งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

(Action Research): กรณีศึกษาของโครงการส่งเสริมการใช้ยา อย่างสมเหตุผล Antibiotics Smart Use การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research): กรณีศึกษาของโครงการส่งเสริมการใช้ยา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "(Action Research): กรณีศึกษาของโครงการส่งเสริมการใช้ยา อย่างสมเหตุผล Antibiotics Smart Use การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research): กรณีศึกษาของโครงการส่งเสริมการใช้ยา."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 (Action Research): กรณีศึกษาของโครงการส่งเสริมการใช้ยา อย่างสมเหตุผล Antibiotics Smart Use การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research): กรณีศึกษาของโครงการส่งเสริมการใช้ยา อย่างสมเหตุผล Antibiotics Smart Use ภญ. ดร. นิธิมา สุ่มประดิษฐ์ กองควบคุมยา สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา 18 กันยายน 2551

2 วัตถุประสงค์ของวันนี้ เข้าใจลักษณะของการวิจัยเชิง ปฏิบัติการ (Action research) และ ประเภทของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยผ่าน ประสบการณ์ของโครงการส่งเสริม การใช้ยาอย่างสมเหตุผล Antibiotics Smart Use

3 การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research: AR) “Learning by doing” It represents a more sophisticated development of this basic ‘trial and error’ model of learning

4 ลักษณะสำคัญของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เป็นการวิจัยเชิงทดลองที่ไม่มีการควบคุมตัวแปรแทรกซ้อน มุ่งนำผลการวิจัยมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในสภาวะจริง หรือนำ ผลการวิจัยมาพัฒนา หรือปรับเปลี่ยนการดำเนินงานขององค์กร หน่วยงานหรือชุมชน เป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และมีการปรับการดำเนินการตาม สถานการณ์ ส่งผลทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการกลายเป็นนักวิจัยไปด้วยกัน (Turning people involved into researchers) อาจกระทำโดยผู้วิจัยฝ่ายเดียว (เช่น การปรับกระบวนการสอน) หรือ บุคคลฝ่ายต่างๆ มาร่วม (เช่น โครงการพัฒนาชุมชนต่างๆ) ) เกิดผลลัพธ์ 2 แบบ (Dual outcomes) คือ ผลตามวัตถุประสงค์ และ ผลจากการสะท้อนการดำเนินการที่ผ่านมา (reflective thinking) ซึ่ง เป็น new knowledge เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงการดำเนินงานในครั้ง (cycle) ต่อไป

5 Action research process Plan  Identifying a problem and considering alternative courses of action Act  Selecting a course of action Observe  Studying consequences of the action Reflect  Identifying new knowledge to adjust or revisit the plan in the next cycle

6

7 ตัวอย่างจากโครงการ Antibiotics Smart Use Original plan  จัดอบรมใหญ่สำหรับแพทย์ และบุคคลากรทางการแพทย์ (โดยเฉพาะผู้ที่มี หน้าที่สั่งใช้ยาใน รพ. และสถานีอนามัย) –1 st meeting – เจ้าหน้าที่สอ. และอื่นๆมา แต่แพทย์ ไม่มา! –2 nd meeting – ร้านขายยามา! --- Reflective thinking --- New plan  outreach training program (on-site visit ในแต่ละโรงพยาบาลชุมชน)

8

9 ประเภทของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ Technical action research Practical action research Participatory action research

10 การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม Participatory action research การร่วมกันดำเนิน กระบวนการวิจัยโดย ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งที่เป็น ชาวบ้านและนักพัฒนา กับ ผู้วิจัยภายนอก เพื่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงในสภาพความ จริงของสังคมนั้น เป็นการผสมผสานความรู้เชิง ทฤษฎีและระเบียบวิธีวิจัยของ นักวิจัย และวัตถุประสงค์ของ นักวิจัยและนักพัฒนา ควบคู่ ไปกับความต้องการความรู้ และประสบการณ์ของผู้ถูกวิจัย

11 ขั้นตอนในการดำเนินการวิจัย 1) ระยะเตรียมการวิจัย (Pre-research Phase) 1.1) การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน 1.2) การสำรวจ ศึกษาชุมชน 1.3) คัดเลือกชุมชน (Selecting Community) 1.4) การเข้าสู่ชุมชน (Entering Community) 1.5) การเตรียมคนและเครือข่ายความร่วมมือ 2) ระยะดำเนินการวิจัย (Research Phase) 2.1) การศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาชุมชน (Problem Identification and Diagnosis) 2.2) การพิจารณาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโครงการ 2.3) การกำหนดแผนงานโครงการและการจัดการ (Planning Phase) 2.4) การปฏิบัติตามโครงการ (Implementation Phase) 3) ระยะการติดตามและประเมินผลโครงการ (Monitoring and Evaluation Phase)

12

13 The rational use of drugs requires that patients receive medications appropriate to their clinical needs, in doses that meet their own individual requirements for an adequate period of time, and at the lowest cost to them and their community. WHO conference of experts Nairobi 1985 Dimensions of RUD Appropriate indication  ใช้ยาเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งใช้ Correct drug Appropriate drug (efficacy, safety, suitability for the patient, and cost) Appropriate dosage, administration, duration No contraindications Correct dispensing, appropriate information for patients Patient adherence to treatment

14 Do No Harm Antibiotics are not safe medicines! ???????????? The first principle for patient care is …

15 Overuse of antibiotics occurs everyday โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน (Acute upper respiratory tract infection) –80% viral infection  need no ABO –คนไข้ URI มา 10 คน จ่ายยาปฏิชีวนะให้ 2 คน –แต่ในความจริงพบว่า ในโรคหวัด-เจ็บคอ คนต่างจังหวัดกินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคหวัด 40-60% คน กทม. กินยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาโรคหวัด 70-80% –เจ็บคอแบบไหนจึงต้องกินยาปฏิชีวนะ –น้ำมูก-เสมหะสีเขียวเหลืองต้องกินยาปฏิชีวนะ หรือไม่

16

17 Overuse of antibiotics occurs everyday โรคท้องร่วงเฉียบพลัน (Acute diarrhea) ไม่ ต้องให้ยา ABO –80% เกิดจาก viral infection หรือ อาหารเป็นพิษ ท้องร่วงที่ต้องกินยา ABO ต้องเกิดร่วมกับการมี ไข้สูง (39c) และถ่ายมีมูลเลือดปน คนไข้ acute diarrhea มา 10 คน จ่ายยา ปฏิชีวนะให้ 2 คน

18 Acute diarrhea treatment Source: WHO/PSM database, 2004.

19 Overuse of antibiotics occurs everyday แผลสะอาด (Simple wound) Dicloxacillins / Cloxacillin มา 10 คน จ่าย 0 คน

20 เปลี่ยนพฤติกรรมการสั่งใช้ยา URI มา 10 จ่าย 2 Acute diarrhea มา 10 จ่าย 2 Simple wound มา 10 จ่าย 0

21 Evaluation (Indicators) Amount of antibiotics use REDUCED. Ratio Non-ABO: ABO patients INCREASED. Patients’ satisfaction on TX outcome IS HIGH. Knowledge Attitude Self- efficacy IS BETTER. Problem identification: unnecessary use of ABO (or use without proper indications) Need assessment indicates 2 key factors Misconceptions & lack of knowledge Pressure due to patients’ request Doctors, Nurses, Health practitioners Prescribers Via nurse practitioners & community broadcast Lay people Conceptualization, Study framework & planning (Intervention & Evaluation) - Pre-intervention on- site visits - Education Management Policy Incentive Intervention (Holistic Approach)

22 เสาหลัก 3 ต้นของการวิจัย การวางกรอบแนวความคิด (Conceptualization) การออกแบบการวิจัย (Method, Research design) การวิเคราะห์ (Analysis)

23 1. การวางกรอบแนวความคิด (Conceptualization) สำคัญมาก เพราะ เสมือนเป็นแผนที่นำสู่จุดหมาย วิธีการ ทบทวนสถานการณ์จริง ทบทวนวรรณกรรม เพื่อนำสู่การสังเคราะห์ สิ่งสำคัญที่มักถูกละเลย (Common pitfall) คือ การละเลยทฤษฎีหรือโมเดล ที่เกี่ยวข้อง – –Grounded theory ? ใน action research เราควรใช้ทฤษฎีหรือโมเดล 2 ประเภท เพื่อวางกรอบ แนวความคิด – –ทฤษฎีหรือโมเดลเพื่อการทำนายหรืออธิบาย  “ทำไมคนจึงทำ พฤติกรรมนี้” เช่น ในด้านพฤติกรรมสุขภาพ Health Belief Model, Theory of Planned Behavior เป็นต้น – –ทฤษฎีหรือโมเดลเพื่อการวางแผน  “ทำอย่างไรจึงจะปรับเปลี่ยน พฤติกรรมนั้นได้” เช่น The Precede-Proceed Planning Model, Social Marketing of Health, Ecological framework เป็นต้น

24 Health promotion The Precede-Proceed Planning Model PRECE DE Step 5 Administrative and policy assessment Step 4 Educational and ecological assessment Step 3 Behavioral and environmental assessment Step 2 Epidemiological assessment Step 1 Social assessment Health education Predisposing factors Reinforcing factors Enabling factors Policy regulation organization Behavior and lifestyle Environment Health Quality of life Step 6 Implementation Step 7 Process evaluation Step 8 Impact evaluation Step 9 Outcome evaluation Source: Green & Krenter, 1999 PROC EED

25 Health promotion PRECE DE Step 5 Administrative and policy assessment Step 4 Educational & ecological assessment Step 3 Behavioral and environmental assessment Step 2 Epidemiological assessment Step 1 Social assessment Health education Predisposing factors Reinforcing factors Enabling factors Policy regulation organization Behavior and lifestyle Environment Health Quality of life Step 6 Implementation Step 7 Process evaluation Step 8 Impact evaluation Step 9 Outcome evaluation PROC EED เชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ อัตราตาย หรืออันตรายจากการ แพ้หรืออาการข้างเคียงของยา ปฏิชีวนะ ความพึงพอใจต่อผลการรักษา สูญเสียทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมการสั่งใช้ ยา ABO ใน 3 โรค เป้าหมาย ความรู้ ความเชื่อ ทัศนคติ etc. อิทธิพลคนรอบข้าง เช่น ความคาดหวังจากคนไข้ หรือ การสนับสนุนจาก ผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ยาทดแทน อุปกรณ์ตรวจโรค

26 Health promotion PRECE DE Step 5 Administrative and policy assessment Step 4 Educational & ecological assessment Step 3 Behavioral and environmental assessment Step 2 Epidemiological assessment Step 1 Social assessment Health education Predisposing factors Reinforcing factors Enabling factors Policy regulation organization Behavior and lifestyle Environment Health Quality of life Step 6 Implementation Step 7 Process evaluation Step 8 Impact evaluation Step 9 Outcome evaluation PROC EED เชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ อัตราตาย หรืออันตรายจากการ แพ้หรืออาการข้างเคียงของยา ปฏิชีวนะ ความพึงพอใจต่อผลการรักษา สูญเสียทางเศรษฐกิจ พฤติกรรมการสั่งใช้ ยา ABO ใน 3 โรค เป้าหมาย ความรู้ ความเชื่อ ทัศนคติ etc. อิทธิพลคนรอบข้าง เช่น ความคาดหวังจากคนไข้ หรือ การสนับสนุนจาก ผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน ยาทดแทน อุปกรณ์ตรวจโรค สุขภาพของคนไข้และ ความพึงพอใจของคนไข้ที่ ไม่ได้ยา ABO มูลค่าการใช้ยา ABO สัดส่วนคนไข้ที่ได้ vs. ที่ไม่ได้ยา ABO ปริมาณการใช้ยา ABO ความรู้ ความเชื่อมั่น ความตั้งใจ ก่อนหลังอบรม การใช้สื่อ กิจกรรมรณรงค์

27 2. การออกแบบการวิจัย (Method, Research design) Action research เป็นการวิจัยเชิงทดลองที่ไม่มีการควบคุมตัว แปรแทรกซ้อน (จะมีหรือไม่มีกลุ่มควบคุมก็ได้) – –โครงการ Antibiotics Smart Use ที่สระบุรี เป็นแบบ Quasi- experimental research design with a control group รวมถึงการออกแบบและการดำเนินกิจกรรมของโครงการ (interventions) – –ประเภทของ interventions จุดประสงค์เพื่ออะไร ให้ใคร ช่องทางไหน ระยะเวลาและความถี่เท่าใด

28 Media for health professionals Media for patients

29 3. การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ (Analysis & Synthesis) การวิเคราะห์ผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการ – เชิงคุณภาพ vs. เชิงปริมาณ การสังเคราะห์ความรู้ใหม่จากการดำเนินงานวิจัยที่ผ่านมา –Key success factors etc.

30 ผลของโครงการ Antibiotics Smart Use ผลตามตัวชี้วัด (1) โรงพยาบาลชุมชนและสถานี อนามัยที่เข้าร่วมโครงการสามารถลด การใช้ยาปฏิชีวนะลงกว่าร้อยละ (2) สัดส่วนของคนไข้ที่ไม่จำเป็นต้อง ได้ยาปฏิชีวนะและไม่ได้รับยาปฏิชีวนะ เพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละ (3) บุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการ อบรมจากโครงการฯ มีความรู้ ทัศนคติ และความเชื่อมั่นต่อการไม่สั่งใช้ยา ปฏิชีวนะเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (4) ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยาปฏิชีวนะกว่า ร้อยละ 97 บอกว่าหายดีหรือมีอาการดี ขึ้น และกว่าร้อยละ 90-มีความพึง พอใจต่อผลการรักษา Reflective thinking จุดแข็งของ “สระบุรีโมเดล” ที่ทำให้ โครงการประสบผลสำเร็จ คือ –ภาวะผู้นำของนายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดที่สนับสนุนโครงการอย่างเข้มแข็ง –ความพยายามของทีมผู้นำการ เปลี่ยนแปลง (Change agents’ effort) – ความตั้งใจจริงหรือการมีใจ (Will power) ของบุคลากรทางการแพทย์ใน สถานพยาบาลสิ่งท้าทาย ประเด็นเรื่องของความยั่งยืนของการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อโครงการยุติลง ซึ่งหากจะยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยความ พยายามของทีมจังหวัดในการขับเคลื่อน เพื่อผนวกหรือผสมผสานกิจกรรมของ โครงการเข้ากับงานประจำโดยมีจุดหมาย ร่วมกันคือเพื่อความปลอดภัยแก่คนไข้

31 สรุป โครงการ Antibiotics Smart use (ปีที่ 1: สิงหาคม 2550 – สิงหาคม 2551) –กลยุทธ์ multifaceted interventions ที่ใช้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสั่ง ใช้ยาใช้ได้ผล โครงการ Antibiotics Smart Use (ปีที่ 2: กันยายน 2551 – กันยายน 2552) –ทำอย่างไรการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจึง จะยั่งยืน

32 ขอบคุณ


ดาวน์โหลด ppt (Action Research): กรณีศึกษาของโครงการส่งเสริมการใช้ยา อย่างสมเหตุผล Antibiotics Smart Use การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research): กรณีศึกษาของโครงการส่งเสริมการใช้ยา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google