งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

INTERNATIONAL INSTITUTE FOR GEO-INFORMATION SCIENCE AND EARTH OBSERVATION การสังเคราะห์สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน และ เรือนยอดของพืชปกคลุมดิน โดยใช้ข้อมูลการ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "INTERNATIONAL INSTITUTE FOR GEO-INFORMATION SCIENCE AND EARTH OBSERVATION การสังเคราะห์สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน และ เรือนยอดของพืชปกคลุมดิน โดยใช้ข้อมูลการ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 INTERNATIONAL INSTITUTE FOR GEO-INFORMATION SCIENCE AND EARTH OBSERVATION การสังเคราะห์สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน และ เรือนยอดของพืชปกคลุมดิน โดยใช้ข้อมูลการ สำรวจระยะไกล และข้อมูลภาคสนาม ในพื้นที่สูงซึ่งเข้าถึงได้ยาก สำหรับการประเมินการชะล้างพังทลายของดิน นายมณฑล สุริยาประสิทธิ์ ผศ. ดร. ดูบร้า เชรสตา

2 Outline  ความเป็นมา  วัตถุประสงค์ในการศึกษา  พื้นที่ศึกษา  วิธีการศึกษา  ผลการศึกษา  สรุป

3 ความเป็นมา  การเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน จาก ป่าไม้ เป็น พื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงการ ตัดไม้ทำลายป่าในบริเวณที่มีความ ลาดชันสูง ทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน  สภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาก่อให้เกิดอุปสรรคในการเก็บข้อมูล ที่สำคัญสำหรับใช้ในแบบจำลอง และก่อให้เกิดผลกระทบต่อการ จำแนกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน

4 วัตถุประสงค์ เพื่อประเมินพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดการชะ ล้างพังทลายของดิน บนพื้นที่สูงโดยประยุกต์ใช้ ข้อมูลการสำรวจระยะไกล และข้อมูลภาคสนาม  เพื่อทดสอบศักยภาพของ เทคนิค image processing ใน การปรับแก้ ความส่องสว่างที่ไม่สม่ำเสมอ สำหรับการจำแนก สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน  เพื่อสังเคราะห์ค่า C-factor สำหรับใช้ในแบบจำลอง การ ชะล้างพังทลายของดิน (RMMF)

5 พื้นที่ศึกษา : ลุ่มน้ำชุน จังหวัดเพชรบูรณ์ - พื้นที่ โดยประมาณ 67 กม 2 - เป็นพื้นที่ภูเขา มีความสูง ,500 เมตร

6 วิธีการในการศึกษา 1. การประมาณค่า C-factor จากข้อมูล ภาคสนาม 2. การปรับแก้ค่าความส่องสว่างที่ไม่ สม่ำเสมอของแสง และการจำแนก สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน 3. การประมาณค่า C-factor จาก NDVI 4. การประเมินการชะล้างพังทลาย ของดิน

7 1. การประมาณค่า C-factor จาก ข้อมูลภาคสนาม (Renard, 1997) Forest areasAgriculture areas PLU0.51

8 1. การประมาณค่า C-factor จาก ข้อมูลภาคสนาม = ร้อยละของพื้นที่ที่ถูกปก คลุมด้วยเรือนยอด H = ความสูง ของพืช (Renard, 1997)

9 1. การประมาณค่า C-factor จาก ข้อมูลภาคสนาม Sp = ร้อยละของพื้นที่ปกคลุม ดิน Land use classRub Forest Degraded Forest Agricultur e Grassland Orchard (Renard, 1997)

10 1. การประมาณค่า C-factor จาก ข้อมูลภาคสนาม Land use classRu Forest0.4 Degraded Forest0.25 Agricultur e0.44 Grassland0.25 Orchard0.34 (Renard, 1997)

11 2. การปรับแก้ค่าความส่องสว่างที่ไม่ สม่ำเสมอของแสง Multi – Spectral Sensor Shadow Low illumination High illumination

12 2. การปรับแก้ค่าความส่องสว่างที่ไม่ สม่ำเสมอของแสง Landsat TM 2007 CC March 3, 2007 Topographic Normalization Sum Normalization

13 ผลลัพธ์ที่ได้จากการปรับแก้ค่าความ ส่องสว่าง  การจำแนกสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน พ. ศ After using Topographic Normalization technique Legend Period Classification accuracy with removal of topography effect (%) Classification accuracy without correcting topographic effects (%) Topographic normalization Sum normalization

14 3. การประมาณค่า C-factor จาก NDVI - ประมาณค่า NDVI จากภาพถ่ายดาวเทียม Landsat - ประมาณค่า C-factor โดยใช้สมการ 1. (De Jong et al., 1994) 2. (Van der Knijff et al., 1999) 3. Curve Estimation จากการหาความสัมพันธ์ ระหว่าง C-factor จำนวน 138 จุดตัวอย่าง ที่ประมาณค่า จากข้อมูลสนาม และค่า NDVI

15 3. การประมาณค่า C-factor จาก NDVI

16 ผลที่ได้จากการประมาณค่า C-factor ด้วย NDVI  C-factor map ที่ได้จากการประมาณค่าในแต่ละ สมการ C-factor Prediction techniques Statistical techniques Adjust R2C.E.M.E.RMSE De Jong’s Van der Knijff’s Curve estimation De Jong’sVan der Knijff’s Curve estimation

17 การประเมินผล C-factor map Coefficient of Efficiency ; C.E. Root Mean Square Error ; R.M.S.E.

18 4. การประเมินการชะล้างพังทลายของ ดิน  revised Morgan – Morgan - Finney - ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อประมาณค่าปริมาณการ สูญเสียดินต่อปี ในพื้นที่เชิงเขาที่มีความลาดชัน - เป็นแบบจำลอง ประเภท empirical model แต่มีการใช้ ข้อมูลทางกายภาพที่สำคัญ และต้องการ ข้อมูลในการนำเข้าน้อย

19 Erosion model (RMMF)

20 4. การประเมินการชะล้างพังทลายของ ดิน ข้อมูลที่ได้จากการประมาณค่าในภาคสนาม ถูกนำมาแทนค่าในสมการ  Canopy cover (CC)  Plant Height (H)  C-factor

21 ผลการประมาณค่าจากแบบจำลอง  ผลการประมาณค่าปริมาณดินที่สูญเสียต่อปี และ การจำแนกความรุนแรง Land use classArea(%)Soil loss rate(t/h/y)SD. Forest Degraded Forest Agriculture Grassland Orchard Total100 Land use classSoil loss rate(t/h/y)Erosion prone areas Forest Degraded Forest Agriculture Grassland Orchard Very slight Severe Slight

22 ผลการตรวจสอบด้วยจุดที่เกิดการชะล้าง พังทลายแบบร่องธาร (Gully erosion)  เปรียบเทียบ Erosion prone areas map และ จุดที่พบ Gully erosion Reference Total Gully Critical zone Gully No Gully Total 20 Overall accuracy = (14/20)x100 = 70%

23 สรุป  เทคนิค ขจัดผลกระทบจากสภาพภูมิประเทศ (Topography effect removal) ทำให้ความถูกต้อง ของการจำแนกประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณ พื้นที่สูง ดีขึ้น  การประมาณค่า c-factor ด้วยข้อมูลภาคสนาม มี ความสัมพันธ์กับค่า NDVI สามารถ นำไปใช้ในการประมาณค่า c-factor ของพื้นที่สูง ช่วย ประหยัดงบประมาณและเวลาที่ใช้ในการทำงาน ภาคสนาม  ผลลัพธ์ที่ได้จาก แบบจำลอง RMMF เมื่อนำไปจำแนก ความรุนแรงและตรวจสอบกับจุดที่เกิดการชะล้าง พังทลายแบบร่องธาร แล้ว ได้ผลอยู่ในเกณฑ์ดี แสดง ให้เห็นว่า C-factor ที่ได้จากการประมาณค่าสามารถ นำมาใช้ในแบบจำลอง RMMF ได้เป็นอย่างดี

24  The International Archives of the Photogrammetry, Remote Sensing and Spatial Information Sciences. Vol. XXXVII. Part B7. Beijing 2008

25 ขอบคุณครับ คำถาม และ ข้อเสนอแนะ


ดาวน์โหลด ppt INTERNATIONAL INSTITUTE FOR GEO-INFORMATION SCIENCE AND EARTH OBSERVATION การสังเคราะห์สภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน และ เรือนยอดของพืชปกคลุมดิน โดยใช้ข้อมูลการ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google