรก็ไม่รู้ร่วงเหมือนสะเก็ดรังแคสีขาวๆ เหมือน คนไม่สบายมากๆเลย..... บางคนเวลาพูดเรา แอบเห็นลิ้นเขาเป็นสีขาวๆ นั่งเดี๋ยวหลับ เดี๋ยว ลุก เดินเหมือนคนไม่มีแรง ถ่มถุยเสมหะตลอด....” เนื้อความนี้คือสัญญาณที่ส่อว่าน่าจะเป็นผู้ป่วย โรคเอดส์

9 การตีความ (Interpretation) ควรมีการเขียนแผนผัง (Diagram) เพื่อช่วยใน การตีความและวิเคราะห์ ขั้นตอนนี้จะเริ่มทำเมื่อคิดว่าอ่านข้อมูลที่ได้จน ตกผลึก ค้นพบว่าข้อมูลนิ่ง ไม่มีอะไรใหม่ปรากฏ ขึ้นมาอีก อ่านแล้วพบว่าเนื้อหาที่ได้วนไปวนมา ซ้ำอยู่กับที่ จึงวาดแผนผังขึ้นมาเพื่อช่วยในการ เขียน ตัวอย่างแผนผังเช่น ลักษณะครัวเรือน  ความเชื่อ  การใช้ยา เม็ดคุมกำเนิด

10 การตีความ (Interpretation) ลักษณะหมู่บ้าน  ความเชื่อ  การเคารพ ผู้วิเศษ การรักษาแผน โบราณ การไม่ยอมรับ แผนใหม่

11 การตีความ (Interpretation) ในการวิเคราะห์และตีความต้องนำความรู้จาก ทฤษฎี วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนงานวิจัย ที่ผ่านมา มาร่วมพิจารณาด้วยทุกครั้ง โดยต้อง เขียนผสมผสานเข้าด้วยกันในลักษณะการ อ้างอิงและระบุเชิงอรรถ เช่น ใช้คำว่า สอดคล้องกับ คล้ายกับ ขัดแย้งกับ ตอบโต้กับ ฯลฯ หากไม่มีการนำทฤษฎี วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง และงานวิจัยที่ผ่านมา มาร่วมบรรยายในลักษณะ ข้างต้น ผลการวิเคราะห์ในเชิงการบรรยายจะ เหมือนกับเรื่องเล่า เป็นการบรรยายข้อมูลที่ขาด การวิเคราะห์และตีความรายงานจะไม่มีคุณค่า


ดาวน์โหลด ppt การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) รศ. ดร. โยธิน แสวงดี สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัย มหิดล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google