งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การประมวลความรู้ (KNOWLEDGE CODIFICATION) Lecture 8 Chapter 7, Textbook.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การประมวลความรู้ (KNOWLEDGE CODIFICATION) Lecture 8 Chapter 7, Textbook."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การประมวลความรู้ (KNOWLEDGE CODIFICATION) Lecture 8 Chapter 7, Textbook

2 2 ทบทวนการบรรยายครั้งล่าสุด (Review of last Lecture) การสังเกต On-site Observation (Action Protocol) การระดมสมอง Brainstorming (Conventional & Electronic)  Consensus Decision Making  Repertory Grid  Nominal Group Technique  Delphi Method  Concept Mapping  Blackboarding การตัดสินใจ แบบเอกฉันท์ Consensus Decision Making

3 3 ทบทวนการบรรยายครั้งล่าสุด(ต่อ) Repertory Grid Construct T1T2T3 1 Inexperience Appearance 321 … ……… 5 Late 232 Delphi Method  Consensus Decision Making  Repertory Grid  Nominal Group Technique  Delphi Method  Concept Mapping  Blackboarding Nominal Group Technique

4 4 Concept Map helper of Bear d White horse Birthday At chimneys On roofs Spain climbs listens lives in bringsgivesnot same as has lives in rides SAINT NICOLAS BLACK PETER Presents Santa Clause Blackboarding

5 5 วัตถุประสงค์(Objectives)  การประมวลความรู้เกี่ยวพันกับอะไร (What Does Knowledge Codification Involve?)  คุณประโยชน์หรือข้อดีของการประมวลความรู้ (Benefits of Knowledge Codification)  คำถามเกี่ยวกับการประมวลความรู้ (Pre Knowledge Codification Questions)  เครื่องมือ และกระบวนการ (Tools and Procedures)  กฎของการวางแผน (The Role of Planning)

6 6 การประมวลความรู้เกี่ยวพันกับอะไร?  การเปลี่ยนจาก “ tacit knowledge (ความรู้ที่ฝังอยู่ในตัว คน) ” ไปเป็น “ explicit usable form (ความรู้ที่ชัดเจน) ”  การเปลี่ยนจาก ความรู้ที่ “ undocumented (ไม่ใช่เอกสาร) ” ไปเป็น ความรู้ที่อยู่ในรูปของ “ documented (เอกสาร) ”  การแสดง และ การจัดการความรู้ก่อนที่จะถูกเข้าถึง (Representing and organizing knowledge before it is accessed)  มันทำให้ความรู้ที่เกี่ยวกับองค์กรสามารถมองเห็นได้, เข้าถึง ได้ และ พร้อมใช้ในกระบวนการตัดสินใจ (It is making institutional knowledge visible, accessible, and usable for decision making)

7 7 Knowledge Dimensions and Bottlenecks (Fig.7.3) KNOWLEDG E DIMENSION New Knowledge Difffusion Too Slow Knowledge is Not Shared Recorded Knowledge Difficult to Access People Do Not Know Where Knowledge Resides Form Location Time Knowledge Not Shared Knowledge Difficult to Access Difficult to Know Who Has Knowledge (Content)

8 8 Knowledge Codification in the KM System Life Cycle KNOWLEDGE CAPTURE (Creation) KNOWLEDGE TRANSFER KNOWLEDGE SHARING TESTING AND DEPLOYMENT KNOWLEDGE CODIFICATION KNOWLEDGE BASE DATABASES Decision tables, Decision trees, frames maps, rules Capture Tools Programs, books, articles, experts Intelligence gathering GOAL Explicit Knowledge

9 9 ข้อดีของการประมวลความรู้ (Benefits of Knowledge Codification)  คำสั่ง/การอบรม Instruction/training — การฝึกอบรมของ ของพนักงานใหม่ขึ้อยู่กับการจับความรู้ของพนักงานอาวุโส (promoting training of junior personnel based on captured knowledge of senior employees)  การทำนาย Prediction — การอนุมานผลลัพธ์ของ สถานการณ์ที่ให้ และการเตือนเหมาะสม หรือคำแนะนำ สำหรับการกระทำที่ถูกต้อง (inferring the likely outcome of a given situation and flashing a proper warning or suggestion for corrective action)  การหาสาเหตุ Diagnosis — การอ้างอิงตำแหน่งของปัจจัย เกี่ยวกับสาเหตุอย่างเจาะจง (addressing identifiable symptoms of specific causal factors)  Planning/scheduling — การปะติดปะต่อวิชาทั้งหมดของ การกระทำ ก่อนขั้นตอนอื่น ๆ จะถูกใช้ (mapping out an entire course of action before any steps are taken)

10 10 Pre-KC Questions  อะไร คือเป้าหมายขององค์กรที่ จะให้การประมวลความรู้ ช่วยเหลือ (What organizational goals will the codified knowledge serve?)  ทำไหม ความรู้ถึงนำไปใช้ ประโยชน์ได้ ? (Why is the knowledge useful?)  จะประมวลความรู้ได้อย่างไร (How would one codify knowledge?)

11 11 ปัญหากับการประมวลความรู้ที่อยู่ในตัวคน (Problems With Codifying Tacit Knowledge)  ลักษณะเฉพาะของผู้เชี่ยวชาญ (Distinctive style of the expert)  ทักษะในการจับความรู้พิเศษที่จะประมวลความรู้ที่อยู่ในคนอย่างมี ประสิทธิภาพ (Special knowledge capture skills to codify tacit knowledge effectively)  ความรู้บางอย่างก็เป็นศิลปะมากกว่าวิทยาศาสตร์ และ ศิลปะก็ ยากที่ทำให้เป็นกฎ (Certain knowledge is more of an art than a science and art is difficult to codify into rules)  การปฏิบัติตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ง่ายเลย (Dealing with experts is not easy)  บริษัทจำนวนมากขาดลักษณะโปร่งแสงของบริษัท-ความรู้กว้าง (Many firms lack the transparency of company-wide knowledge)  ความรู้ที่จำเป็นมักจะปรากฏขึ้นบ่อย ๆ, แต่ไม่มีใครรู้ว่าจะหาได้ที่ ไหน (Critical knowledge is often available, but no one knows where to find it)

12 12 เครื่องมือในการประมวลความรู้ (Some Codification Tools)  แผนผังความรู้ (Knowledge Map)  ตารางตัดสินใจ (Decision Table)  ต้นไม้ตัดสินใจ (Decision Tree)  เฟรม (Frames)  กฎการผลิต (Production Rules)  Case-based Reasoning

13 13 แผนที่ความรู้ทำงานอย่างไร (How Knowledge Maps Work)  แผนที่อธิบายผลของธุรกิจ หรือ ปัญหาที่เกิดขึ้น (The map depicts visually the business issue or problem at hand)  มีการตั้งคำถามให้กับกลุ่มที่มีการอภิปรายกันเพื่อสร้างการ แบ่งบันความรู้ (Pace of the group’s collaborative discussions guided by questions to create shared knowledge)  ข้อเท็จจริงแสดงถึงกลุ่มความเป็นจริงของปัญหา (Facts presented to the group to focus on realities of the problem)  ธรรมชาติของการอภิปรายของคนที่มีตำแหน่งเท่ากันควร จะต้องเปิดเผย, ทำให้สะดวกโดยครูฝึก (Nature of the collaborative discussion among peers should be an open environment, facilitated by a coach)  กิจกรรมที่ตามมาถูกตรวจสอบ, และได้ผลสรุปออกมา (Post session follow-up activities are reviewed, and conclusions are drawn)

14 14 แผนที่ความรู้ (Knowledge Map)  การแสดงของความรู้, ไม่ใช่ที่เก็บ (Visual representation of knowledge, not a repository)  บ่งชี้ถึงความสามารถ และ เติมเต็มช่องว่าง (Identify strengths to exploit and missing knowledge gaps to fill)  สามารถประยุกต์ใช้ในการตัดความรู้ (Can be applied in Knowledge Capture)  ไดเรคทอรี่ตรงไปข้างหน้า ซึ่งผู้คนให้ที่ซึ่งเขาสามารถค้นพบ ความชำนาญจำนวนหนึ่ง (A straightforward directory that points people to where they can find certain expertise)  ตัดทั้งความรู้ที่ชัดเจน และ ความรู้ที่อยู่ในตัวคนในเอกสาร และ ในหัวของผู้เชี่ยวชาญ (Capture both explicit and tacit knowledge in documents and in experts ’ heads)

15 15

16 16  Knowledge Structure  บริษัท - ความรู้ความสามารถ (Company-wide knowledge competency)  แผนก หรือ กอง (Department or division)  ความรู้ความสามารถในการทำงาน (Working knowledge competency)  ความรู้ความสามารถขั้นพื้นฐาน (Basic level knowledge Competency)  Knowledge Category  ใช้กับลูกจ้างทั้งหมดของบริษัท เป็นต้นว่า, ความรู้ของนโยบายบริษัท และในทางปฏิบัติธุรกิจ  ใช้กับลูกจ้างทั้งหมดภายในฟังก์ชัน หรือแผนก เป็นต้นว่า, ลูกจ้างทุกคน ในมันแผนกควรจะมีประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์.  ความชำนาญระดับสูง - ที่มีให้กับงานจำเพาะเจาะจง เป็นต้นว่า เจ้าหน้าที่ที่จะตัดสินใจว่าจะให้ให้ยืมหรือไม่  ความรู้พื้นฐาน เป็นต้นว่า ความสามารถที่จะส่ง และรับ จดหมายอิเลคทรอนิคส์ Global Local

17 17

18 18 Knowledge Map (Relationships among Departments)  Copyright 2004

19 19 The Building Cycle  เมื่อความรู้ที่มีอยู่เป็นที่รู้จัก, ชี้ไปยัง มัน และเพิ่มคำสั่งเพื่อที่จะได้มา (Once where knowledge resides is known, simply point to it and add instructions on how to get there)  อินทราเน็ตคือสื่อกลางสำหรับการ จัดพิมพ์แผนที่ความรู้ (An intranet is a common medium for publishing knowledge maps)  กฏเกณฑ์หลัก: จุดประสงค์ที่จัดเจน, ใช้งานสะดวก, เนื้อหาถูกต้อง (Main criteria: clarity of purpose, ease of use, accuracy of content)

20 20 Decision Trees  ประกอบด้วย โหนด ซึ่งแสดงเป้าหมาย และ ลิงค์ ซึ่งแสดง การตัดสินใจ หรือ ผลที่ได้ (Composed of nodes representing goals and links representing decisions or outcomes)  โหนดทุกโหนด ยกเว้น รูทโหนดเป็นตัวแทนของเป้าหมาย พื้นฐาน (All nodes except the root node are instances of the primary goal.) (See next figure)  เป็นขั้นตอนก่อนการประมวลความรู้ (Often a step before actual codification)  ความสามารถที่จะพิสูจน์ภาพตรรกะในปัญหาที่รวมถึง สถานการณ์ที่ซับซ้อนซึ่งส่งผลในจำนวนขอบเขตของการ กระทำ (Ability to verify logic graphically in problems involving complex situations that result in a limited number of actions)

21 21 Discount Policy (A Decision Tree) Discount Policy Customer is library or individual Less than 6 copies 6-19 copies copies 50 or more copies Discount is NIL Discount is 5% Discount is 10% Discount is 15% Customer is bookstore Less than 6 copies Discount is NIL 6 or more copies Discount is 25% Discount ? Order size ? Bookstore Not a bookstore

22 22 Decision Tables  คล้ายกับตารางคำนวณ- แบ่งเป็นชุดของ เงื่อนไข และข้อสรุป (More like a spreadsheet — divided into a list of conditions and their respective values and a list of conclusions)  เงื่อนไขจะถูกจับคู่กับข้อสรุป (Conditions are matched against conclusions) (See next table)

23 23 Discount Policy (A Decision Table) Condition StubCondition Entry Customer is bookstore Order size > 6 copies Customer is librarian/individual IF Order size 50 copies or more (condition) Order size copies Order size 6-19 copies Y Y N N N N Y N N N N N Y Y Y Y Y N N N Y N N Y N Allow 25% discount Allow 15% discount Allow 10% discount THEN Allow 5% discount (action) Allow no discount X X X Action StubAction Entry

24 24 Frames  แสดงความรู้เกี่ยวกับแนวความคิดที่เจาะจงในโครงสร้างข้อมูล (Represent knowledge about a particular idea in a data structure)  จัดการการรวมเข้าด้วยกันของความรู้ที่ประกาศและความรู้ทำได้, ซึ่งทำ ให้มันง่ายในการเข้าใจขอบเขตของปัญหา (Handle a combination of declarative and operational knowledge, which make it easier to understand the problem domain)  มี slot (คือ วัตถุที่เจาะจง หรือ เอกลักษณ์) และ facet (ซึ่งเป็นค่าของ slot) (Have a slot (a specific object or an attribute of an entity) and a facet (the value of an object or a slot))  เมื่อทุก slot มีค่า เฟรม (When all the slots are filled with values, the frame is considered instantiated)

25 25

26 26

27 27 Generic AUTOMOBILE Frame Specialization: VEHICLE Generalization: (STATION-WAGON, COUPE, SEDAN) Year: Range: (1940 – 1990) If-Changed: (ERROR: Value cannot be modified) Generic COUPE Frame Specialization: AUTOMOBILE Generalization: (SMITH ’ S AUTOMOBILE, HANSON ’ S AUTOMOBILE) Doors: 2 SMITH ’ S AUTOMOBILE Frame Specialization: COUPE Year: 1990 Doors: ( ) An Automobile Example

28 28

29 29 Production Rules  การประมวลความรู้ที่อยู่ในคนในรูปของ สมมติฐาน-การ กระทำ (Tacit knowledge codification in the form of premise-action pairs)  กฎเป็นเงื่อนไข ซึ่งเจาะจงว่าจะต้องกระทำหากเงื่อนไขเป็นจริง (Rules are conditional statement that specify an action to be taken if a certain condition is true)  รูปแบบ คือ IF … THEN, or IF … THEN … ELSE ( The form is IF … THEN, or IF … THEN … ELSE)  ตัวอย่าง Example: IF income is “ average ” and pay_history is “ good ” THEN recommendation is “ approve loan ”

30 30  Attribute  Limitations in a KM Environment  ความยืดหยุ่น (Flexibility)  Rule-based system เหมาะสำหรับระบบเล็ก ๆ แต่ไม่ยืดหยุ่นฃ กับปัญหาที่ซับซ้อนต้องการตัวแปรใหม่  การขยายขนาด (Scalability)  ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎ เมื่อเวลาผ่านไป ในกฎ, ต้องมีการทำงาน กับผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง  ความเร็วในการพัฒนา (Speed of development)  Rule-based systems สามารถถูกพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว, ถ้ามีผู้เชี่ยวชาญ ที่เต็มใจ. แต่ถ้าโชคร้าย, การจับความรู้จะต้องใช้เวลามาก  การพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ (Dependence on domain expert)  การจับความรู้ในขั้นนี้, การต้องการร่างเอกสารหลายฉบับ ก่อนระบบ พร้อมสำหรับที่ทดสอบขั้นสุดท้าย  เวลาในการตอบสนอง (Response time)  เมื่อ rule-based systems มีความซับซ้อนมากขึ้น, เวลาในการตอบสนองก็จะได้รับผลกระทบ จึงต้องมีการเพิ่มอุปกรณ์ และซอฟแวร์ใหม่ ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ตารางที่ 7.3 ความสัมพันธ์ของ Rule-Based system ในสภาพแวดล้อมของ KM

31 31

32 32 Case-Based Reasoning (CBR)  CBR เป็นการให้เหตุผลจากเหตุการณ์ที่สัมพันธ์กันในอดีต ในรูปแบบที่คล้ายกับการใช้ประสบการที่ผ่านมาของคน เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสรุป (CBR is reasoning from relevant past cases in a manner similar to humans ’ use of past experiences to arrive at conclusions)  เป้าหมาย คือ หาเหตุการณ์ในอดีตที่คล้ายกับเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นในปัจจุบันมากที่สุด (Goal is to bring up the most similar historical cases that match the current case)  ใช้เวลาในการจัดเก็บมากกว่า rule-based systems (More time savings than rule-based systems)  ต้องการการวางแผนที่ถูกต้องสำหรับทุก ๆ ตัวแปร (Requires rigorous initial planning of all possible variables)

33 33 Generic CBR Process User Partial Description of a New Problem Specify Attributes of Problem Match Attributes to Those in Case Base User Case Base Submits Similar Cases

34 34  Attributes  ข้อจำกัดใน KM Environment  ความยืดหยุ่น (Flexibility)  เมื่อจำนวนตัวแปรเพิ่มขึ้น, CBR จะเริ่มไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเมื่อมีการทำงานร่วมกับหลาย ๆ ตัวแปร  การขยายขนาด (Scalability)  การขยายขนาดของตัวแปรทำได้ยาก ต้องมีการกำหนด ความถูกต้องของตัวแปรทุกตัวอย่างระมัดระวัง  การพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ (Dependence on domain expert)  ผู้เชี่ยวชาญถูกใช้เพื่อทำจับคู่ตัวแปรและการค้นคืน  เวลาในการตอบสนอง (Response time)  การเพิ่มกรณีตัวอย่างมากขึ้นส่งผลให้เวลาตอบสนองของระบบช้าลง  ความถูกต้องในการแก้ปัญหา (Solution accuracy)  เมื่อมีเหตุการณ์หรือกรณีตัวอย่างใน case base มาก ก็จะทำให้มีความถูกต้องมากขึ้นด้วย

35 35 Role of Planning (Earlier Steps)  ทำระบบ KM ให้เป็น โมดูล (Breaking the KM system into modules)  มองให้เป็น การแก้ปัญหาบางส่วน (Looking at partial solutions)  เชื่อมโยงปัญหาผ่านทางกฎ และ กระบวนการเพื่อให้ได้มา ซึงวิธีการแก้ปัญหา (Linking partial solutions via rules and procedures to arrive at the final solution)  ทำกฎให้ง่ายในการตรวจสอบ และการเข้าใจ (Making rules easier to review and understand)

36 36

37 37 Role of Planning (Latter Steps)  ตัดสินเลือกภาษาโปรแกรม (Deciding on the programming language)  เลือกซอฟแวร์ที่ถูกต้อง (Selecting the right software package)  พัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้ และมีความสะดวกในการ ปรึกษา (Developing user interface and consultation facilities)  การจัดเตรียมสำหรับการยืนยัน และการทดสอบ ความถูกต้องของระบบ (Arranging for the verification and validation of the system)

38 38 Inferencing and Reasoning  การการอนุมานได้มาจากผลสรุปบนพื้นฐานของคำสั่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นบทสรุป ๖(Inferencing is deriving a conclusion based on statements that only imply that conclusion)  การให้เหตุผล ประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อให้ได้มาซึ่งแนว ทางการแก้ปัญหา (Reasoning is applying knowledge to arrive at solutions)  เพื่อหาเหตุผล ควรจะคิดอย่างอย่างชัดเจน และมี เหตุผล เพื่อวหาการอนุมานตามความเหมาะสม หรือ บทสรุปจากความรู้ หรือการสันนิษฐานข้อเท็จจริง (To reason is to think clearly and logically, to draw reasonable inferences or conclusions from known or assumed facts)

39 39 สิ่งจำเป็นสำหรับงานการพัฒนาความรู้ (Requirements for Knowledge Development Work)  เทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ (Computer technology)  การระบุขอบเขตจองความรู้ (Domain- specific knowledge)  คลังความรู้ และ เหมืองความรู้ (Knowledge repositories and data mining)  จิตวิทยาการรู้คิด (Cognitive psychology)

40 40 ความเชี่ยวชาญที่จำเป็นของการพัฒนา ความรู้ (Skills Requirements of Knowledge Development)  การสื่อสารกับผู้อื่น (Interpersonal communication)  ความสามารถในการเชื่อมต่อกับเหตุผลของโครงการ (Ability to articulate project’s rationale)  ความเชี่ยวชาญของการสร้างต้นแบบ (Rapid prototyping skills)  คุณลักษณะส่วนบุคล ตัวอย่างเช่น ความฉลาด, ความสามารถในการสร้างสรรค์, การดื้อแพ่ง และ ความตลก ขบขัน (Personality attributes such as intelligence, creativity, persistence, and a good sense of humor)

41 41 End of Lecture eight


ดาวน์โหลด ppt การประมวลความรู้ (KNOWLEDGE CODIFICATION) Lecture 8 Chapter 7, Textbook.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google