งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Live Attenuated JE Vaccine Suchitra Nimmannitya Department of Disease Control, MOPH.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Live Attenuated JE Vaccine Suchitra Nimmannitya Department of Disease Control, MOPH."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Live Attenuated JE Vaccine Suchitra Nimmannitya Department of Disease Control, MOPH

2 Live Attenuated JE Vaccines กลุ่มเป้าหมาย 1.กลุ่มเด็กเกิด ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม กลุ่มเด็กเกิด ก่อน วันที่ 1 กรกฎาคม 2554

3 กลุ่มเป้าหมาย 1.กลุ่มเด็กเกิด ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ครั้งที่การให้วัคซีนอายุ ครั้งที่ 1เด็กอายุ 1 ปี 6 เดือน ครั้งที่ 2เด็กอายุ 2 ปี 6 เดือน หมายเหตุ : หากไม่สามารถเริ่มให้วัคซีนตามกำหนดได้ ให้เริ่มทันทีที่พบครั้งแรก หากเด็กเคยได้รับวัคซีนครั้งแรก และไม่มารับครั้งที่ 2 ตามกำหนดนัด ให้วัคซีนครั้งที่ 2 ต่อไปได้ทันทีเมื่อพบเด็ก โดยไม่ต้องเริ่มต้นครั้งที่ 1 ใหม่ Live Attenuated JE Vaccines

4 กลุ่มเป้าหมาย 1.กลุ่มเด็กเกิด ก่อน วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 ประวัติการได้รับวัคซีนเจอีชนิด เชื้อตาย กำหนดการให้วัคซีนเจอี SA ครั้งต่อไป ไม่เคยหรือเคยได้รับ 1 เข็มฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3-12 เดือน 2 เข็มฉีด 1 เข็ม ห่างจากเข็มที่ 2 เป็นเวลา 3-12 เดือน 3 เข็มไม่ต้องให้ Live Attenuated JE Vaccines

5 ชนิดของวัคซีน  ชื่อทางการค้าว่า CD. JEVAX  เป็นวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอีเชื้อเป็น  ที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ ซึ่งได้จากการเพาะเลี้ยงไวรัส ไข้สมองอักเสบเจอีสายพันธุ์ SA ในเซลล์ไต ของหนูแฮมสเตอร์ (Primary Hamster Kidney : PHK) ที่แยกออกมาเพาะเลี้ยงเป็นเซลล์ชั้นเดียว  ผลิตภัณฑ์อยู่ในรูปผงแห้งที่เกาะเป็นก้อนสีเหลืองอ่อน หลังจากละลายด้วยตัวทำละลายแล้วจะได้น้ำยาใสสีส้มแดง หรือสีชมพูอ่อน Live Attenuated JE Vaccines

6 ส่วนประกอบ ใน 1 โด๊ส (0.5 มิลลิลิตร) ประกอบด้วย เชื้อไวรัสไข้สมองอักเสบเจอีชนิดเชื้อเป็นที่ทำให้อ่อนฤทธิ์ไม่ต่ำกว่า 5.4 log PFU (seed strain : SA ) เจลาตินไม่เกิน 4.8 มิลลิกรัม ซูโครสไม่เกิน 21 มิลลิกรัม แลคโตสไม่เกิน 21 มิลลิกรัม ยูเรียไม่เกิน 2.4 มิลลิกรัม อัลบูมินจากซีรั่มของคนไม่เกิน 3.0 มิลลิกรัม ตัวทำละลายที่ปราศจากเชื้อ (น้ำกลั่นสำหรับฉีด) 0.5 มิลลิลิตร Live Attenuated JE Vaccines

7 ขนาดบรรจุ ใน 1 กล่อง ประกอบด้วยวัคซีน 10 ขวด แต่ละขวดบรรจุวัคซีน 1 โด๊ส (single dose) พร้อมตัวทำละลายแต่ละขวดบรรจุตัวทำละลาย 0.5 มิลลิลิตร Live Attenuated JE Vaccines

8 ขนาดและวิธีใช้ ขนาดที่ใช้ ครั้งละ 0.5 มล. ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง Live Attenuated JE Vaccines

9 ปฏิกิริยาที่อาจเกิดจากวัคซีน  CD. JEVAX อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้เช่นเดียวกับยาหรือวัคซีนชนิดอื่น  มีรายงานทางคลินิกที่แสดงถึงอาการข้างเคียงจากการใช้วัคซีน CD. JEVAX แต่พบน้อยมาก  อาจพบอาการข้างเคียงตามที่ระบุต่อไปนี้ได้ภายหลังการฉีดวัคซีน  มีไข้ (มากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส)  ผื่นคัน คลื่นไส้  ผื่นแดงเฉพาะที่ ปวด มีภาวะที่ไวต่อยา (sensitivity)  ในเด็กอาจมีร้องงอแง เบื่ออาหาร ง่วงนอน มีปัญหาเกี่ยวกับการนอน อาการ ดังกล่าวจะเกิดขึ้นหลังฉีดไม่เกิน 2 วัน และสามารถหายได้เอง โดยไม่จำเป็น ต้องให้ยา ไม่ต้องให้การรักษาเป็นพิเศษหรือเฉพาะเจาะจง ในบางกรณีที่จำเป็น แนะนำให้รักษาตามอาการ

10  ผู้ที่มีประวัติการแพ้อย่างรุนแรง (anaphylaxis) ต่อการฉีดวัคซีน ชนิดนี้มาก่อน  ผู้ที่มีประวัติแน่ชัดหรือสงสัยว่ามีปฏิกิริยาการแพ้อย่างรุนแรง ต่อส่วนประกอบใดๆ ในวัคซีนรวมทั้งเจลาติน  ผู้ที่มีไข้สูง มีการติดเชื้ออย่างเฉียบพลัน หูชั้นกลางอักเสบ หรือมีการกำเริบของโรควัณโรค โดยไม่ได้รับการรักษา  ผู้ป่วยที่มีภาวะทุพโภชนาการ เป็นโรคภูมิแพ้ หรือมีประวัติการชัก ทั้งนี้ ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์  ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องของการทำงานของหัวใจ ตับหรือไต  สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระหว่างการให้นมบุตร  ผู้ที่อยู่ระหว่างได้รับการรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกัน  ผู้ที่มีความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน ข้อห้ามใช้

11 การเฝ้าระวังอาการภายหลังได้รับ วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ สายพันธุ์ SA

12 ตัวอย่างแผ่นพับวัคซีนโรคไข้สมองอักเสบเจอี หน้า 1หน้า 2หน้า 3หน้า 4 แบบบันทึกที่ใช้ในการเฝ้าระวังตามโครงการนำร่องฯ ส่วนที่ 1 ความรู้เรื่องโรคและวัคซีน

13 ส่วนที่ 2 แบบบันทึกอาการภายหลังได้รับวัคซีน ด้านหน้า ด้านหลัง

14 ผู้ปกครองนำเด็กมารับ LAJE ครั้งที่ 1 ส่วนที่ 1 ให้ผู้ปกครอง ส่วนที่ 2 เย็บติดกับสมุดฯ ของเด็ก วิธีการบันทึกอาการภายหลังได้รับ LAJE กา  หน้าข้อความ “มี” ตามอาการที่เกิดขึ้น และกา  หน้าข้อความ “ไม่มี” หากเด็กไม่มีอาการ วิธีการส่งกลับทาง “ไปรษณีย์บริการธุรกิจตอบรับ” เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ทั่วไปของผู้รับบริการ ผู้ปกครองบันทึก ข้อมูลอาการ ภายหลังวัคซีน

15 ผู้ปกครองนำเด็กมารับ LAJE ครั้งที่ 2 เจ้าหน้าที่  สอบถามอาการครั้งก่อน  การส่งแบบบันทึกอาการภายหลังรับวัคซีน ทาง “ไปรษณีย์บริการธุรกิจตอบรับ” ครั้งก่อน เจ้าหน้าที่  ให้แผ่นพับแก่ผู้ปกครองเด็ก  ฉีกแผ่นพับส่วนที่ 2  กรอกข้อมูลทั่วไปของเด็ก  เย็บแผ่นพับส่วนที่ 2 ติดกับสมุดสุขภาพเด็ก  แนะนำวิธีการบันทึกแบบอาการภายหลังรับ และการส่งแบบบันทึกฯ ทาง “ไปรษณีย์บริการธุรกิจตอบรับ”

16 ส่วนที่ 2 แบบบันทึกอาการภายหลังได้รับวัคซีน ด้านหน้า ด้านหลัง ผู้ปกครองส่งกลับ สำนักโรคติดต่อทั่วไป ทาง “ไปรษณีย์ธุรกิจ ตอบรับ”

17 อาการที่เกิดขึ้นภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (ADVERSE EVENT FOLLOWING IMMUNIZATION) AEFI

18 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 1. ฝีไร้เชื้อบริเวณที่ฉีด (Sterile Abscess) : ภาวะที่มีรอยนูนหรือ ก้อนในตำแหน่งที่ฉีดวัคซีนหรือเซรุ่ม โดยไม่มีไข้หรืออาการบวมแดง ถ้า เจาะรอยนูนหรือก้อนจะไม่พบหนอง ส่วนใหญ่พบเป็นไตแข็งใต้ผิวหนัง อาจมีของเหลวแต่ตรวจไม่พบเชื้อ แบคทีเรีย การรักษา : - ให้การรักษาตามอาการ - อาจประคบน้ำอุ่นบริเวณที่เป็นไต ทุกชนิด มักเกิดอาการ ภายใน 5 วัน 1. กลุ่มอาการเฉพาะที่ (Local Adverse Events)

19 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 2. ฝีมีเชื้อบริเวณที่ฉีด (Bacterial : การมีรอยนูนหรือก้อนในตำแหน่งที่ ฉีดวัคซีนหรือเซรุ่ม และมีอาการ บวมแดงรอบๆ มักมีไข้และต่อม น้ำเหลืองโต ถ้าเจาะรอยนูนหรือก้อน จะพบหนอง ต้องมีผลการตรวจทาง ห้องปฏิบัติการพบเชื้อแบคทีเรียจาก การย้อมสีแกรมหรือเพาะเชื้อ ถ้าพบลักษณะนุ่มตรงกลาง (fluctuate) แสดงว่ามีของเหลว มักจะมีหนอง ทำให้ปวด การรักษา : - ผ่าฝี incision และ drain - ตรวจย้อมสีแกรมดูเชื้อ-ส่งเพาะ เชื้อ - ให้ยาปฏิชีวนะตามเชื้อที่พบ ทุกชนิด มักเกิดอาการ หลังรับวัคซีน 5 วัน 1. กลุ่มอาการเฉพาะที่ (Local Adverse Events)

20 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 3. อาการเฉพาะที่ที่เกิดขึ้นอย่าง รุนแรง (Severe Local Reaction) หมายถึง มีอาการบวมแดงรอบ ตำแหน่ง ที่ฉีดร่วมกับ สภาวะอย่าง น้อยหนึ่งอย่าง ดังนี้  บวมลามไปถึงข้อที่อยู่ใกล้ที่สุด  ปวดบวมแดงนานเกิน 3 วัน  จำเป็นต้องเข้ารักษาใน โรงพยาบาล ถ้าเป็นปฏิกิริยาจากวัคซีนจะหายได้ เอง ภายใน 2 – 3 วัน หรือ 1 สัปดาห์ Arthus’ reaction การรักษา : - รักษาตามอาการ ไม่จำเป็น ต้องให้ ยาปฏิชีวนะ - ต้องแยกจาก cellulitis ซึ่งเกิดจาก การติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งมักจะบวม นูน (induration) แดงร้อน รอบๆ บริเวณที่ฉีด และเจ็บมากเวลาจับการ รักษาจำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะตาม เชื้อที่ตรวจพบหรือสงสัย ทุกชนิด มักเกิดอาการ ภายใน 5 วัน 1. กลุ่มอาการเฉพาะที่ (Local Adverse Events)

21 2. กลุ่มอาการทางระบบประสาท (Nervous System Adverse Events) นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้องและ ช่วงเวลา ภายหลัง ได้รับวัคซีนจนถึงมี อาการ 1. Vaccine-Associated Paralytic Poliomyelitis (VAPP) : ภาวะที่มีอาการครบทุกข้อดังนี้  กล้ามเนื้อแขนขามีอัมพาตอ่อนแรง อย่างเฉียบพลันแบบ asymmetry  มีไข้ในขณะที่ผู้ป่วยเริ่มมีอาการ อัมพาต และยังคงมีกล้ามเนื้ออ่อน แรงนานเกินกว่า 60 วัน นับจากวัน เริ่มมีอาการ - ตรวจพบเชื้อไวรัสโปลิโอสายพันธ์ วัคซีนในอุจจาระ (เก็บอุจจาระ 2 ครั้งๆ ละ 8 กรัม ภายใน 14 วันหลัง เริ่มมีอาการ AFP ส่งตรวจแยกเชื้อ ไวรัส) - ควรตรวจหาระดับ immunoglobulin ในเลือด ผู้ที่มี hypogammaglobulin จะมีความ เสี่ยงสูงที่จะเกิด VAPP การรักษา : - รักษาตามอาการและ ประคับประคอง - กายภาพบำบัด - ให้ IgG ถ้ามี hypogammaglobulin OPV เกิดขึ้นภายใน 4-30 วันหลังได้รับวัคซีน หรือ 4-75 วันหลัง สัมผัสกับผู้ได้รับ วัคซีน OPV

22 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้องและ ช่วงเวลา ภายหลัง ได้รับวัคซีนจนถึงมี อาการ 2. Guillain–Barre Syndrome (GBS) ภาวะที่มีอาการครบทุกข้อดังต่อไปนี้  กล้ามเนื้อแขนขาอัมพาตอ่อนแรง อย่างเฉียบพลัน ทั้งสองข้างเท่าๆ กัน ไม่มีไข้ในขณะที่ผู้ป่วยเริ่มมี อาการอัมพาต - ตรวจร่างกายโดยเฉพาะทางระบบ ประสาทอย่างละเอียด - การตรวจน้ำไขสันหลังจะพบว่าไม่ มีเซลล์แต่มีระดับโปรตีนสูงขึ้น (cell protein dissociation) การรักษา ให้การรักษาตามอาการ และประคับประคอง - อาจมีภาวะหายใจลำบาก ในระดับ ที่รุนแรง - ปัจจุบันให้ IVIG ในการรักษา TT, Hep-B มักเกิดภายใน 6 สัปดาห์ 2. กลุ่มอาการทางระบบประสาท (Nervous System Adverse Events)

23 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 3. Encephalopathy ภาวะที่มีอาการอย่างน้อย 2 อาการ ดังต่อไปนี้  ชัก  มีการเปลี่ยนแปลงของ สติสัมปชัญญะอย่างชัดเจนนาน อย่างน้อย1 วัน  มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม อย่างชัดเจนนานอย่างน้อย 1 วัน การตรวจน้ำไขสันหลังจะพบอยู่ใน เกณฑ์ปกติใช้แยกจากภาวะติดเชื้อ - (Encephalitis) การรักษา ให้การรักษาตามอาการ และประคับประคอง - ดูแลเมื่อมีการชักโดยเฉพาะ airway DTP, Measles -ส่วนใหญ่ เกิด ภายใน 72 ชั่วโมง หลัง DTP - ภายใน 6-12 วัน หลัง Measles 2. กลุ่มอาการทางระบบประสาท (Nervous System Adverse Events)

24 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้องและ ช่วงเวลา ภายหลัง ได้รับวัคซีนจนถึงมี อาการ 4. สมองอักเสบ (Encephalitis) ภาวะที่มีอาการดังต่อไปนี้  ไข้ ร่วมกับ  มีอาการทางสมอง เช่น มึนงง สับสน ไม่รู้สึกตัว เกร็ง ชัก หรือ  มีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม อาการแสดงคล้ายกับ Encephalopathy แต่ตรวจพบ ความผิดปกติในน้ำไขสันหลังมี เซลล์ผิดปกติ ระดับน้ำตาล และ โปรตีนเพิ่มขึ้น - เพื่อพิสูจน์สาเหตุ ต้องส่งเลือด CSF หรือสิ่งส่งตรวจอื่นๆ เพื่อค้นหา เชื้อ - เก็บเลือดส่งตรวจหา antibody ต่อเชื้อต่างๆ ที่อาจเป็นสาเหตุ การรักษา ตามอาการและแบบ ประคับประคอง MMR, measles, JE (hypothetical) มัก เกิดภายใน 30 วัน หลังได้รับวัคซีน 2. กลุ่มอาการทางระบบประสาท (Nervous System Adverse Events)

25 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 5. เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis) หมายถึง ภาวะที่มีอาการไข้ปวด ศรีษะและคอแข็ง และอาจมีอาการ ทางสมอง เช่น มึนงง สับสน ตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อช่วย ในการหาแหล่งติดเชื้อ ตรวจน้ำไขสันหลัง แยก aseptic จาก baeterial - การติดเชื้อ – ส่ง CSF เพาะเชื้อ ย้อมสีแกรม - ส่งเลือดเพาะเชื้อ และหาระดับ antibody ต่อเชื้อที่สงสัยเช่น mumps virus การรักษา ตามอาการและยา ปฏิชีวนะตามเชื้อที่พบ MMR มักเกิดภายใน 30 วัน หลังได้รับวัคซีน (1-4 wks) 2. กลุ่มอาการทางระบบประสาท (Nervous System Adverse Events)

26 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 6. อาการชัก : เป็นการชักทั้งตัว โดย ไม่มีอาการหรืออาการแสดงทาง ประสาทอื่นๆ - Febrile Seizures : หมายถึง มีอาการชักร่วมกับมีไข้สูง 38.5 องศาเซลเซียส (วัดทางปาก) - Afebrile Seizures : หมายถึง มีอาการชักและไม่มีไข้ร่วม ด้วย - ถามประวัติการเจริญเติบโต-การ คลอด - ประวัติชักในครอบครัว การได้รับ ยาต่างๆ - ตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อหา สาเหตุอื่นๆ ของไข้ (co-incidince) และการชัก ส่วนใหญ่มักจะพบเป็นแบบมีไข้ร่วม ด้วย การรักษา ตามอาการให้ยาลดไข้ เช็ดตัวบ่อยๆ อาจจำเป็นต้องให้ยา ระงับชัก ทุกชนิดโดยเฉพาะ - DTP, DTP-HB : Pertussis (0-2 วัน) - Measles, (6-12 วัน) 2. กลุ่มอาการทางระบบประสาท (Nervous System Adverse Events)

27 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 7. เส้นประสาท Brachial ที่ไปเลี้ยง หัวไหล่และแขนอักเสบ (Brachial Neuritis) หมายถึง ภาวะมีอาการอย่างน้อย หนึ่งอาการดังต่อไปนี้ ที่บริเวณแขน หรือไหล่ข้างที่ฉีดวัคซีน หรือข้างตรง ข้าม หรือทั้งสองข้าง  เจ็บปวดที่แขนหรือหัวไหล่  มีอาการกล้ามเนื้อแขนหรือหัวไหล่ อ่อนแรงและอาจลีบเล็ก  มีการเสื่อมของเส้นประสาทบริเวณ แขนและหัวไหล่ อาจสูญเสีย ความรู้สึก การรักษา : ให้รักษาตามอาการ ให้ยาแก้ปวด TT, dT มักเกิดขึ้นหลังฉีด วัคซีน 2-28 วัน 2. กลุ่มอาการทางระบบประสาท (Nervous System Adverse Events)

28 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 8. Sciatic n. injury ภายหลังการ ฉีก IM ที่สะโพกผิดตำแหน่ง ทำให้ เกิดอาการ  กล้ามเนื้อขาข้างที่ฉีดอ่อนแรง  ปวดบริเวณกล้ามเนื้อ gluteus ปวดไปตามแนวประสาทของขา  มี hyporeflexia  กล้ามเนื้อลีบ หลัง วัน - อาการ sequelae น้อยกว่าโปลิโอ การรักษา : - ให้รักษาตามอาการ - หลัง physiotherapy จะกลับดีขึ้น ได้ภายใน 3-9 เดือน ทุกชนิด อาการมักเกิด ภายหลังฉีดวัคซีน 1 ชั่วโมง - 5 วัน 2. กลุ่มอาการทางระบบประสาท (Nervous System Adverse Events)

29 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 1. ไข้ (Fever) หมายถึง มีอาการไข้ โดยไม่พบสาเหตุอื่นร่วมด้วย อาจ เป็นกรณีใดกรณีหนึ่งดังนี้  มีไข้สูง 38.5 องศาเซลเซียส (วัด ทางปาก) นานเกิน 3 วัน โดยวัด อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง  มีไข้สูง 39.5 องศาเซลเซียส (วัด ทางปาก) ตั้งแต่หนึ่งครั้งขึ้นไป ควรตรวจหาสาเหตุของไข้ ซึ่งอาจ เป็นอาการของโรคอื่นๆ ที่เผอิญ เกิดขึ้นพร้อมกับการได้รับวัคซีน (co-incidence) โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพิ่มเติมเช่น การส่งเลือดเพาะเชื้อ แบคทีเรียหรือแยกเชื้อไวรัส ส่งหา antibody ต่อเชื้อต่างๆ ที่พบได้ บ่อย ในพื้นที่หรือฤดูกาลนั้นๆ การรักษา ให้การรักษาตามอาการ ให้ยา paracetamol อาจให้หลังฉีด ทันทีในรายที่เคยมีประวัติ ทุกชนิด DTP พบ บ่อยส่วนใหญ่เกิด ภายใน 1-2 วัน หลัง ได้รับวัคซีน ยกเว้น measles MR และ MMR ที่จะเกิด หลังได้วัคซีน 6-12 วัน 3. กลุ่มอาการอื่นๆ (Other Adverse Reaction)

30 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 2. อาการหน้ามืด/เป็นลม Hypotonic Hyporesponsive Episode (HHE - Shock Collapse) หมายถึง มีอาการ เกิดขึ้นโดย ฉับพลันเป็นเพียงชั่วคราวและหายได้ เอง ต้องมีอาการ ครบทั้ง 3 อาการ :  กล้ามเนื้ออ่อนแรง (hypotonic)  การตอบสนองต่อสิ่งเร้าลดลง  ซีดหรือเขียว ส่วนใหญ่จะเป็นอยู่ระยะสั้นและหาย ได้เอง การรักษา : - ในระยะที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ให้ การดูแลต้องระวังเรื่อง airway obstruction และ aspirated pneumonia ไม่เป็น contraindication ในการ ให้วัคซีนครั้งต่อไป DTP วัคซีนชนิดอื่นพบได้ บ้างแต่น้อยมาก เกิดภายใน 48 ชั่วโมง (ส่วนใหญ่ ภายใน 12 ช.ม.) 3. กลุ่มอาการอื่นๆ (Other Adverse Reaction)

31 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 3. Persistent crying : มีอาการร้อง ติดต่อกันนาน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง อาจมี เสียงกรีดร้องเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่จะหยุดร้อง ภายใน 1 วัน การรักษา : การให้ยาแก้ปวด อาจช่วยได้บ้าง DTP, Pertussis มักเกิดขึ้น ภายใน 24 ชั่วโมง 4. อาการปวดข้อ (Arthralgia) : มี อาการปวดข้อเล็กๆ ที่อยู่ตามส่วน ปลาย เช่นข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า โดยไม่มี อาการข้อบวม/แดง อาจเป็นนาน ตั้งแต่ 10 วันขึ้นไป เป็นแบบ persistent หรือเป็น transient คือ หายเองภายใน 10 วัน หายได้เอง ให้การรักษาตามอาการ อาจ จำเป็นต้องให้ยาแก้ปวด (analgesic) Rubella, MMR มักภายใน 1-3 สัปดาห์ หลังได้รับ Rubella หรือ MMR, MR 3. กลุ่มอาการอื่นๆ (Other Adverse Reaction)

32 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 5. ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (Lymphadenitis): หมายถึง ภาวะที่มีอาการอย่างใด อย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้  ต่อมน้ำเหลืองโตอย่างน้อย 1 ต่อม ขนาด 1.5 ซม. หรือมากกว่า  มีรูเปิดเชื่อมผิวหนังและต่อม น้ำเหลืองที่อักเสบ ส่วนใหญ่เกิดจาก BCG วัคซีน มัก เป็นข้างเดียวกับที่ฉีด (ส่วนใหญ่เป็น ที่รักแร้) ส่วนใหญ่หายได้เอง แต่อาจเป็น เวลาหลายเดือน ไม่จำเป็นต้องให้ ยาเฉพาะ TB รักษา - ในกรณีที่มีการยึดติดของผิวหนัง กับต่อมน้ำเหลือง หรือมีน้ำเหลือง ไหลออกจาก sinus เป็นเวลานาน พิจารณา 1. ทำ surgical drainage 2. ให้ anti TB ฉีดเข้ารอบๆ บริเวณที่มีการอักเสบ (การให้ยาทาง systemic ไม่ ได้ผล) BCG เกิดส่วนใหญ่ ภายใน 2-6 เดือน หลังได้ BCG 3. กลุ่มอาการอื่นๆ (Other Adverse Reaction)

33 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 6. Disseminated BCG-infection (BCG-itis) : ภาวะที่มีการติดเชื้อ และแพร่กระจายของเชื้อ BCG ไปทั่ว ร่างกาย และมีผลตรวจทาง ห้องปฏิบัติการพบเชื้อ Mycobacterium bovis สายพันธุ์ BCG สนับสนุนการวินิจฉัย ตรวจร่างกายพบต่อมน้ำเหลืองโต ทั่วไปและอาจพบรอยโรคในอวัยวะ ต่างๆ ได้ ส่วนใหญ่พบในผู้มี ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น HIV/AIDS การรักษา : ให้ anti TB regimens ซึ่งรวมทั้ง isoniazid และ rifampicin BCG เกิดขึ้น ภายใน 1-12 เดือน หลังได้วัคซีน 3. กลุ่มอาการอื่นๆ (Other Adverse Reaction)

34 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 7. กระดูกและหรือกล้ามเนื้ออักเสบ Osteitis/Osteomyelitis หมายถึง มีภาวะกระดูกอักเสบ และมีผลตรวจ ทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อ Mycobacterium bovis สายพันธุ์ BCG เป็นต้นเหตุ การรักษา - ให้ anti TB regimens รวมทั้ง isoniazid และ rifampicin BCG เกิดขึ้น ภายใน 1-12 เดือน หลังได้ BCG 3. กลุ่มอาการอื่นๆ (Other Adverse Reaction)

35 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 8. Thrombocytopaenia : มีเกล็ด เลือดต่ำกว่า 50,000 เซล/มล และ อาจพบอาการดังต่อไปนี้  มีจุดเลือด / รอยซ้ำตามผิวหนัง  มีอาการเลือดออก ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรงและหาย ได้เอง การรักษา : -บางรายอาจต้องให้เสตียรอยด์ และหรือให้เลือด MMR, Measles มักเกิดภายใน 2-5 สัปดาห์หลังได้รับ Measles หรือ MCV 3. กลุ่มอาการอื่นๆ (Other Adverse Reaction)

36 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 9. โลหิตเป็นพิษ (Sepsis) * หมายถึง ภาวะมีการเจ็บป่วยรุนแรง เกิดขึ้นแบบฉับพลัน อันเนื่องมาจาก การติดเชื้อแบคทีเรีย โดยมีผลการ ตรวจพบเชื้อแบคทีเรียในกระแส โลหิต ต้องนึกถึงเสมอในรายที่มีไข้สูง มี การเปลี่ยนแปลงทางคลินิกรุนแรง มากขึ้นเร็ว และมีอาการแสดงของ การติดเชื้อในหลายระบบ ต้องตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ เจาะเลือด ตรวจหาเชื้อก่อนให้ยาปฏิชีวะ การรักษา : ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลเมื่อสงสัย ทุกชนิด มักเกิดภายใน 5 วัน หลังได้รับวัคซีน * เป็น Program error ที่รุนแรง ต้องรีบรายงาน 3. กลุ่มอาการอื่นๆ (Other Adverse Reaction)

37 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 10. Toxic Shock Syndrome * หมายถึง กลุ่มอาการที่มีไข้สูง เฉียบพลัน ร่วมกับอาเจียน และถ่าย อุจจาระเป็นน้ำ โดยเกิดภายใน ชั่วโมงหลังได้รับการสร้างเสริม ภูมิคุ้มกันโรค และอาจทำให้เสียชีวิต ภายใน ชั่วโมง การวินิจฉัยได้เร็ว มีผลต่อการรักษา และการอยู่รอดของผู้ป่วย ให้สารน้ำรักษาภาวะช็อก นำส่ง โรงพยาบาล เพื่อให้ยาปฏิชีวนะและ การรักษาที่เหมาะสมด่วน (ส่วน ใหญ่เกิดจาก S.aureus toxin) ทุกชนิด * เป็น Program error ที่รุนแรง ต้องรีบรายงาน 3. กลุ่มอาการอื่นๆ (Other Adverse Reaction)

38 4.กลุ่มอาการแพ้ Acute Hypersensitivity Reaction นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 1.อาการแพ้ (Allergic Reaction) หมายถึง การแพ้ไม่รุนแรง โดยมี อาการอย่างน้อยหนึ่งอาการที่เกิดขึ้น ภายใน 24 ชั่วโมง ดังต่อไปนี้  อาการทางผิวหนัง เช่น ผื่น ลมพิษ  บวมที่หน้า หรือบวมทั่วไป  หายใจมีเสียงวี๊ด หายได้เอง (Self limiting) การรักษา การให้ antihistamine อาจช่วยบ้าง การแพ้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น อาหาร ยา พิษจากแมลง aeroallergens หรือ สารต่างๆ ดังนั้น การซักประวัติเกี่ยวกับการ ได้รับหรือสัมผัสกับสารอื่นๆ นอกจากวัคซีน หรือซีรั่ม จะช่วยใน การป้องกัน และการวินิจฉัย AEFI ทุกชนิด ส่วนใหญ่เกิดขึ้น ภายใน 24 ชั่วโมง หลังรับวัคซีน

39 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 2. Anaphylactoid Reaction (Acute Hypersensitivity Reaction) หมายถึง มีการแพ้ปานกลาง และมี อาการอย่างน้อยหนึ่งอาการที่เกิดขึ้น ภายใน 2 ชั่วโมง ดังต่อไปนี้  หายใจมีเสียงวี๊ด (wheezing) หอบจากหลอดลมหดเกร็ง และมี หายใจตื้น, เร็ว (SOB)  หายใจมีเสียง Stridor ที่เกิดจาก กล่องเสียงหดเกร็งหรือบวม  อาการทางผิวหนังอย่างน้อยหนึ่ง อาการดังนี้ ลมพิษ หน้าบวม บวมทั่ว ร่างกาย Anaphylactioid reaction เกิดขึ้น โดยไม่ต้องอาศัย IgE ซึ่งต่างจาก anaphylaxis - หายได้เอง (Self limiting) การ ให้ยา antihistamine อาจช่วยได้ บ้าง ให้ supportive และรักษาตาม อาการอื่นๆ - ในรายที่มีอาการรุนแรงและแยก จาก anaphylaxis ไม่ได้ ให้การ รักษาเช่นเดียวกับ anaphylaxis ทุกชนิด ส่วนใหญ่เกิดขึ้น ภายใน 2 ชั่วโมงหลัง รับวัคซีน 4.กลุ่มอาการแพ้ Acute Hypersensitivity Reaction

40 นิยามอาการภายหลังได้รับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค การตรวจเพิ่มเติมและ การดูแลรักษา วัคซีนที่เกี่ยวข้อง และช่วงเวลา ภายหลังได้รับวัคซีน จนถึงมีอาการ 3. Anaphylaxis (Anaphylactic Shock): ภาวะการแพ้รุนแรงที่ นำไปสู่ภาวะไหลเวียนโลหิตล้มเหลว โดยเกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที มีอาการ และอาการแสดง ดังนี้ ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเบาเร็ว หรือ คลำไม่ได้ มีการเปลี่ยนแปลงระดับ การรับรู้ และสติสัมปชัญญะ และอาจ มีอาการอื่นร่วมด้วย ดังนี้  หายใจมีเสียงวี๊ด (wheezing) หอบ จากหลอดลมหดเกร็ง  หายใจมีเสียง Stridor ที่เกิดจาก กล่องเสียงหดเกร็งหรือ บวม  มีอาการทางผิวหนัง ผื่น คัน ลมพิษ บวมที่หน้าหรือทั้งตัว Anaphylaxis เป็น medical emergency ต้องให้การรักษาอย่าง รีบด่วน - ให้ adrenaline 1:1,000 ขนาด 0.01/ml/kg IM คนละข้างกับที่ ฉีดวัคซีน - ให้ CPR, O 2 mask - Consultation/ส่งต่อ รพ. รายละเอียดหัวข้อ Anaphylaxis - การตรวจร่างกาย และสังเกต อาการที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดจะ ช่วยในการวินิจฉัย แยก anaphylaxis จากภาวะช็อกที่เกิด จากเหตุอื่นๆ หรือจาก syncope ทุกชนิด ส่วนใหญ่เกิดขึ้น ภายใน 1 ชั่วโมง ในรายที่รุนแรงจะเกิด เร็ว ภายใน 10 นาที 4.กลุ่มอาการแพ้ Acute Hypersensitivity Reaction

41 Injection Reaction ผู้ได้รับวัคซีนอาจมีปฏิกิริยาต่อการฉีดยา กลัว เข็ม กลัวเจ็บ มีความวิตกกังวลต่างๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับ ส่วนประกอบของวัคซีน ปฏิกิริยาที่พบได้มีดังนี้ Fainting เป็นลม (vasovagal syndrome) พบ บ่อยที่สุดต้องแยกจาก anaphylaxis และ HHE ส่วน ใหญ่จะพบในเด็กโต > 5 ปี และผู้ใหญ่ ต้องระวังเรื่อง อันตรายจากการล้ม Hyperventilation เนื่องจากความวิตกกังวล อาจ นำไปสู่อาการ / อาการแสดงต่างๆ เช่น รู้สึกตัวเบาๆ มึน งง รู้สึกคัน (tingling) รอบๆ ปากและปลายมือ Breath-holding มีการกลั้นหายใจ ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ รู้สึกตัว หรือมีอาการเกร็ง / กระตุก ระยะสั้นๆ ได้ Mass hysteria อาจเกิดได้ในการให้วัคซีนแบบ รณรงค์ ถ้ามีการเห็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับคนที่ได้รับ วัคซีนก่อน เช่น เป็นลม ชัก

42 Anaphylaxis : ปฏิกิริยาการแพ้อย่าง รุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและ ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการ ไหลเวียนล้มเหลวและถึงเสียชีวิตใน ที่สุด อาการและอาการแสดง จะพบได้ในหลาย ระบบของร่างกาย ระยะเวลาที่เกิดและความ รุนแรงแตกต่างกันได้มาก ยิ่งเกิดเร็วจะรุนแรง มาก หากเราให้การวินิจฉัยได้เร็ว จะช่วยลด ความรุนแรงและป้องกันการสูญเสียชีวิตได้ ส่วนใหญ่ในรายที่รุนแรงอาการจะเกิดขึ้นเร็ว ภายใน 10 นาที และมักไม่เกิน 2 ชั่วโมง แต่ในบางครั้งอาจจะมี bi-phasic reaction เกิดอาการรุนแรงอีกครั้ง 8-12 ชั่วโมง ภายหลังการเกิดอาการครั้งแรก Anaphylaxis

43 โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการ อาการทางผิวหนัง ร่วมกับ อาการระบบทางเดินหายใจ ระบบหมุนเวียน โลหิต หรือ มีอาการแสดงผิดปกติของร่างกาย 2 ระบบขึ้นไป ซึ่งได้แก่ 1) ระบบผิวหนัง 2) ระบบทางเดินหายใจ 3) ระบบไหลเวียนโลหิต 4) ระบบทางเดินอาหาร หรือ ความดันโลหิตลดลงหลังจากสัมผัสกับสารที่ผู้ป่วยทราบว่าแพ้มาก่อน

44 ความรุนแรง/ระยะการ เปลี่ยนแปลง อาการและอาการแสดงของ Anaphylaxis Mild - สัญญานเตือน Late-life threatening Signs/symptoms - คันที่ผิวหนัง, มีผื่นและบวมตรงตำแหน่งที่ฉีด เวียนศีรษะ มึน, รู้สึกร้อนผ่าวทั่วตัว - มีบวมตามส่วนต่างๆ เช่น ปาก หรือหน้า มี ผิวหนังแดง, คันตามผิวหนัง, รู้สึกคัดจมูก จาม และมีน้ำตาไหล - มีเสียงแหบ คลื่นไส้ อาเจียน - บวมในลำคอ หายใจลำบาก (SOB) ปวดท้อง (cramp) - หายใจมีเสียง wheezing, เสียงดัง stridor - ความดันโลหิตต่ำ ชีพจร เบาเร็ว และอาจเต้น ผิดปกติ ช็อกไม่รู้สึกตัว Anaphylaxis

45 แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วยAnaphylaxisหลังได้รับวัคซีน

46 Management of Anaphylaxis การรักษา ต้องมี emergency kit รวมทั้ง adrenaline พร้อมที่จะให้การรักษา ทันทีที่พบผู้ป่วยและส่งต่อโรงพยาบาลได้ ขั้นตอนในการ management 1. ถ้าไม่รู้สึกตัว ให้นอนราบ ดูแลเรื่องทางเดินหายใจ (Airway) 2. ประเมินภาวะผู้ป่วย ตรวจการหายใจ ความดันโลหิต ชีพจร carotid pulse จะ เบาเร็ว หากชีพจรแรงและช้า ไม่น่าจะเป็น anaphylaxis นึกถึง vasovagal syndrome มากกว่า 3. ถ้าจำเป็นให้เริ่มทำ CPR 4. ให้ adrenaline 1:1000 ขนาด 0.01 ml/kg ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ deep IM (ขนาด สูงสุดไม่เกิน 0.5 ml ต่อครั้ง) ถ้าไม่ทราบน้ำหนัก ประมาณขนาดยาตามอายุ ดังนี้ - < 2 ปี มล. (1/16 ของ มล.) ปี0.125 มล. (1/8 ของ มล.) ปี0.25 มล. (1/4 ของ มล.) ปี0.5 มล. (1/2 ของ มล.)

47 Management of Anaphylaxis (2) 5. เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวหลังให้ adrenaline ให้นอนหัวต่ำกว่าเท้า และทำให้ร่างกาย อบอุ่น 6. ให้ O2 by face mask 7. ตามผู้ช่วยเหลือ รีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์เตรียมส่งโรงพยาบาลหลังให้ adrenaline ครั้งแรก หรือดูตามอาการของผู้ป่วย 8. ถ้าให้ adrenaline ไปแล้ว นาที ยังไม่ดีขึ้น ให้ฉีดซ้ำขนาดเดิมได้อีก ทั้งหมดไม่เกิน 3 ครั้ง ส่วนใหญ่หลังให้ adrenaline ผู้ป่วย anaphylactic shock จะมี อาการดีขึ้นเร็ว 9. บันทึกการตรวจร่างกายอย่างละเอียด วัดชีพจร การหายใจ ความดันโลหิต รวมทั้งการให้การรักษาต่างๆ และผลตอบสนอง 10.รายงานการเกิด anaphylaxis ตามระบบเฝ้าระวังอาการภายหลังได้รับวัคซีน ที่สำคัญคือ ห้ามให้วัคซีนที่ทำให้เกิด anaphylaxis อีก และต้องประทับไว้ที่บัตรผู้ป่วย พร้อมทั้ง อธิบายพ่อแม่ผู้ปกครองให้ทราบถึงข้อห้ามนี้

48 Faint (Injection react.) AnaphylaxisHHE เวลาเริ่มมีอาการ (onset) ทันทีที่ฉีดหรือภายหลัง ได้รับวัคซีนแล้ว2-3 นาที มีช่วงเวลาภายหลังได้รับ วัคซีนแล้ว 5 – 30 นาที (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2 ชั่วโมง) มีช่วงเวลาภายหลังได้รับ ภายใน 48 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ 1-12 ชั่วโมง อาการ/อาการแสดง ทางผิวหนัง ระบบต่างๆ ซีด มีเหงื่อ ตัวเย็น ชื้น มีผื่นลมพิษ แดงนูนคัน, หน้าตาบวม angioedema มีผื่นทั่วตัว ซีด หรือ เขียว ตัวเย็น ระบบหายใจหายใจปกติ หรือหายใจ ลึกๆ หายใจเสียงดังเนื่องจากมีการอุดกั้น ของทางเดินหายใจ (มี wheeze หรือ stridor) หายใจปกติ บางรายอาจมีหายใจช้า/หยุด หายใจช่วงสั้นๆ ระบบหัวใจและหลอด เลือด การเต้นของหัวใจ/ชีพจร ช้าอาจมีความดันโลหิตต่ำ ชั่วคราว ชีพจรเร็วมีความดันโลหิตต่ำชีพจร และความดันโลหิตปกติ บางรายอาจมีชีพจรช้า หรือ ความดันต่ำชั่วคราว ระบบทางเดินอาหารมีคลื่นไส้/อาเจียนปวดท้อง (abdominal cramps) เหมือนจะถ่ายอุจจาระ ปกติ Neurologicalอาจมีอาการไม่รู้สึกตัว ระยะสั้นๆ ไม่กี่นาทีและถ้า จัดให้อยู่ในท่านอนราบจะ ดีขึ้นเร็ว มีอาการไม่รู้สึกตัวระยะหลัง ในรายที่มี อาการรุนแรง อาจจะดีขึ้นเพียง เล็กน้อยเมื่อให้นอนราบลง กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Hypotonic) การตอบสนอง ต่อสิ่งเร้าลดลง (Hyporesponsive) ความแตกต่างระหว่าง Faint, Anaphylaxis และ HHE

49 Thank You


ดาวน์โหลด ppt Live Attenuated JE Vaccine Suchitra Nimmannitya Department of Disease Control, MOPH.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google