งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

แผนยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัย ของอาหาร

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "แผนยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัย ของอาหาร"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 แผนยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัย ของอาหาร
โดย ถาวินี จารุพิสิฐธร วันที่ 15 สิงหาคม 2551

2 หัวข้อที่นำเสนอ บทสรุปผู้บริหาร บทที่ 1 คำนำ
บทที่ 2 เป้าหมายของวิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์และสิ่งที่ต้องดำเนินการ บทที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมายความปลอดภัยของอาหารของส่วนกลาง บทที่ 4 การพัฒนาโครงสร้างระบบให้เข้มแข็ง บทที่ 5 บทสรุป และข้อเสนอแนะ

3 บทสรุปผู้บริหาร บทที่ 1 ความเป็นมาในการจัดทำแผน ซึ่งมีแนวทางจากการวิเคราะห์ระบบความปลอดภัยในอาหาร เช่น รายงานของ National Academy of Sciences (NAS) เรื่อง Ensuring Safe Food from Production to Consumption และจากข้อคิดเห็นจากสาธารณะ บทที่ 2 ได้รายงานวิสัยทัศน์ของแผนความปลอดภัยของอาหารและสุขภาพของประชาชน สรุปเป้าหมายและวัตถุประสงค์ และกล่าวถึงการดำเนินการที่จำเป็นสำหรับระยะเวลา 5 ปีต่อไป

4 บทสรุปผู้บริหาร บทที่ 3 และบทที่ 4ได้อภิปรายถึงกรอบของกฎหมายและโครงสร้างองค์กรในระบบการดูแลความปลอดภัยในอาหารของสหรัฐที่ดำเนินอยู่ กรรมการได้สรุปหลักการความปลอดภัยในอาหารของประเทศไว้ 7 ประเด็นหลัก บทที่ 5 ข้อเสนอแนะ

5 บทที่ 1 คำนำ ความปลอดภัยในอาหาร : ความท้าทายของประเทศ
หน่วยงานหลักของความปลอดภัยของอาหาร FDA FSIS EPA หน่วยงานสนับสนุน CDC ARS CSREES ERS APHIS NMFS หน่วยงานสนับสนุนอื่นๆ NIH AMS

6 บทที่ 1 คำนำ การประสานงานขององค์การ/กลไก President's Council on Food Safety Joint Institute for Food Safety Research Risk Assessment Consortium

7 บทที่ 1 คำนำ การประสานงานขององค์การ/กลไก Foodborne Outbreak Response Coordinating Group Joint Institute for Food Safety and Applied Nutrition National Food Safety System

8 การพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยในอาหารของส่วนกลาง
ประเด็นหลักในการกำหนดทิศทาง การคุ้มครองสุขภาพของประชาชน ระบบที่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ การจัดลำดับความสำคัญโดยใช้ความเสี่ยง เน้นการป้องกัน หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ ทุกคนมีหน้าที่

9 บทที่ 2 วิสัยทัศน์ จุดมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ และการดำเนินการ
คำแถลงวิสัยทัศน์ ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าอาหารนั้นปลอดภัย - ยุทธศาสตร์เชิงป้องกันตลอดห่วงโซ่อาหาร - การบังคับใช้กฎหมาย อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และความเสี่ยง - ร่วมงานกับหุ้นส่วนทั้งในภาคสาธารณะและเอกชน - ทุกคนเข้าใจหน้าที่และรับผิดชอบในหน้าที่ของตน

10 จุดมุ่งหมายของทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง
เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชนต้องลดสิ่งที่เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นในอาหาร ความเจ็บป่วยที่เฉียบพลันและเรื้อรังลดลง ใช้กฎระเบียบ การตรวจ การบังคับใช้กฎหมาย การวิจัย และการให้ความรู้ บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และที่ได้มีการร่วมมือกัน

11 การประเมินความสำเร็จ
จุดมุ่งหมายสุดท้ายคือการพัฒนาสุขภาพของประชาชนโดยการควบคุมความเสี่ยงของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ยาฆ่าแมลง สารปนเปื้อนทางเคมี และสิ่งที่เป็นอันตรายทางกายภาพที่มีในสินค้าอาหาร การสร้างมาตรการที่ถูกต้องเพื่อใช้ประเมินความสำเร็จ ตัวชี้วัดด้านสุขภาพของประชาชนโดยตรง ความเจ็บป่วย ตัวชี้วัดด้านสุขภาพของประชาชนโดยอ้อม พฤติกรรมคุณภาพของสิ่งแวดล้อม

12 การประเมินความสำเร็จ
ปี 2005 อุบัติการณ์จากความเจ็บป่วยที่มาจากเชื้อแบคทีเรียทั่วไปที่ก่อโรคในอาหารลดลงร้อยละ 25 ป้องกันการเพิ่มขึ้นของเชื้อดื้อยา Healthy People 2010 เรื่องสืบเนื่องจากการริเริ่มด้านความปลอดภัยในอาหารของประธานาธิบดี แผนตาม พรบ.ผลลัพธ์และสมรรถนะของแต่ละหน่วยงาน

13 การประเมินความสำเร็จ
Performance Measures Baseline Target 25% Reduction of infection from Campylobacter species (Cases/100,000) 25% Reduction of infection from Escherichia coli O157:H7 (Cases/100,000) 24.6 (1997) 2.1 (1997) 18.5 (2005) 1.6 (2005)

14 จุดมุ่งหมายที่ 1 ระบบความปลอดภัยของอาหารของสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องและการประเมินความเสี่ยง -ปัญหาความปลอดภัยของอาหารใดที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนมากที่สุด และที่ต้องการความสนใจที่มากขึ้น -เครื่องมือใหม่ชนิดใดที่จะลดและกำจัดสิ่งที่เป็นอันตรายในอาหารลงได้ -จะสามารถตรวจพบและหาสาเหตุของปัญหาความปลอดภัยของอาหารอย่างรวดเร็วได้อย่างไร - เชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคและสารเคมีอะไรที่สร้างความเสียหายอย่าง ยิ่งให้กับสังคม

15 ระยะสองปีสนใจ 4 ด้านต่อไปนี้
จุดมุ่งหมายที่ 1 ระยะสองปีสนใจ 4 ด้านต่อไปนี้ การพัฒนาพื้นฐานของวิทยาศาสตร์โดยรวมให้มีคุณภาพเพื่อโครงการด้านความปลอดภัยของอาหาร และการสร้างขีดความสามารถในการประเมินความเสี่ยง การพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างโครงการที่บังคับให้เป็นไปตามกฎหมายและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทำการประเมินสุขภาพของประชาชนที่เป็นวิกฤติ และความเสี่ยงของความปลอดภัยของอาหาร และ การทำความเข้าใจให้ดีขึ้นเพื่อการเปรียบเทียบความเสี่ยงที่เกิดจากสิ่งที่เป็นอันตรายจากอาหารที่แตกต่างกัน

16 จุดมุ่งหมายที่ 1 Joint Institute for Food Safety Research (JIFSR) จะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่ 1 โดยการจัดสรรทรัพยากรให้แก่ผู้ที่จำเป็นต้องใช้

17 วัตถุประสงค์ของจุดมุ่งหมายที่ 1
วัตถุประสงค์ที่ 1 สร้างความเข้มแข็งด้านพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อการกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัยในอาหารและการตัดสินใจในการกำกับดูแลโดยใช้งานวิจัยและการประเมินความเสี่ยงที่เข้มแข็ง สิ่งที่ต้องดำเนินการ ระบุและประสานงานในกิจกรรมการวิจัยที่มีความสำคัญซึ่ง จำเป็นในการสนับสนุนการประเมินความเสี่ยง พัฒนาวิธีการประเมินความเสี่ยงแบบใหม่ แน่ใจว่าใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดในการพัฒนาการ ประเมินความเสี่ยง ทำการประเมินความเสี่ยงและให้มีความทันสมัยอย่าง สม่ำเสมอ

18 วัตถุประสงค์ของจุดมุ่งหมายที่ 2
วัตถุประสงค์ที่ 2 พิสูจน์ถึงอันตรายที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในอาหารที่เพิ่งเกิดขึ้นและมีโอกาสทำให้เกิดความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งที่ต้องดำเนินการ 1.2.1 พัฒนาระบบการติดตามเฝ้าระวังและการพิสูจน์โรค 1.2.2 พัฒนาวิธีการประเมินผลทางเคมีและจุลินทรีย์ ช่วยอำนวยความสะดวกในการพัฒนาการทดสอบที่รวดเร็ว

19 วัตถุประสงค์ของจุดมุ่งหมายที่ 3
วัตถุประสงค์ที่ 3 พัฒนาและปฏิบัติตามวาระการวิจัยในเรื่องการแก้ปัญหาที่อยู่บนพื้นฐานความเสี่ยงที่มีความเป็นหนึ่งเดียว โดยมีเป้าหมายในการกำจัดช่องว่างในการวิจัยที่พบ สิ่งที่ต้องดำเนินการ 1.3.1 ดำเนินการวิเคราะห์เปรียบเทียบความเสี่ยงจาก อาหารแบบเรื้อรังและเฉียบพลัน 1.3.2 พัฒนาฐานข้อมูลการวิจัยที่ครอบคลุม ระบุความรู้หรือวิทยาศาสตร์ที่ยังขาด

20 วัตถุประสงค์ของจุดมุ่งหมายที่ 4
วัตถุประสงค์ที่ 4 ขยายขอบข่ายทักษะทางวิทยาศาสตร์ การสื่อสารและการประสานงานในระดับท้องถิ่น รัฐและส่วนกลาง สิ่งที่ต้องดำเนินการ 1.4.1 ขยายขอบเขตการสื่อสารและการประสานงาน 1.4.2 เพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักวิทยาศาสตร์ 1.4.3 กำหนดและระบุแผนงานที่เป็นโครงการพิเศษเพื่อ ดำเนินการ 1.4.4 พัฒนาและขยายขอบข่ายทักษะและความเชียวชาญทางวิทยาศาสตร์เพื่อทำการประเมินความเสี่ยง

21 วัตถุประสงค์ของจุดมุ่งหมายที่ 5
วัตถุประสงค์ที่ 5 ประเมินประสิทธิผลของการวิจัยและการประเมินความเสี่ยงในการจัดหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการพัฒนาและการปฏิบัติตามโครงการที่ได้วางไว้และให้ความมั่นใจสูงสุดต่อการสาธารณสุขและความปลอดภัยของอาหาร สิ่งที่ต้องดำเนินการ ประเมินสถานการณ์ของระบบขณะนี้ เพื่อจัดลำดับ ความสำคัญและการจัดสรรทรัพยากร 1.5.2 ดำเนินการทบทวนทางวิทยาศาสตร์เป็นระยะๆ

22 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
ระบบของสหรัฐอเมริกาเพื่อการจัดการอาหารให้ปลอดภัยต้องมีประสิทธิผลตั้งแต่ฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร งานที่สำคัญในระยะสั้น มี 6 เรื่อง - การขยายขอบข่ายการรับมือกรณีฉุกเฉิน - กำหนดลำดับความสำคัญในการตรวจตามความเสี่ยง - ปรับปรุงกิจกรรมการตรวจการนำเข้า - พัฒนาและสร้างเข้มแข็งของมาตรฐาน - ขยายขอบข่ายการติดตามและเฝ้าระวัง และ - เร่งการพัฒนาเทคโนโลยีและการนำไปใช้

23 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 1 ระบุสิ่งที่ยังขาดในการจัดการความเสี่ยงของระบบความปลอดภัยในอาหารขณะนี้ สิ่งที่ต้องดำเนินการ 2.1.1 พิจารณาจากความเสี่ยงว่ามาตรฐานใดจำเป็นต้อง ดำเนินการให้เกิดความสอดคล้องกัน 2.1.2 วิเคราะห์สิ่งที่ยังขาดในระบบการจัดการความเสี่ยงด้าน

24 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 2 พัฒนาหลักการปฏิบัติ เทคนิค และการควบคุมเชิงป้องกันและนำไปปฏิบัติ โดยใช้หลักการที่อยู่บนพื้นฐานของความเสี่ยง และกำหนดมาตรฐานของประเทศ รวมถึงมาตรฐานการปฏิบัติงาน เมื่อสมควร

25 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ 2.2.1 สนับสนุนให้อุตสาหกรรมใช้การควบคุมเชิงป้องกัน 2.2.2 คงไว้ซึ่งมาตรฐานผลสำเร็จที่มาจากการใช้ HACCP 2.2.3 ขึ้นทะเบียนยาฆ่าแมลงตัวใหม่ และขึ้นทะเบียนอีก ครั้งสำหรับยาฆ่าแมลงที่ได้รับอนุญาตก่อนปี 1984 2.2.4 ค้นหากลยุทธ์การแสดงฉลากที่เป็นเป้าหมาย 2.2.5 เพิ่มการมีส่วนร่วมทำงานในองค์การความปลอดภัย ด้านอาหารสากล

26 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 3 ขยายขอบเขตการติดตามสุขภาพของประชาชนและความสามารถในการรวบรวมข้อมูลอันตรายจากสินค้าอาหารที่มีต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งที่ต้องดำเนินการ 2.3.1 ยกระดับความสามารถของภาครัฐในทุกระดับเพื่อ ติดตามความเจ็บป่วย 2.3.2 ขยายขีดความสามารถและทักษะความรู้ของ ห้องปฏิบัติการ 2.3.3 เพิ่มความพยายามการเฝ้าระวังติดตามที่พิเศษ

27 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 4 ขยายและปรับปรุงการเฝ้าระวังและการสำรวจสินค้าอาหารที่มีโอกาสเกิดอันตรายในผลิตภัณฑ์ และการผลิตหรือแปรรูปให้เกิดประสิทธิผลมากขึ้น สิ่งที่ต้องดำเนินการ 2.4.1 ขยายการเฝ้าระวังเชื้อก่อโรค ยาฆ่าแมลง สารเคมีอื่น และสิ่งที่เป็นอันตรายทางกายภาพ และหลักปฏิบัติเชิงป้องกันที่มีในขณะนี้

28 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) 2.4.2 ขยายการใช้ข้อมูลข่าวสาร 2.4.3 ยกระดับความสามารถในทุกระดับ 2.4.4 ปรับปรุงและสร้างความเข้มแข็งของความสามารถ ในการจัดการสำรวจ 2.4.5 สนับสนุนการพัฒนากระบวนการการรับรองระบบงานของห้องปฏิบัติการ 2.4.6 พัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติการการวินิจฉัยโรคในสัตว์

29 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 5 ระบุความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของอาหารและการละเมิดมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหารจากการตรวจและการบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยของอาหารและข้อกำหนดของกฎหมายที่มีการกำหนดไว้ สิ่งที่ต้องดำเนินการ 2.5.1 รักษาการปฏิบัติที่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยในอาหารของสหรัฐอเมริกาสำหรับสินค้าในประเทศและสินค้านำเข้าในระดับสูงไว้

30 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ(ต่อ) 2.5.2 พัฒนาอย่างเต็มที่และปฏิบัติตามขอบข่ายงานการวิเคราะห์สำหรับการตรวจที่อยู่บนพื้นฐานความเสี่ยง 2.5.3 จัดลำดับการตรวจและการจัดสรรทรัพยากรในการบังคับใช้กฎหมายไปที่อาหารที่ถูกระบุจากการประเมินความเสี่ยงว่ามีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพของประชาชน 2.5.4 ขยายขอบเขตความสวามารถของระบบความปลอดภัยในอาหารทั้งหมดเพื่อเฝ้าระวังและตรวจสารเคมีตกค้างที่มีความเสี่ยงสูงในอาหารที่มาจากต่างประเทศและอาหารในประเทศ ณจุดวิกฤติของห่วงโซ่อาหาร

31 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 6 สนับสนุนการนำแนวคิดในการปฏิบัติตามหลักการความเสี่ยง การป้องกันทีเป็นไปโดยสมัครใจเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของอาหารให้ดีขึ้น เมื่อเห็นว่าเหมาะสมโดยเป็นส่วนเสริมที่บังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย สิ่งที่ต้องดำเนินการ 2.6.1 ใช้การทำงานเฉพาะกิจระหว่างหน่วยงานของส่วนกลาง ความตกลงระหว่างรัฐและส่วนกลาง และความเป็นหุ้นส่วนกันระหว่างภาคสาธารณะและเอกชน เพื่อระบุ พัฒนาและนำโครงการที่ทำโดยสมัครใจ หรือเป็นการจูงใจเพื่อลดหรือป้องกันความเสี่ยง เมื่อไม่มีมาตรฐานที่บังคับตามกฎหมาย

32 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) 2.6.2 ส่งเสริมการปฏิบัติที่ดีที่สุดโดยสมัครใจและโครงการการประกันคุณภาพที่พัฒนาขึ้นโดยอุตสาหกรรมและ/หรือโดยภาครัฐเพื่อป้องกันหรือลดสิ่งที่เป็นอันตราย 2.6.3 ส่งเสริมการจัดการสัตว์รบกวนแบบผสมผสาน ระบบการเกษตรแบบผสมผสานทางชีววิทยา และการปฏิบัติทางเกษตรแบบยั่งยืนเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้ยาฆ่าแมลง 2.6.4 ค้นหาสิ่งจูงใจสำหรับอุตสาหกรรมเพื่อปรับปรุงความปลอดภัยของอาหารให้ดีขึ้น เช่น การให้สิทธิพิเศษในการเข้าโครงการของหน่วยงานภาครัฐในส่วนกลาง การใช้ข้อมูลร่วมกัน หรือแรงจูงใจด้านการเงิน

33 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 7 ส่งเสริมการพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี และแนวทางการป้องกันความเสี่ยงแบบใหม่ๆ และการปรับปรุงความปลอดภัยของอาหารให้ดีขึ้น สิ่งที่ต้องดำเนินการ 2.7.1 ระบุและลดอุปสรรคต่างๆที่ขัดขวางการริเริ่มและการนำเทคโนโลยีนั้นไปใช้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของอาหาร และกระตุ้นภาครัฐให้พิจารณาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาใหม่

34 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) 2.7.2 ส่งเสริมการพัฒนาและการใช้เทคนิคการวินิจฉัยและแนวทางเพื่อใช้ป้องกันในทุกระดับ เพื่อให้แน่ใจว่าปัจจัยการผลิตอาหาร เช่น น้ำและปุ๋ยไม่ส่งผลเสียต่ออาหารที่ผลิตขึ้น

35 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 8 บ่งชี้และรับมือต่อความปลอดภัยของอาหารที่ฉุกเฉินอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล

36 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ 2.8.1 ยกระดับความสามารถในทุกระดับ เพื่อดำเนินการสืบสวนการระบาดอันเนื่องจากอาหารและรับมือต่อเหตุการณ์นั้นอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 2.8.2 สร้างความเข้มแข็งด้านการประสานงานของหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและกระทรวงสาธารณสุขทั้งในส่วนกลาง รัฐ และท้องถิ่น และเพิ่มการตอบสนองต่อการระบาดที่เกิดในหลายรัฐ โดยการใช้ทีมประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านการระบาด และขยายระบบข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

37 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) พัฒนาระบบการรับมือของส่วนกลาง รัฐและท้องถิ่นที่ประสานกันอย่างกลมกลืน โดยทำตามวิธีการของประเทศที่กำหนดไว้สำหรับการเริ่มต้นและดำเนินการสืบสวนแหล่งผลิตภัณฑ์และการรียกคืนสินค้า และให้ความมั่นใจในการสื่อสารกับอุตสาหกรรมและสาธารณะอย่างพอเพียงระหว่างการเรียกคืนสินค้า 2.8.4 พัฒนาระบบการสืบย้อนกลับให้ดีขึ้นเพื่อการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมที่เหมาะสม โดยการขยายขอบข่ายการบ่งชี้ผลิตภัณฑ์ ระบบการสืบหาร่องรอย และการเข้าถึงบันทึกต่างๆ

38 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 9 การพัฒนาระบบเพื่อการประกันว่าอาหารที่ส่งเข้ามาจำหน่ายในประเทศนั้นถูกผลิตขึ้นตามมาตรการความปลอดภัยของอาหารที่สหรัฐอเมริกาได้กำหนดไว้ หรือไม่เช่นนั้นสามารถทำตามระดับการคุ้มครองสุขภาพที่กำหนดขึ้นโดยสหรัฐอเมริกาเป็นผลสำเร็จ

39 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ 2.9.1 สร้างความเข้มแข็งในการประเมินระบบความปลอดภัยของต่างประเทศและจัดการประเมินระบบการควบคุมของต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาว่าต่างประเทศจะสามารถปฏิบัติตามระดับการคุ้มครองสุขภาพที่สหรัฐอเมริกากำหนดขึ้นสำหรับอาหารที่ผลิตในประเทศหรือไม่ 2.9.2 ประสานงานและให้ความสนใจกับการพัฒนานโยบายด้านความปลอดภัยของอาหารในระดับสากลและในระหว่างหน่วยงาน โดยการเข้าร่วมทำงานของเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจากสหรัฐอเมริกากับ Codex และหน่วยงานระหว่างประเทศอื่นๆ

40 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) 2.9.3 เมื่อเป็นการสมควร ให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ประเทศกำลังพัฒนา เพื่อพัฒนาระบบของประเทศเหล่านั้นให้สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา 2.9.4 เมื่อมีความจำเป็น ปรับปรุงและขยายการตรววจ ณ ด่านนำเข้าให้ดีขึ้นโดยอยู่บนพื้นฐานของความเสี่ยง ที่เน้นถึงสิ่งที่เป็นอันตรายทางกายภาพ จุลินทรีย์ เคมี และยาฆ่าแมลง 2.9.5 พัฒนาการตรวจสถานประกอบการในต่างประเทศที่ส่งผลิตภัณฑ์มายังสหรัฐอเมริกาให้ดีขึ้น

41 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 10 ประเมินผลการบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาหาร สิ่งที่ต้องดำเนินการ ประเมินผลและยกระดับระบบความปลอดภัยของอาหารอย่างต่อเนื่อง ใช้ข้อมูลจากการติดตามและเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อาหารและสุขภาพของประชาชน เพื่อตรวจสอบแนวโน้มความเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร เชื้อก่อโรค และสารเคมี

42 จุดมุ่งหมายที่ 2 การจัดการความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) กำหนดแผนการประเมินผล เมื่อมีการพัฒนาโครงการด้านกฎระเบียบและมาตรฐานที่สำคัญสำหรับความปลอดภัยของอาหารและใช้ข้อมูลการติดตามการสืบสวนการระบาดของประเทศ และการวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อแสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดจากการบริหารเรื่องความปลอดภัยของอาหารโดยอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ที่ดีกว่า

43 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
ระบบความปลอดภัยของอาหารของสหรัฐอเมริกาจะต้องให้ข้อมูลข่าวสารความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอาหารอย่างเปิดเผยและมีประสิทธิผล และการให้ความรู้ว่าทุกๆ คนจะควบคุมความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อาหารได้อย่างไร

44 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 1 ให้ความเชื่อมั่นของสาธารณะเป็นไปอย่างยั่งยืนโดยการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวกับความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของอหาร กลยุทธ์เชิงป้องกัน และการตัดสินใจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล เปิดเผย โปร่งใสและรวดเร็ว สิ่งที่ต้องดำเนินการ 3.1.1 สร้างเครือข่ายข้อมูลข่าวสารของประเทศให้ทันสมัย

45 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) 3.1.2 ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผู้ทำหน้าที่สื่อสารให้มีความรู้ด้านความปลอดภัยของอาหาร เช่น นักหนังสือพิมพ์ ผู้มีอาชีพด้านสุขภาพ และนักการศึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่สามารถช่วยหน่วยงานในการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่สาธารณชน สร้างโอกาสในการเป็นพันธมิตรระหว่างภาคสาธารณะและเอกชนเพื่อส่งเสริมการสื่อสารความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของอาหาร กลยุทธ์เชิงป้องกัน และการกระทำเพื่อการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิผล

46 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) 3.1.4 สื่อสารกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหารบ่อยๆ เพื่อสร้างโอกาสในการพูดจาเกี่ยวกับการถึงเป้าหมาย นโยบาย การดำเนินการ และการให้การศึกษาที่จำเป็นต่อความปลอดภัยของอาหาร

47 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 2 จัดให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในการติดตามความปลอดภัยของอาหาร สิ่งที่เป็นอันตราย การดำเนินการเมื่อมีการระบาด การบังคับใช้กฎหมาย และกิจกรรมอื่นๆ ที่เร่งด่วนในความปลอดภัยของอาหารโดยให้เป็นการทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง

48 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ 3.2.1จัดตั้งการเข้าถึงเชิงรุกและการใช้เครือข่ายที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ในการใช้ข้อมูลร่วมกันเพื่อให้แน่ใจว่าภาคสาธารณะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวกับความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของจุลินทรีย์และสารเคมีและเหตุฉุกเฉินของสุขภาพของประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและสม่ำเสมอ

49 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 3 พัฒนาความรู้และเทคโนโลยีใของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ โครงการฝึกอบรมและการให้ความรู้ให้มีความทันสมัยสำหรับทุกคนที่อยู่ในห่วงโซ่อาหาร ผู้ปลูก ผู้ผลิต ผู้ขนส่ง ผู้ค้าปลีก ผู้จับต้องอาหาร ผู้มีอาชีพที่เกี่ยวกับอาหาร ผู้บริโภค ผู้กำกับดูแลกฎหมาย คนงานด้านสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ในโรงเรียน และผู้ให้การดูแลทางการแพทย์ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันความเจ็บป่วยและสิ่งที่เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นจากอาหาร

50 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ 3.3.1 จัดทำบัญชีโครงการการให้ความรู้และการฝึกอบรมความปลอดภัยของอาหารและที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชนที่มีอยู่ในขณะนี้ บอกถึงส่วนที่ยังต้องพัฒนาและรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนี้ 3.3.2 ประสานงานและผสมผสานกิจกรรมด้านการให้ความรู้และการอบรมที่กำลังดำเนินการอยู่และที่จะมีขึ้นใหม่ในทุกระดับ

51 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) 3.3.3 ตั้งมาตรฐานงานหากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าว รวมถึงข้อกำหนดของขีดความสามารถหลักและการอบรมที่เหมาะสมสำหรับแต่ละเรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารและระดับของความเชี่ยวชาญ 3.3.4 สร้างโครงการการอบรมและให้ความรู้ที่มีเนื้อหาครอบคลุม 3.3.5 ขยายการใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง

52 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
สิ่งที่ต้องดำเนินการ (ต่อ) 3.3.6 เริ่มการรณรงค์การให้ความรู้และการให้ข้อมูลข่าวสารแก่สาธารณะทั่วทั้งประเทศ 3.3.7 ขยายหลักสูตรการเรียนการสอนเรื่องความปลอดภัยของอาหารและสุขภาพลงไปในโรงเรียนระดับประถม และมัธยมศึกษา 3.3.8 ประเมินหลักสูตรของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชนและสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร

53 จุดมุ่งหมายที่ 3 การสื่อสารความเสี่ยง
วัตถุประสงค์ที่ 4 เฝ้าระวังและประเมินผลโครงการการให้การศึกษาและการให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่สุขภาพของประชาชน สิ่งที่ต้องดำเนินการ 3.4.1 ประเมินประสิทธิผลของโครงที่กระทำเพื่อรณรงค์และสื่อสาร การอบรมและการให้การศึกษา

54 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมายความปลอดภัยของอาหารของหน่วยงานในส่วนกลาง
บทที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมายความปลอดภัยของอาหารของหน่วยงานในส่วนกลาง

55 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมายฯ
กฎหมาย 7 ฉบับที่ให้อำนาจแก่ HHS, USDA, และ EPAเพื่อดูแลความปลอดภัยของอาหาร the Federal Food, Drug, and Cosmetic Act (FDCA); the Public Health Service Act (PHSA); the Federal Meat Inspection Act (FMIA); the Poultry Products Inspection Act (PPIA); the Egg Products Inspection Act (EPIA); the Federal Insecticide, Fungicide, and Rodenticide Act (FIFRA); and the Food Quality Protection Act (FQPA).

56 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
ในเดือนมีนาคม ปี 1999 คณะกรรมการด้านความปลอดภัยในอาหารของประธานาธิบดีได้ระบุว่าการพิจารณากฎหมายที่มีในขณะนี้ควรเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผนยุทธศาสตร์ ทีมระบุว่า ไม่มีข้อบกพร่องที่สำคัญในเรื่องอำนาจในการตัดสินคดี อย่างน้อยที่สุดหน่วยงานส่วนกลางหนึ่งแห่งจะมีอำนาจการบังคับควบคุมในแต่ละจุดตลอดห่วงโซ่อาหาร กฎหมายที่ใช้ในขณะนี้มีรากฐานที่เพียงพอเพื่อดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์

57 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
จุดอ่อนที่สังเกตได้ ภายใต้กฎหมาย FDCA FDA ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของสถานประกอบการอาหารทำให้ไม่สามารถทำงานในการสอบกลับสินค้าและดำเนินการตรวจตามแผนโดยใช้พื้นฐานความเสี่ยง FSIS และ FDA ไม่มีอำนาจในการเรียกคืนสินค้าที่มีอันตรายจากสถานที่จำหน่าย และอำนาจของ FDA ที่ได้รับจากกฎหมาย PHSA ต้องสร้างกฎเกณฑ์และนำไปใช้กับความเสี่ยงที่มาจากโรคติดต่อ

58 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
FSIS และ FDA ไม่มีอำนาจกำหนดค่าปรับเป็นเงินจากผู้ผลิตหรือผู้ขายที่ฝ่าฝืนกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงกฎหมายความปลอดภัยของอาหารของหน่วยงานส่วนกลางจะทำให้มีความสามารถในการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนจากอันตรายที่เกิดจากอาหารที่เข้มแข็งขึ้น และจะทำให้โปรแกรมต่างๆ ที่มีอยู่นั้นมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

59 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
การป้องกันที่เข้มแข็งกว่า แผนยุทธศาสตร์เน้นถึงความสำคัญของการป้องกันปัญหาความปลอดภัยของอาหารก่อนที่มันจะเกิดขึ้น และปฏิบัติการอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ให้เลวร้ายไปกว่าเดิม ขยายขอบเขตและทำให้หน่วยงานของ FSIS, EPA, และ FDA มีความเข้มแข็งเพื่อให้ครอบคุลมการควบคุมเชิงป้องกัน

60 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
การป้องกันที่เข้มแข็งกว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบในการให้ความมั่นใจต่อความปลอดภัยของอาหารจำเป็นต้องมีอำนาจตามกฎหมายที่ชัดเจนและเข้มแข็ง กฎหมายความปลอดภัยของอาหารที่มีอยู่นี้ยอมให้ FSIS, EPA, และ FDA สามารถกำหนดมาตรการเชิงป้องกันเหล่านี้หรือไม่ ขยายอำนาจในการตรวจของ FDA ภายใต้กฎหมาย FDCA เพื่อให้ครอบคลุมถึงบันทึก ให้อำนาจแก่ FDA และ FSIS เพื่อสั่งให้เรียกคืนสินค้าอาหารทั้งหมดที่มีสิ่งที่เป็นอันตราย

61 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
การป้องกันที่เข้มแข็งกว่า แต่งตั้ง FDA และเพิ่มความเข้มแข็งในอำนาจตามกฎหมายของ FSIS เพื่อให้ผู้ประกอบหารที่ถูกควบคุมนั้นต้องแจ้งหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายเกี่ยวกับลักษณะเฉพาะและสถานที่ตั้งที่มีอาหารที่ไม่บริสุทธิ์และแสดงฉลากที่ไม่ถูกต้อง ทำความเข้าใจในกฎหมาย FDCA, FMIA, PPIA, และ EPIA เพื่อให้ชัดเจนว่า FDA และ FSIS สามารถจัดการกับอาหารที่เกี่ยวข้องกับการระบาด

62 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
การป้องกันที่เข้มแข็งกว่า - ทำความชัดเจนในกฎหมาย FDCA, FMIA, PPIA, และ EPIA เพื่อให้ชัดเจนว่าอาหารที่ได้มาจากสัตว์ที่ได้รับการรักษาด้วยยาสัตว์ที่ไม่ได้รับอนุญาตเนื่องจากไม่มีวิธีทดสอบที่ได้รับอนุมัติ ถือว่าผิดกฎหมาย - ปรับปรุงข้อกำหนดค่าสารปนเปื้อนที่ยอมให้มีได้ในกฎหมาย FDCA ให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยขึ้น - ให้อาหารนำเข้าที่อยู่ภายใต้กฎหมายของ FDA ต้องถูกเตรียม บรรจุและดำเนินการภายใต้ระบบหรือเงื่อนไขหรือมาตรการต้องปฏิบัติตามหรือไม่เช่นนั้นสามารถปฏิบัติตามระดับการคุ้มครองด้านความปลอดภัยของอาหารของสหรัฐอเมริกา

63 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
การป้องกันที่เข้มแข็งกว่า ให้ผู้นำเข้าแจ้งการนำเข้าสินค้าแก่ FDA เป็นการล่วงหน้า แต่งตั้งให้ EPA มีอำนาจที่จะเรียกบันทึกและรายงานการใช้ยาฆ่าแมลง สนับสนุนให้อำนาจตามกฎหมายของ FDA ในการสั่งให้ผู้ผลิตยาสัตว์และวัตถุเจือปนอาหารที่ได้รับอนุญาตจัดหาข้อมูลความปลอดภัยเพิ่มเติมถ้าพบว่ามีคำถามด้านความปลอดภัยเกิดขึ้นหลังจากที่ได้รับอนุญาต และให้อำนาจแก่ FDA เพื่อรับข้อมูลจากผู้ผลิตที่เกี่ยวกับสารปนเปื้อนในอาหารของตน และผู้แปรรูปอาหารต้องเป็นผู้พิสูจน์ว่าเทคโนโลยีในการผลิตอาหารนั้นปลอดภัย

64 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
การบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิผล การบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างสมดุลย์และไม่ล่าช้าจะช่วยส่งเสริมแผนการป้องกันและให้ความมั่นใจว่า ผู้ที่ไม่ได้เล่นตามกติกา จะไม่ได้รับประโยชน์มากกว่าผู้ที่ทำตามกติกา แต่งตั้งให้ FDA และ FSIS กำหนดค่าปรับเป็นเงินได้ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนกฎหมายด้านความปลอดภัยของอาหารและเพิ่มจำนวนสูงสุดของค่าปรับของ EPA ภายใต้กฎหมาย FIFRA

65 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
การบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างมีประสิทธิผล แก้ไขกฎหมาย FDCA เพื่อให้อำนาจแก่ FDA ในการอายัดอาหาร ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อ FDA มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าอาหารนั้นไม่บริสุทธิ์และแสดงฉลากผิด ยกเลิกการยกเว้นการบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมายกับผู้ขนส่งภายใต้กฎหมาย FDCA ให้ผู้นำเข้าอาหารที่อยู่ในการดูแลตามกฎหมายของ FDA ยื่นเรื่องเพื่อยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของอาหารของสหรัฐอเมริกา และให้ลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญาหากยื่นเอกสารที่เป็นเท็จ ให้ FDA จัดทำ debarment ของบุคคลผู้กระทำผิดที่ได้กระทำผิดตามกฎหมายจากการนำอาหารเข้ามายังประเทศสหรัฐอเมริกา

66 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
ข้อมูลข่าวสาร แก้ไขกฎหมาย FDCA เพื่อให้อำนาจแก่ FDA ในการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการอาหารและขึ้นบัญชีสถานประกอบการอาหารทั่วไป แก้กฎหมาย FDCA เพื่อให้อำนาจแก่ FDA อย่างชัดเจน เพื่อให้สถานประกอบการด้านอาหารเก็บรักษาบันทึกการผลิตและการจัดจำหน่ายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร แก้ไขกฎหมาย FDCA เพื่อให้อำนาจแก่ FDA ในการกำหนดว่าผลิตภัณฑ์อาหารทุกชนิดจะต้องมีฉลากที่ประกอบด้วยข้อมูลที่บอกถึงสถานที่ผลิต

67 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
ข้อมูลข่าวสาร แก้ไขกฎหมาย FDCA เพื่อกำจัดอุปสรรคทางกฎหมายในการใช้ข้อมูลทีเป็นความลับทางการค้าและที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหารร่วมกับหน่วยงานส่วนกลางอื่นและหน่วยงานระดับรัฐ

68 การสร้างความเข้มแข็งในกฎหมาย
ความจำเป็นต่อการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อการคุ้มครองสุขภาพของประชนให้พ้นจากความเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหารได้อย่างเหมาะสมจริงๆ นั้นระบบกฎหมายโดยรวมควรกำหนดขึ้นโดยอยู่บนพื้นฐานความเสี่ยง และระบบที่มุ่งไปที่การป้องกันสำหรับอาหารทุกชนิด กฎหมายดังกล่าวควรพิจารณาถึงการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับอาหาร กำหนดและใช้มาตรการการป้องกันที่อยู่บนพื้นฐานความเสี่ยง การจัดสรรทรัพยากรอยู่บนพื้นฐานความเสี่ยง การใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และมีการวัดผลลัพธ์ การดำเนินการตามแนวทางไม่ควรทำให้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้อ่อนแอลง แต่ควรเพิ่มความยืดหยุ่นและเพิ่มความเข้มแข็งการคุ้มครองผู้บริโภคให้เป็นไปตามข้อเสนอแนะ

69 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
บทที่ 4 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น

70 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
รายงานของ NAS เรื่อง Ensuring Safe Food from Production to Consumption ให้ตั้งขอบข่ายงานสำหรับการจัดการโปรแกรมความปลอดภัยของอาหารของส่วนกลางให้เป็นหน่วยเดียวและเป็นศูนย์กลาง

71 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
ตัวแปรที่นำมาพิจารณาโครงสร้างองค์กรใน ระบบความปลอดภัย หน้าที่ของหน่วยงาน ระบบการผลิตจากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร ประเภทของอาหาร อันตรายที่มีอยู่ในอาหาร ความแตกต่างในการดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย กระทรวงและหน่วยงานที่ประกอบเป็นระบบความปลอดภัย กลไกที่แตกต่างที่มีอยู่เพื่อสร้างระบบความปลอดภัย

72 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
เกณฑ์การประเมินผลแผนการปรับปรุงโครงสร้าง ทางเลือกนั้นจะต้องช่วยให้เกิดการนำแผนยุทธศาสตร์ไปปฏิบัติโดยพิจารณา ผลในระยะสั้นและระยะยาว ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นด้วย อุปสรรคและข้อผิดพลาดด้านประสิทธิภาพในระยะสั้น โอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อสุขภาพในระยะสั้น ผลกระทบต่อหน่วยงานด้านความปลอดภัยในทุกระดับ สัมพันธภาพของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ ระบบนั้นจะต้องมี ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และใช้หลักที่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์

73 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
รูปแบบองค์กร ทางเลือก 4 แบบ I ระบบความปลอดภัยของอาหารที่หน่วยงานส่วนกลางมีการประสานงานกัน ใช้โครงสร้างองค์กรที่เป็นอยู่ในขณะนี้ แต่ให้มีกลไกในการประสานงานเพื่อสร้างความเป็นผู้นำการบริหารที่รวมศูนย์ II แนวทางการมีหน่วยงานหลัก จัดให้มีความเป็นผู้นำเกี่ยวกับการบริหารที่รวมศูนย์ และเป็นเสียงเดียวกัน ไม่ว่าจะผ่านหน่วยงานหลักหรือหน่วยงานที่แยกกันตามความรับผิดชอบที่แยกกันโดยสิ้นเชิง

74 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
III การรวมหน่วยงานที่มีอยู่แล้วให้เป็นหนึ่งเดียว นำกฎหมายความปลอดภัยของอาหารและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องบางกิจกรรมมาไว้ที่หน่วยงานเดียว โดยรายงานไปยังเลขานุการคณะรัฐมนตรีหรือคณะผู้บริหารของหน่วยงานอิสระที่มีอยู่แล้วที่ใดที่หนึ่ง IV หน่วยงานด้านความปลอดภัยของอาหารที่เป็นเอกเทศ สร้างหน่วยงานด้านความปลอดภัยของอาหารที่เป็นเอกเทศขึ้นใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านความปลอดภัยของอาหารและสุขภาพของประชาชน

75 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
สรุปสิ่งค้นพบที่สำคัญ โครงสร้างองค์กรที่มีอยู่ สะท้อนกฎหมายที่ใช้บังคับมามากกว่า 100 ปีมาแล้ว ยอมให้มีการใช้ทรัพยากรของหน่วยงานอย่างหลากหลายมากกว่า ปัญหาด้านความปลอดภัยของอาหาร ลดความสามารถในการจัดสรรทรัพยากรโดยการพิจารณาจากพื้นฐานความเสี่ยง ขัดขวางการประสานงานในความพยายามที่มีต่อความปลอดภัยของอาหาร ที่มีเป้าหมายอยู่ที่อาหารบางประเภท เทคโนโลยี หรือผู้บริโภค

76 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
สรุปสิ่งค้นพบที่สำคัญ การปรับโครงสร้างในองค์กรโดยแต่ละองค์กร จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความสามารถในระบบความปลอดภัยของอาหารเพื่อให้มั่นใจในการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีนัยสำคัญ แผนยุทธศาสตร์นี้ทางเลือกขององค์กรแบบใดๆ ก็สามารถจะปฏิบัติให้สำเร็จได้ ไม่มีโครงสร้างแบบใดแบบหนึ่งที่จะมีทางแก้ไขที่สมบูรณ์สำหรับระบบความปลอดภัยของอาหาร

77 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
สรุปสิ่งค้นพบที่สำคัญ (ต่อ) ถึงแม้ว่าองค์ประกอบบางส่วนของแผนอาจจะดำเนินการได้โดยโครงสร้างองค์กรแบบใดแบบหนึ่งหรือหลายแบบก็ตาม แต่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายอย่าง อาจจะทำให้เกิดอุปสรรคอย่างใดอย่างหนึ่งกับแผนได้ ตัวอย่างเช่น ถ้ารวมเรื่องการหน้าที่ตามกฎหมายให้เป็นหนึ่งเพียงเรื่องเดียว อาจไม่ได้ช่วยทำให้เกิดการมุ่งใช้ทรัพยากรไปที่ความเสี่ยงที่สูงที่สุด และจะทำให้เกิดการแตกแยกขึ้นระหว่างผู้ใช้อำนาจตามกฎหมายกับผู้วิจัย

78 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
สรุปสิ่งค้นพบที่สำคัญ(ต่อ) ทางเลือก I ถึง IV จะค่อยๆ คืบหน้าที่ละน้อย ซึ่งในระยะสั้นค่อนข้างเสียค่าใช้จ่ายสูง แต่ในระยะยาวจะมีโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น โอกาสในการพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้เกิดขึ้นนั้นจำเป็นต้องนำมาพารณราเปรียบเทียบเทียบกับค่าใช้จ่าย ข้อขัดข้อง และผลที่เกิดขึ้นอื่นๆ ที่ได้รับระหว่างการปรับองค์กรและการปฏิบัติ

79 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
สรุปสิ่งค้นพบที่สำคัญ(ต่อ) ความพยายามที่จะทำให้เกิดการทำงานไปพร้อมกันภายในโครงสร้างที่มีอยู่หรือที่ได้รับการปรับเปลี่ยนไปบ้างนั้น(ทางเลือก Iและ II ) อาจทำให้เกิดการปรับปรุงที่มองเห็นความแตกต่างขึ้นได้ แต่จะจัดการกับปัญหาระบบความปลอดภัยของอาหารที่แบ่งเป็นส่วนๆ ได้เพียงเล็กน้อย และไม่สามารถกำจัดการซ้ำซ้อนและความขัดแย้งที่มีอยู่เป็นปรกติในระบบที่ใช้กันอยู่ในขณะนี้

80 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
สรุปสิ่งค้นพบที่สำคัญ (ต่อ) การรวมเป็นหนึ่งเดียว (ทางเลือก III และ IV) สามารถกำจัดการซ้ำซ้อนและการแยกเป็นส่วนๆ สร้างความเป็นผู้นำที่รวมศูนย์และการมีเสียงเดียวสำหรับความปลอดภัยของอาหาร สร้างความเข้าใจในสายการกำกับดูแล ช่วยให้จัดสรรทรัพยากรและการจัดลำดับความสำคัญที่พิจารณาจากพื้นฐานความเสี่ยง และทำให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น

81 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
สรุปสิ่งค้นพบที่สำคัญ (ต่อ) การรวมเป็นหนึ่งเดียว (ทางเลือก III และ IV) ควบคู่ไปกับการปฏิรูปกฎหมายสามารถทำได้หลายรูปแบบ การพิจารณาว่าความรับผิดชอบใดควรรวมไว้หรือไม่ เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สูงที่สุดของระบบความปลอดภัยของอาหารของส่วนกลาง

82 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
สรุปสิ่งค้นพบที่สำคัญ (ต่อ) หน่วยงานที่เป็นเอกเทศ (ทางเลือกที่ IV) ที่ให้ความสนใจกับความปลอดภัยของอาหารและสุขภาพของประชาชนจะกำจัดความคิดอคติที่มีอยู่หรือการแข่งขันกันในพันธกิจ หน่วยงานเอกเทศนี้อาจสร้างปัญหาใหม่และไม่มีประสิทธิภาพในการดูแลอาหารเสริมหรือประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวของกับอาหารที่ยังไม่ได้รวมไว้ในหน่วยงานใหม่นี้

83 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
ความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ระบบของส่วนกลางเข้มแข็งขึ้น 1) ปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ รวมถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายและองค์กร 2) ใช้เหตุผลในการตัดสินใจหรือปรับปรุงระบบความปลอดภัยของอาหารที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องที่กฎหมายซ้ำซ้อนกัน (เช่น อาหารแปรรูปที่มีเนื้อสัตว์ เนื้อสัตว์จากการล่าเป็นกีฬา ไข่ และอาหารทะเล)

84 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
ความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ระบบของส่วนกลางเข้มแข็งขึ้น (ต่อ) 3) พัฒนาแผนงานขององค์กรที่จะจัดการกับปัญหาการทำงานด้านความปลอดภัยของอาหารที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะด้านกฎหมายที่ได้ถูกรวบรวมไว้ให้ทั้งหมด เป็นเรื่องเดียวกัน ในบทนี้

85 การปรับปรุงโครงสร้างของระบบให้ดีขึ้น
ในระยะสั้น ลดความสับสนและความไม่เป็นเอกภาพของกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพที่ทำให้เกิดความเสียหายโดยรวมต่อเป้าหมายที่สำคัญในการลดสิ่งที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของอาหารเพื่อพัฒนาสุขภาพของประชาชน อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว กฎหมายความปลอดภัยของอาหารที่ครบถ้วน ที่สอดคล้องกับโครงสร้างองค์กรที่ยอมรับโปรแกรมการกำกับดูแลที่พิจารณาจากพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย การจัดสรรทรัพยากรโดยพิจารณาจากความเสี่ยง และการตรวจ โปรแกรมการบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย การเรียกคืนสินค้า และการให้การศึกษาที่มีประสิทธิผลมากขึ้น

86 ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
บทที่ 5 ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ

87 ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
ระบบความปลอดภัยของอาหารที่มีอยู่ในขณะนี้ให้ความคุ้มครองสุขภาพของประชาชนในระดับสูง แต่ก็สามารถทำให้เข้มแข็งมากขึ้นอีก การพัฒนา การติดตาม การวิจัย การให้การศึกษา การตรวจ และการบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมายเป็นผลจาก President's Food Safety Initiative

88 ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
ข้อสรุป (ต่อ) ภายในขอบข่ายของกฎหมายและหน่วยงานที่ใช้กฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้ การพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญที่จะเกิดขึ้นต่อไปนั้นจะเกิดขึ้นได้โดยการสร้างความเข้มแข็งต่อความเชื่อมั่นทางวิทยาศาสตร์และการประเมินความเสี่ยง โดยการขยายการใช้มาตรการเชิงป้องกันและข้อปฏิบัติด้านการจัดการความเสี่ยงอื่น และโดยการสื่อสารความเสี่ยงให้แก่สาธารณะและทุกคนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบอาหารให้ดีขึ้น

89 ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
ข้อสรุป (ต่อ) กฎหมายความปลอดภัยของอาหารที่มีอยู่ในขณะนี้มีจุดอ่อนที่มีนัยสำคัญและควรได้รับการปรับปรุงให้เข้มแข็งขึ้นโดยขยายหรือให้มีหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายแห่งใหม่ โครงสร้างองค์กรที่มีอยู่ในขณะนี้จะเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จที่จะเกิดจากการพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการจัดสรรทรัพยากรที่พิจารณาจากความเสี่ยงในอนาคต

90 ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
ข้อสรุป (ต่อ) หน่วยงานจะต้องประเมินทรัพยากรด้านความปลอดภัยของอาหารที่สามารถใช้ได้อย่างละเอียดรอบคอบ และวางแผนการใช้ทรัพยากรนั้นโดยพิจารณาจากความเสี่ยงที่อยู่ภายในข้อจำกัดตามกฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้

91 ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
การปฎิบัติตามสิ่งที่ต้องดำเนินการตามแผน แนวทางแก่หน่วยงานส่วนกลางที่จะปฏิบัติในระยะเวลา 5 ปี หากสิ่งที่ต้องดำเนินการสามารถดำเนินการได้โดยหน่วยงานเดียวเพียงลำพัง หน่วยงานนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการวางแผน การนำแผนนั้นไปปฏิบัติ การใช้ทรัพยากร และการสื่อสารที่เกี่ยวกับแผนนั้น ในบางกรณี กลไกการประสานงานที่มีสำหรับการปฎิบัติงานที่ต้องการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน (เช่น JIFSR และ FORCG) ในบางกรณี คณะกรรมการอาจจำเป็นต้องจัดทำกลไกในการประสานงานเพิ่มเติมเพื่อที่จะนำหน่วยงานที่เหมาะสมได้ร่วมงานกัน เพื่อพิจารณาขั้นตอนการวางแผน ระดับของการเข้าร่วมของหน่วยงานที่ร่วมทำงาน และกำหนดระยะเวลาและทรัพยากรเพื่อให้เกิดความสำเร็จ

92 ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
การพัฒนาข้อเสนอทางกฎหมายในระยะใกล้ เพื่อทำให้กฎหมายความปลอดภัยของอาหารที่มีอยู่เข้มแข็งกว่าเดิม โดยทำให้กิจกรรมการป้องกัน การบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมายและการดูแลรักษาบันทึกดีขึ้น ในระยะใกล้ความพยายายามที่จะพัฒนาให้การประสานงานของหน่วยงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกิจกรรมด้านความปลอดภัยของอาหารในหน่วยงานส่วนกลาง

93 ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ
การพัฒนากฎหมายที่ครอบคลุมและมีเอกภาพและพัฒนาแผนในการปฏิรูปองค์กรให้สอดคล้องกัน โดยมีแผนงานการคุ้มครองผู้บริโภคที่พิจารณาจากความเสี่ยงและการจัดสรรทรัพยากรและการใช้กฎเกณฑ์ การบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมายและการให้การศึกษา ที่อยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ ขอบข่ายงานที่ครอบคลุมนี้ควรจัดการกับปัญหาในการกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหาร การตรวจ การบังคับให้ปฏิบัติตามกฎหมาย การวิจัย และการให้การศึกษา


ดาวน์โหลด ppt แผนยุทธศาสตร์ด้านความปลอดภัย ของอาหาร

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google