งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

John ยอห์น 2 Jesus’ First Miracle 1 On the third day there was a wedding at Cana in Galilee, and the mother of Jesus was there. 1 วันที่สามมีงานสมรสที่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "John ยอห์น 2 Jesus’ First Miracle 1 On the third day there was a wedding at Cana in Galilee, and the mother of Jesus was there. 1 วันที่สามมีงานสมรสที่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 John ยอห์น 2 Jesus’ First Miracle

3 1 On the third day there was a wedding at Cana in Galilee, and the mother of Jesus was there. 1 วันที่สามมีงานสมรสที่ หมู่บ้านคานาแคว้นกาลิลี และมารดาของพระเยซูก็ อยู่ที่นั่น

4 2 Jesus also was invited to the wedding with His disciples. 2 พระเยซูและสาวกของ พระองค์ได้รับเชิญไปใน งานนั้น

5 3 When the wine ran out, the mother of Jesus said to Him, “They have no wine.” 3 เมื่อเหล้าองุ่นหมดแล้ว มารดาของ พระเยซูทูลพระองค์ว่า “ เขาไม่มีเหล้าองุ่น ”

6 Romans โรม 3:23 for all have sinned and fall short of the glory of God, 23 เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของ พระเจ้า

7 4 And Jesus said to her, “Woman, what does this have to do with me? My hour has not yet come.” 4 พระเยซูตรัสกับนางว่า “ หญิงเอ๋ย ให้เป็นธุระของ ข้าพเจ้าเถิด เวลาของ ข้าพเจ้ายังมาไม่ถึง ”

8 5 His mother said to the servants, “Do whatever He tells you.” 5 มารดาของพระองค์จึง บอกพวกคนใช้ว่า “ จง กระทำตามที่ท่านสั่งเจ้า เถิด ”

9 6 Now there were six stone water jars there for the Jewish rites of purification, each holding twenty or thirty gallons. 6 มีโอ่งหินตั้งอยู่ที่นั่นหกใบ ตามธรรมเนียมการชำระ ของพวกยิว จุน้ำโอ่งละสี่ ห้าถัง

10 7 Jesus said to the servants, “Fill the jars with water.” And they filled them up to the brim. 7 พระเยซูตรัสสั่งเขาว่า “ จงตักน้ำใส่โอ่งให้เต็ม เถิด ” และเขาก็ตักน้ำเต็ม โอ่งเสมอปาก

11 8 And He said to them, “Now draw some out and take it to the master of the feast.” So they took it. 8 แล้วพระองค์ตรัสสั่งเขาว่า “ จงตักเอาไปให้เจ้าภาพ เถิด ” เขาก็เอาไปให้

12 9 When the master of the feast tasted the water now become wine, and did not know where it came from (though the servants who had drawn the water knew), the master of the feast called the bridegroom

13 9 เมื่อเจ้าภาพชิมน้ำที่ กลายเป็นเหล้าองุ่นแล้ว และไม่รู้ว่ามาจากไหน ( แต่คนใช้ที่ตักน้ำนั้นรู้ ) เจ้าภาพจึงเรียกเจ้าบ่าวมา

14 10 and said to him, “Everyone serves the good wine first, and when people have drunk freely, then the poor wine. But you have kept the good wine until now.” 10 และพูดกับเขาว่า “ ใครๆ เขาก็เอาเหล้าองุ่นอย่างดี มาให้ก่อน เมื่อได้ดื่มกัน มากแล้วจึงเอาที่ไม่สู้ดีมา แต่ท่านเก็บเหล้าองุ่นอย่าง ดีไว้จนถึงบัดนี้ ”

15 11 This, the first of His signs, Jesus did at Cana in Galilee, and manifested His glory. And His disciples believed in Him.

16 11 นี่เป็นการกระทำอันเป็น หมายสำคัญครั้งแรกของ พระเยซู ทรงกระทำที่ บ้านคานาแคว้นกาลิลี และได้ทรงสำแดงพระสิริ ของพระองค์ และสาวก ของพระองค์ก็ได้วางใจใน พระองค์

17 1 Corinthians โครินธ์ 15:3-4 3 For I delivered to you as of first importance what I also received: that Christ died for our sins in accordance with the Scriptures,

18 3 เรื่องซึ่งข้าพเจ้ารับไว้นั้น ข้าพเจ้าได้ประกาศแก่ท่าน ทั้งหลาย เป็นเรื่องสำคัญ ที่สุดคือว่าพระคริสต์ได้ทรง วายพระชนม์ เพราะบาป ของเราทั้งหลาย ตามที่ เขียนไว้ในพระคัมภีร์

19 4 that He was buried, that He was raised on the third day in accordance with the Scriptures, 4 และทรงถูกฝังไว้ แล้ว วันที่สามพระองค์ทรงถูก ชุบให้เป็นขึ้นมาใหม่ ตามที่มีเขียนไว้ในพระ คัมภีร์นั้น

20 Romans โรม 10:9 if you confess with your mouth that Jesus is Lord and believe in your heart that God raised Him from the dead, you will be saved.

21 9 คือว่าถ้าท่านจะรับด้วย ปากของท่านว่า พระเยซู ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเชื่อในจิตใจว่า พระ เจ้าได้ทรงชุบพระองค์ให้ เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่านจะรอด

22 Ephesians เอเฟซัส 5:18 18 And do not get drunk with wine, for that is debauchery, but be filled with the Spirit, 18 และอย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่ง จะทำให้เสียคน แต่จง ประกอบด้วยพระวิญญาณ

23 12 After this He went down to Capernaum, with his mother and his brothers and His disciples, and they stayed there for a few days. 12 ภายหลังเหตุการณ์นี้ พระองค์ก็เสด็จต่อไปยัง เมืองคาเปอรนาอุม พร้อม กับมารดาและน้องชายและ สาวกของพระองค์ และ อยู่ที่นั่นเพียงไม่กี่วัน

24 13 The Passover of the Jews was at hand, and Jesus went up to Jerusalem. 13 เทศกาลปัสกา ของ พวกยิวใกล้เข้ามาแล้ว พระเยซูเสด็จขึ้นไปยังกรุง เยรูซาเล็ม

25 14 In the temple He found those who were selling oxen and sheep and pigeons, and the money-changers sitting there. 14 ในบริเวณพระวิหาร พระองค์ทรงเห็นคนขายวัว ขายแกะ ขายนกพิราบ และคนรับแลกเงินที่กำลัง แลกเงินอยู่

26 15 And making a whip of cords, He drove them all out of the temple, with the sheep and oxen. And He poured out the coins of the money-changers and overturned their tables.

27 15 พระองค์ทรงเอาเชือกทำ เป็นแส้ไล่คนเหล่านั้น พร้อมกับแกะและวัวออกไป จากบริเวณพระวิหาร และ พระองค์ทรงเทเงินและคว่ำ โต๊ะของคนรับแลกเงิน

28 16 And He told those who sold the pigeons, “Take these things away; do not make my Father's house a house of trade.” 16 และพระองค์ตรัสแก่ บรรดาคนขายนกพิราบว่า “ จงเอาของเหล่านี้ไปเสีย อย่าทำพระนิเวศของพระ บิดาเราให้เป็นแหล่ง ค้าขาย ”

29 17 His disciples remembered that it was written, “Zeal for Your house will consume Me.” 17 พวกสาวกของพระองค์ก็ ระลึกขึ้นได้ถึงคำที่เขียนไว้ ว่า “ ความร้อนใจในเรื่อง พระนิเวศของพระองค์จะ ท่วมท้น ข้าพระองค์ ”

30 Psalm เพลงสดุดี 7:11 11 God is a righteous judge, and a God who feels indignation every day. 11 พระเจ้าทรงเป็นผู้ พิพากษาที่ชอบธรรม และ เป็นผู้ประทานคำพิพากษา ทุกวัน

31 Ephesians เอเฟซัส 4: Be angry and do not sin; do not let the sun go down on your anger, 26 จะโกรธก็โกรธได้ แต่อย่า ทำบาป อย่าให้ถึง ตะวันตกท่านยังโกรธอยู่

32 27 and give no opportunity to the devil. 27 และอย่าให้โอกาสแก่มาร

33 18 So the Jews said to Him, “What sign do you show us for doing these things?” 18 พวกยิวจึงทูลพระองค์ว่า “ ท่านจะแสดงหมายสำคัญ อะไรให้เราเห็นว่า ท่านมี อำนาจกระทำการเช่นนี้ได้ ”

34 19 Jesus answered them, “Destroy this temple, and in three days I will raise it up.” 19 พระเยซูจึงตรัสตอบเขา ทั้งหลายว่า “ ถ้าทำลาย วิหารนี้เสียข้าพเจ้าจะยกขึ้น ในสามวัน ”

35 20 The Jews then said, “It has taken forty-six years to build this temple, and will you raise it up in three days?” 20 พวกยิวจึงทูลว่า “ พระ วิหารนี้เขาสร้างถึงสี่สิบหก ปีจึงสำเร็จ และท่านจะ ยกขึ้นใหม่ในสามวันหรือ ”

36 21 But He was speaking about the temple of His body. 21 แต่พระวิหารที่พระองค์ ตรัสถึงนั้นคือพระกายของ พระองค์

37 22 When therefore He was raised from the dead, His disciples remembered that He had said this, and they believed the Scripture and the word that Jesus had spoken.

38 22 เหตุฉะนั้นเมื่อพระองค์ ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาแล้ว พวกสาวกของพระองค์ก็ ระลึกได้ว่าพระองค์ตรัส ดังนี้ และเขาก็เชื่อพระ คัมภีร์และพระดำรัสที่พระ เยซูได้ตรัสแล้วนั้น

39 23 Now when He was in Jerusalem at the Passover Feast, many believed in His name when they saw the signs that He was doing.

40 23 เมื่อพระองค์ประทับ ณ กรุงเยรูซาเล็มใน เทศกาลปัสกา มีคนเป็น อันมากได้วางใจในพระ นามของพระองค์ เมื่อเขา ได้เห็นหมายสำคัญที่ พระองค์ได้ทรงกระทำ

41 24 But Jesus on His part did not entrust Himself to them, because He knew all people 24 แต่พระเยซูมิได้ทรงวาง พระทัยในคนเหล่านั้น

42 25 and needed no one to bear witness about man, for He himself knew what was in man. 25 เพราะพระองค์ทรงรู้จัก มวลมนุษย์ และสำหรับ พระองค์ไม่มีความจำเป็นที่ จะมีพยานในเรื่องมนุษย์ ด้วยพระองค์เองทรงทราบ ว่าอะไรมีอยู่ในมนุษย์


ดาวน์โหลด ppt John ยอห์น 2 Jesus’ First Miracle 1 On the third day there was a wedding at Cana in Galilee, and the mother of Jesus was there. 1 วันที่สามมีงานสมรสที่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google