งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ตอนที่ 2 ตัวอย่างคำวินิจฉัยร้องทุกข์ ของ ก.พ.ค. โดย ดร. จรวยพร ธรณินทร์ กรรมการ ก. พ. ค. วันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2554 เวลา 13.30 - 16.00 น.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ตอนที่ 2 ตัวอย่างคำวินิจฉัยร้องทุกข์ ของ ก.พ.ค. โดย ดร. จรวยพร ธรณินทร์ กรรมการ ก. พ. ค. วันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2554 เวลา 13.30 - 16.00 น."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ตอนที่ 2 ตัวอย่างคำวินิจฉัยร้องทุกข์ ของ ก.พ.ค. โดย ดร. จรวยพร ธรณินทร์ กรรมการ ก. พ. ค. วันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2554 เวลา น.

2 7. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังขึ้นโดยยกเลิก คำสั่งที่ทำให้ความคับข้องใจ 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น 9. เรื่องร้องทุกข์ที่ขอให้มีการเยียวยา 10. เรื่องร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้ พิจารณา เช่นร้องทุกข์ผิดที่, ไม่ใช่ ข้าราชการพลเรือน,ไม่ได้เกิดจาก ผู้บังคับบัญชา, บัตรสนเท่ห์, ร้อง ทุกข์ซ้ำ ลักษณะเรื่องร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.วินิจฉัยแล้ว 11

3 7. ร้องทุกข์ที่ฟังขึ้นโดยยกเลิกคำสั่งที่ทำให้คับข้องใจ กรณีที่ ๒๒ แต่งตั้งอธิบดีไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม กระทรวงคัดเลือกผู้อำนวยการสำนัก ให้เป็นอธิบดี ไม่ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามหนังสือ ก. พ. ว ๑๐ / ปี ๒๕๕๑ โดย ผอ. สำนักผู้นี้ ยังไม่เคยดำรงตำแหน่งประเภท บริหารระดับต้น มาก่อน จึงไม่มีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ที่จะแต่งตั้งให้ ดำรง ตำแหน่งอธิบดีได้ จึงเป็นการดำเนินการที่มิชอบด้วย กฎหมาย วินิจฉัยให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งอธิบดี โดยให้ไปดำเนิน การคัดเลือกใหม่ให้ถูกต้อง 2

4 7. ร้องทุกข์ที่ฟังขึ้นช่วยลดความคับข้องใจ กรณีที่ ๒๓. ให้ยกเลิกและให้คัดเลือกนายแพทย์ ๙ วช.ใหม่ ให้ยุติธรรมและชอบตามกฎหมาย ไม่มีหลักฐานว่า อ. ก. พ. กรม พิจารณาคัดเลือกตาม องค์ประกอบที่กรมกำหนดไว้ วินิจฉัยให้ยกเลิกคำสั่งของปลัดกระทรวงที่เห็นชอบให้นายแพทย์ อีกคนหนึ่งเป็นผู้เข้ารับการประเมิน ยกคำร้องทุกข์ตามคำขอ คือ ขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องทุกข์ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก สั่งให้กรมกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน แจ้งข้าราชการ ทุกคนทราบ ให้คัดเลือกใหม่ 3

5 7. 7. ร้องทุกข์ที่ฟังขึ้นและช่วยลด ความคับข้องใจ กรณีที่ ๒๔ ให้ยกเลิกคำสั่งผู้อื่นรักษาราชการแทน ผอ.สำนัก โดยที่ผู้นั้นยังทำงานได้ อุทธรณ์ว่าปลัดกระทรวงฯสั่งให้ไปทำหน้าที่ ผู้ช่วย ผตร. อีกหน้าที่ หนึ่ง และให้ผู้อื่นมา รก. ผอ. สำนัก โดยที่ตนเองยังทำงานได้และ ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ม. ๔๗ พ. ร. บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ๒๕๓๔ ในกรณีที่มี ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาฯกรม ตาม ม. ๓๓ วรรคหนึ่ง หรือหัวหน้าส่วน ราชการตาม ม. ๓๓ วรรคสอง หรือมี แต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ แต่งตั้งผู้รก. วินิจฉัย ให้ยกเลิกคำสั่งการรักษาการ และให้ผู้ รก. รายงานผลช่วง ที่ปฏิบัติงาน ให้ผอ. สำนักตัวจริงได้ทราบด้วย 4

6 7. ใจ 7. ร้องทุกข์ที่ฟังขึ้นช่วยลดความคับข้องใจ กรณีที่ ๒๕. ออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจโดยชอบ แต่ใช้ ดุลพินิจโดยมิชอบ ( ๑ ) ปลัดฯไม่แต่งตั้งให้ รก. แทน ผอ. ศูนย์เทคโนฯ ทั้งที่ ประสบการณ์และคุณสมบัติงานเทคโนฯ สูงกว่าผู้ รก. ๕คน และ ( ๒ ) ยังสั่งให้นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ มา ปฏิบัติหน้าที่ หน. กลุ่ม ฯ ทั้งที่ตนเองยังเป็น หน. กลุ่มฯ วินิจฉัยว่าแต่งตั้ง ซ้ำซ้อนและไม่เป็นไปตามระบบ คุณธรรมตามมาตรา ๔๒ ( ๒ ) แห่งพ. ร. บ. ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ. ศ. ๒๕๕๑ คำร้องทุกข์ฟังขึ้น และ ให้ยกเลิกทั้งสองคำสั่ง และ ดำเนินการให้ถูกต้อง 5

7 7. ร้องทุกข์ที่ฟังขึ้นและช่วยลดความคับข้องใจ กรณีที่ ๒๖ สั่งยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งรองอธิบดี ๔ กรม ๗ อัตรา ของ กระทรวงแรงงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ( 1) ไม่ปรากฏหลักฐานว่าคณะกรรมการคัดเลือกได้ประชุมเพื่อพิจารณา การจัดทำเกณฑ์เพื่อออกประกาศ (2) มีหัวหน้าส่วนราชการ 3 กรม ไปช่วยให้คะแนนของกรมอื่น ที่ มิใช่ตำแหน่งว่างของส่วนราชการนั้น (3 ) หลักเกณฑ์ ก.พ.ให้เสนอชื่อไม่เกิน 3 ชื่อต่อ 1 ตำแหน่ง แต่ว่าง 2 ตำแหน่ง กลับเสนอ 6 ชื่อ รวมทั้งไม่ระบุเหตุผล วินิจฉัยไม่เป็นไปตามรูปแบบขั้นตอนและวิธีการอันเป็น สาระสำคัญ ให้ยกเลิกแล้วไปคัดเลือกใหม่ 6

8 ๗. ร้องทุกข์ฟังขึ้นและช่วยลดความคับข้องใจ กรณีที่ ๒๗ ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภออำนวยการระดับสูง ๔๑ ตำแหน่ง เนื่องจากคัดเลือกไม่ชอบ คณะกรรมการคัดเลือกกระทรวงมอบคณะกรรมการกรม ดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์โดยไม่ประชุมเห็นชอบ กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกรมฯซึ่งเป็นผู้เข้ารับ คัดเลือกด้วย ไม่ได้ดำเนินการตาม ม. ๑๔, ๑๕ และ ๑๖ พ. ร. บ. วิธีปฏิบัติราชการฯ พ. ศ. ๒๕๓๙ จึงขัดต่อกฎหมายในเรื่อง ความเป็นกลาง ก. พ. ค. วินิจฉัยให้ปลัดฯยกเลิกคำสั่งที่ ๒๘ / ๒๕๕๓ และ คัดเลือกใหม่ให้ถูกต้องโดยเร็ว โดยให้มีผลย้อนไปเมื่อ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๓ 7

9 - ร้องปลัดกระทรวงไม่เป็นธรรม ได้เลื่อน 0.5 ขั้น ทั้งที่ช่วยรก. ผอ.ส่วนและสำนัก แต่คนไปฝึกอบรมต่างประเทศ ทำงาน 4 เดือน กลับได้ 1ขั้น - ปลัดแจ้งผลงานได้เพียง 172 จาก 200 คะแนน ผลงานไม่ได้ ทำงานหนักตามที่อ้าง ประพฤติตนไม่เหมาะสม - ข้อเท็จจริงคือไม่แจ้งเจ้าตัวให้ทราบผลประเมินเพื่อไปปรับปรุง และไม่ ประกาศผู้มีผลงานดีเด่น ซึ่งเงื่อนไขต้องเป็นไปตามหนังสือเวียน ก.พ. ที่นร /ว5 ลงวันที่ 2 สค 44, มติ ครม.ที่นร 0205/ว117 ลงวันที่ 23 มิย.40, หนังสือเวียนกพ. ที่ นร /ว 16 ลงวันที่ 7 สค 40 - จึงวินิจฉัย ให้ยกเลิกคำสั่งแล้วไปดำเนินใหม่ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ 8

10 - จพง. ป่าไม้ชำนาญงาน ร้องทุกข์ไม่ได้เลื่อนตำแหน่งตาม คำสั่งสป.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่เลื่อนและแต่งตั้ง ตำแหน่ง จพง.ป่าไม้อาวุโส รวม 41 ราย - ก.พ.ค. พบคัดเลือกไม่ชอบด้วยกฎหมาย 4 ประการ 1. กรรมการฯ ไม่ได้ประเมิน มอบเลขาฯทำแล้วส่งให้ ประธานฯ เสนอชื่อ ต่อปลัดกระทรวง โดยไม่มีความเห็น จึง ไม่เป็นไปตามหนังสือ ก.พ. ที่ นร /ว 22 วันที่ 30 กย ซึ่งเป็นสาระ สำคัญ และไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม ตาม ม.42 (2) และ (3) แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพล เรือน พ.ศ ทั้งทำภายในวันเดียว ผิดปกติอย่างยิ่ง 9

11 ๒. การพิจารณาคะแนนตามองค์ประกอบ ไม่แสดงถึงผู้ เหมาะสม และไม่สอดคล้องตามเกณฑ์ ก.พ. ที่ นร /ว 22 ลงวันที่ 30 กย องค์ประกอบที่ 1 ความรู้ กรรมการฯใช้การเป็น ข้าราชการในส่วนราชการที่มีตำแหน่งว่างเป็นหลัก แต่ ว 22 หน้าที่และภารกิจของตำแหน่งและส่วนราชการ และความรู้ที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน องค์ประกอบที่ 2 ความสามารถ กรรมการใช้ความอาวุโส แต่ ว 22 ใช้การปฏิบัติงานให้สำเร็จได้ดี 10

12 องค์ประกอบที่ 3 ความประพฤติ กรรมการฯดูการ สนับสนุนของส่วนราชการ แต่ ว 22 ใช้การ ปฏิบัติตนที่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และ ภารกิจของส่วนราชการ องค์ประกอบที่ 4 ประวัติการรับราชการ กรรมการฯ ดูอัตราเงินเดือนและประวัติ ก.พ. 7 แต่ ว 22 ใช้ ประวัติการดำรงตำแหน่งสำคัญที่ ผ่านมา ผลงานที่ประสบความสำเร็จ เกียรติยศ ประวัติทางวินัย 11

13 3. มี 94 ราย ไม่มีคะแนนความประพฤติ 7รายชื่อซ้ำใน 2 บัญชีโดยไม่มีเหตุผล 4. มี 5 ราย อาวุโสและได้รับคะแนนน้อยกว่าผู้ร้องทุกข์ ส่วนอีก 5 ราย ไม่ได้คะแนนความประพฤติ แต่ทั้ง10คนนี้ กลับได้รับการคัดเลือก ก.พ.ค. วินิจฉัยให้ปลัดกระทรวง ยกเลิกคำสั่งสป. ทรัพยากรฯ ที่ 190/2553 ลงวันที่ 30 เมย.53 และ ดำเนินการใหม่ให้ถูกต้องต่อไป หลังวินิจฉัย ผู้ร้องทุกข์มาขอถอนเรื่อง ก.พ.ค. ไม่รับไว้ ตามกฎก.พ.ค.ว่าด้วยการร้องทุกข์ข้อ 17 หากจะถอน ต้อง ถอน ก่อนมีการวินิจฉัย 12

14 7. ร้องทุกข์ฟังขึ้นและช่วยลดความคับข้องใจ กรณีที่ ๓๐ อธิบดีกรมการปกครองร้องทุกข์ว่าถูกย้าย โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย - นาย ว. ร้องทุกข์ ถูกย้ายจาก อธิบดีไปเป็นผู้ตรวจ ราชการ โดยให้ไปรก.ตั้งแต่ ๒๘ เมย ๕๓ โดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย เพราะรมว. ปลัดกระทรวง และที่ปรึกษา รมว.มท. ไม่พึงพอใจ - ก.พ.ค. พิเคราะห์เห็นว่ามาจากโครงการจัดระบบและจัดทำ บัตรSmart Card 2 ส่วน ผู้ร้องทุกข์ไม่ยอมดำเนินการตาม ความต้องการ 13

15 7. ร้องทุกข์ฟังขึ้นและช่วยลดความคับข้อง ใจ กรณีที่ ๓๐ อธิบดีกรมการปกครองร้องทุกข์ว่าถูก ย้ายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย - ไม่มีเหตุผลที่จะย้ายผู้ร้องทุกข์โดยอ้างเหตุ สถานการณ์ชุมนุมที่ยังไม่มีความรุนแรงใน ขณะนั้น - ประกอบกับคู่กรณีในการร้องทุกข์มิได้แสดง ข้อเท็จจริงหรือให้เหตุผลที่แสดงให้เห็นได้ว่า นาย ม. ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอธิบดี กรมการปกครอง มีความรู้ความสามารถดีกว่า ผู้ร้องทุกข์อย่างไร 14

16 7. ร้องทุกข์ฟังขึ้นช่วยลดความคับข้องใจ กรณีที่ ๓๑ ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคัดเลือก ผอ. สำนักงานพุทธฯจังหวัดที่มิชอบ รวม 13 ตำแหน่ง - ผู้ร้องทุกข์ 4 ราย ร้องทุกข์ว่า กระบวนการคัดเลือก เพื่อแต่งตั้ง ผอ.พุทธศาสนาจังหวัด 13 ตำแหน่ง ไม่ ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม โดยคุณสมบัติของ ผู้สมัครแตกต่างกันแต่ใช้กระบวนการคัดเลือกอย่าง เดียวกัน - พิเคราะห์ว่าเป็นการกระทำที่เป็นการปฏิบัติต่อบุคคล ที่มีความแตกต่างกันในสาระสำคัญเป็นอย่างเดียวกัน เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผลการ คัดเลือกจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย 51

17 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๒ ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งที่บิดเบือนการใช้ อำนาจ และใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ นักวิชาการศึกษา 7 ว.รายหนึ่ง ของ สอศ.ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค. กรณี ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการคัดเลือก กำหนดตำแหน่ง นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ จำนวน 2 ตำแหน่งซ้อน กัน พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตำแหน่ง 8 ว เลขที่ 403 เป็นตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มมาตรฐานการเรียนการสอนเดิม ซึ่งเกษียณอายุ ก่อนกำหนด ทำให้ตำแหน่งว่างลง เมื่อ ก.พ. เห็นชอบให้ แบ่งกลุ่มงานใหม่ นำเลขที่ 403 มาใช้คัดเลือกในตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มมาตรฐานอาชีวศึกษาอุตสาหกรรม ซึ่งหัวหน้าเก่า เลขที่ 368 ยังนั่งอยู่ การนำ 403 มาทับซ้อน 368 จึงไม่ชอบ 16

18 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๓ คะแนนประเมินสูงดีเด่นถึง ๙๒.๕% ทำไมไม่ได้รับพิจารณาความดีความชอบ ร้องว่าได้ครึ่งขั้นในครึ่งปีหลังของปีงบฯ๒๕๕๒ ทั้งที่ผล ประเมินดีเด่น ( ๙๒. ๕ %) ไม่เป็นธรรม ทั้งในทางปฏิบัติ ข้าราชการส่วนใหญ่มักได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น สำหรับครึ่งปีหลัง พบว่า ได้คะแนนสูง แต่เป็นลำดับสุดท้าย, สั่งให้ไป ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดอื่น ไม่ยอมไป, มีข้าราชการอีก ๑๗ คนก็ได้ครึ่งขั้น และไม่มีหลักเกณฑ์ ก. พ. ให้ ข้าราชการทุกคนต้องได้หนึ่งขั้นสำหรับครึ่งปีหลัง วินิจฉัยว่า ฟังไม่ขึ้น ให้ยกคำร้องทุกข์ 17

19 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๓ กรณีคะแนนประเมินสูงถึง ๙๒.๕% ทำไมไม่ได้รับพิจารณาความดีความชอบ ร้องว่าได้ครึ่งขั้นในครึ่งปีหลังของปีงบฯ๒๕๕๒ ทั้งที่ผล ประเมินดีเด่น ( ๙๒. ๕ %) ไม่เป็นธรรม ทั้งในทางปฏิบัติ ข้าราชการส่วนใหญ่มักได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น สำหรับครึ่งปีหลัง พบว่า ได้คะแนนสูง แต่เป็นลำดับสุดท้าย, สั่งให้ไป ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดอื่น ไม่ยอมไป, มีข้าราชการ อีก ๑๗ คนก็ได้ครึ่งขั้น และไม่มีหลักเกณฑ์ ก. พ. ให้ ข้าราชการทุกคนต้องได้หนึ่งขั้นสำหรับครึ่งปีหลัง วินิจฉัยว่า ฟังไม่ขึ้น ให้ยกคำร้องทุกข์ 18

20 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๔ ยกคำร้องทุกข์อดีตปลัดกระทรวง โดยนายกรัฐมนตรีใช้คำสั่งชอบ อดีตปลัดกระทรวงร้องถูกโยก เป็น ทปษ. นรม. ฝ่าย ข้าราชการประจำ ไม่เป็นธรรม และไม่ชอบด้วย กฎหมาย วินิจฉัยว่า นรม. ใช้อำนาจหน้าที่ ตาม ม. ๑๑ ( ๔ ) พ. ร. บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ. ศ. ๒๕๓๔ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ก. พ. ค. ตรวจสอบจากข้อเท็จจริงแล้ว ยังไม่อาจชี้ว่า เป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบ และไม่เป็นไปตามระบบ คุณธรรม คำร้องทุกข์จึงไม่อาจรับฟังได้ 19

21 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๕ ตำแหน่งที่ครองปรับระดับสูงขึ้น ก. คัดเลือกให้คะแนน ลำดับที่หนึ่ง แต่ปลัดกลับแต่งตั้งลำดับที่สอง ประเด็นที่วินิจฉัยข้อแรก การดำเนินการคัดเลือก ถูกต้องตามกฎหมาย หรือไม่ การแต่งตั้งประเภทอำนวยการระดับสูง พ. ร. บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551 ม.57 (5) ให้ ปลัดกระทรวงเป็นผู้แต่งตั้ง และ ม. 63 การเลื่อนให้ ดำรงตำแหน่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎ ก. พ. และขณะที่ยังไม่ได้ออกกฎ ให้เป็นไปตามหนังสือ ก. พ. ที่ นร 1006/ ว 7 ลงวันที่ 6 มีค การเลื่อนขึ้นแต่งตั้งอำนวยการระดับสูง ให้ใช้ หลักเกณฑ์ที่กำหนดในหนังสือก. พ. ที่ นร / ว 22 ลงวันที่ 30 กย คือมีคณะ ก. คัดเลือกเสนอ 3 ชื่อ ต่อ 1 ตำแหน่ง 20

22 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๕ ตำแหน่งที่ครองได้ปรับระดับสูงขึ้น ก. คัดเลือกให้คะแนนที่๑ แต่ปลัดแต่งตั้งที่๒ ( ต่อ ) ปลัดกระทรวงเลือกได้จาก 3 ชื่อ ที่คณะกรรมการเสนอ ซึ่งกรณีนี้เป็นไปตามกฎที่ ก. พ. กำหนด ประเด็นที่ 2 การแต่งตั้ง เป็นการเลือกปฏิบัติ และไม่ เป็นไปตามระบบคุณธรรมหรือไม่ ปลัดกระทรวงได้คำนึงถึงประโยชน์ราชการพึงได้รับ ก. พ. วางหลัก ไม่จำเป็นต้องเลื่อนแต่เฉพาะผู้ครอง ตำแหน่ง หากตำแหน่งได้ปรับระดับสูงขึ้น เนื่องจาก ปริมาณคุณภาพของตำแหน่งมิใช่ตัวบุคคล ก. พ. ค. จึงวินิจฉัยให้ยกคำร้องทุกข์ 21

23 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๖ แต่งตั้งไม่เป็นธรรมเพราะไม่ สนองรัฐมนตรี ประเด็นแรกที่วินิจฉัยคือ รมช. สั่งให้กรมต้องนำเรียน รมช. เพื่อทราบก่อน จึงจะโอนงบประมาณได้ เป็นการ กระทำที่ก้าวก่ายข้าราชการประจำ ขัดต่อรธน ม.268 ม.266 (1) และระเบียบ ก. คลังว่าด้วยการเบิก จ่ายเงินเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของส่วน ราชการ พ. ศ ข้อ 9 หรือไม่ พิเคราะห์ ว่าใช้อำนาจทางการบริหารของรมช. สั่ง หรือปฎิบัติราชการตามที่รมว. มอบหมาย ตาม ม. ๒๐ แห่งพ. ร. บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ( ฉบับที่๕ ) พ. ศ. ๒๕๔๕ 22

24 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่๓๖ แต่งตั้งไม่เป็นธรรม เพราะ ไม่สนองรัฐมนตรี ( ต่อ ) ประเด็นที่สองต้องวินิจฉัย คือการแต่งตั้งให้ อธิบดีไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการ เป็นไป โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ทำได้ เพราะการโอนไปแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งประเภทผู้บริหารระดับสูงในประเภท และระดับเดียวกัน ในกระทรวงเดียวกัน กระทำได้ตามหนังสือก. พ. ที่นร. ๑๐๐๖ / ว๔ ลง วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ 23

25 พิเคราะห์ว่าปลัดกระทรวงใช้อำนาจตามกฎหมายใน การแต่งตั้งอธิบดีผู้ร้องทุกข์ไป รักษาการผู้ตรวจ ราชการกระทรวงได้ แต่ไม่อาจอาศัยอำนาจตามความในม. ๔๖ และม. ๔๙ แห่งพ. ร. บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ. ศ. ๒๕๓๔ มีคำสั่งให้ ผตร. รายหนึ่ง ไป รก. อธิบดีได้ เพราะเป็นอำนาจของรัฐมนตรี แม้ได้ยกเลิกคำสั่งแล้วก็ตาม ก็ไม่มีผลทำให้การ ปฏิบัติหน้าที่ของผู้รักษาราชการแทนอธิบดีเป็นการ กระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย 24

26 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๗ แต่งตั้งไม่เป็นธรรม และขอให้ ลงโทษผู้บังคับบัญชา - ต่อ อธิบดีร้องถูกปลัดกระทรวงแต่งตั้งไปรก. ผตร. และ ยังให้ ผตร. มา รก. อธิบดี แทนผู้ร้องทุกข์และร้องให้ ลงโทษปลัดกระทรวงที่อาฆาตและใช้ดุลพินิจมิชอบ ประเด็นที่ขอให้ ก. พ. ค. พิจารณาลงโทษปลัดกระทรวง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมีเจตนาฝ่าฝืน จริยธรรมนั้น เห็นว่าคำร้องทุกข์ดังกล่าวเป็นการกล่าวหาว่า ข้าราชการกระทำผิดวินัย ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ก. พ. ค. จะวินิจฉัย 25

27 กรณีที่ ๓๘ ร้องปลัดฯย้ายน้องสาวเป็นผอ. สำนัก 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๘ ร้องปลัดฯย้ายน้องสาวเป็นผอ. สำนัก - ผู้เชี่ยวชาญร้องปลัดกระทรวงสั่งย้ายน้องสาวที่ เป็นผอ.สำนักหนึ่งไปอีกสำนักหนึ่งในกรมเดียวกัน ทั้งที่ผู้ร้องขอตำแหน่งนี้แต่ไม่ได้ - ข้อเท็จจริงพบว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการย้ายตามหนังสือ ก.พ.ที่นร 0708/ว 9วันที่ 12 พค.2535 ให้อำนาจปลัดฯเป็นผู้สั่งย้ายโดยยึดเหตุผล และความจำเป็น โดยอธิบดีเสนอผ่านคณะผู้บริหาร ซึ่งได้หารือและเห็นชอบเสนอปลัดออกคำสั่ง 26

28 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๘ ร้องปลัดฯย้ายน้องสาวเป็นผอ. สำนัก - ต่อ แม้ผู้ร้องมีสิทธิได้รับการพิจารณาให้ดำรง ตำแหน่งที่ตนมีคุณสมบัติ แต่ก็มิใช่สิทธิตาม กฎหมายอันจะพึงเรียกร้องให้ผู้บังคับบัญชา พิจารณาแต่งตั้งให้ตนดำรงตำแหน่งได้ และเมื่อไม่ได้รับการแต่งตั้ง สิทธิประโยชน์ในฐานะ การเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญของผู้ร้องทุกข์ ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมแต่อย่างใด 27

29 8. เรื่องร้องทุกข์ที่ฟังไม่ขึ้น กรณีที่ ๓๙ ร้องทุกข์ถูกปลัดฯสอบวินัยซ้ำ ผู้ตรวจราชการกรมรายหนึ่ง ร้องถูกปลัด แต่งตั้ง ก.สอบวินัย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะกรมได้ตั้ง ก.สืบข้อเท็จจริง และ ได้ว่ากล่าวตักเตือนแล้ว และต่อมาได้รับการล้างมลทิน ดังนั้น การแต่งตั้ง ก.สอบวินัยจึงเป็นการดำเนินการทางวินัยซ้ำ ข้อเท็จจริงอธิบดีเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย จึงว่ากล่าวตักเตือน ต่อมาปลัดฯได้รับหนังสือร้องจากนาย ส. และเห็นว่าการ ดำเนินการของกรม เป็นการดำเนินการเบื้องต้นก่อนที่จะเข้าสู่ กระบวนการดำเนินการทางแต่งตั้ง ก.สอบสวน จึงสั่งสอบ จึงไม่เป็นการดำเนินการทางวินัยซ้ำแต่อย่างใด กรณีจึงถือว่า ผู้ร้องทุกข์ยังไม่ได้รับผลจากม. 6 แห่ง พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ ดังนั้นปลัดฯจึงมีอำนาจในการแต่งตั้ง คณะ ก.สอบสวนทาง วินัยแก่ผู้ร้องทุกข์ได้ 28

30 9. ร้องทุกข์ที่ขอให้มีการเยียวยา กรณีที่ ๔๐ ให้เยียวยาหัวหน้า สร.ที่ รมว.สั่งไปช่วย ราชการที่อื่น โดยไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ให้หา ตำแหน่งใหม่ในโอกาสแรก รมว. สั่งให้หัวหน้าสร. ไปช่วยราชการที่ สป. และให้ผู้อื่น ปฏิบัติราชการแทนผู้ร้องทุกข์ วินิจฉัยว่าการเบิกจ่ายเงินประจำตำแหน่งและ ค่าตอบแทนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ คือไม่ได้ปฏิบัติงาน ก็จ่ายไม่ได้ จึงยกคำร้องทุกข์ โดยมีข้อสังเกต ให้หาตำแหน่งในระดับเดียวกันใน โอกาสแรกที่มีตำแหน่งว่างลง เพื่อเป็นการเยียวยา 29

31 9. ร้องทุกข์ที่ช่วยเยียวยา ลดความคับข้องใจบางส่วน กรณีที่ ๔๑ เยียวยา กรณีศาลปกครองเพิกถอนคำสั่ง เลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น ผู้ร้องทุกข์สองราย ได้รับคัดเลือกครั้งที่๑ ให้เป็น๘ว. แต่มีผู้ไปฟ้อง ศาลปกครองให้ยกเลิกคำสั่ง ซึ่งกระทรวงได้อุทธรณ์ต่อศาล ปกครองสูงสุดไว้ ไปสมัครคัดเลือกครั้งที่ ๒ ทั้งที่เป็น ๘ว. กระทรวงคัดเลือกไว้แต่ไม่ แต่งตั้ง เพราะ เป็นกรณีตาม ว.๑๐ ปี๒๕๔๘ ซึ่งผู้สมัครต้องเป็นระดับ ๗ ก.พ.ค.วินิจฉัยยกคำร้อง และให้เยียวยา กรณีศาลปกครอง เพิกถอนคำสั่ง โดยให้กลับไประดับเดิมในตำแหน่ง เฉพาะตัว ( ฉ ) โดยได้สิทธิ์และประโยชน์เดิม ต้องติดตามผลที่ผู้ร้องทุกข์ไปฟ้องศาลปกครองชั้นต้น 30

32 กรณีที่ ๔๒ ข้าราชการบรรจุใหม่ไม่ผ่านการทดลอง ปฏิบัติราชการ ไม่มีสิทธิร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค. ร้องว่าอธิบดีสั่งให้ออกจากราชการ เนื่องจากผลการ ทดลองงานต่ำกว่าเกณฑ์, ประเมินไม่เป็นธรรม ไม่สม เหตุผล, ทั้งงานที่มอบ ก็ยากเกินกว่าตำแหน่งในระดับนี้ - ผู้ร้องทุกข์ไม่มีสถานภาพเป็นข้าราชการพลเรือน สามัญ จึงไม่มีสิทธิร้องทุกข์ตาม ม. ๑๒๒ พ. ร. บ. ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ. ศ. ๒๕๕๑ - ก. พ. ค. ไม่อาจรับไว้พิจารณา และสั่งจำหน่าย 31

33 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๔๓ คุณสมบัติไม่ตรงตามมาตรฐานตำแหน่ง ตามหนังสือเวียน ก.พ. จะร้องทุกข์ว่าต้นเหตุมาจาก ผู้บังคับบัญชาไม่ได้ ร้องปลัดฯ แจ้งหนังสือตอบข้อหารือจาก ก. พ. ในเรื่อง มาตรฐานกำหนดตำแหน่งตาม พ. ร. บ. ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน ๒๕๕๑ ทำให้ตนขาดคุณสมบัติ สั่งไม่รับไว้พิจารณา เพราะ เหตุแห่งทุกข์มิใช่ผู้บังคับบัญชา - หากต้นเหตุแห่งทุกข์มาจาก สำนักงาน ก. พ. ควร ร้องไปที่ ก. พ. ขอให้ทบทวน 32

34 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๔๔ ร้องทุกข์ต้องยื่นภายใน 30 วัน นับแต่วันรู้ หรือควรรู้เหตุคับข้องใจ ผชช. ร้องว่า เมื่อ 22 ต. ค.52 รมว. ได้แต่งตั้งรองอธิบดี คนหนึ่งให้ รก. ทปษ. ระดับผู้ทรงคุณวุฒิ โดยใช้อำนาจไม่ โปร่งใส เนื่องจากไม่แจ้งเวียน แต่ร้อง 1 ก. พ.53 สั่งไม่รับ เพราะ ต้องยื่น ภายใน 30 วัน นับแต่วันรู้หรือควรรู้ การแต่งตั้งรก. เป็นมาตรการภายใน มิใช่คำสั่งทาง ปกครอง จะร้องขอให้เพิกถอนไม่ได้ กฎหมายให้อำนาจ ผู้บังคับบัญชาสั่งได้ เพื่อความต่อเนื่องของการ บริหารงาน 33

35 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๔๕ ก.พ.ค.ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์สำหรับ พนักงานราชการ พนักงานราชการ พยาบาลวิชาชีพ ถูกอธิบดีสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตามข้อ 26 ของระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยพนักงานราชการ พ. ศ กรณีทะเลาะวิวาท ต้องอุทธรณ์ต่ออธิบดีตาม ม.44 พ. ร. บ. วิธีปฏิบัติฯ โดย ยื่นต่อผู้ทำคำสั่งภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบ ไม่สามารถอุทธรณ์ต่อ ก. พ. ค. จึงสั่งไม่รับ แต่รายนี้คำสั่งอธิบดีไม่ระบุให้อุทธรณ์ไว้ จึงขยาย ระยะเวลาอุทธรณ์ต่ออธิบดีเป็น 1 ปี 34

36 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๔๖ อยากร้องทุกข์ต้องเปิดเผยชื่อ มิฉะนั้นเป็นเพียงร้องเรียนหรือบัตรสนเท่ห์ ร้องทุกข์ว่า รมว. สั่งเลื่อนข้าราชการรายอื่นใน ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี โดยไม่ถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ที่ ก. พ. กำหนดไว้ ขอให้ปกปิดเป็นความลับ เกรงอันตรายต่อชีวิต ข้อเท็จจริง : เกินระยะเวลา ๓๐ วัน, ขาดสาระ สำคัญที่อธิบายต้นเหตุแห่งทุกข์, การขอปกปิดชื่อของ ผู้ร้องทุกข์ ทำให้ไม่เปิดโอกาสคู่กรณีชี้แจงในขั้น แสวงหาข้อเท็จจริง ของระบบไต่สวน จึงวินิจฉัยไม่รับ และ จำหน่ายออกจากสารบบ 35

37 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๔๗ ไม่รับเรื่องร้องทุกข์ ที่กรณีอาจใช้สิทธิ อุทธรณ์ได้ หลังรู้ผลการดำเนินการทางวินัยไม่ ร้ายแรง ผู้ร้องทุกข์ 2 รายร้องว่า การแต่งตั้งกรรมการสอบสวน ไม่ เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เลือกปฏิบัติชัดแจ้ง และมี การแทรกแซงโดยผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง - ม. ๑๒๒ พ. ร. บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน ๒๕๕๑ ระบุไว้ ร้องทุกข์ต้องมิใช่กรณีที่มีสิทธิอุทธรณ์ทางวินัยตามหมวด 9 หากร้องทุกข์ในขณะกระบวนการวินัยยังไม่แล้วเสร็จ อาจเป็น อุปสรรคในการสอบสวน - การแต่งตั้งก. สอบสวน เป็นการเตรียมการเพื่อให้มีคำสั่งทาง ปกครองตาม ม. 5 แห่งพ. ร. บ. วิธีปฏิบัติฯ 2539 ทั้ง ก. พ. ค. ตรวจสอบแล้วไม่ปรากฏว่าการแต่งตั้งไม่ชอบ 36

38 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๔๘ ไม่รับเรื่องที่นายอำเภอ 37 จาก 41 ราย ร้องขอ ความเป็นธรรมจากการถูกยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งไม่ชอบ ปลัดกระทรวงและนอภ. 37จาก 41 ราย ร้องขอความ เป็นธรรมในการยกเลิกคำสั่งที่ มท 28/2553 ลงวันที่ 15 มค ที่ได้แต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือก นายอำเภอประเภทอำนวยการระดับสูง - พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน 2551 ม.123 วรรคสาม เมื่อ ก.พ.ค.ได้วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์แล้วให้ หัวหน้าส่วนราชการเจ้าสังกัด ดำเนินการตามคำ วินิจฉัย 37

39 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๔๘ ไม่รับเรื่องที่นายอำเภอ 37 จาก 41 ราย ร้องขอ ความเป็นธรรมจากการถูกยกเลิกคำสั่งไม่ชอบ ( ต่อ ) ข้อ 56 ของ กฎ ก. พ. ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์ฯ พ. ศ “ เมื่อได้วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ และ ดำเนินการตาม ข้อ 54 วรรคสองแล้ว ให้แจ้ง คู่กรณีทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว คำวินิจฉัย นั้น ให้เป็นที่สุด ” 38

40 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่๔๘ ไม่รับเรื่องที่นอภ.37 จาก 41 ราย ร้องขอความเป็นธรรม จากการถูกยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งไม่ชอบ ( ต่อ ) สำนักงาน ก. พ. ได้ออกหนังสือเวียน ที่ นร.1008/ ว.46 ลงวันที่ 30 กย เรื่อง แนวทางการ ดำเนินการกรณี ก. พ. ค. มีคำวินิจฉัยหรือ ก. พ. มีมติให้ ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งฯ คำสั่ง ก. พ. ค. ยกเลิกนายอำเภอ 4 1 ตำแหน่ง มิใช่ การลงโทษผู้ได้รับคัดเลือก หากนายอำเภอกลุ่มนี้ไม่เห็นด้วย ก็สามารถฟ้องต่อ ศาลปกครองชั้นต้นต่อไปได้ภายใน 90 วัน 39

41 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๔๙ ต้นเหตุแห่งทุกข์เกิดจากอธิบดี ร้องต่อปลัดกระทรวงซึ่ง พิจารณาถึงที่สุดแล้ว หากไม่เห็นด้วย ต้องฟ้องศาลปกครอง กรมสั่งให้ผู้ร้องทุกข์ไปดำรงตำแหน่งนักวิชาการ ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ รวมทั้งจัดตำแหน่ง อย่างไม่มีมาตรฐานถึง 3 แบบ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเลือกปฏิบัติ เดิมยื่นผิดที่ โดยยื่นไปที่ ก. พ. ค. แล้วได้รับแจ้งให้ไปยื่น ต่อปลัดกระทรวง เพราะต้นเหตุแห่งทุกข์เป็นอธิบดี ไปยื่นที่ปลัด ต่อมารองปลัด รก. ปลัดเป็นผู้ตอบโดยใช้ เวลานาน 412 วัน 40

42 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๔๙ ต้นเหตุแห่งทุกข์เกิดจากอธิบดี ร้องต่อ ปลัดกระทรวงพิจารณาถึงที่สุดแล้ว หากไม่เห็นด้วย ต้องฟ้อง ศาลปกครอง ( ต่อ ) คำวินิจฉัยร้องทุกข์ของปลัดกระทรวงเป็น ที่สุด ตามข้อ 25 วรรคสาม ของกฎ ก. พ. ค. ว่าด้วยการร้องทุกข์ฯ พ. ศ จึงวินิจฉัย ไม่รับเรื่องร้องทุกข์กรณีนี้ไว้พิจารณา ให้ไปฟ้องศาลปกครองชั้นต้น 41

43 10. ร้องทุกข์ที่ ก.พ.ค.สั่งไม่รับไว้พิจารณา กรณีที่ ๕๐ ก.พ.ค.ไม่รับเรื่องคับข้องใจที่มาจากกฎหรือ หนังสือเวียน ก.พ.ไว้พิจารณา นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กรมอุทยานฯ กับพวก ๒๑ ราย ได้มี หนังสือถึงเลขาธิการ ก.พ.ร. ขอความเป็นธรรม รวม ๒ ประเด็น (๑) การที่กรม ไม่ปฏิบัติตามหนังสือเวียนของ ก.พ ว. ๒๕ ลง วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๒ ทำให้ผู้ร้องกับพวกเสียสิทธิอัน ควรได้รับในการเลื่อนตำแหน่ง เป็นนักวิชาการ ชำนาญการ พิเศษ นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๒ (๒) ทำให้เสียรายได้จากการที่ไม่มีตำแหน่งชำนาญการพิเศษ รองรับ ก.พ.ค.เห็นว่า สาระสำคัญของร้องทุกข์ มีเหตุจากอธิบดีจึงต้องร้อง ทุกข์ต่อปลัดกระทรวง หากผลเป็นประการใด และผู้ร้องทุกข์ไม่เห็นด้วย ก็มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองต่อไป จึงวินิจฉัยไม่รับเรื่องร้องทุกข์นี้ไว้ พิจารณา 42

44 คำวินิจฉัยอุทธรณ์และร้องทุกข์ ใหม่ล่าสุดในครึ่งปีหลัง ปี

45 10. ร้องทุกข์ที่ ก. พ. ค. สั่งไม่รับไว้ พิจารณา กรณี51 ร้องทุกข์ผิดตัว ข้าราชการสังกัด สำนักงานรัฐมนตรี ต้นเหตุแห่งทุกข์คือรัฐมนตรี - นักจัดการงานทั่วไป สังกัดสร.กระทรวงทรัพยากรฯ ได้ร้อง ทุกข์ต่อ ก.พ.ค.ว่า ปลัดกระทรวงฯ ไม่พิจารณาให้ผู้ร้องทุกข์เข้า ร่วมมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการ เกษียณก่อนกำหนด) ปีงบประมาณ การบรรจุและแต่งตั้งตามมาตรา 57 (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ บัญญัติให้การบรรจุและแต่งตั้งในสำนักงาน รัฐมนตรี ให้รมว.เจ้าสังกัดเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง และตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ มาตรา 2 บัญญัติว่า สร.ซึ่งเป็น ข้าราชการการเมืองเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติ ราชการของ สร.ขึ้นตรงต่อ รมว. - วินิจฉัยไม่รับเรื่องร้องทุกข์ไว้พิจารณา 45

46 นักวิเคราะห์ชำนาญการ 2 ราย ได้ร้องทุกข์ กรณีสงป.คัดเลือก บุคคลเข้ารับการประเมินผลงานเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ จำนวน 25 ตำแหน่ง โดยไม่ปรากฏ หลักเกณฑ์ที่แน่ชัดและไม่ได้ให้เหตุผลประกอบ เป็นการกระทำที่ ไม่โปร่งใสเป็นธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อเท็จจริง มีการใช้คะแนนดิบ แล้วมาใช้คะแนนโหวต โดย พิจารณารอบแรกได้19ราย ซึ่งได้ตัด2คนที่ความประพฤติไม่ เหมาะสม รอบสองคัดได้อีก 6 ราย จากนั้นไปเสนอ ผอ. สงป. ซึ่ง ขอให้ทบทวนสัดส่วนกลุ่มบุคคลให้เหมาะกับงาน ดังนั้นในรอบ3 จึงมาโหวตใหม่ โดย1ใน2รายที่ถูกตัดเพราะความประพฤติ ได้ กลับเข้ามา และบุคคลที่ได้คะแนนโหวตสูงกลับถูกตัดโดยไม่มี เหตุผล โดยไปเลือกบุคคลที่ได้คะแนนโหวตต่ำกว่าเข้ามาแทน 46

47 9.ร้องทุกข์ที่ให้ยกเลิกคำสั่งบางส่วน กรณีที่ 52 ยกเลิกการคัดเลือก 7 จาก 25 ตำแหน่ง ชำนาญการพิเศษ ของสำนักงบประมาณ ( ต่อ ) ประเด็นแรก การที่คณะกรรมการคัดเลือกกำหนด องค์ประกอบในการให้คะแนน และกรรมการแต่ละคน ให้คะแนน แล้วนำคะแนนมารวมกัน พร้อมกับหา คะแนนโหวต แล้วเรียงลำดับตามคะแนนโหวตนั้น ขัด กับเกณฑ์ตามประกาศ อ.ก.พ. สำนักงบประมาณ ลง วันที่ 9 กันยายน 2552 ข้อ 4 (1) หรือไม่ เห็นว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ขัดกับเกณฑ์การ ตัดสิน จึงเป็นการดำเนินการที่ชอบแล้ว 47

48 9.ร้องทุกข์ที่ให้ยกเลิกคำสั่งบางส่วน กรณีที่ 52 ยกเลิกการคัดเลือก 7 จาก 25 ตำแหน่งชำนาญ การพิเศษ ของสำนักงบประมาณ ( ต่อ ) ประเด็นสอง การที่ผอ.สงป.ให้คณะ กรรมการฯทบทวนสัดส่วนของผู้ ได้รับคัดเลือก ทำได้หรือไม่ เห็นว่าเป็นไปตามหนังสือเวียน ว. 10 ให้ อำนาจผู้มีอำนาจสั่งบรรจุให้ความเห็นชอบ จึงทำ ได้ในการปรับสัดส่วน 48

49 9.ร้องทุกข์ที่ให้ยกเลิกคำสั่งบางส่วน กรณีที่ 52 ยกเลิกการคัดเลือก 7 จาก 25 ตำแหน่ง ชำนาญการพิเศษ ของสำนักงบประมาณ ( ต่อ ) แต่การพิจารณารอบ 2 และรอบ 3 ใช้ดุลพินิจมิชอบ ทำ ให้นางสาว ป. ที่ควรได้ในรอบสอง กลับไปหยิบ นาง น. ที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และนาย ว.และนาย จ.ซึ่ง ถูกกรรมการคัดออกเพราะคุณสมบัติไม่เหมาะสม กลับ พบว่า นาย ว.ได้รับคัดเลือกกลับเข้ามาใหม่ แต่ตัด นาย จ. โดยไม่มีเหตุผล วินิจฉัยให้ยกเลิกเฉพาะ 7 จาก25 ตำแหน่ง ให้ไปคัดเลือก ใหม่ ส่วน 18 รายเห็นชอบให้ใช้ผลการคัดเลือกจากรอบแรกที่ ดำเนินการโดยชอบ 49

50 ข้าราชการรายหนึ่ง อุทธรณ์กรณีถูกลงโทษไล่ออก เหตุจากรับ ฝากซื้อทองจากเพื่อนข้าราชการรวม8คน 11ครั้ง น้ำหนัก555 บาท มูลค่า4.5ล้านบาท โดยไม่ส่งมอบทอง อ้างว่าได้จ่ายเงินให้ นาง ร. ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่รับฝากอีกทอดหนึ่งแล้ว แต่ถูก ฉ้อโกงจึงไม่ส่งมอบทองให้เพื่อนที่สั่งซื้อ ผู้เสียหายได้ฟ้องศาล อาญารวม7คดี ซึ่งคดีมีทั้งสั่งลงโทษจำคุกซึ่งอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และบางคดีถอนฟ้องเพราะยอมจ่ายคืน กรมสอบวินัยอย่างร้ายแรง และได้ออกคำสั่งไล่ออกตามมติที่ ประชุม อ.ก.พ.กรม วันที่ 2 กรกฎาคม 2552 ฐานไม่รักษา ชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการ ประพฤติชั่ว ร้ายแรงตามมาตรา 98 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการ พลเรือน พ.ศ

51 หลังจากนั้นกรมได้ส่งหนังสือ แจ้งว่าหลังหารือ คณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งได้ตีความว่า การประชุม อ.ก.พ. กรมครั้งนั้นไม่ชอบ จึงยกเลิกคำสั่งไล่ออกเดิมแล้วได้ประชุม อ.ก.พ.กรมใหม่คือ แล้วได้ออกคำสั่งไล่ออกใหม่ โดยให้มีผล อย่างเดิมคือ ตั้งแต่วันที่ 4 กย กรณีนี้ได้นำหารือ ก.พ.ค.ซึ่งมีมติให้เรียกคู่กรณีมาตกลง คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์จึงได้เรียกคู่กรณีมา โดยผู้ อุทธรณ์ขอดำเนินการต่อไป 51

52 ประเด็นวินิจฉัยที่ 1 กระบวนการสอบวินัยดำเนินการ โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่ากรมได้ออกคำสั่งแต่งตั้ง กรรมการ สอบวินัยอย่างร้ายแรง และได้ส่ง สว.3 ให้ผู้อุทธรณ์มี โอกาสโต้แย้งแล้ว เวลาที่ใช้สอบสวนทั้งสิ้น 166 วัน กระบวนการสอบสวนชอบด้วยกฎหมาย ประเด็นวินิจฉัยที่ 2 คำสั่งลงโทษของคู่กรณีในอุทธรณ์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ได้ประชุม อ.ก.พ.กรมใหม่ แล้วออกคำสั่ง ไล่ออกใหม่ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว 52

53 ประเด็นวินิจฉัยที่ 3 ผู้อุทธรณ์กระทำผิดวินัยหรือไม่ และการลงโทษเหมาะสมหรือไม่ ผู้อุทธรณ์รับเงินไว้จริง จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่คืนเงินให้ ผู้ฝากสั่งซื้อทองครบทุกราย ดังนั้นจึงมีพฤติการณ์ ฉ้อโกงฐานไม่รักษาชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของ ตำแหน่งหน้าที่ราชการ ประพฤติชั่วร้ายแรงตาม ม. 98 วรรคสองแห่ง พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 เหมาะสมกับความผิด ก.พ.ค.จึงวินิจฉัย ยกอุทธรณ์ 53

54 นักวิชาการ 6 ว รายหนึ่งอุทธรณ์คำสั่งอธิบดีที่สั่งลงโทษปลด ออกจากราชการฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 98 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ พลเรือน พ.ศ กรณีได้เผยแพร่ภาพอนาจาร และพา หญิงที่อยู่กินฉันสามีภรรยาไปมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นต่อ หน้าตนเอง และถ่ายทำวีดีโอไว้ ต่อมาคลิปวีดีโอถูกเผยแพร่ ต่อสาธารณะ โดยผู้อุทธรณ์อ้างว่าการสอบสวนให้ความสำคัญน้อยมากกับ การตรวจสอบพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์กับผู้อุทธรณ์ ไม่ เปิดโอกาสให้ผู้อุทธรณ์ได้ชี้แจงพยานหลักฐานอย่างเพียงพอ และคำสั่งลงโทษไม่เป็นธรรมกับผู้อุทธรณ์ 54

55 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ กรณีที่ 54 ปลดออก ถ่าย-แพร่ภาพวีดีโอ ลามกอนาจาร ประเด็นวินิจฉัยที่ 1 การออกคำสั่งได้ทำถูกต้องตามขั้นตอน และ วิธีการอันเป็นสาระสำคัญ โดยให้โอกาสแก้ข้อกล่าวหาอย่าง เพียงพอหรือไม่ เห็นว่า ได้แจ้งแบบ สว. 2 และข้อสรุป ตามแบบ สว.3 โดยผู้ อุทธรณ์ได้ลงลายมือชื่อรับทราบแล้ว และผู้อุทธรณ์ได้มีหนังสือ ถึงประธานคณะกรรมการสอบสวนโต้แย้งคัดค้านข้อกล่าวหา และ สรุปหลักฐานที่สนับสนุนข้อคัดค้านดังกล่าวด้วย อันแสดง ว่าได้ ให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง และนำสืบแก้ข้อกล่าวหาอย่าง เพียงพอแล้ว 55

56 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ กรณีที่ 54 ปลดออก แพร่ภาพวีดีโอลามกอนาจาร - ต่อ ประเด็นที่2ผู้อุทธรณ์ได้กระทำผิดวินัยตามที่ถูก กล่าวหาหรือไม่ ผู้อุทธรณ์ได้เรียกนาย น. และนางสาว ก. ซึ่งบุคคลทั่วไปเข้าใจว่าเป็นภรรยา ให้มีเพศสัมพันธ์กันต่อหน้าในห้องพักแล้วบันทึกวีดีโอยาว 10 นาที คลิปได้ถูก เผยแพร่ไป ทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลทั้งสองและส่วนราชการ การกระทำเป็นการทำให้เสื่อมเสียทางจริยธรรมและเป็นความ บกพร่องในศีลธรร มอันดี การที่ต่อมามีการนำภาพที่บันทึกไว้ ออกเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ย่อมเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงทั้ง ต่อบุคคลในภาพ รวมทั้งต่อหน่วยงานราชการ การกระทำเพียงเท่านี้ย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง โดยไม่จำต้องพิจารณาว่าผู้อุทธรณ์ได้นำวีดีโอที่บันทึกไว้ออก เผยแพร่หรือไม่ 56

57 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ กรณีที่54 ปลดออก ถ่าย-แพร่ภาพวีดีโอ ลามกอนาจาร - ต่อ การที่คณะกรรมการสอบสวนงดสอบสวนพยานที่ผู้ อุทธรณ์อ้างเพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่ ภาพ จึงไม่ทำให้พยานหลักฐานที่มีอยู่ไม่พอฟังว่า ผู้อุทธรณ์เป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงแต่ เพียงใด เห็นว่าประพฤติชั่วตามที่กรมสั่งลงโทษปลดออก เหมาะสมแล้ว วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ แต่ให้แก้ในส่วนการ เผยแพร่ที่ไม่มีข้อเท็จจริงว่าใครเป็นผู้นำไป เผยแพร่ในเว็บของกรม 57

58 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ กรณีที่ 55 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ กรณีที่ 55 รูดบัตรเครดิตผู้อื่นซื้อสินค้า ปลดออก พยาบาลรายหนึ่ง อุทธรณ์ ถูกผวจ.โดยมติ อ.ก.พ. สธ. สั่งเพิ่ม โทษจากลดขั้นเงินเดือน ๑ ขั้น เป็นปลดออก ฐานประพฤติชั่ว อย่างร้ายแรง ตามม. ๙๘ วรรคสอง แห่งพ.ร.บ.ระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ กรณีนำเอาบัตรเครดิตของผู้อื่น ไปใช้จ่าย ผู้อุทธรณ์สารภาพในชั้นสอบสวน ว่าได้ใช้บัตรเครดิตจ.ธุรการใน โรงพยาบาลเดียวกันและได้ชดใช้เงินแล้ว ขอลดโทษ เห็นว่าการปลอมลายมือชื่อผู้อื่นไปหาประโยชน์ ซึ่ง ตามมติ ครม. ที่ นร 0505/ว 197 ลงวันที่ 17 พ.ย.2548 ให้ถือว่าเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง และลงโทษอย่างน้อยปลดออกจากราชการ วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ 58

59 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ กรณีที่ 56 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ กรณีที่ 56 ตัดเงินเดือน 5 % 3 เดือน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไม่ รักษาประโยชน์ของทางราชการ - จพง. ป่าไม้อาวุโส อุทธรณ์ถูกอธิบดี สั่งลงโทษตัด เงินเดือน 5 % 3 เดือน ฐานไม่อุตสาหะฯ ตาม ม. 84 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 กรณีเมื่อครั้งดำรง ตำแหน่ง จ.บริหารงานป่าไม้ 7 ทำหน้าที่ หน.ด่านป่าไม้จังหวัด ได้ รับคำขอออกใบเบิกทางนำไม้เคลื่อนที่ ได้สั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ตรวจสอบไม้ ซึ่งได้รับบันทึกในวันนั้นว่า ได้ตรวจสอบถูกต้องผู้จึง ลงนามอนุญาต แต่ไม่รอบคอบเกิดความผิดพลาด ไม้ที่อนุญาต เป็นไม้พะยูงท่อน มิใช่ไม้เหลี่ยม - ข้อเท็จจริงพบว่าไม้ที่ตรวจนับใหม่มีจำนวนไม้ เพิ่มขึ้น 12 ท่อน และมีปริมาตรเพิ่มขึ้น 60 ลูกบาศก์ เมตร แยกเป็นไม้ท่อน 1,554 ท่อน และไม้พะยูงแปร รูป จำนวน 122 เหลี่ยม เห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นไม้ ท่อนมิใช่ไม้แปรรูป 59

60 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ กรณีที่ 56 3.เรื่องอุทธรณ์ที่ฟังไม่ขึ้น ให้ยกอุทธรณ์ กรณีที่ 56 ตัดเงินเดือน 5 % 3 เดือน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ พบความไม่รอบคอบอื่นอีก การ “สุ่มตรวจ”ไม้ ในข้อ 16.1 ของระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการนำไม้ฯเคลื่อนที่ พ.ศ ให้ตรวจสอบไม้โดยวิธีสุ่มตรวจ แต่ต้องไม่ น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของจำนวนไม้ กรณีนี้สุ่มตรวจ เพียง 1 คันรถ ซึ่ง20% ต้องสุ่มตรวจ 2.6 คันรถ อีกทั้ง มีรอยลบหมึกขาว แต่ระเบียบให้จำเป็นต้องแก้ไขให้ขีด ฆ่าและประทับตราแล้วเขียนใหม่ และให้ผู้อนุญาตลง นาม แต่ไม่ปรากฎว่าผู้อุทธรณ์ได้ตรวจสอบ ก.พ.ค. พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ผู้บังคับบัญชา มี คำสั่งลงโทษตัดเงินเดือนผู้อุทธรณ์ 5 % เป็นเวลา 3 เดือน เหมาะสมแล้ว อุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น จึงวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ 60

61 ต้องการข้อมูล เพิ่มเติม 61


ดาวน์โหลด ppt ตอนที่ 2 ตัวอย่างคำวินิจฉัยร้องทุกข์ ของ ก.พ.ค. โดย ดร. จรวยพร ธรณินทร์ กรรมการ ก. พ. ค. วันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2554 เวลา 13.30 - 16.00 น.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google