งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

INT1005 Information System and Development ระบบสารสนเทศและ การพัฒนา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "INT1005 Information System and Development ระบบสารสนเทศและ การพัฒนา."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 INT1005 Information System and Development ระบบสารสนเทศและ การพัฒนา

2 การจัดการสารสนเทศในองค์กร

3 * การวางแผนและการพัฒนาระบบสารสนเทศ (System Development)

4 ความจำเป็นในการพัฒนาระบบสารสนเทศ  การเปลี่ยนแปลงกระบวนการการบริหาร และการปฏิบัติงาน  การปรับองค์การและสร้างความได้เปรียบ ในการแข่งขัน  กระบวนการธุรกิจ  บุคลากร  วิธีการและเทคนิค  เทคโนโลยี  งบประมาณ  ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์การ  การบริหารโครงการ

5 กระบวนการวางแผนระบบสารสนเทศ ภารกิจขององค์การภารกิจขององค์การการประเมินสภาพแวดล้อมการประเมินสภาพแวดล้อม แผนกลยุทธ์ขององค์การแผนกลยุทธ์ขององค์การ โครงสร้างพื้นฐานเดิมด้าน IT แผนกลยุทธ์ด้าน IT โครงสร้างพื้นฐานด้าน IT แผนปฏิบัติการด้าน IT โครงการด้าน IT

6 การวางแผนระบบสารสนเทศในองค์การ 1. วิสัยทัศน์และแผนกลยุทธ์ขององค์การ  วิสัยทัศน์ : องค์การกำลังมุ่งไปในทิศทางใด  แผนกลยุทธ์ : องค์การจะเดินไปตามทิศทางที่ กำหนดไว้อย่างไร 2. ระบบสารสนเทศจะสนับสนุนวิสัยทัศน์และ กลยุทธ์ขององค์การอย่างไร  ระบบสารสนเทศจะมีบทบาทในการสนับสนุน วิสัยทัศน์ขององค์การอย่างไร  ระบบสารสนเทศเดิมเป็นอย่างไร  แผนระบบสารสนเทศในปัจจุบันเป็นอย่างไร  แผนระบบสารสนเทศในอนาคตจะพัฒนาใน ลักษณะอย่างไร

7 การวางแผนระบบสารสนเทศในองค์การ 3. ระบบสารสนเทศในปัจจุบัน  ระบบปัจจุบันได้สนับสนุนองค์การมากน้อยเพียงไร  ระบบปัจจุบันมีความเหมาะสมหรือไม่ มีจุดอ่อนจุด แข็งอย่างไร  ควรจะปรับปรุงระบบปัจจุบันอย่างไร 4. ระบบสารสนเทศที่เสนอแนะ  หลักการและเหตุผล  ความสามารถของระบบใหม่  ฮาร์ดแวร์  ซอร์ฟแวร์  ข้อมูล และการสื่อสารข้อมูล

8 การวางแผนระบบสารสนเทศในองค์การ 5. กลยุทธ์ทางการบริหาร  แผนการจัดหา  ช่วงเวลาดำเนินการ  การจัดโครงสร้างองค์การใหม่  การปรับปรุงระบบงานภายในองค์การ  การควบคุมทางการบริหาร  การฝึกอบรม  กลยุทธ์ด้านบุคลากร

9 การวางแผนระบบสารสนเทศในองค์การ 6. แผนปฏิบัติการ  รายละเอียดแผนปฏิบัติการ  ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น  รายงานความก้าวหน้า 7. งบประมาณที่ต้องการใช้  ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 8. การพัฒนาระบบสารสนเทศ

10 ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ วิธีการ เทคนิค และเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ การวิเคราะห์ระบบสารสนเทศ การจัดการแฟ้มข้อมูลและฐานข้อมูล การออกแบบระบบสารสนเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศ

11 1. วิธีการ เทคนิค และเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ 1.แนวทางในการวิเคราะห์และออกแบบระบบ ได้แก่ วิธีการ (Methodology) เทคนิค (techniques) และเครื่องมือ แบบจำลองต่างๆ (Model Tools) 2.วิธีการใช้วิเคราะห์และออกแบบสารสนเทศ คือ SDLC (System development lift cycle) และ RAD ( Rapid application development)

12 1. วิธีการ เทคนิค และเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ 3. เทคนิคสำหรับการวิเคราะห์ ได้แก่ เทคนิคการรวบรวมข้อมูล ( Data gathering) และเทคนิคการจัดการโครงการ (Project Management) 4. เครื่องมือสำหรับวิเคราะห์ ได้แก่ แบบกระบวนการ (Modeling processes) แบบจำลองข้อมูล (modeling data) และแบบจำลองเชิงวัตถุ (Modeling object)

13 2.การวิเคราะห์ระบบสารสนเทศ 1.วงจรการพัฒนาระบบ (SDLC) เป็นวิการแบบดั่งเดิม 2.ขั้นตอนวิเคราะห์ระบบสารสนเทศ ( System Analysis phase) ประกอบด้วยการวิเคราะห์ปัญหา การศึกษาความเป็นไปได้ การ วิเคราะห์ความต้องการ การวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจ

14 3. การจัดการแฟ้มข้อมูลและฐานข้อมูล 1.การจัดการแฟ้มข้อมูลและโครงสร้าง 2.แฟ้มข้อมูลและฐานข้อมูล ประกอบด้วยการจัดแฟ้ม การใช้แฟ้ม ความรู้ ด้านฐานข้อมูล การจัดการฐานข้อมูล ข้อดี ปัญหาและอุปสรรค 3.สถาปัตยกรรมฐานข้อมูลและแบบจำลองฐานข้อมูล

15 4. การออกแบบระบบสารสนเทศ 1.การออกแบบผลลัพธ์ เช่น การกำหนดความต้องการผลลัพธ์ อุปกรณ์ที่ แสดงผล วิธีการแสดงผล การออกแบบรายงาน 2.การออกแบบข้อมูลนำเข้า เช่นวิธีการนำเข้า อุปกรณ๋รับข้อมูล 3.การออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้ 4.การออกแบบแฟ้มข้อมูล ฐานข้อมูล 5.การออกแบบแอฟพิเคชั่น 6.การพิจารณาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์สื่อสาร

16 2.การพัฒนาและการใช้ระบบสารสนเทศ 1.การพัฒนาระบบสารสนเทศ เช่นความต้องการซอฟต์แวร์ การเขียน โปรแกรม การทดสอบ 2.การนำสารสนเทศไปใช้ การปรับเปลี่ยนระบบ การจัดทำเอกสาร การ ฝึกอบรม

17 การพัฒนาระบบสารสนเทศ การพัฒนาระบบสารสนเทศ (System Development) เป็นกิจกรรมทั้งหมดที่จำเป็นใน การนำระบบสารสนเทศมาใช้เพื่อแก้ปัญหาของ องค์การหรือสร้างโอกาสให้กับองค์การ การพัฒนาระบบสารสนเทศมีหลายวิธี เช่น แบบ วงจรชีวิต(System Development Life Cycle), การสร้างต้นแบบ(Prototyping), การเน้นผู้ใช้ เป็นหลัก(End-User Development), การจ้าง บุคคลภายนอก(Outsourcing), และการใช้ โปรแกรมสำเร็จรูป(Application software package)

18 วิธีการ (methodologies) หมายถึง รูปแบบการ ดำเนินงานที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์ การออกแบบ และ การพัฒนาระบบสารสนเทศ มี 2 วิธี คือ 1.วิธีวงจรพัฒนาระบบ (systems development life cycle-SDLC) ปัจจุบันเรียกว่าเป็นวิธีการพัฒนาระบบ แบบเดิม ต้องใช้ระยะเวลานานและทรัพยากรมาก 2.วิธีพัฒนาระบบงานแบบรวดเร็ว (rapid application development- RAD) ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสมัยใหม่และ เครื่องมือต่าง ๆ ที่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยในการพัฒนา ระบบสารสนเทศ

19 SDLC การวิเคราะห์ปัญหา การศึกษาความเป็นไปได้ การวิเคราะห์ความต้องการ ของระบบ การวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจ การออกแบบ การสร้างระบบ การใช้ระบบ RAD 1. การวางแผนกำหนดความต้องการ (requirement planning) 2. การออกแบบโดยผู้ใช้ (user design) 3. การสร้างระบบ (construction) 4. การเปลี่ยนระบบ (cutover) เปรียบเทียบขั้นตอนของวงจรพัฒนาระบบ และ การพัฒนาระบบแบบรวดเร็ว

20 วิธีการการพัฒนาระบบแบบรวดเร็ว จำแนกได้เป็น การ พัฒนาระบบร่วมกัน การจัดทำต้นแบบ การใช้ซอฟต์แวร์เคส และการวิเคราะห์ ออกแบบและเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ การพัฒนาระบบร่วมกัน (joint application development – JAD) การพัฒนาระบบร่วมกันหรือ เจเอดี เป็นอีกวิธีหนึ่งของการพัฒนาระบบ อย่างรวดเร็ว ระหว่างผู้ใช้ระบบและผู้พัฒนา โดยผู้ใช้และผู้พัฒนา ระบบมีส่วนร่วมในการกำหนดความต้องการของระบบร่วมกัน (Joint requirement planning – JRP) และออกแบบระบบร่วมกัน (joint application design – JAD) เพื่อลดเวลา ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนการ รวบรวมข้อมูล เป็นวิธีที่บริษัทไอบีเอ็มพัฒนาขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และเป็นที่นิยมใช้เป็นเทคนิคในการรวบรวมข้อมูลขององค์การ ด้านธุรกิจ ในการรวบรวมข้อมูลร่วมกันผู้ที่เกี่ยวข้องจะต้องมีการ วางแผนดำเนินการที่ดีเพราะเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา และ ค่าใช้จ่าย แต่ผลที่ได้ก็จะคุ้มค่า

21 การจัดทำต้นแบบ (prototyping) การจัดทำต้นแบบ คือ การจัดสร้างระบบทดลองหรือระบบต้นแบบ ก่อนการพัฒนาระบบทั้งหมด ขึ้นมาแล้วให้ผู้ใช้ทำการทดสอบหา ข้อบกพร่องและประเมินค่าของระบบ นำไปปรับปรุง และทดสอบ ประเมินใหม่วนซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้จึงนำไป ปรับเปลี่ยนเป็นระบบจริง วิธีนี้ทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ระบบ เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถกำหนดความต้องการที่ ชัดเจน แน่นอนได้ แม้ว่าจะไม่รวมคุณสมบัติของงานประยุกต์ไว้ ทั้งหมดเพราะยังเป็นระบบที่ยังไม่ได้รับการทดสอบอย่างสมบูรณ์ ไม่ มีข้อมูลจำนวนมากและครบถ้วนเต็มระบบ จึงอาจมีข้อบกพร่องได้ แต่ก็สร้างได้อย่างรวดเร็ว และประหยัด (London and London 2001)

22 การใช้ซอฟต์แวร์เคส (computer-aided software engineering – CASE) ซอฟต์แวร์เคส เป็นซอฟต์แวร์สำเร็จที่ช่วยสนับสนุนการ พัฒนาระบบสารสนเทศ ที่ช่วย พัฒนาโปรแกรม และสร้าง แบบฟอร์มต่างๆ ให้มีมาตรฐาน ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วย อำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพทำให้มีมาตรฐานและ มีโครงสร้างที่ดี อุปสรรคก็คือมีราคาสูง ต้องใช้เวลา ฝึกอบรมในการใช้ค่อนข้างมาก องค์การส่วนใหญ่ยังไม่มี มาตรฐานของการนำมาประยุกต์ใช้ที่ชัดเจน ซอฟต์แวร์เคส เช่น Oracle’s Developer 2000, Rational ROSE, Visio

23 การวิเคราะห์ ออกแบบ และเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ หรือโอโอเอดี (object-oriented analysis and design – OOAD) มองระบบเป็นกลุ่มของวัตถุ ในปัจจุบันใช้วิธีนี้มากทั้งการ วิเคราะห์ ออกแบบ และโปรแกรม การพัฒนาโปรแกรมเชิง วัตถุ เป็นการใช้แนวคิดในการวิเคราะห์ ออกแบบ และเขียน โปรแกรมเชิงวัตถุ มีเครื่องมืออัตโนมัติช่วยสนับสนุนมากใน ทุกขั้นตอน

24 24 System Development Life Cycle (SDLC) ศึกษาความเป็นไปได้ วิเคราะห์ระบบ ออกแบบระบบ เขียนโปรแกรม ทดสอบระบบ ติดตั้งใช้งานระบบ เปลี่ยนระบบเข้าสู่ระบบใหม่ และบำรุงรักษา

25 25 ข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้ SDLC การพัฒนาระบบต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะได้ผลให้ผู้บริหารเห็น ผู้บริหารก็อาจเปลี่ยนเป็น คนใหม่ ซึ่งมีความต้องการต่างกันไป หากใช้เวลานานมาก แม้แต่ เทคโนโลยี ก็เปลี่ยนไป ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างมาก

26 26 แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศ ๑. พัฒนาระบบโดยพัฒนาต้นแบบ –จัดทำระบบทดลอง โดยอาศัยข้อกำหนดความต้องการของผู้ใช้ จากนั้น เชิญผู้ใช้มาพิจารณาระบบทดลอง ๒. การจัดซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จมาใช้ –ข้อพิจารณาในการเลือกซอฟต์แวร์สำเร็จ มี function ครบถ้วน ยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนได้ ใช้ง่าย ติดตั้งง่าย ดูแลง่าย มีเอกสารต่าง ๆ พร้อม ผู้ขายมีคุณภาพ และพร้อมสนับสนุน ใช้ทรัพยากรต่างๆ ไม่มาก เกินความจำเป็น ราคาเหมาะสม

27 27 ๓. การว่าจ้างที่ปรึกษาบริษัทเอกชนหรือ ภาครัฐ –ข้อดี มีความเชี่ยวชาญด้านนี้อยู่แล้ว อุดหนุนคนไทย หากเป็นสถาบันภาครัฐ มีความไว้วางใจ หากเป็นภาครัฐ ประหยัดเวลาในการจัดทำเอกสารการประกวดราคา –ข้อสังเกต ที่ปรึกษาภาครัฐเหมาะกับโครงการขนาดเล็ก – กลาง เนื่องจากขาดความเชี่ยวชาญในการบริหาร โครงการขนาดใหญ่ แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศ (ต่อ)

28 28 ๔. การพัฒนาระบบของผู้ใช้ –ข้อดี ช่วยทุ่นเวลา และกำลังคนของศูนย์ไอซีที อีกทั้งผู้ใช้ได้ระบบ ที่ต้องการรวดเร็วขึ้น และตรงกับความต้องการมากที่สุด –ข้อเสีย ระบบที่ได้อาจจะไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถทำงานร่วมกับ ระบบอื่นได้ ขาดเอกสารคู่มือ ทำให้อาจมีปัญหา หาก ผู้พัฒนาไม่อยู่ในองค์กรแล้ว ถ้าบุคลากรขาดความรู้ ความสามารถทำให้เปลืองเวลาและทรัพยากรและมีอัตรา เสี่ยงสูง แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศ (ต่อ)

29 29 ๕. การ Outsourcing –มีได้หลายความหมาย การว่าจ้างให้คนภายนอก พัฒนาระบบงานให้ก็เป็นการ Outsource แต่ใน ปัจจุบัน นิยมหมายถึง การให้บริษัทมารับเหมางาน ด้านไอซีทีไปหมด ตั้งแต่การพัฒนาระบบ การจัดหา อุปกรณ์มาใช้ รวมไปถึงการปฏิบัติการระบบให้ด้วย คนของบริษัทเอง แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศ (ต่อ)

30 30 Outsourcing Development หมายถึง การจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาดำเนินการพัฒนา ระบบสารสนเทศให้กับธุรกิจหรือองค์กร ซึ่งรวมทั้งการ พัฒนาระบบ การจัดการระบบ และการบำรุงรักษาระบบ สารสนเทศให้กับธุรกิจ และการให้บริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น การเช่าซื้ออุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์ต่างๆ โดยมีการ ทำสัญญา (Contract) ร่วมกัน การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก (Outsource) –แหล่งภายนอกมากกว่า 80% ได้แก่ การมอบหมายความ รับผิดชอบและโอนทรัพย์สินรวมทั้งพนักงานให้กับ Outsourcer –แหล่งภายนอกน้อยกว่า 80% ได้แก่ การเลือกใช้บริการอย่าง ใดอย่างหนึ่งเป็นการชั่วคราว เช่น การจ้างเขียนโปรแกรม

31 31 When to use outsourcing? ปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่ –ความจำเป็นของระบบต่อการดำเนินงานขององค์กร ระบบที่มีความต้องการรีบด่วน ระบบที่ไม่เกี่ยวกับระบบอื่นในองค์กร ระบบที่มีมาตรฐานสูง ระบบที่จะพัฒนานั้นไม่ใช่เพื่อการทำงานหลักที่สำคัญที่สุดของ องค์กร –ผลกระทบของการใช้งานระบบต่อการแข่งขันขององค์กร เมื่อต้องการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ธุรกิจไม่มีความสามารถด้านนี้ –ความต้องการในการพัฒนาบุคลากรด้าน IT ขององค์กร

32 32 ข้อดีและข้อเสียของ Outsourcing ข้อดี –ทำให้ต้นทุนในการพัฒนาระบบ สารสนเทศลดลง –ได้รับคุณภาพของบริการตามที่ ต้องการ –มีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนแปลง เทคโนโลยีที่ใช้ –ทำให้สามารถประมาณการ ค่าใช้จ่ายได้ –ลดเวลาของคนในองค์กรที่จะต้อง ไปทำงานด้านระบบสารสนเทศ –ได้ความรู้ความชำนาญจากภายนอก –ทำให้ผู้บริหารสามารถมุ่งความ สนใจไปในเรื่องที่เน้นกลยุทธ์ของ องค์กรมากขึ้น –ประหยัดงบประมาณ และกำลังคน –ได้บริการที่มีคุณภาพ –กำหนดและพยากรณ์งานที่ต้องการ ได้ง่าย –ทำให้ต้นทุนคงที่ กลายเป็น ต้นทุน แปรผัน ข้อเสีย –สูญเสียการควบคุม เพราะการ ควบคุมการทำงานของระบบ สารสนเทศอยู่ที่บริษัทภายนอก –ทำให้ต้องพึ่งพาบริษัทภายนอกใน การจัดการระบบสารสนเทศ –อาจเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลที่ สำคัญ –ความล้าสมัยในความรู้ด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศของบุคลากร ภายใน ปัญหา –ควบคุมการปฏิบัติงานไม่ได้ ? –ข้อมูลสำคัญอาจรั่วไหล ? –ไม่มีความเป็นอิสระ ต้องพึ่ง บริษัทตลอดเวลา ? –ขาดความยืดหยุ่นในการ ปรับเปลี่ยนระบบ ? –ไม่มีโอกาสพัฒนาคนของ หน่วยงาน?

33 33 ความล้มเหลวของ Outsourcing ผู้บริหารไม่เข้าใจในเทคโนโลยีที่จะต้องบริหารว่า มีผลต่อองค์กร อย่างไร ข้อจำกัดเป็นอย่างไร องค์กรไม่สามารถระบุความต้องการที่แท้จริงได้ องค์กรไม่มีความสามารถในการหาแหล่ง Outsource องค์กรไม่มีความสามารถในการเจรจาต่อรองกับ Outsourcer องค์กรไม่มีความสามารถในการประสานงานกับ Outsourcer

34 34 ขั้นตอนในการ Outsourcing จัดตั้งคณะทำงานกับแหล่ง Outsource ระบุข้อกำหนดความต้องการใช้บริการที่แท้จริง ดำเนินการจัดทำเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ ประเมินข้อเสนอ ประเมินผู้เสนอให้บริการ เจรจาต่อรองในการทำสัญญา โดยในสัญญาควรพิจารณา ในเรื่องที่สำคัญ คือ ระยะเวลาของสัญญา วิธีการวัดผล งาน (ปริมาณ คุณภาพ ระยะเวลาการนำส่ง) และการ คาดการณ์ถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเปลี่ยนแปลง

35 การพัฒนาระบบ คือ System development คือกลุ่มของ กิจกรรมที่ใช้ในการพัฒนาระบบสารสนเทศ System คือกลุ่มของ องค์ประกอบร่วมกันใน เป้าหมายเดียวกัน Information system (IS) คือการ รวมเอา hardware, software, data, people, and procedures มา ทำงานร่วมกันในการ ผลิตสารสนเทศที่มี คุณภาพ System development activities คือกลุ่ม ของเฟส(phases) และเรียกว่า system development life cycle (SDLC)35 Page 620

36 การพัฒนาระบบ คือ 36 Pages 620 – 621 Figure 12-1

37 การพัฒนาระบบ คือ System development รวมถึงตัวแทนจากฝ่ายต่างๆ ซึ่งมึจุดประสงค์เดียวกันในระบบ 37

38 การพัฒนาระบบ คือ Project management คือกระบวนการวางแผน กำหนด ตาราง และควบคุมกิจกรรมในระหว่างการพัฒนา แผนและตารางการทำงานจะมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับ หัวหน้าโครงการเป็นผู้กำหนด : 38 ขอบเขตโครงการ Project scope กิจกรรมที่ต้องการ Required activities ประมาณการเวลาแต่ละ กิจกรรม Time estimates for each activity ประมาณต้นทุนแต่ละ กิจกรรม Cost estimates for each activity งานของแต่ละ กิจกรรม Order of activities กิจกรรมที่สามารถกำหนดทำ ในเวลาเดียวกัน Activities that can take place at the same time

39 การพัฒนาระบบ คือ 39 เครื่องมือที่นิยมใช้ในการวางแผนและจัดทำตารางเวลาและ ความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมที่กำหนดใน Gantt chart

40 การพัฒนาระบบ คือ 40 A PERT chart ใช้ในการวางแผนและจัดทำตารางเวลา

41 การพัฒนาระบบ คือ Feasibility เป็นการศึกษาถึงความเหมาะสมใน การพัฒนาระบบสารสนเทศขององค์กร 41 การศึกษาความ เป็นไปได้ด้าน ปฏิบัติการ Operational feasibility การศึกษาความ เป็นไปได้ด้าน เวลา Schedule feasibility การศึกษาความ เป็นไปได้ด้าน เทคนิค Technical feasibility การศึกษาความ เป็นไปได้ด้าน เศรษฐศาสตร์ Economic feasibility

42 การพัฒนาระบบ คือ Documentation คือการรวบรวมและรายงาน สรุปข้อมูลและสารสนเทศ –โครงการคือสมุดบันทึกเอกสารทั้งหมดในแต่ละ โครงการ Users และ IT professionals จะอ้างถึง เอกสารเพื่อปฏิบัติงานและเปลี่ยนแปลงระบบ ปัจจุบัน 42

43 การพัฒนาระบบ คือ ระหว่างการพัฒนาระบบสมาชิกทีมโครงการจะต้อง นำข้อมูลและสารสนเทศมาด้วยเทคนิคต่างๆได้ หลายวิธี 43 Review documentation ObserveSurvey InterviewJAD SessionsResearch

44 ใครคือผู้กำหนดโครงการพัฒนาระบบ User มีความต้องการระบบใหม่หรือปรับปรุงระบบองค์กรจะต้องการเปลี่ยนเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใหม่องค์กรในอนาคตที่ต้องการควบคุมองค์กรที่เปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการถึงจุดเปลี่ยนแปลงUser จะต้องการระบบใหม่หรือเปลี่ยนแปลงสารสนเทศด้านการบริการ 44

45 แนวทางการพัฒนาระบบสารสนเทศ 1.จัดทำขึ้นเองโดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ 2.ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาจัดทำระบบให้ 3.จัดหาซอฟต์แวร์สำเร็จรูป 4.จัดจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอก

46 ระบบสารสนเทศทั้งหลายมีวงจร ชีวิตที่เหมือนกันตั้งแต่เกิดจนตายวงจรนี้จะ เป็นขั้นตอนที่เป็นลำดับตั้งแต่ต้นจนเสร็จ เรียบร้อย เป็นระบบที่ใช้งานได้ ซึ่ง นักวิเคราะห์ระบบต้องทำความเข้าใจให้ดี ว่าในแต่ละขั้นตอนจะต้องทำอะไร และทำ อย่างไร ขั้นตอนการพัฒนาระบบมีอยู่ ด้วยกัน 7 ขั้น ด้วยกัน คือ วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC))

47

48 1. การศึกษาเบื้องต้น (Preliminary study) 2. การวิเคราะห์ระบบ ( System Analysis) 3. การออกแบบระบบ ( System Design) 4. การพัฒนาระบบ (Construction) 5. การทดสอบระบบและการเปลี่ยนระบบ (System Testing and Conversion) 6. บำรุงรักษาระบบ (Maintenance) วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC))

49 ขั้นที่ 1 : การศึกษาเบื้องต้น (Preliminary study) การที่จะแก้ไขระบบเดิมที่มีอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก หรือแม้แต่ การสร้างระบบใหม่ ดังนั้นควรจะมีการศึกษาเสียก่อนว่าความต้องการ ของเราเพียงพอที่เป็นไปได้หรือไม่ ได้แก่ "การศึกษาความเป็นไป ได้" (Feasibility Study) สรุป ขั้นตอนที่ 1: การศึกษาเบื้องต้น หน้าที่ : ตระหนักว่ามีปัญหาในระบบ ผลลัพธ์ : อนุมัติการศึกษาความเป็นไปได้ เครื่องมือ : ไม่มี บุคลากรและหน้าที่ความรับผิดชอบ : ผู้ใช้หรือผู้บริหารชี้แจงปัญหา ต่อนักวิเคราะห์ระบบ

50 วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC)) การศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) การกำหนดว่าปัญหาคืออะไรและตัดสินใจว่าการพัฒนา สร้างระบบสารสนเทศ หรือการแก้ไขระบบสารสนเทศเดิมมีความ เป็นไปได้หรือไม่โดยเสียค่าใช้จ่ายและเวลาน้อยที่สุด และได้ผล เป็นที่น่าพอใจ นักวิเคราะห์ระบบจะต้องกำหนดให้ได้ว่าการแก้ไขปัญหา ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ทางเทคนิคและบุคลากร ความเป็นไปได้ ทางด้านบุคลากร คือ บริษัทมีบุคคลที่เหมาะสมที่จะพัฒนาและ ติดตั้งระบบเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่มีจะหาได้หรือไม่ จากที่ใด

51 การศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) มีด้วยกัน 5 ด้านหลักๆ คือ  ความเป็นไปได้ด้านเทคนิค (technical feasibility) ศึกษาด้าน ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ว่าเหมาะสมหรือไม่  ความเป็นไปได้ด้านเศรษฐกิจ (economic feasibility) เปรียบเทียบคงวามตุ้มค่า ผลตอบแทน ค่าใช้จ่าย  ความเป็นไปได้ด้านการปฏิบัติงาน (operational feasibility) การ ทำงานซ้ำซ้อนหรือไม่ ตรงกับความต้องการหรือไม่  ความเป็นไปได้ด้านเวลา ( Schedule feasibility) พิจารณาเวลา ในการพัฒนาระบบ การใช้เวลา  ความเป็นไปได้ด้านบุคลากร ( Human feasibility) ดูความ พร้อมของบุคลากร การพัฒนาบุคลากร

52 วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC)) ขั้นตอนที่ 2: การวิเคราะห์ระบบ ( System Analysis ) หน้าที่ : กำหนดปัญหา และศึกษาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปลี่ยนแปลงระบบ ผลลัพธ์ : รายงานความเป็นไปได้ เครื่องมือ : เก็บรวบรวมข้อมูลของระบบและคาดคะเนความต้องการของระบบ บุคลากรและหน้าที่ความรับผิดชอบ : ผู้ใช้จะมีบทบาทสำคัญในการศึกษา 1. นักวิเคราะห์ระบบจะเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นทั้งหมดเกี่ยวกับ ปัญหา 2. นักวิเคราะห์ระบบคาดคะเนความต้องการของระบบและแนวทางการ แก้ปัญหา 3. นักวิเคราะห์ระบบ กำหนดความต้องการที่แน่ชัดซึ่งจะใช้สำหรับขั้นตอน การวิเคราะห์ต่อไป 4. ผู้บริหารตัดสินใจว่าจะดำเนินโครงการต่อไปหรือไม่

53 วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC)) การวิเคราะห์ระบบ ( System Analysis) การวิเคราะห์ระบบเริ่มตั้งแต่การศึกษาระบบการทำงานของ ธุรกิจนั้น หลังจากนั้นกำหนดความต้องการของระบบใหม่ ซึ่ง นักวิเคราะห์ระบบจะต้องใช้เทคนิคในการเก็บข้อมูล (Fact- Gathering Techniques) เมื่อจบขั้นตอนการวิเคราะห์แล้ว นักวิเคราะห์ระบบจะต้องเขียนรายงานสรุปออกมาเป็น ข้อมูล เฉพาะของปัญหา (Problem Specification)

54 1.ทบทวนวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการวิเคราะห์ ระบบ 2.ศึกษาแนวทางที่ได้เสนอไว้ในการศึกษาเบื้องต้น 3.ศึกษารวบรวมเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบ ผังการจัดองค์กร แผนงานของหน่วยงาน เอกสารต่างๆและรายงาน กฎระเบียบต่างๆ 4.ศึกษาความต้องการของผู้บริหาร สัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน สำรวจความต้องการโดยใช้แบบสอบถาม

55 5. ศึกษาสภาพการปฏิบัติงานจริง ทำความเข้าใจเนื้อหาของข้อมูลที่ใช้ในปัจจุบัน ทำความเข้าใจทางเดินของข้อมูล ทำความเข้าใจกระบวนการทำงาน ทำความเข้าใจการดูแลรักษาข้อมูล 6.จำแนกปัญหาในระบบปัจจุบัน 7.กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา 8.กำหนดโครงร่างของระบบใหม่ 9.การจัดสรรทรัพยากรต่างสำหรับการพัฒนา 10.จัดทำรายงายงานการวิเคราะห์ระบบ

56 การวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมา ประกอบด้วยการวิเคราะห์ โครงสร้างและสิ่งแวดล้อมขององค์กร การบริหาร การ ปฏิบัติการ ตลอดจนความสัมพันธ์ในส่วนต่างๆขององค์กร การวิเคราะห์กระบวนการ เป็นการวิเคราะห์กระบวนการทำงาน ของระบบงานเดิม และจำลองการทำงานของระบบงานใหม่ที่ ต้องการ เพื่อให้ทราบว่าข้อมูลใดเกิดกระบวนการทางธุรกิจ การวิเคราะห์ลักษณะของผลลัพธ์ โดยพิจารณาว่าผู้ใดเป็น ผู้ใช้ผลลัพธ์ ไปใช้ที่ไหน เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เมื่อไร ผลลัพธ์ตรงกับความต้องการหรือไม่ มีความแน่นอนถูกต้อง ต่อการใช้งานหรือไม่ การวิเคราะห์ข้อมูลเข้า วิเคราะห์การใช้ข้อมูลในแต่ละ หน่วยงานโดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล และวิธีการ จัดแฟ้มข้อมูล การประมวลผล และผลลัพธ์

57 วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC)) ขั้นตอนที่3: การออกแบบระบบ ( System Design) ในการออกแบบโปรแกรมต้องคำนึงถึงความปลอดภัย (Security) ของระบบด้วย เพื่อป้องกันการผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น "รหัส" สำหรับผู้ใช้ที่มีสิทธิ์สำรองไฟล์ข้อมูลทั้งหมด เป็นต้น นักวิเคราะห์ระบบจะต้องออกแบบฟอร์มสำหรับข้อมูลขา เข้า (Input Format) ออกแบบรายงาน (Report Format) และ การแสดงผลบนจอภาพ (Screen Format) หลักการการออกแบบ ฟอร์มข้อมูลขาเข้าคือ ง่ายต่อการ ใช้งาน และป้องกันข้อผิดพลาด ที่อาจจะเกิดขึ้น ถัดมาระบบจะต้องออกแบบวิธีการใช้งาน

58 Design the System

59  การออกแบบเชิงทางตรรกะ  ทบทวนรายงานการวิเคราะห์ระบบ  ออกแบบตามลำดับต่างๆของงาน  กำหนดส่วนที่คนและคอมพิวเตอร์ทำงานประสานกัน  การออกแบบในรายละเอียด  ออกแบบรายละเอียดต่างๆของระบบ  ออกแบบข้อมูลต่างๆ สำหรับการตรวจสอบความถูกต้อง  ออกแบบเนื้อหาสำหรับการฝึกอบรม  จัดทำรายงานการออกแบบ ขั้นตอนการออกแบบระบบสารสนเทศ

60 Design Phase Design phase ประกอบกิจกรรมหลัก2 กิจกรรม 60 Page 638 ความต้องการของ hardware และ software พัฒนารายละเอียด ของระบบใหม่หรือ ปรับปรุงระบบ สารสนเทศ

61 Design Phase การศึกษาทางด้าน hardware และ software: 61 Pages Use research techniques such as e- zines Identify technical specifications RFQ, RFP, or RFI is sent to potential vendors or VARs Solicit vendor proposals Various techniques are used to determine the best proposal Test and evaluate vendor proposals Systems analyst makes recommendation to steering committee Make a decision

62 Design Phase ขั้นตอนต่อไปในการกำหนดคุณสมบัติของรายละเอียด –บางครั้งเราเรียกว่า physical design 62 Page 640 Database design Input and output design Program design

63 Design Phase การวิเคราะห์ระบบมี 2 แบบคือการออกแบบ input และ output 63 Mockup คือตัวอย่างการ ออกแบบอินพุตเอ้าพุตที่ SA สมมุติการทำงานของระบบ Layout chart การกำหนด เทคนิคและข้อมูลที่อ้างอิงของ ผู้เขียนโปรแกรม

64 Design Phase Computer-aided software engineering (CASE) tools คือเครื่องมือที่สนับสนุนกิจกรรมหนึ่งหรือ มากกว่าของการพัฒนาระบบ CASE tools จะมีเครื่องมือในการจัดการดังนี้: 64 Page 642 Project repository GraphicsPrototyping Quality assurance Code generator Housekeeping

65 Design Phase บุคลากรส่วนมากจะทบทวนการออกแบบ รายละเอียดตามข้อกำหนด การแนะนำ คือจะต้องมีแบบของการทบทวนทุก ระบบการส่งมอบ –ทีมตรวจสอบจะต้องรายงานข้อผิดพลาด 65 Page 642

66 วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC)) สรุปขั้นตอนที่ 3 : การออกแบบระบบ (Design) หน้าที่ : ออกแบบระบบใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความ ต้องการของผู้ใช้และฝ่ายบริหาร ผลลัพธ์ : ข้อมูลเฉพาะของการออกแบบ(System Design Specification) เครื่องมือ : พจนานุกรมข้อมูล Data Dictionary, แผนภาพการไหลของข้อมูล (Data Flow Diagram), ข้อมูล เฉพาะการประมวลผล (Process Specification ), รูปแบบ ข้อมูล (Data Model), รูปแบบระบบ (System Model), ผัง งานระบบ (System Flow Charts), ผังงานโครงสร้าง (Structure Charts), ผังงาน HIPO (HIPO Chart), แบบฟอร์มข้อมูลขาเข้าและรายงาน

67 บุคลากรและหน้าที่ : 1. นักวิเคราะห์ระบบ ตัดสินใจเลือกคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ (ถ้าใช้) 2. นักวิเคราะห์ระบบ เปลี่ยนแผนภาพทั้งหลายที่ได้จาก ขั้นตอนการวิเคราะห์มาเป็นแผนภาพลำดับขั้น 3. นักวิเคราะห์ระบบ ออกแบบความปลอดภัยของระบบ 4. นักวิเคราะห์ระบบ ออกแบบฟอร์มข้อมูลขาเข้า รายงาน และการแสดงภาพบนจอ 5. นักวิเคราะห์ระบบ กำหนดจำนวนบุคลากรในหน้าที่ต่างๆ และการทำงานของระบบ 6. ผู้ใช้ฝ่ายบริหาร และนักวิเคราะห์ระบบ ทบทวน เอกสาร ข้อมูลเฉพาะของการออกแบบเพื่อความถูกต้องและสมบูรณ์แบบ ของระบบ

68 ขั้นตอนที่ 4: การพัฒนา/จัดหาระบบ (System development /acquisition): โปรแกรมเมอร์จะเริ่มเขียนและทดสอบโปรแกรมว่า ทำงานถูกต้อง หรือไม่ โดยนักวิเคราะห์ระบบต้องเตรียมสถานที่สำหรับเครื่อง คอมพิวเตอร์แล้วจะต้องตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ทำงานเรียบร้อย ดี หลังจากนั้นต้องควบคุมดูแลการเขียนคู่มือซึ่งประกอบด้วย ข้อมูลการใช้งานสารบัญการอ้างอิง "Help" บนจอภาพ เป็นต้น นอกจากข้อมูลการใช้งานแล้ว ต้องมีการฝึกอบรมพนักงานที่จะ เป็นผู้ใช้งานจริงของระบบเพื่อให้เข้าใจและทำงานได้โดยไม่มี ปัญหาอาจจะอบรมตัวต่อตัวหรือเป็นกลุ่มก็ได้

69 ขั้นตอนการพัฒนาระบบสารสนเทศ  การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์  การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์  การทดสอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์  การจัดทำเอกสารประกอบระบบ การพัฒนาระบบสารสนเทศ

70 การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 1. ขั้นตอนการออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 1.1 การกำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหาโดย พิจารณาส่วนประกอบ 3 ส่วนคือ 1.1 การกำหนดรายละเอียดในการแก้ปัญหาโดย พิจารณาส่วนประกอบ 3 ส่วนคือ - ส่วนข้อมูลนำเข้า - ส่วนประมวลผล - ส่วนแสดงผล 1.2 การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นำ รายละเอียดมาพัฒนาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 1.2 การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นำ รายละเอียดมาพัฒนาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์

71 การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ต่อ) 2. หลักการในการออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แบบโครงสร้าง 2.1 การออกแบบโปรแกรมจากบนลงล่าง กรณีปัญหาซับซ้อน ควรแบ่งเป็นส่วน ๆ แล้ว นำปัญหาหลักมาพิจารณาออกแบบเป็น โปรแกรมก่อน จากนั้นจึงวิเคราะห์ต่อถึง การ แก้ปัญหาย่อยลงไป 2.1 การออกแบบโปรแกรมจากบนลงล่าง กรณีปัญหาซับซ้อน ควรแบ่งเป็นส่วน ๆ แล้ว นำปัญหาหลักมาพิจารณาออกแบบเป็น โปรแกรมก่อน จากนั้นจึงวิเคราะห์ต่อถึง การ แก้ปัญหาย่อยลงไป

72 2.2 โครงสร้างการควบคุมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การออกแบบโปรแกรมโดยใช้โครงสร้างพ้นฐาน แสดงขั้นตอน การออกแบบโปรแกรมโดยใช้โครงสร้างพ้นฐาน แสดงขั้นตอน  การทำงานในโปรแกรม ได้แก่  การทำงานในโปรแกรม ได้แก่  การทำงานตามลำดับ  การทำงานตามลำดับ  การทำงานแบบทำซ้ำ (Do until / Do while)  การทำงานแบบทำซ้ำ (Do until / Do while)  การทำงานแบบเลือกทำ (IF then else)  การทำงานแบบเลือกทำ (IF then else) การออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ต่อ)

73 3. เครื่องมือช่วยออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3.1 ผังงานโปรแกรม (program flowchart) 3.2 ชุดคำสั่งจำลอง (psuedocode) 3.3 ตารางการตัดสินใจ (decision table) 3.4 ต้นไม้การตัดสินใจ (decision tree) 3.5 ผังแสดงลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน (HIPO chart) chart)

74 1. ทดสอบการทำงานของโปรแกรมแต่ละ โปรแกรม(unit test) 2. ทดสอบการทำงานร่วมกันของโปรแกรมทุก โปรแกรมในระบบ(integration test) 3. ทดสอบกับข้อมูลจริงเพื่อยอมรับระบบโดย ผู้ใช้ระบบ (acceptance test) การทดสอบการทำงานของโปรแกรม คอมพิวเตอร์

75 สรุปขั้นตอนที่ 4: การพัฒนาระบบ หน้าที่ : เขียนและทดสอบโปรแกรม ผลลัพธ์ : โปรแกรมที่ทดสอบเรียบร้อยแล้ว เอกสารคู่มือการใช้ และการฝึกอบรม เครื่องมือ : เครื่องมือของโปรแกรมเมอร์ทั้งหลาย Editor, compiler, Structure Walkthrough, วิธีการทดสอบโปรแกรม การเขียนเอกสารประกอบการใช้งาน บุคลากรและหน้าที่ : 1. นักวิเคราะห์ระบบ ดูแลการเตรียมสถานที่และติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ (ถ้า ซื้อใหม่) 2. นักวิเคราะห์ระบบ วางแผนและดูแลการเขียนโปรแกรม ทดสอบโปรแกรม 3. โปรแกรมเมอร์เขียนและทดสอบโปรแกรม หรือแก้ไขโปรแกรม ถ้าซื้อ โปรแกรมสำเร็จรูป 4. นักวิเคราะห์ระบบ วางแผนทดสอบโปรแกรม 5. ทีมที่ทำงานร่วมกันทดสอบโปรแกรม 6. ผู้ใช้ตรวจสอบให้แน่ใจว่า โปรแกรมทำงานตามต้องการ 7. นักวิเคราะห์ระบบ ดูแลการเขียนคู่มือการใช้งานและการฝึกอบรม วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC))

76 ขั้นตอนที่ 5: การติดตั้งระบบและการทดสอบ ขั้นตอนนี้บริษัทนำระบบใหม่มาใช้แทนของเก่า ภายใต้การดูแลของนักวิเคราะห์ระบบ การป้อนข้อมูล ต้องทำให้เรียบร้อย และในที่สุดบริษัทเริ่มต้นใช้งาน ระบบใหม่นี้ได้ การนำระบบเข้ามาควรจะทำอย่างค่อยเป็นค่อย ไปทีละน้อย ที่ดีที่สุดคือ ใช้ระบบใหม่ควบคู่ไปกับ ระบบเก่าไปสักระยะหนึ่ง โดยใช้ข้อมูลชุดเดียวกันแล้ว เปรียบเทียบผลลัพธ์ว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าเรียบร้อยก็ เอาระบบเก่าออกได้แล้วใช้ระบบใหม่ต่อไป

77 เป็นขั้นตอนของการติดตั้งระบบ เพื่อให้การทำงาน ของระบบประสบผลสำเร็จด้วยความเรียบร้อยมีการ ทำงานดังต่อไปนี้ 1. การเปลี่ยนแปลงระบบใหม่ การเปลี่ยนจาก ระบบสารสนเทศเก่าเป็นระบบสารสนเทศใหม่จะ รวมถึง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และแฟ้มข้อมูล การเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ การเปลี่ยนแปลงซอฟต์แวร์ การเปลี่ยนแปลงแฟ้มข้อมูลหรือข้อมูล

78 Implementation Phase จุดประสงค์ของ implementation phase คือนำโครงสร้างใหม่หรือปรับปรุงระบบและส่ง มอบ 78 Page 643 Develop programs Install and test the new system Train users Convert to the new system

79 Implementation Phase การทดสอบระบบใหม่มีดังนี้ 79 Page 644 Unit test ตรวจสอบ ความถูกต้อง ของ โปรแกรม ต่างๆแต่ละ โปรแกรม Systems test ตรวจสอบ ความถูกต้อง ของ โปรแกรม ตั้งแต่เริ่มต้น จนได้ผล ลัพธ์ Integration test ตรวจสอบ ความถูกต้อง ของการ เชื่อมโยง ของ โปรแกรม ประยุกต์ Acceptance test ตรวจสอบ ความถูก ต้องการใช้ งานของผู้ใช้ ว่ายอมรับ หรือไม่

80 Implementation Phase การฝึกอบรม (Training) เป็นการแสดงให ผู้ใช้เรียนรู้การทำงานของฮาร์ดแวร์และ ซอฟต์แวร์ใหม่ –One-on-one sessions –Classroom-style lectures –Web-based training 80

81 Implementation Phase กลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงจากระบบเก่าเป็นระบบใหม่ 81 Pages 644 – 645 Figure 12-22

82 วงจรการพัฒนาระบบ (System Development Life Cycle (SDLC)) ขั้นตอนที่ 6: บำรุงรักษาระบบ (Maintenance) การบำรุงรักษาได้แก่ การแก้ไขโปรแกรมหลังจาก การใช้งานแล้ว การบำรุงรักษาระบบ ควรจะอยู่ภายใต้ การดูแลของนักวิเคราะห์ระบบ เมื่อผู้บริหารต้องการ แก้ไขส่วนใดนักวิเคราะห์ระบบต้องเตรียมแผนภาพต่าง ๆ และศึกษาผลกระทบต่อระบบ และให้ผู้บริหารตัดสินใจ ต่อไปว่าควรจะแก้ไขหรือไม่

83 Operation, Support, and Security Phase จุดประสงค์ของ operation, support, and security phase คือเพื่อให้ระบบสารสนเทศมีผู้ช่วยในการ ดำเนินงานได้ดีหลังจากการติดตั้งระบบใหม่แล้ว 83 Page 645 Perform maintenance activities Monitor system performance Assess system security

84 ในวงจรพัฒนาระบบ นั้นมีขั้นตอนอยู่มากมาย กว่าจะได้เป็นระบบขึ้นมา ดังนั้น ทีมงานที่ต้องใช้ใน การพัฒนาระบบจึงมีอยู่ หลายส่วนเช่นกัน ทีมงานพัฒนาระบบ

85 ทีมงานพัฒนาระบบ 1. คณะกรรมการดำเนินงาน เป็นผู้วางนโยบายและ กลยุทธ์ในการพัฒนาระบบสารสนเทศให้เป็นไปตาม เป้าหมายขององค์กร 2. ผู้จัดการระบบสารสนเทศ (Project Manager) เป็นผู้ควบคุมให้ดำเนินการไปตามแผนของโครงการ 3. นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) เป็นผู้ที่ วิเคราะห์ และออกแบบระบบ 4. โปรแกรมเมอร์ (Programmer) คือ ผู้ที่เขียน โปรแกรมตามระบบที่ออกแบบมา

86 ทีมงานพัฒนาระบบ 5. วิศวกรระบบ (System Engineer) คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ คอมพิวเตอร์ การสื่อสาร และเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 6. ผู้สนับสนุนฝ่ายเทคนิค(Technical Support) คือ ผู้ที่ช่วย สนับสนุนในด้านเทคนิค 7. เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูล 8. ผู้ใช้งานระบบ (End User)


ดาวน์โหลด ppt INT1005 Information System and Development ระบบสารสนเทศและ การพัฒนา.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google