งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

The Ten Technology Shifts. Old EconomyNew Economy SignalAnalogDigital ProcessorsTraditional Semiconductor Micro processors SystemHost-BasedClient Server.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "The Ten Technology Shifts. Old EconomyNew Economy SignalAnalogDigital ProcessorsTraditional Semiconductor Micro processors SystemHost-BasedClient Server."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 The Ten Technology Shifts

2 Old EconomyNew Economy SignalAnalogDigital ProcessorsTraditional Semiconductor Micro processors SystemHost-BasedClient Server Network Capacity Garden Path Bandwidth Information Highway DeviceDumb AccessInformation Appliance

3 Information Forms Separate Data, Text, Voice, Image Multimedia SystemProprietaryOpen NetworksDumbIntelligent Software Development CraftObject Computing InterfaceGUIsMUDs, MUIs, and MOOs

4 #1 From Analog to Digital การเปลี่ยนแปลงหนึ่งที่สำคัญสุดทางเทคโนโลยี่ที่ นำไปสู่ information highway คือ digitalization ของ media และ networks Digitalization หมายถึงสารสนเทศทั้งหมด รวมไปถึง (content) สาระที่เป็นเสียงและภาพ สามารถใช้และ จัดใหม่ได้ตามที่ต้องการ สาระที่เป็นดิจิทัลอาจ เปลี่ยนไปใช้ใน medium อื่น เช่นจาก text เป็น voice หรือกลับกัน เมื่อสาระที่เป็นดิจิทัลอยู่ในเครือข่าย ทุก media จะดู เหมือนกันคืออยู่ในรูป 1 หรือ 0

5 #2 From Traditional Semiconductor to Microprocessor Technology High-performance processing for the high- performance organization ปี 1947 ENIAC คอมพิวเตอร์ตัวแรกทำงานด้วย หลอดสูญญากาศ ใช้พลังงานมาก แต่ปัจจุบันมี ความก้าวหน้ามาก Moore’s Law of Productive Technology: Available computing power quadruples every 30 months

6 ความก้าวหน้าของความสามารถในการทำงานของ คอมพิวเตอร์ ( วัดเป็น MIPs: millions of instructions per second ) อาจแสดงเป็น : 2 to the power of n where n is the current year minus 1986 เช่น ในปี 1990; 90 – 86, 2 to the power of 4, = 32 MIPs ปี 2000; 100 – 86, 2 to the power of 14, = MIPs หรือ มากกว่า 3 BIPs (billion instruction per second)

7 #3 From host to client/server computing เพื่อสร้างองค์กรที่ customer-centric, empowered, flatter and more responsive เราต้องการ empowered, distributed and responsive computing architecture. ซึ่งก็คือแบบ client/server โครงสร้างสมัยแรกเป็นแบบ master/slave ซึ่ง สามารถแชร์ไฟล์กับอุปกรณ์บางอย่างเช่น พรินเตอร์ เท่านั้น แต่โครงสร้างแบบ client/server ด้วยการเชื่อมต่อ เป็นแบบ LAN, WAN, Internet ทำให้ไม่ได้มี host เพียงอันเดียว

8 โครงสร้างแบบใหม่นี้เปรียบเหมือน มีการใช้ความคิด ในสมองของผู้คนจำนวนมากในที่ทำงาน ไม่ใช่ใน สมองของนายใหญ่เท่านั้น และการนำเอา ideas, information and knowledge ไปดำเนินการจะถูก สื่อสารกันตามที่จำเป็นเพื่อบรรลุความต้องการของ กระบวนการร่วมมือกันทำ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ The Federal Express Powership application ที่ช่วย ให้ลูกค้าเตรียมและติดตามหีบห่อโดยไม่ต้องมีงาน เอกสาร โครงสร้าง client/server นี้ช่วยให้มีองค์กรแบบ flatter, customer centric ที่คนทำงานได้เครื่องมือ และความรู้ที่จำเป็นต่อการยังความพอใจให้กับ ลูกค้าในปฏิสัมพันธ์ทุกๆครั้ง ด้วยการดำเนิน กระบวนการงานทั้งหมดแทนที่จะแค่ขั้นตอนเดียว ใน serial process ทั้งหมดทำให้การส่งมอบสินค้า ให้ลูกค้าดีขึ้น เร็วขึ้น ถูกลง

9 #4 From Garden Path Bandwidth to Information Highway เราต้องแยกระหว่าง carriage จาก content โดย carriage เป็นโครงสร้างทางกายภาพ ประกอบไป ด้วย networks, software, switching devices ส่วน content เป็นสารสนเทศที่จะไหลไปบนระบบ ตัว carriage ควรมี broadband capacity และ fully interactive and two-way flow คาดว่าที่น่าจะมีคุณสมบัติทั้งสองคือ fiber optics แต่ที่คาดว่าจะทำเงินจริงๆคือ content เพราะ carriage ในที่สุดแล้วจะมีราคาถูกมาก

10 NAMEBANDWIDTHBITS/SECONDHIWAY ANALOG POTS64,0003 ft. ISDN2 X POTS128,0006 ft. T112 X ISDN1,544,0004 lane (72 ft.) T328 X T143,232, lane OC33 X T3129,696,0001 mile wide OC4816 X OC32,075,136,00016 mile wide

11 #5 From Dumb Access Device to Information Appliance จาก TV ซึ่งไม่มีความสามารถใดมากไปกว่าแค่รับ ภาพ ดีที่สุดคือการติดตั้ง box เพื่อให้ interactive ได้ แต่ที่น่าประทับใจคือ PCs ซึ่งได้รับการยอมรับ เพราะการนำ GUI (Graphic User Interface) มา ใช้ตั้งแต่กลาง 1980 ที่ยังสงสัยกันคือ การใช้งานอะไรจะเป็นตัวขับเคลื่อน information highway ที่สำคัญๆมี 5 อย่างคือ Business, education, entertainment, home shopping และ videoconferencing

12 #6 From Separate Data, Text, Voice, and Image to Multimedia เทคโนโลยีก่อนหน้านี้ค่อนข้างล้าหลัง สารสนเทศสี่ รูปแบบคือ data, text, audio, video แยกออกจาก กัน และใช้เทคโนโลยีในการจัดการที่แตกต่างกัน แต่การทำให้สารสนเทศเป็นดิจิทัลรวมกันเป็น multimedia ทำให้ใช้เทคโนโลยีเดียวกันในการ จัดการ อีกทั้งด้วยความช่วยเหลือของ infostructure ปัจจุบัน เราสามารถจัดการ สารสนเทศเหล่านี้ในรูปแบบ real-time ช่วยให้ สามารถนำเสนอบางอย่างเพื่อการทำกำไรได้ คาด ว่าในอนาคตจะมีการส่งสารสนเทศเช่น กลิ่น หรือ รสชาติได้

13 #7 From Proprietary to Open Systems Information highway และ media ใหม่จะต้องสร้าง บนมาตรฐานเดียวกัน การมีมาตรฐานเดียวกัน หมายถึง interoperability ระหว่างกัน แต่ในด้าน ของคอมพิวเตอร์มีความซับซ้อนมาก ยุคแรกๆ คอมพิวเตอร์ใช้ software ที่ออกแบบมาเพื่อ run บนคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว – one computer, one vendor – ใน 1960s IBM เสนอคอมพิวเตอร์ ตระกูล 360 ที่ software ใช้ร่วมกัน – multiple computers, one vendor - และบริษัท คอมพิวเตอร์สร้างระบบที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ของ พวกเขา interoperate แต่ยังเป็น multiple computers, one vendor

14 ในกลาง 1970s อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์เริ่มที่จะ พัฒนารอบๆมาตรฐานหนึ่ง เช่น UNIX O/S ที่ทั้ง interoperability และ portability – multiple computers, multiple vendors – ผลที่ตามมาคือ มีการยอมรับ de jure standards (formal standard) เป็น open system หรือกล่าวได้ว่า มาตรฐานเหล่านั้นเป็น vendor neutrality อย่างไรก็ตาม มีหลาย dimensions of openness ของ vendor neutrality ทั้งนี้จะทำให้มีระดับของ interoperability กับ portability แตกต่างกันไป แม้ว่าจะตั้งอยู่บนทั้ง de jure และ de facto standards ก็ตาม ผลดีของ open system คือต้นทุนการพัฒนาต่ำลง และทำให้ความก้าวหน้าไม่สะดุด

15 #8 From Dumb to Intelligent Networks ปัญหาในตอนแรกคือ การเข้าถึงสารสนเทศที่ไม่อยู่ใน คอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ ขั้นแรกในการแก้ปัญหานี้คือ กลไกที่เรียกว่า hypermedia ที่พัฒนาขึ้นโดย Douglas Englebart แทนที่จะต้องเขียนทั้งหมดไว้ ในเอกสาร ก็สามารถ link ไปสู่เอกสารอื่นได้ นำไปสู่ World Wide Web (WWW.) เครื่องมือที่ สำคัญคือ hypertext markup language (html) นั่นเอง ซึ่งไม่เพียงเป็น text เท่านั้น แต่อาจเป็น สารสนเทศรูปแบบอื่นได้ทั้งหมด ปัญหาที่ตามมาคือ เราไม่รู้จะเริ่มต้นหาสิ่งที่เราสนใจ ได้อย่างไร จึงมีเครื่องมือใหม่ๆ เช่น search engine, knowbots, shopbots.

16 #9 From Craft to Object Computing การเขียน software เมื่อก่อนเป็นเหมือนงานศิลป์ที่ ต้องเขียนเองทุกขั้นตอน ใช้เวลาและต้นทุนสูง การ แก้ไขต้องใช้เวลาและต้นทุนอย่างมาก แนวทางใหม่เป็นแบบ object-oriented computing คือโปรแกรมเมอร์สร้าง chunks of software เรียก เป็น objects ซึ่งออกแบบตามมาตรฐานหนึ่ง ทำ หน้าที่มาตรฐานหนึ่ง มี interfaces ที่เป็นมาตรฐาน ใช้งานโดย assembly chunks เหล่านั้นเข้าด้วยกัน ตามที่ต้องการ แนวทางนี้ช่วยให้ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมได้ตามต้องการ ใช้เวลา และต้นทุนต่ำ

17 #10 From GUIs to MUIs, MOLEs, MUDs, MOOs, AVATARS and VR อุปสรรคสำคัญต่อความแพร่หลายของการใช้ คอมพิวเตอร์คือ user interface ในตอนแรกๆเป็น ภาษาคอมพิวเตอร์ที่เข้าใจยากจนเรียกเป็น user vicious เปลี่ยนไปเมื่อมีการเปลี่ยนเป็น GUI (Graphic User Interface) แล้วเป็น MUI (Multimedia User Interface) ซึ่งใช้อุปกรณ์มาก อย่างขึ้นที่ผู้ใช้คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน จนถึงเป็น VR (Virtual Reality)


ดาวน์โหลด ppt The Ten Technology Shifts. Old EconomyNew Economy SignalAnalogDigital ProcessorsTraditional Semiconductor Micro processors SystemHost-BasedClient Server.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google