งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

7 มิถุนายน 2554 1 www.nesdb.go.th การประชุมเชิงปฏิบัติการ วันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 เวลา 9.00 – 10.30 น. ณ โรงแรมที เค พาเลซ กรุงเทพมหานคร แผนประคองกิจการ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "7 มิถุนายน 2554 1 www.nesdb.go.th การประชุมเชิงปฏิบัติการ วันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 เวลา 9.00 – 10.30 น. ณ โรงแรมที เค พาเลซ กรุงเทพมหานคร แผนประคองกิจการ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 7 มิถุนายน การประชุมเชิงปฏิบัติการ วันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 เวลา 9.00 – น. ณ โรงแรมที เค พาเลซ กรุงเทพมหานคร แผนประคองกิจการ (Business Continuity Plan: BCP) กรณีตัวอย่างการระบาดของโรคอุบัติ ใหม่ นายธานินทร์ ผะเอม รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ

2 7 มิถุนายน ก.ย. 52 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ สศช. กันเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ วงเงิน 10 ล้านบาทไว้เบิกเหลื่อมปีสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการศึกษาแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง 23 ก.ย. 53 สศช. ได้ดำเนินการจัดจ้าง บ. ที่ปรึกษา เพื่อดำเนินโครงการศึกษาแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง (BCP) โดยวิธี คัดเลือก ในวงเงิน 10 ล้านบาท และลงนามในสัญญาจ้างบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอฟเอเอส จำกัด เป็นที่ปรึกษา ตามสัญญาจ้างที่ปรึกษา เลขที่ (จ.) 37/ มิ.ย. 54 ที่ปรึกษากำลังดำเนินการศึกษาในขั้นตอนร่างรายงานฉบับสุดท้าย โดยคาดว่าจะสิ้นสุดกระบวนการศึกษา ภายในสิ้นปี 2554 และจะจัดทำเป็นข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป โครงการศึกษาแผนดำเนินงานธุรกิจต่อเนื่องของ สศช. ความเป็นมา เหตุผลและความจำเป็น  ปัจจุบันมีเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ล้วนสร้างผลกระทบกว้างขวางต่อทั้งระบบโครงสร้างพื้นฐาน ภาคการผลิต วิถีการดำรงชีพของประชาชน ซึ่งต้องใช้เวลาตลอดจนงบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขหรือสร้าง ความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา  กลไกการดำเนินงานของภาครัฐ มีคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) โดยมีแผนการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ เป็นกรอบในการดำเนินการ  ขณะที่ ระดับภาคเอกชนยังไม่มีแผนรองรับที่เชื่อมโยงกับแผนในระดับหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น การจัดทำแผนรองรับ กรณีภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินในระดับภาคเอกชน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ภาคการบริการ และภาคเอกชนที่ ให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้การดำเนินธุรกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ของภาคเอกชนมีความ ต่อเนื่องในกรณีที่เกิดวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3 7 มิถุนายน โครงการศึกษาแผนดำเนินงานธุรกิจต่อเนื่องของ สศช. ( ต่อ ) วัตถุประสงค์ จัดทำข้อเสนอแนวทางในการบริหารจัดการและการกำกับดูแลแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่องทั้งแผน ระดับชาติ และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำแผนระดับองค์กรของภาครัฐและเอกชนที่บูรณาการ เชื่อมโยงกับแผนระดับชาติอย่างมีเอกภาพ ขอบเขตการศึกษา ศึกษาประเภทความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทยและผลกระทบต่อการดำเนินงาน/ธุรกิจของ ภาครัฐและเอกชน ตลอดจนแนวทางป้องกัน แก้ไข ภายใต้กรอบแนวคิดและหลักการที่ครอบคลุม ประเด็น ได้แก่  ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการดำเนินการ ธุรกิจขององค์กรภาครัฐและเอกชนไทย  การกำหนดประเภทองค์กรภาครัฐและเอกชนที่อาจได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงประเภท ต่างๆ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีแผน ดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง และแนวทางป้องกันและแก้ไขความเสี่ยง ที่อาจเกิดขึ้นในระดับองค์กร

4 7 มิถุนายน กลไก กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสาธารณภัยของประเทศไทย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ 1) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ม.73 2) ระดับพรบ. ได้แก่ -พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย พ.ศ พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ พรบ. โรคติดต่อ พ.ศ พรบ. โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม -พรบ.ป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ ) ระดับกระทรวง ได้แก่ - ระเบียบก.การคลังว่าด้วยเงินทดรอง ราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ และที่แก้ไข เพิ่มเติม - มอก.22301/2553 ระบบการบริหารความ ต่อเนื่องทางธุรกิจ 4) ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น - พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสา ธารณภัย.พ.ศ ของ กทม. กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ 1) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ม.73 2) ระดับพรบ. ได้แก่ -พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย พ.ศ พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ พรบ. โรคติดต่อ พ.ศ พรบ. โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 และที่ แก้ไขเพิ่มเติม -พรบ.ป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ ) ระดับกระทรวง ได้แก่ - ระเบียบก.การคลังว่าด้วยเงินทดรอง ราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบ ภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน พ.ศ และที่แก้ไข เพิ่มเติม - มอก.22301/2553 ระบบการบริหารความ ต่อเนื่องทางธุรกิจ 4) ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น - พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสา ธารณภัย.พ.ศ ของ กทม. ยุทธศาสตร์และแผน อาทิ 1) แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แห่งชาติ พ.ศ.2553 – 2557 ครอบคลุม 14 ประเภทภัย 4 ภัยความมั่นคง 2) แผนป้องกันประเทศ(กระทรวงกลาโหม) 3) แผนผนึกกำลังและทรัพยากรเพื่อการป้องกัน ประเทศ 4) แผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดนก และแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมในการ ป้องกัน และแก้ปัญหาการระบาดใหญ่ของ ไข้หวัดใหญ่ (พ.ศ ) เป็นต้น ยุทธศาสตร์และแผน อาทิ 1) แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แห่งชาติ พ.ศ.2553 – 2557 ครอบคลุม 14 ประเภทภัย 4 ภัยความมั่นคง 2) แผนป้องกันประเทศ(กระทรวงกลาโหม) 3) แผนผนึกกำลังและทรัพยากรเพื่อการป้องกัน ประเทศ 4) แผนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาโรคไข้หวัดนก และแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมในการ ป้องกัน และแก้ปัญหาการระบาดใหญ่ของ ไข้หวัดใหญ่ (พ.ศ ) เป็นต้น กลไกการบริหาร ระดับชาติ คณะกรรมการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน กรรมการ ระดับท้องถิ่น: มีผู้ว่าราชการจังหวัด รับผิดชอบ หากเกินขีดความสามารถ ให้ รายงานขอรับการสนับสนุนจากผู้อำนวย การกลาง หรือ ผู้บัญชาการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งมีกลไก รับผิดชอบในระดับท้องถิ่น เช่น - กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จังหวัด อำเภอและเทศบาล - กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เมืองพัทยา - กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กรุงเทพมหานคร เป็นต้น โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิด ชอบหลักในการดำเนินการ ประสานงาน และการเตรียมความพร้อมทั้งก่อนและหลัง การเกิดภัยพิบัติ กลไกการบริหาร ระดับชาติ คณะกรรมการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (กปภ.ช.) โดยมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน กรรมการ ระดับท้องถิ่น: มีผู้ว่าราชการจังหวัด รับผิดชอบ หากเกินขีดความสามารถ ให้ รายงานขอรับการสนับสนุนจากผู้อำนวย การกลาง หรือ ผู้บัญชาการป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งมีกลไก รับผิดชอบในระดับท้องถิ่น เช่น - กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน จังหวัด อำเภอและเทศบาล - กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เมืองพัทยา - กองอำนวยการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กรุงเทพมหานคร เป็นต้น โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิด ชอบหลักในการดำเนินการ ประสานงาน และการเตรียมความพร้อมทั้งก่อนและหลัง การเกิดภัยพิบัติ 14 สาธารณภัย ได้แก่ ภัยจากพายุหมุนเขต ร้อน อุทกภัย และดินโคลนถล่ม ภัยจากอัคคีภัย ภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย ภัยจากการ คมนาคมและขนส่ง ภัยแล้ง ภัยจากอากาศหนาว ภัยจากไฟป่าและหมอกควัน ภัยจากแผ่นดินไหว และอาคารถล่ม ภัยจากคลื่นสึนามิ ภัยจาก เทคโนโลยีสารสนเทศ ภัยจากโรคระบาดใน มนุษย์ ภัยจากโรคแมลง สัตว์ ศัตรูพืชระบาด 4 ภัยความมั่นคง ได้แก่ การก่อวินาศกรรม ภัย จากทุ่นระเบิดกับระเบิด ภัยทางอากาศ ภัยจาก การชุมนุมประท้วงและก่อการจลาจล 14 สาธารณภัย ได้แก่ ภัยจากพายุหมุนเขต ร้อน อุทกภัย และดินโคลนถล่ม ภัยจากอัคคีภัย ภัยจากสารเคมีและวัตถุอันตราย ภัยจากการ คมนาคมและขนส่ง ภัยแล้ง ภัยจากอากาศหนาว ภัยจากไฟป่าและหมอกควัน ภัยจากแผ่นดินไหว และอาคารถล่ม ภัยจากคลื่นสึนามิ ภัยจาก เทคโนโลยีสารสนเทศ ภัยจากโรคระบาดใน มนุษย์ ภัยจากโรคแมลง สัตว์ ศัตรูพืชระบาด 4 ภัยความมั่นคง ได้แก่ การก่อวินาศกรรม ภัย จากทุ่นระเบิดกับระเบิด ภัยทางอากาศ ภัยจาก การชุมนุมประท้วงและก่อการจลาจล

5 7 มิถุนายน สถานการณ์แผนธุรกิจต่อเนื่องของไทยในปัจจุบัน แผนภาพแสดงความเชื่อมโยงของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยในปัจจุบัน ที่มา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  ในอดีตประเทศไทยมีประสบการณ์ในการจัดการภัยพิบัติค่อนข้างจำกัด ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ได้แก่ ภาวะน้ำท่วม พายุฝน และภัยแล้งที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล ซึ่งไม่มีความรุนแรงมากนัก การเตรียมการต่างๆ จึงอยู่บนสมมุติฐานของลักษณะภัยพิบัติ ดังกล่าวภายในขอบเขตความรุนแรงระดับหนึ่งเท่านั้น ระบบการเตรียมพร้อม การจัดการในภาวะฉุกเฉิน และการกู้ภัยจึงไม่มี ประสิทธิภาพเพียงพอในรองรับภัยขนาดใหญ่  ประเทศไทยต้องเผชิญภัยพิบัติขนาดใหญ่หลายครั้งทำให้เกิดการตื่นตัวในเชิงนโยบายของรัฐ ทำให้ปัจจุบันมีการพัฒนาการ จัดการภัยพิบัติของประเทศอย่างเป็นระบบมากขึ้น แต่ยังคงมีปัญหาในการประสานสั่งการระหว่างหน่วยงาน

6 7 มิถุนายน วัฒนธรรมและแนวคิดของคนไทย ขาดวัฒนธรรมและ ความตระหนักถึงการสร้างความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่วิธีคิดด้านการพัฒนาไม่เชื่อมโยงกับการจัดการภัย พิบัติ เช่น การลงทุนด้านระบบชลประทานสามารถป้องกัน/ ลดผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วมได้ในขณะเดียวกัน 2.ด้านบทบาทและภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขาดเอกภาพในการปฏิบัติ และความเป็นเอกภาพในการ บริหารจัดการทั้งในระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับ ท้องถิ่น ผู้รับผิดชอบหลัก มีอำนาจสั่งการได้ไม่ครอบคลุม ทุกหน่วยงาน การจัดทำโครงการด้านสาธารณภัยมีลักษณะ ต่างฝ่ายต่างดำเนินการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้า และไม่มีการทำงานในลักษณะองค์รวมเพื่อ ประสานการทำงานในทิศทางเดียวกันและแก้ไขปัญหาระยะ ยาว 3.ด้านขีดความสามารถของหน่วยงานปฏิบัติ ขาดแคลน งบประมาณ บุคลากร เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ที่ เหมาะสมและจำเป็นในเบื้องต้น รวมทั้งเครื่องมือพิเศษที่ จำเป็นต้องใช้ในกรณีต่างๆ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน ส่วนกำลังคนที่มีอยู่ก็ยังขาดความรู้และความ ชำนาญในเชิงเทคนิค 4.ด้านองค์ความรู้และอำนาจการตัดสินใจในขั้นตอนการ ปฏิบัติ ประเทศไทยยังขาดการวิจัยและพัฒนาด้านสาธารณ ภัยอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีความชัดเจนในการกำหนดพื้นที่ เสี่ยงภัย และการเผชิญปัญหา ระเบียบและกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับการป้องกันสาธารณภัยและผังเมืองยังไม่ สามารถบังคับใช้อย่างได้ผล ขณะที่กฎหมายอื่นๆ เป็น อุปสรรคต่อการจัดการสาธารณภัย 1.วัฒนธรรมและแนวคิดของคนไทย ขาดวัฒนธรรมและ ความตระหนักถึงการสร้างความปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่วิธีคิดด้านการพัฒนาไม่เชื่อมโยงกับการจัดการภัย พิบัติ เช่น การลงทุนด้านระบบชลประทานสามารถป้องกัน/ ลดผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วมได้ในขณะเดียวกัน 2.ด้านบทบาทและภารกิจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขาดเอกภาพในการปฏิบัติ และความเป็นเอกภาพในการ บริหารจัดการทั้งในระดับประเทศ ระดับจังหวัด และระดับ ท้องถิ่น ผู้รับผิดชอบหลัก มีอำนาจสั่งการได้ไม่ครอบคลุม ทุกหน่วยงาน การจัดทำโครงการด้านสาธารณภัยมีลักษณะ ต่างฝ่ายต่างดำเนินการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้า และไม่มีการทำงานในลักษณะองค์รวมเพื่อ ประสานการทำงานในทิศทางเดียวกันและแก้ไขปัญหาระยะ ยาว 3.ด้านขีดความสามารถของหน่วยงานปฏิบัติ ขาดแคลน งบประมาณ บุคลากร เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ที่ เหมาะสมและจำเป็นในเบื้องต้น รวมทั้งเครื่องมือพิเศษที่ จำเป็นต้องใช้ในกรณีต่างๆ และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน ส่วนกำลังคนที่มีอยู่ก็ยังขาดความรู้และความ ชำนาญในเชิงเทคนิค 4.ด้านองค์ความรู้และอำนาจการตัดสินใจในขั้นตอนการ ปฏิบัติ ประเทศไทยยังขาดการวิจัยและพัฒนาด้านสาธารณ ภัยอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีความชัดเจนในการกำหนดพื้นที่ เสี่ยงภัย และการเผชิญปัญหา ระเบียบและกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกับการป้องกันสาธารณภัยและผังเมืองยังไม่ สามารถบังคับใช้อย่างได้ผล ขณะที่กฎหมายอื่นๆ เป็น อุปสรรคต่อการจัดการสาธารณภัย ปัญหาการบริหารจัดการสาธารณภัย 1.การปรับวิธีคิด สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมของคนไทยเพื่อให้การ บริหารจัดการกับสาธารณภัยสอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงและ สามารถป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 2.ปรับปรุงกลไกการประสานงาน สื่อสารและการสั่งการ มักพบว่ามี หน่วยงานจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ประสบภัยโดยไม่มีระบบการจัดการที่ มีประสิทธิภาพรองรับ ขาดระบบประสานงานและการสื่อสารข้อมูล ไม่มี ผู้มอบหมายงานหลัก ทำให้อาสาสมัครไม่ทราบว่าควรจะทำหน้าที่อะไร หรือช่วยเหลือใคร ในขณะเดียวกัน อาสาสมัครแต่ละคนอาจไม่ได้รับการ ฝึกฝนเตรียมตัวมาก่อน 4. แนวทางการพัฒนาระบบอาสาสมัครเพื่อการจัดการภัยพิบัติ รัฐ ควรให้การสนับสนุนทั้งอาสาสมัครที่มีการจัดตั้งโดยหน่วยงานของรัฐ และอาสาสมัครภาคประชาชนซึ่งมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อให้ อาสาสมัครสามารถมีบทบาทในทุกขั้นตอนของการจัดการภัยพิบัติ 2.สร้างปัจจัยส่งเสริมให้เกิดระบบอาสาสมัคร ได้แก่ เหตุการณ์ภัยพิบัติ ที่รุนแรงและระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัย ทำให้ประชาชนส่วน ใหญ่มีความรู้สึกร่วมและต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จนก่อให้เกิดความตื่นตัวในการทำงานอาสาสมัครอย่างมาก 5. พัฒนา ICT เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติ (1) เป็นเครื่องมือในการ รวบรวมข้อมูลและประมวลผลสำหรับการวางแผนเพื่อการตัดสินใจ (2) เป็นเครื่องมือในการประสานงาน เผยแพร่ข้อความเตือนภัยและ คำแนะนำต่างๆ ถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยง (3) ช่วยสนับสนุนการ ช่วยเหลือภาคสนามในการกำหนดตำแหน่งและเส้นทางของทีม ปฏิบัติการ 1.การปรับวิธีคิด สร้างค่านิยมและวัฒนธรรมของคนไทยเพื่อให้การ บริหารจัดการกับสาธารณภัยสอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงและ สามารถป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 2.ปรับปรุงกลไกการประสานงาน สื่อสารและการสั่งการ มักพบว่ามี หน่วยงานจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่ประสบภัยโดยไม่มีระบบการจัดการที่ มีประสิทธิภาพรองรับ ขาดระบบประสานงานและการสื่อสารข้อมูล ไม่มี ผู้มอบหมายงานหลัก ทำให้อาสาสมัครไม่ทราบว่าควรจะทำหน้าที่อะไร หรือช่วยเหลือใคร ในขณะเดียวกัน อาสาสมัครแต่ละคนอาจไม่ได้รับการ ฝึกฝนเตรียมตัวมาก่อน 4. แนวทางการพัฒนาระบบอาสาสมัครเพื่อการจัดการภัยพิบัติ รัฐ ควรให้การสนับสนุนทั้งอาสาสมัครที่มีการจัดตั้งโดยหน่วยงานของรัฐ และอาสาสมัครภาคประชาชนซึ่งมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อให้ อาสาสมัครสามารถมีบทบาทในทุกขั้นตอนของการจัดการภัยพิบัติ 2.สร้างปัจจัยส่งเสริมให้เกิดระบบอาสาสมัคร ได้แก่ เหตุการณ์ภัยพิบัติ ที่รุนแรงและระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัย ทำให้ประชาชนส่วน ใหญ่มีความรู้สึกร่วมและต้องการมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จนก่อให้เกิดความตื่นตัวในการทำงานอาสาสมัครอย่างมาก 5. พัฒนา ICT เพื่อลดผลกระทบจากภัยพิบัติ (1) เป็นเครื่องมือในการ รวบรวมข้อมูลและประมวลผลสำหรับการวางแผนเพื่อการตัดสินใจ (2) เป็นเครื่องมือในการประสานงาน เผยแพร่ข้อความเตือนภัยและ คำแนะนำต่างๆ ถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยง (3) ช่วยสนับสนุนการ ช่วยเหลือภาคสนามในการกำหนดตำแหน่งและเส้นทางของทีม ปฏิบัติการ ปรับวิธีคิด การเสริมบทบาทเอกชน และการประยุกต์ใช้ ICT การมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน การบริหารจัดการแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปสู่การปฏิบัติที่เป็นระบบ โครงสร้างกลไกและองค์กร พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2550 เป็นกฎหมายหลักในการบริหารจัดการ ซึ่งกำหนดให้มีการจัดทำแผนการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย 3 ระดับ คือ แผนระดับชาติ ระดับจังหวัด และแผนของกรุงเทพมหานคร โดยครม.ให้ความเห็นชอบ แผนการป้องกันและบรรเทาสา ธารณภัยแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2552 ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอเพื่อจัดการภัยพิบัติของไทย

7 7 มิถุนายน ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ในทางปฏิบัติ กลไก และกระบวนการรับมือกับภัยพิบัติควรให้ทุกภาคส่วนเข้ามามี ส่วนรวมให้มากที่สุด โดยเฉพาะชุมชนในพื้นที่ และหน่วยงานในระดับท้องถิ่น เช่น อปจ. และ อปท ในกลไกในระดับชาติ ต้องมีกระบวนการในการดูแลครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการ ป้องกันเพื่อเตรียมการและเตือนภัย ขั้นตอนระหว่างเกิดเหตุการณ์ และขั้นตอน การฟื้นฟูหลังเกิดเหตุการณ์ ควรมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นที่มีการรวบรวมข้อมูลโดย หน่วยงานต่างๆ เพื่อนำมาประเมินสถานการณ์ที่ถูกต้อง สามารถพิจารณาการ ออกประกาศเตือนภัยได้ทันเวลา ต้องมีการจัดทำกฎหมายที่จะดูแล และคุ้มครองเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานโดย ต้องมีการกำหนดนโยบาย หน่วยงานหลักรับผิดชอบ และโครงสร้างการสั่งการที่ ชัดเจน

8 7 มิถุนายน ขอบคุณ

9 7 มิถุนายน กลไกการปฏิบัติงานปัจจุบัน ที่มา: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

10 7 มิถุนายน BACK UP

11 7 มิถุนายน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 ก.พ เป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดของสำนักนายกรัฐมนตรี ประวัติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ( สศช.)  เสนอแนะและให้ความเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่อคณะรัฐมนตรี  พิจารณาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกับข้อเสนออื่นๆของ สศช.แล้วทำความเห็นเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี  เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีในกิจการเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตามที่ นายกรัฐมนตรีขอให้พิจารณา  จัดให้มีการประสานงานระหว่าง สศช.กับส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในด้านการจัดทำ แผนงาน โครงการพัฒนาและในด้านการปฏิบัติตามแผนงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการ พัฒนา เศรษฐกิจและสังคม ของประเทศ  พิจารณางบลงทุนประจำปี ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโครงการต่างๆ ของรัฐวิสาหกิจเพื่อเสนอ ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี และกระทรวงต้นสังกัดของรัฐวิสาหกิจ ตามระเบียบว่าด้วยงบลงทุนของ รัฐวิสาหกิจ พ.ศ ภารกิจและอำนาจหน้าที่ วิสัยทัศน์ เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผน และจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน ที่ยึด ประโยชน์ส่วนรวม ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และมีประสิทธิภาพสูง


ดาวน์โหลด ppt 7 มิถุนายน 2554 1 www.nesdb.go.th การประชุมเชิงปฏิบัติการ วันอังคารที่ 7 มิถุนายน 2554 เวลา 9.00 – 10.30 น. ณ โรงแรมที เค พาเลซ กรุงเทพมหานคร แผนประคองกิจการ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google