งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การเขียนรายงานการสอบสวน ทางระบาดวิทยา HOW TO WRITE EPIDEMIOLOGIC INVESTIGATION REPORT กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สคร.7 อบ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การเขียนรายงานการสอบสวน ทางระบาดวิทยา HOW TO WRITE EPIDEMIOLOGIC INVESTIGATION REPORT กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สคร.7 อบ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การเขียนรายงานการสอบสวน ทางระบาดวิทยา HOW TO WRITE EPIDEMIOLOGIC INVESTIGATION REPORT กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สคร.7 อบ.

2 ขอบเขตเนื้อหา 1. วัตถุประสงค์การเขียนรายงาน 2. ประเภทของรายงาน 3. วิธีการเขียนรายงาน 4. ประโยชน์ของการเขียนรายงาน 1. วัตถุประสงค์การเขียนรายงาน 2. ประเภทของรายงาน 3. วิธีการเขียนรายงาน 4. ประโยชน์ของการเขียนรายงาน 2

3 กฏของการเขียนรายงานที่ดี 1. CONCISE กระชับ 5. PRESENTABLE นำเสนอได้ ชัดเจน 6. INTERESTING น่าสนใจ 2. CLEAR ชัดเจน 3. ACCEPTABLE เป็นที่ ยอมรับ อ่านได้ง่าย 4. READABLE GOLDEN Rule

4 1. เพื่อรายงานผลการ สอบสวนทางระบาดวิทย า 2. เพื่อเสนอข้อคิดเห็นแก่ ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง 3. เพื่อเป็นองค์ความรู้ และแนวทางในการ สอบสวนโรคในครั้งต่อไป 4. เพื่อบันทึกเหตุการณ์ ระบาดของโรคหรือปัญหา สาธารณสุขที่เกิดขึ้น วัตถุประสงค์ของการเขียนรายงานสอบสวนโรค WHY? 4

5 ประเภทของรายงานการสอบสวน 5

6 1. วิธีการเขียนรายงานการสอบสวน เบื้องต้น (Preliminary Report) 1. วิธีการเขียนรายงานการสอบสวน เบื้องต้น (Preliminary Report) 6

7 หลักการเขียนรายงานการสอบสวนเบื้องต้น - รายงานการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย - รายงานการสอบสวนการระบาด หลักการเขียนเดียวกัน แต่รายงานการ สอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย ให้ระบุรายละเอียดข้อมูลผู้ป่วยแต่ละราย หลักการเขียนเดียวกัน แต่รายงานการ สอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย ให้ระบุรายละเอียดข้อมูลผู้ป่วยแต่ละราย 7

8 ประกอบด้วย 6 หัวข้อหลัก ความเป็นมา กิจกรรมควบคุมโรคที่ทำไปแล้ว สรุปความสำคัญ และเร่งด่วน ผลการสอบสวนโรค แนวโน้มของการระบาด ข้อเสนอเพื่อพิจารณา ดำเนินการ องค์ประกอบของรายงานการสอบสวนเบื้องต้น ความยาว 1-2 หน้ากระดาษ A4 8

9 เกิดอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ แหล่งข่าวใด ผู้ให้ข่าวเป็นใคร ข้อมูลเบื้องต้นของ Index case ขนาดของปัญหาที่ได้รับแจ้ง เริ่มสอบสวนและเสร็จสิ้นเมื่อไร วัตถุประสงค์ในการสอบสวนโรค บทนำหรือ ความ เป็นมา บทนำหรือ วิธีการเขียนรายงานการสอบสวนเบื้องต้น 9 ทีมสอบสวนโรคประกอบด้วยใคร บ้าง บอกให้ทราบถึงเหตุการณ์ ผิดปกติที่นำไปสู่การ สอบสวนการระบาด บอกให้ทราบถึงเหตุการณ์ ผิดปกติที่นำไปสู่การ สอบสวนการระบาด

10 สถานการณ์ที่เกิดขึ้น จำนวนผู้ป่วย เสียชีวิต - ผู้ป่วยเป็นใคร หรือเป็นกลุ่มเสี่ยงใด - แหล่งรังโรคและวิธีถ่ายทอดโรค - สาเหตุของการระบาด - ปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับการระบาด - ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ศึกษาสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษา 10 วิธีการเขียนรายงานการสอบสวนเบื้องต้น

11 กิจกรรมควบคุมโรคที่ดำเนินการแล้ว - ระบุกิจกรรมควบคุมโรคที่ดำเนินการแล้ว - ระบุหน่วยงานที่ร่วมดำเนินการควบคุมโรค - รายงานผลการควบคุมโรคในเบื้องต้น 11 วิธีการเขียนรายงานการสอบสวนเบื้องต้น

12 แนวโน้มของการระบาด พยากรณ์แนวโน้มการระบาด โดยประมวลจาก 12 วิธีการเขียนรายงานการสอบสวนเบื้องต้น - จำนวนผู้ป่วยยืนยัน ผู้ป่วยสงสัยที่พบ -พบสาเหตุหรือแหล่งรังโรคหรือไม่ -มาตรการควบคุมโรคมีประสิทธิภาพหรือไม่ -อยู่ในฤดูการระบาดของโรคหรือไม่

13 สรุปความสำคัญทางสาธารณสุข และความเร่งด่วน 13 วิธีการเขียนรายงานการสอบสวนเบื้องต้น -เป็นการระบาดหรือเป็นโรคอุบัติใหม่หรือไม่ -ต้องการความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาหรือไม่ -ระดับของผลกระทบด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว - สรุปขนาดของปัญหา และผลกระทบต่อประชาชน -เป็นการระบาดหรือเป็นโรคอุบัติใหม่หรือไม่ -ต้องการความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาหรือไม่

14 14 วิธีการเขียนรายงานการสอบสวนเบื้องต้น -ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคต่อเนื่อง - มาตรการควบคุมโรคเดิมที่ต้องดำเนินการต่อ -ระบุหน่วยงานที่ต้องประสานงานดำเนินการ -ระบุมาตรการใหม่ที่ต้องดำเนินการเพิ่ม

15 วั นที่ 19 กรกฎาคม 2554 เวลา น. งาน ระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลเกาะแก้ว ว่าพบผู้ป่วยเป็นนักเรียนของ โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน จำนวน 7 ราย ดังนั้น ทีมเฝ้าระวัง สอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (Surveillance and Rapid Response Team/SRRT) อำเภอเมืองภูเก็ต จึงได้ ออกสอบสวนและควบคุมโรคป้องกันโรค ระหว่างวันที่ 19 – 21 กรกฎาคม 2554 ตัวอย่างความเป็นมา 15

16 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2544 งานระบาดวิทยา สำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดสุขสมบูรณ์ ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ห้อง ชันสูตรโรงพยาบาลจังหวัดสุขสมบูรณ์ว่า ผลการตรวจอุจจาระ ของ ดญ.จุ๊บ ทองอ่อน อายุ 14 ปี พบเชื้อ Vibrio Cholerae El Tor Inaba โดยผู้ป่วยมารับการรักษาที่โรงพยาบาลวันที่ 11 สิงหาคม 2544 เวลา น. ด้วยอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ หลายครั้ง ทีมสอบสวนและควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดสุขสมบูรณ์ ร่วมกับทีมสอบสวนและควบคุมโรค คปสอ. เมือง และเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยชอนไพร ดำเนินการสอบสวน และควบคุมโรคในพื้นที่ ระหว่างวันที่ สิงหาคม 2544 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาสาเหตุของการเกิดโรค แหล่งรังโรค และควบคุมป้องกันการระบาดของโรค ตัวอย่างความเป็นมา 16

17 ผลการสอบสวนโรค พบว่าผู้ป่วย ดญ.จุ๊บ ทองอ่อน อายุ 14 ปี เป็น นักเรียนโรงเรียนมัธยมในตำบลชอนไพร อยู่บ้านเลขที่ 18 ม. 1 ตำบลชอนไพร อำเภอเมือง จังหวัดสุขสมบูรณ์ มีประวัติเริ่มป่วยวันที่ 9 สิงหาคม 2544 เวลา น. มารับการรักษาที่โรงพยาบาลวันที่ 11 สิงหาคม 2544 เวลา น. ด้วยอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำหลายครั้ง ไม่มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน 2-3 ครั้ง อ่อนเพลีย ไม่ปวดท้อง ไม่ได้นอนโรงพยาบาล แพทย์วินิจฉัยว่าเป็น Acute diarrhea จ่ายยา Norfloxacin และน้ำเกลือแร่ แล้วให้กลับไปรักษาตัวต่อที่ บ้าน สภาพบ้านผู้ป่วยมีลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวตั้งอยู่กลางทุ่งนา อยู่ห่างเพื่อน บ้านไปเกือบครึ่งกิโลเมตร หลังคามุงแฝก สิ่งแวดล้อมภายในและภายนอกบ้าน สะอาด ส้วมที่บ้านเป็นส้วมซึมซึ่งอยู่คนละด้านกับบ่อน้ำน้ำดื่มน้ำใช้มาจากบ่อ แต่ต้มน้ำดื่ม ดญ.จุ๊บอาศัยอยู่กับพี่สาวอีก 1 คน ซึ่งมีอายุ 16 ปี และมีอาการ ถ่ายเหลว หลายครั้ง ภายหลังจาก ดญ.จุ๊บ ป่วยได้ 1 วัน แต่ไม่ได้ไปรักษาที่ โรงพยาบาล ทั้งสองคนจะทำอาหารด้วยกันและรับประทานขณะร้อนๆในมื้อเย็น ส่วนมื้อเที่ยงซื้ออาหารกินที่โรงเรียนและดื่มน้ำกรอง ในโรงเรียนซึ่งนำมาจาก น้ำประปาในตำบล 17 ตัวอย่างผลการสอบสวนโรค

18 จากการสอบถามประวัติการรับประทานอาหารพบอาหารที่สงสัยเป็น สาเหตุ ได้แก่ หมูปิ้ง ที่ซื้อมาจากร้านขายของชำในหมู่บ้าน และรับประทาน หลังจากทิ้งค้างไว้นานหลายชั่วโมง โดยที่ไม่ได้อุ่น หมูปิ้งนี้ร้านขายของชำ รับมาจากร้านค้าในตลาด และพบว่ามีการปนเปื้อนเชื้อ V. cholerae 01, Inaba ซึ่งต้นตอการปนเปื้อนเชื้อมาจากเขียงหมูเถื่อนในหมู่บ้าน ซึ่งผล การส่งตรวจตัวอย่างเศษหมูติดเขียงพบเชื้อ V. Cholerae 01, Inaba และ ได้ทำ rectal swab คนชำแหละหมู 2 คน ส่งเพาะเชื้อพบ V. cholerae 01, Inaba ในคนชำแหละ 1 ราย ทั้งสองคนมีประวัติถ่ายเหลวในระยะ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คนชำแหละที่ไม่พบเชื้อได้รับยาปฏิชีวนะแล้ว ส่วนคนที่พบเชี้อยังไม่ได้รับการรักษา 18 ตัวอย่างผลการสอบสวนโรค(ต่อ)

19 19 มาตรการควบคุมโรคที่ทีมสอบสวนและควบคุมโรค ได้ดำเนินการแล้ว มีดังนี้ 1. ให้ยารักษาผู้ที่มีอาการอุจจาระร่วงและผู้สัมผัสที่ตรวจพบเชื้อ ทุกราย 2. ทำลายเชื้อที่อาจจะหลืออยู่ในห้องส้วมที่บ้านของผู้ป่วยและ ผู้ที่ตรวจพบเชื้อด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ 3. สั่งให้คนชำแหละหมูหยุดทำงาน จนกว่าโรคสงบ 4.ให้สุขศึกษาในเรื่องพฤติกรรมการปรุงและการบริโภคอาหาร แก่ แม่ค้า เพื่อปรับปรุงสุขาภิบาลอาหารในร้านค้า ร้านขายของชำ และเขียงหมู เพื่อป้องกันการระบาดในภายหน้า ตัวอย่างกิจกรรมที่ดำเนินการ

20 แม้ว่าการระบาดของโรคอหิวาตกโรคในครั้งนี้ ที่มีแหล่งรัง โรคร่วมจากเขียงหมู มีแนวโน้มว่าจะสามารถควบคุมการ ระบาดของโรคได้ เนื่องจากได้ตรวจพบแหล่งรังโรคที่แพร่เชื้อ พร้อมทั้งสามารถขัดขวางการถ่ายทอดเชื้อจากแหล่งนี้ได้แล้ว ก็ตาม ทีมสอบสวนโรค มีข้อเสนอเพื่อพิจารณาดำเนินการ ดังนี้ 1. เฝ้าระวังเชิงรุกในพื้นที่ จนกว่าจะไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้น เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 10 วัน 2. แจ้งผู้เกี่ยวข้องให้ดำเนินการปิดเขียงหมูเถื่อนรายนี้ เพื่อ ป้องกันการระบาดของโรคในภายหน้า 3. แจ้งหน่วยบริการสาธารณสุขต่างๆ ในจังหวัดทราบ เพื่อ เตรียมความพร้อมรับมือการระบาดของโรคที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ได้ในระยะนี้ เรียนมาเพื่อทราบ และพิจารณาสั่งการต่อไป 20 ตัวอย่างผลแนวโน้มและข้อเสนอแนะ

21 หลักการเดียวกันกับการเขียนรายงานฉบับ สมบูรณ์ (Full Report) แต่มีเพียงองค์ประกอบหลักเท่านั้น ได้แก่ 2. วิธีการเขียนรายงานการสอบสวน สรุปเสนอผู้บริหาร (Final Report) 1.ชื่อเรื่อง 2.ผู้รายงานและทีม สอบสวนโรค 3.ความเป็นมา 4.วัตถุประสงค์ 5.วิธีการศึกษา 6.ผลการสอบสวน 7.มาตรการควบคุม ป้องกันโรค 8.สรุปผล 21

22 3. วิธีการเขียนรายงานการสอบสวน ฉบับสมบูรณ์ (Full report) 22

23 1.ชื่อเรื่อง 2.ผู้รายงานและทีมสอบสวนโรค 3.บทคัดย่อ 4.บทนำหรือความเป็นมา 5.วัตถุประสงค์ 6.วิธีการศึกษา 7.ผลการสอบสวน องค์ประกอบของรายงานการสอบสวน ฉบับสมบูรณ์ (1) 23

24 8.มาตรการควบคุมและป้องกันโรค 9.วิจารณ์ผล 10.สรุปผล 11.ข้อเสนอแนะ 12.ปัญหาและข้อจำกัดในการสอบสวน 13.กิตติกรรมประกาศ 14.เอกสารอ้างอิง 24 องค์ประกอบของรายงานการสอบสวน ฉบับสมบูรณ์ (2)

25 ชื่อเรื่อง องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์ 25 - สั้น กระชับ - ตรงประเด็น - ความหมายครบถ้วน

26 ผู้รายงานและทีมสอบสวน 26 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์ - ชื่อ -หน่วยงาน - ตำแหน่ง

27 บทคัดย่อ บทนำ (และวัตถุประสงค์) สรุปและข้อเสนอแนะ ผลการศึกษา วิธีการศึกษา คำสำคัญ 27 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์ - หัวข้อหลัก - สรุปย่อรายงาน - ไม่เกิน 1 หน้า A4

28 เกิดอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ แหล่งข่าวใด ผู้ให้ ข่าว เป็น ใคร ข้อมูลเบื้องต้นของ Index case ขนาดของปัญหา คณะสอบสวนประกอบด้วย หน่วยใด เริ่มสอบสวนและ เสร็จสิ้น เมื่อไหร่ บอกให้ทราบถึง เหตุการณ์ ผิดปกติที่นำไปสู่การ สอบสวนการระบาด บทนำหรือ ความเป็นมา บทนำหรือ ความเป็นมา 28 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

29 ให้ระบุวัตถุประสงค์เฉพาะของการสอบสวนโรค เช่น เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและการระบาดของโรค เพื่อศึกษาลักษณะทางระบาดวิทยาของโรคตาม บุคคล เวลา สถานที่ เพื่อค้นหาแหล่งโรค วิธีการถ่ายทอดโรค เพื่อหามาตรการในการป้องกันควบคุมโรค อื่นๆ ตามแต่กรณี เช่น ศึกษาประสิทธิภาพวัคซีน 29 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์ วัตถุประสงค์ในการสอบสวนโรค

30 วิธีการศึกษาที่ใช้ในการสอบสวนโรค Case-control study Cohort study ระบาดวิทยาเชิงพรรณา ระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ - นิยามผู้ป่วย - รูปแบบที่ใช้ในการศึกษา - เครื่องมือที่ใช้ในการสอบสวน - สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล - ศึกษาทางห้องปฏิบัติการสิ่งแวดล้อม 30 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

31 ผลการศึกษา ยืนยันการเกิดโรค ข้อมูลทั่วไป 1 32 ยืนยันการวินิจฉัยเบื้องต้น อาการ และอาการแสดงของผู้ป่วย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ยืนยันการวินิจฉัยเบื้องต้น อาการ และอาการแสดงของผู้ป่วย ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ยืนยันการระบาด 31 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

32 2 แสดงจำนวนผู้ป่วยของโรค หรือเหตุการณ์ที่ผิดปกติโดย เปรียบเทียบ กับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ จากค่ามัธยฐาน 5 ปี แสดงให้เห็นชัดถึงพื้นที่ที่มีการระบาด เช่น อัตราป่วยรายพื้นที่ แสดงจำนวนผู้ป่วยของโรค หรือเหตุการณ์ที่ผิดปกติโดย เปรียบเทียบ กับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ จากค่ามัธยฐาน 5 ปี แสดงให้เห็นชัดถึงพื้นที่ที่มีการระบาด เช่น อัตราป่วยรายพื้นที่ 3 ผลการศึกษา 32 ยืนยันการเกิดโรค ยืนยันการระบาด ข้อมูลทั่วไป องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์ 1

33 ข้อมูลทั่วไป ข้อมูลประชากร ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่เกิดโรค เส้นทางคมนาคมและพื้นที่ติดต่อ ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ข้อมูลสุขาภิบาล สาธารณูปโภค ข้อมูลสิ่งแวดล้อม เช่น ปริมาณน้ำฝน ข้อมูลประชากร ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่เกิดโรค เส้นทางคมนาคมและพื้นที่ติดต่อ ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ข้อมูลสุขาภิบาล สาธารณูปโภค ข้อมูลสิ่งแวดล้อม เช่น ปริมาณน้ำฝน 1 32 ผลการศึกษา 33 ยืนยันการเกิดโรค ยืนยันการระบาด องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

34 ผลการศึกษาทาง ระบาดวิทยา ผลการตรวจ ทาง ห้องปฏิบัติการ ผลการศึกษา ทาง สภาพแวดล้อม ผลการเฝ้า ระวังโรค 4.2 ระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ * แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูล ต่างๆตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 4.1 ระบาดวิทยาเชิงพรรณนา * ลักษณะการกระจายโรคตามบุคคล * ลักษณะการกระจายโรคตามเวลา * ลักษณะการกระจายโรคตามสถานที่ ผลการศึกษา 34 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

35 ผลการศึกษา ทางระบาด วิทยา ผลการตรวจ ทาง ห้องปฏิบัติการ ผลการศึกษา ทาง สภาพแวดล้อม ผลการเฝ้า ระวังโรค ประเภทวัตถุตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ เก็บจากผู้ป่วย และปัจจัยเสี่ยงที่น่าจะเป็นสาเหตุของ การระบาด สถานที่ส่งตรวจ ผลการตรวจที่ได้ ผลการศึกษา 35 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

36 ผลการศึกษา ทางระบาด วิทยา ผลการตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ ผลการศึกษา ทาง สภาพแวดล้อม ผลการเฝ้า ระวังโรค ผลการศึกษา 36 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์ อธิบายเหตุการณ์แวดล้อมที่มีความสำคัญต่อการระบาดของโรค - สภาพโรงครัว - แหล่งน้ำ - ส้วม - กรรมวิธีการปรุงอาหาร

37 ผลการศึกษา ทางระบาด วิทยา ผลการตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ ผลการศึกษาทาง สภาพแวดล้อม ผลการ เฝ้า ระวังโรค ผลการศึกษา 37 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์ เฝ้าระวังโรคต่ออีกเป็นระยะเวลา 2 เท่าของระยะฟักตัวของโรค

38 เพื่อควบคุมการระบาดที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผู้ป่วยรายใหม่ Agent Host Environment มาตรการควบคุมและป้องกันโรค 38 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

39 อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วิเคราะห์หาเหตุผลและสมมติฐาน ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างหรือคล้ายคลึง กับการระบาดในอดีตหรือไม่ อย่างไร วิจารณ์ผล วิจารณ์ความสำเร็จหรือ ล้มเหลวในการควบคุมโรค 39 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

40 ระบุปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น ข้อจำกัดที่พบในขณะสอบสวนโรค บอกแนวทางการแก้ไขปัญหา สำหรับการสอบสวนครั้งต่อไป ปัญหาและข้อจำกัดในการสอบสวนโรค 40 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

41 ยืนยันการเกิดโรคและการระบาด แหล่งรังโรค วิธีถ่ายทอดโรค กลุ่มเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยง สถานการณ์ล่าสุด สรุปผลการสอบสวน 41 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์

42  ข้อเสนอเกี่ยวกับมาตรการควบคุมป้องกันโรค  ข้อเสนอเพื่อปรับปรุงการสอบสวนในครั้งหน้า ให้สอดคล้องและจำเพาะ กับผลการศึกษา 42 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์ ข้อเสนอแนะ

43 กิตติกรรมประกาศ ผู้ให้ความร่วมมือในการสอบสวนโรค ผู้ให้การสนับสนุนด้านการตรวจทาง Lab ผู้ที่ให้ข้อมูลอื่นๆ ประกอบการสอบสวนโรค รูปแบบแวนคูเวอร์ ( Vancouver Style) รูปแบบมาตรฐาน อื่นๆ ตามที่วารสารกำหนด 43 องค์ประกอบและวิธีการเขียนรายงาน ฉบับสมบูรณ์ เอกสารอ้างอิง

44 การอ้างอิงเอกสารที่เป็นหนังสือหรือตำราทั้งเล่ม รูปแบบพื้นฐาน - ชื่อผู้แต่ง (Author). ชื่อหนังสือ (Title of the book). ครั้งที่พิมพ์ (Edition). เมืองที่พิมพ์ (Place of Publication): สำนักพิมพ์ (Publisher); ปี (Year). 44 เอกสารอ้างอิง การอ้างอิงบทความจากวารสาร (Articles in Journals) รูปแบบพื้นฐาน - ชื่อผู้แต่ง (Author). ชื่อบทความ (Title of the article). ชื่อ วารสาร (Title of the Journal) ปีพิมพ์ (Year); เล่มที่ของ วารสาร (Volume): หน้าแรก-หน้าสุดท้าย (Page). รูปแบบแวนคูเวอร์

45 การเขียนบทคัดย่อ 45

46 บทคัดย่อ บทนำ (และวัตถุประสงค์) กล่าวถึงที่มาของเรื่อง และวัตถุประสงค์ ของการสอบสวน อย่างสั้น รัดกุม และได้ใจความ 46 วิธีการศึกษา : ระบุองค์ประกอบที่สำคัญของ ระเบียบวิธีการศึกษา 1.รูปแบบการศึกษาทางระบาดวิทยา 2.กลุ่มตัวอย่าง และประชากรศึกษา 3.ตัวแปรที่ใช้วัดผล เช่น นิยามผู้ป่วย 4.สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

47 ผลการศึกษา :ระบุผลการศึกษาที่ สอดคล้องกับวิธีการศึกษา สรุปและข้อเสนอแนะ : สรุปผลการศึกษา อย่างสั้น รัดกุม และชัดเจน โดยเน้นประเด็น สำคัญ และผลกระทบของการศึกษา รวมทั้ง ข้อเสนอแนะเพื่อดำเนินการต่อไป 47 บทคัดย่อ (ต่อ)

48 48 การระบาดของโรคอาหารเป็นพิษในนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต วันที่ กรกฎาคม 2554

49 การสอบสวนการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต วันที่ กรกฎาคม 2554 มีวัตถุประสงค์ เพื่อยืนยันการวินิจฉัย และการระบาดของโรค ลักษณะการเกิดโรคหาสาเหตุของการ ระบาด แหล่งโรคและวิธีถ่ายทอดโรค เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและควบคุมการ ระบาด โดยทำการศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา และเชิงวิเคราะห์แบบ Unmatched Case-control Study เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์และบันทึกลงในแบบสอบสวน ผล การสอบสวนพบผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษในโรงเรียนแห่งนี้จำนวน 63 คน เป็นเด็ก นักเรียนจำนวน 62 คน ครู 1 คน อัตราป่วยร้อยละ 3.6 พบอัตราป่วยสูงสุดในนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ร้อยละ มีลักษณะการแพร่กระจายเชื้อแบบมีแหล่งโรค ร่วม (Intermittent common source) ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ มีไข้ และถ่ายเหลว ตามลำดับ ซึ่งผู้ป่วยได้ดื่มนมพาสเจอร์ไรส์ รส มอลต์ช็อกโกแลต โดยพบว่าเครื่องดื่มดังกล่าวเป็นปัจจัยเสี่ยงของการระบาดอย่างมี นัยสำคัญ ทางสถิติ โดยมีค่า Adjusted Odds Ratio เป็น 98.46, 95%CI = 18.38, ส่วนสาเหตุที่ทำให้นมเสื่อมคุณภาพ พบว่า กระบวนการขนส่ง และการเก็บ เครื่องดื่มไม่ได้มาตรฐานโดยไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิระหว่างขนส่งตามคำแนะนำข้าง กล่อง (เก็บที่อุณหภูมิ 2-5 องศาเซลเซียส ตลอดเวลา) จึงได้แนะนำให้โรงเรียนและ ผู้ประกอบการ ปรับปรุงการเก็บรักษาและขนส่งนมพาสเจอร์ไรส์ ให้มีอุณหภูมิ เหมาะสม ตรวจสภาพกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ก่อนจำหน่าย/แจกจ่าย แนะนำนักเรียนให้ สังเกตลักษณะของอาหาร/เครื่องดื่มก่อนรับประทาน และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ สุขาภิบาลอาหารและสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน บทคัดย่อ

50 ความเป็นมา เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2541 แพทย์ประจำบ้านใน โครงการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนง ระบาดวิทยา ได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยด้วยอาการทางระบบประสาท พร้อมกัน จำนวน 6 ราย จึงได้ดำเนินการสอบสวนโรค โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อหาสาเหตุและแหล่งที่มาของการระบาดในครั้งนี้ วิธีการศึกษา นิยามผู้ป่วย หมายถึง ชาวบ้านในหมู่บ้าน 2 หมู่บ้านในจังหวัดน่าน ที่มีอาการอย่างน้อย 3 ใน 9 อย่าง ดังนี้ หนัง ตาตก, กลืนลำบาก, พูดไม่ชัด, เสียงแหบ, ปากแห้งคอแห้ง, เจ็บ คอ, อุจจาระร่วง, อาเจียน, กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงทั้ง 2 ข้าง ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากนิยามดังกล่าว นำไปสู่การ สัมภาษณ์ และศึกษาอาการป่วยจากทะเบียนผู้ป่วย และ ทำการศึกษาทางระบาดวิทยาเชิงวิเคราะห์ (case-control study) โดยมีผู้ป่วย 13 ราย และ กลุ่มควบคุม 66 ราย หลังจากนั้นได้ทำ การเก็บตัวอย่างอาหารที่สงสัย, หน่อไม้อัดปี๊บ, ดิน และ อุจจาระ ของผู้ป่วย เพื่อส่งตรวจเพาะเชื้อ Clostridium Botulinum และ ทดสอบหาสารพิษที่ห้องปฏิบัติการ ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้ง ศึกษากรรมวิธีการทำหน่อไม้อัดปี๊บ ในหมู่บ้าน บทคัดย่อ 50

51 ผลการศึกษา: ในผู้ป่วยทั้งหมด 13 ราย มีผู้เสียชีวิต 2 ราย มีอัตราป่วย-ตาย ร้อยละ 15 ผู้ป่วย 9 ราย เป็นผู้หญิง และอายุเฉลี่ย 44 ปี อยู่ในช่วง ปี ผู้ป่วยรายแรกคือเจ้าของร้านหน่อไม้อัดปี๊บ เริ่มมีอาการป่วยเมื่อ 10 เมษายน ระยะฟักตัวอยู่ระหว่าง 6 ชั่วโมง ถึง 6 วัน โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 2 วัน ผู้ป่วยทั้ง 13 รายมีประวัติการรับประทานหน่อไม้อัดปี๊บที่ทำจากแหล่งเดียวกัน แต่ รับประทานในเวลาต่างกัน เปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ป่วยในกลุ่มควบคุม รับประทานหน่อไม้อัดปี๊บ 4 คน (6 %) (OR 375, 95%CI 19,7385) และ การนำหน่อไม้มาผ่านการปรุงด้วยความร้อน สามารถช่วยป้องกันหรือลด โอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อได้ (ค่า OR = 0.03 และ 95%CI =0.00,0.95) อาหารอื่นๆไม่พบว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง 2 ราย พบว่าการตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ เข้าได้กับโรคอาหารเป็นพิษ Botulism และจากผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ตรวจพบพิษ Botulinum toxin ในหน่อไม้อัดปี๊บที่ได้รับมาจากผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยวิธีการ Elisa และ Mouse antitoxin bioassay และจากการศึกษากรรมวิธีการผลิต หน่อไม้อัดปี๊บ พบว่า ใช้การต้มให้เดือด ซึ่งไม่เพียงพอในการฆ่า สปอร์ของ เชื้อ Botulinum ได้ สรุป การระบาดครั้งนี้เป็นการระบาดของโรคอาหารเป็นพิษ Botulism ใน ประเทศไทย ซึ่งได้ดำเนินการควบคุมโรค โดยหยุดการจำหน่าย หน่อไม้อัด ปี๊บจากหมู่บ้านที่ผลิต จำนวน 12,000 ลิตร และป้องกันการระบาดต่อไปโดย ให้สุขศึกษาแก่ประชาชน ในการปรุงหน่อไม้อัดปี๊บให้ร้อนก่อนรับประทาน รวมทั้งให้ความรู้แก่ผู้ผลิตในการควบคุมคุณภาพการผลิตต่อไป ซึ่ง หลังจากการดำเนินการดังกล่าว ไม่พบมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 51

52 ตัวอย่างการเขียน Full Report (หน้า 141)

53 ผู้เขียนได้รับความรู้เพิ่มเติมจากขบวนการเขียน เรียบเรียง ข้อมูล ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำไปใช้ประโยชน์ วางแผนควบคุมและป้องกันโรค ต่อไป ผู้อ่านได้รับความรู้ในเรื่องการสอบสวนทางระบาดวิทยา พัฒนาคุณภาพของการสอบสวนทางระบาดวิทยา ประโยชน์ที่ได้รับจากการเขียนรายงาน 53

54 รายงานที่ดี รายงานที่แย่ การสอบสวนที่ดี การสอบสวนที่แย่ ที่มา: นพ.วิทยา สวัสดิวุฒิพงศ์ คุณภาพการสอบสวน กับรายงาน

55 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology ประเด็นที่พบบ่อย ชื่อเรื่อง – ชื่อเรื่องไม่สื่อเนื้อหา – ไม่ควรใส่ชื่อสถานที่จริง เช่น โรงเรียนอนุบาล แก้วฟ้า ชื่อผู้นิพนธ์ – ระบุชื่อ หน่วยงาน (ไม่ระบุจังหวัด) บทคัดย่อ – ไม่ตรงกับเนื้อหาหรือยาวไป – ไม่สอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ วิธี ผล การศึกษา

56 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology ประเด็นที่พบบ่อย ความเป็นมา – ไม่ครบ เช่น ไม่ระบุวันเวลา หรือความหมาย กำกวม – ไม่ระบุวัตถุประสงค์ (อาจจะแยกข้อได้) วิธีการศึกษา – ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ – เรียงลำดับไม่เหมาะสม – นิยามผู้ป่วย ไม่ถูกต้อง – ไม่ได้ระบุวิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

57 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology ประเด็นที่พบบ่อย ผลการศึกษา – ไม่สอดคล้องกับวิธีการศึกษา เช่น ไม่ครบ หรือเกิน – Time place person (บุคคล เวลา สถานที่) – อาการและอาการแสดง ไม่ละเอียด – รายงานผลโดยใช้ค่าสถิติไม่ถูกต้อง – เรียงลำดับเหตุการณ์ได้ไม่ดี หรือผล การศึกษาซ้ำๆ – ไม่ได้ระบุ ชื่อตารางที่ # หรือ รูปที่ # – ไม่ได้ทบทวนข้อมูลเฝ้าระวังโรคในอดีต

58 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology ประเด็นที่พบบ่อย มาตรการควบคุมโรคที่ดำเนินการ – ไม่ได้ให้รายละเอียดทำอะไร – ไม่ได้ระบุจำนวนหรือระยะเวลา – ผลจากการควบคุมโรคเป็นอย่างไร – การเฝ้าระวังโรคทำอย่างไร นานเท่าไร

59 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology ประเด็นที่พบบ่อย อภิปรายผล (วิจารณ์ผล) – ให้ข้อมูลซ้ำเท่านั้น – ไม่ได้ทบทวนการศึกษาในอดีต – ไม่ได้แสดงความรู้หรือการอธิบาย ปรากฏการณ์ – ไม่บอกข้อจำกัดการศึกษา สรุปผล – ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ – พิมพ์ซ้ำผลการศึกษา

60 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology ประเด็นที่พบบ่อย ข้อเสนอแนะ – เป็นคำแนะนำตามทฤษฎี ไม่ได้มาจากผล การศึกษา – ควรมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว กิตติกรรมประกาศ – ให้ระบุตำแหน่งหรือหน่วยงานที่สนับสนุน เช่น ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ – ผู้บัญชาการเรือนจำ เอกสารอ้างอิง – ไม่ใช้รูปแบบมาตรฐาน ไม่ได้อ้างประเด็น ความรู้

61 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology ข้อสังเกตและพึงระวัง ผู้อ่านมีความรู้ หรือข้อมูลน้อยกว่าผู้เขียน จึงต้องเรียบเรียงให้เข้าใจง่ายๆ น่าอ่าน หาจุดขายที่สำคัญของรายงาน เช่น ความรู้ใหม่ ไม่ได้ทบทวนวรรณกรรมหรือค้นหาความรู้ เพิ่มเติมก่อนการเขียน ผู้นิพนธ์ชื่อแรก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชิ้นงาน การคัดลอกผลงานวิชาการ (Plagiarism)

62 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology ข้อสังเกตและพึงระวัง การคัดลอกผลงานวิชาการ (Plagiarism) – ถือเป็นการโจรกรรมทางวรรณกรรม หรือ อาชญากรรมทางวิชาการ – Copy and Paste – คัดลอกข้อความโดยไม่อ้างอิง – ลอกทั้งเรื่อง – ไม่ระบุที่มา – ไม่ได้ขออนุญาต

63 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology

64 สำนักระบาด วิทยา สำนักระบาด วิทยา Bureau of Epidemiology ขอขอบคุณแหล่งที่มาของ เนื้อหา Power Point นพ.โรม บัวทอง สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาองค์ความรู้ด้านระบาดวิทยาฯ สำหรับ SRRT ระดับอำเภอและ SRRT ระดับรพ.สต. พื้นที่จังหวัดมุกดาหาร วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 ณ โรงแรมกิจตรงวิว รีสอร์ท จังหวัดอุบลราชธานี

65 65

66 66 กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 จังหวัดอุบลราชธานี


ดาวน์โหลด ppt การเขียนรายงานการสอบสวน ทางระบาดวิทยา HOW TO WRITE EPIDEMIOLOGIC INVESTIGATION REPORT กลุ่มระบาดวิทยาและข่าวกรอง สคร.7 อบ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google