งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

M YASTHENIA G RAVIS. เป็นโรคเรื้อรังของ neuromuscular junction ที่มี การทำงานสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ลายผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนมากเกิด.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "M YASTHENIA G RAVIS. เป็นโรคเรื้อรังของ neuromuscular junction ที่มี การทำงานสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ลายผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนมากเกิด."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 M YASTHENIA G RAVIS

2 เป็นโรคเรื้อรังของ neuromuscular junction ที่มี การทำงานสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ลายผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนมากเกิด กับเพศหญิงและคนสูงอายุ เชื่อว่ามีสาเหตุจากระบบ ภูมิคุ้มกันของร่างกายหรือเป็น autoimmune disease อย่างหนึ่ง ทำให้ร่างกายสร้าง antibody ต่อ receptor ของ ACh ที่ NMJ (nicotinic receptor) ซึ่งทำให้ receptor ถูก block หรือถูก สลายโดยกระบวนการ endocytosis หรือถูกทำลาย โดยผ่านกระบวนการกระตุ้น complements และทำ ให้ลักษณะของ receptor ผิดรูป ดังนั้นจึงทำให้ ACh ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญสำหรับการ ทำงานของกล้ามเนื้อทำงานได้ไม่เต็มที่เนื่องจาก จำนวน nicotinic receptor ที่ NMJ มีน้อยกว่าปกติ

3

4 ต่อม thymus ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวกับ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้ป่วยที่ เป็น myasthenia gravis จึงมักจะ พบว่ามีขนาดต่อม thymus โต ผิดปกติ เช่น thymomas

5 ลักษณะอาการของโรค ผู้ป่วย myasthenia gravis จะมีอาการอ่อนแรง ของกล้ามเนื้อในลักษณะเป็นๆ หายๆ กล้ามเนื้อ ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวตาจะเห็นได้ชัด คือ หนังตาตก (ptosis) และ ตาพร่ามัว (diplopia) นอกจากนี้การทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณ ใบหน้า ลำคอและปาก ทำให้การพูดไม่ชัด เคี้ยว และกลืนลำบาก รวมทั้งการไอ นอกจากนี้ทำให้ กล้ามเนื้อหายใจไม่มีแรง ทำให้หายใจและไอ ลำบาก โดยเฉพาะถ้าอาการรุนแรงจะทำให้การ หายใจล้มเหลวได้ ส่วนอื่นๆ ที่ถูกกระทบได้แก่ กล้ามเนื้อแขนและขา สำหรับกล้ามเนื้อหัวใจและ กล้ามเนื้อเรียบต่างๆ ไม่ถูกกระทบ ลักษณะการ อ่อนแรงของกล้ามเนื้อจะเป็นแบบเป็นๆ หายๆ และอาการจะดีขึ้นเองหลังจากหยุดพักการใช้งาน ( ถ้าสังเกตผู้ป่วยจะพบว่าในช่วงเช้ากล้ามเนื้อจะ มีแรงดีกว่าตอนเย็นหรือตอนกลางคืน )

6

7 การวินิจฉัย : D IAGNOSTIC T ESTS Tensilon test : ให้ edrophonium ทาง IV ซึ่งถ้าเป็น myasthenia gravis อาการจะ ดีขึ้นชั่วคราว Blood test : ตรวจหา antibodies ต่อ cholinergic receptor Electromyographical test : คือการ ตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ ซึ่งถ้ากระตุ้น ด้วยไฟฟ้าขนาดหนึ่งซ้ำกันหลายๆ ครั้ง คลื่นไฟฟ้าของผู้ป่วยที่เป็น myasthenia gravis จะมีความสูงลดลงเรื่อยๆ

8 การรักษา 1. Cholinesterase inhibitor drugs (anticholinesterases) Neostigmine Pyridostigmine Ambenomium chloride

9 ยาเหล่านี้ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ cholinesterase ซึ่งปกติทำหน้าที่ทำลาย ACh จึงเป็นการใช้ยาเพื่อเพิ่มระดับ ACh ที่บริเวณ NMJ ทำให้เพิ่มการหดตัวหรือการทำงานของ กล้ามเนื้อ การตอบสนองของผู้ป่วยต่อการใช้ยา ไม่ค่อยแน่นอน เช่น อาจเห็นผลต่อกล้ามเนื้อ บางส่วนได้เร็วหรือกล้ามเนื้อบางแห่งไม่ ตอบสนองต่อยาได้ ดังนั้นการกำหนดขนาดยาจึง ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละรายไป สำหรับรายที่มีปัญหา เกี่ยวกับการเคี้ยวหรือกลืนอาหาร ควรให้ยาก่อน อาหารประมาณ 1-2 ชั่วโมง นอกเหนือจากยา เพิ่มการทำงานของกล้ามเนื้อที่ NMJ แล้ว ยังมี ผลที่เกิดจาก muscarinic effects ของ ACh เช่น มีน้ำลายมาก น้ำตาไหล เหงื่อออก ปัสสาวะบ่อย คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องและท้องเดิน ซึ่งอาการ เหล่านี้อาจแก้ไขได้ด้วยการปรับขนาดยา

10 การได้รับยาเกินขนาดมากสามารถทำให้เกิด อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อจากการกระตุ้น nicotinic receptor มากเกินไป เรียก ปรากฏการณ์นี้ว่า cholinergic crisis อาการ อ่อนแรงในลักษณะนี้จะเกิดร่วมกับอาการ เนื่องจาก muscarinic receptors ถูกกระตุ้น เช่น ปวดท้อง ท้องเดิน หายใจลำบาก เหงื่อ อก เป็นต้น ดังนั้นกรณีที่ผู้ป่วย myasthenia gravis ที่ได้รับการรักษาด้วยยากลุ่มนี้ แล้ว กลับมาพบแพทย์ด้วยอาการที่ไม่ดีขึ้น แพทย์ จึงต้องวินิจฉัยว่าเกิดจากผู้ป่วยได้รับยาไม่ เพียงพอ หรือได้รับยามากเกินขนาด โดยการ วินิจฉัยจากอาการทาง muscarinic และหรือ ร่วมกับการดูอาการผู้ป่วยตอบสนองต่อการ ให้ edrophonium ( การทำ Tensilon test)

11 2. Corticosteroid คือการให้ prednisone แบบระยะยาว ซึ่งเป็นการอาศัย immunosuppressant effect ของยา 3. Immunosuppressants  Azathioprine  Cyclophosphamide  Cyclosporine

12 ยาเหล่านี้สามารถทำให้อาการ myasthenia gravis ดีขึ้นได้กับผู้ป่วยหลายๆ ราย แต่ต้องใช้ เวลานาน ( เป็นเดือน ) กว่าจะเห็นผลชัดเจน การ ใช้ควรระวังเนื่องจากเป็นกลุ่มยาที่มีฤทธิ์ข้างเคียง ค่อนข้างรุนแรง เช่น เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย หรือสำหรับ azathioprine มีพิษต่อทารกในครรภ์ ดังนั้นจึงห้ามใช้กับหญิงตั้งครรภ์ หรือกรณีที่ใช้ยา ชนิดนี้ต้องคุมกำเนิดร่วมไปด้วย นอกจากนี้ยังมี พิษต่อระบบเลือดทำให้เม็ดเลือดขาวลดลง จึง จำเป็นต้องตรวจเช็ค blood counts เป็นระยะ ฤทธิ์ข้างเคียงอื่นๆ ได้แก่ พิษต่อตับ ไข้ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหารและปวดท้อง สำหรับ cyclophosphamide ทำให้ผมร่วง ปัสสาวะเป็นเลือด หรือเป็นมะเร็งที่กระเพาะ ปัสสาวะ ส่วน cyclosporine อาจทำให้ความดัน โลหิตสูง ปวดศรีษะ ขนขึ้นเยอะ

13 การรักษาโดยวิธีอื่น ได้แก่  การให้ intravenous immune globulin  การทำ plasmapharesis (blood plasma exchange)  การทำ thymectomy


ดาวน์โหลด ppt M YASTHENIA G RAVIS. เป็นโรคเรื้อรังของ neuromuscular junction ที่มี การทำงานสื่อสารระหว่างเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ลายผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่วนมากเกิด.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google