งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

E VOLUTIONARY T HEORY C HARLES D ARWIN อารีลักษณ์ พูลทรัพย์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "E VOLUTIONARY T HEORY C HARLES D ARWIN อารีลักษณ์ พูลทรัพย์"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 E VOLUTIONARY T HEORY C HARLES D ARWIN อารีลักษณ์ พูลทรัพย์

2 ชาลส์ ดาร์วิน ค. ศ เมื่อ อายุ 45 ปี ขณะนั้นกำลัง ทำงานเพื่อ ตีพิมพ์ On the Origin of Species On the Origin of Species

3 A classic image of Darwin in 1880 Charles Darwin

4

5

6 เส้นทางการเดินเรือ HMS Beagle ของดาร์วิน

7 ภาพการ์ตูนล้อ ใน Hornet magazine แสดงภาพ Darwin ที่ ร่างกายคล้ายลิง มีเคราหนาในปี 1866.

8 ภาพโครงร่าง ของ ”ต้นไม้ วิวัฒนาการ” ซึ่ง Darwin เขียน ใน Notebook on Transmutatio n of Species (1837)

9 ต้นไม้ วิวัฒนาการ Evolutiona ry tree

10 ฟอสซิลยุคใหม่ แสดงให้เห็นปลา มีครีบสั้น กึ่งขา เป็นตัวอย่างที่ น่าสนใจของ กระบวนการ เปลี่ยนแปลง รูปแบบ แสดง หลักฐานอัน น่าเชื่อถือของ วิวัฒนาการ

11

12 รอยเท้าไดโนซอร์ ซากกระดูกค้างคาวยุคโบราณ

13 Moral Sense ข้าพเจ้าเห็นด้วยกับคิดนักเขียนที่ ยืนยันว่า ในบรรดาสิ่งที่เป็นความ แตกต่างระหว่างสัตว์ชั้นต่ำกับมนุษย์ สำนึกแห่งคุณธรรม (moral sense) หรือมโนธรรมสำนึก (conscience) เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด Charles Darwin, The Descent of Man

14 โครงสร้างการ วิวัฒนาการในทฤษฎี ว่าด้วยการ เปลี่ยนแปลง (theory of change) แบบแผน ของกระบวนการ วิวัฒนาการจะค่อยๆ เปลี่ยนจากแบบแผน เดิมที่สะสมกันมาอย่าง ต่อเนื่อง (accumulated design)

15 โครงสร้างการ วิวัฒนาการในทฤษฎี ว่าด้วยต้นกำเนิด (origin) แบบแผนของ กระบวนการ วิวัฒนาการจะคงที่ไม่ มีแบบแผนการสะสม ต่อเนื่องของการ เปลี่ยนแปลง (no accumulated pool design)

16

17

18 ขั้นตอนวิวัฒนาการที่ ค้างคาวมีขาและปีก แต่วิ่ง และบินไม่ได้ ทำให้เป็น อุปสรรคต่อการดำรงชีพ ของค้างคาว

19 Mysteries in the Process of the Spontaneous Generation of Life ความเร้นลับน่าสงสัย ของกระบวนการ วิวัฒนาการมาสู่ สิ่งมีชีวิตที่เป็นไปเอง อย่างไร้จุดหมาย เกิดประจุไฟและฟ้าผ่า กับสภาพบรรยากาศ สารเคมีตามธรรมชาติ ดั้งเดิม

20 The naturalistic story: เริ่มต้นของจักรวาล -> เริ่มต้นของโลก -> ยุค ก่อนชีวภาพ ( น้ำซุปที่หลากหลาย ) แบคทีเรีย ปลา -> สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ -> สัตว์เลื้อยคลาน -> สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม <- โฮมินิด <- สัตว์ประเภทลิงที่คล้ายมนุษย์ <- ลิง <- ไพรเมท

21 ทฤษฎีวิวัฒนาการในทัศนะของดาร์วิน ข้อสมมุติฐานใน theory of evolution ในปี 1859 ใน หนังสือ The Origin of Species ดังนี้ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดมีความเกี่ยวดองกันโดยมีบรรพบุรุษ ร่วมกันหรือที่เรียกว่า “common ancestry” จากนั้นจึง แยกสาขาออกอย่างเชื่องช้า กลายเป็นสายพันธุ์ที่ แตกต่างกันออกไป สิ่งมีชีวิตทั้งหมดเกิดขึ้นมาโดยกระบวนการผ่าเหล่าและ การคัดสรรตามธรรมชาติ และอยู่รอดได้เพราะ กระบวนการโดยบังเอิญของธรรมชาติ (random chance processes of nature) การแปรผันจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และส่งผ่านเป็นทอดๆ และยิ่งฉีกออกจากต้นแบบมากขึ้นเรื่อยๆ ทฤษฎีวิวัฒนาการในทัศนะของดาร์วิน ข้อสมมุติฐานใน theory of evolution ในปี 1859 ใน หนังสือ The Origin of Species ดังนี้ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดมีความเกี่ยวดองกันโดยมีบรรพบุรุษ ร่วมกันหรือที่เรียกว่า “common ancestry” จากนั้นจึง แยกสาขาออกอย่างเชื่องช้า กลายเป็นสายพันธุ์ที่ แตกต่างกันออกไป สิ่งมีชีวิตทั้งหมดเกิดขึ้นมาโดยกระบวนการผ่าเหล่าและ การคัดสรรตามธรรมชาติ และอยู่รอดได้เพราะ กระบวนการโดยบังเอิญของธรรมชาติ (random chance processes of nature) การแปรผันจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และส่งผ่านเป็นทอดๆ และยิ่งฉีกออกจากต้นแบบมากขึ้นเรื่อยๆ

22 ภาพจาก : ชัชพล เกียรติขจรธาดา “ เรื่องเล่าจากร่างกาย ”

23 เกิดการผันแปร(ผ่าเหล่า)อย่างบังเอิญ (Random mutations) หรือการแปรผันแบบvariationในประชากร สิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะแข่งขันกันเพื่อความอยู่ รอดและการสืบทอดเผ่าพันธุ์ สรรพสิ่งในธรรมชาติกำลังทำสงครามกัน ระหว่าง สิ่งมีชีวิตด้วยกัน และระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสภาพแวดล้อม การคัดสรรโดยธรรมชาตินำไปสู่การกลายพันธุ์ที่แตกต่าง จากต้นแบบมากขึ้นเรื่อยๆ มีโครงสร้างที่ซับซ้อน และ สูงขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ดีที่สุดสามารถอยู่รอดและสืบทอดเผ่าพันธุ์ และสร้าง ทายาทที่ดีที่สุดของตนขึ้นมา นี่คือสิ่งที่เรียกว่า การคัด สรรโดยธรรมชาติ "natural selection."

24 ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้าสิ่งมีชีวิตบางตัวอยู่รอดได้และมีลูก มากกว่าชนิดอื่น สายพันธุ์ของตนก็จะวิวัฒน์ “evolve” การคัดสรรโดยธรรมชาติเพื่อการอยู่รอดและการคัดสรร โดยเพศสัมพันธ์เพื่อการสืบทอดเผ่าพันธุ์ การคัดสรรเป็นกระบวนการที่ไร้เป้าประสงค์แต่มี ประสิทธิภาพสูง ไม่มีอคติ ไม่มองอนาคต แต่มีผลลัพธ์ มาตรฐานเดียวในการประเมินผลคือความอยู่รอดและการ สืบทอดเผ่าพันธุ์ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดการคัดสรรตามธรรมชาติ 1.กรรมพันธุ์จะถ่ายทอดอย่างต่อเนื่องข้ามหลายๆ รุ่น 2.การเปลี่ยนแปลงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่ลูกหลาน 3.อัตราการเจริญเติบโตที่มีอยู่อย่างถาวรตามธรรมชาติ จะ ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูและดูแลได้หมด ตลอดเวลาที่ผ่านมา ถ้าสิ่งมีชีวิตบางตัวอยู่รอดได้และมีลูก มากกว่าชนิดอื่น สายพันธุ์ของตนก็จะวิวัฒน์ “evolve” การคัดสรรโดยธรรมชาติเพื่อการอยู่รอดและการคัดสรร โดยเพศสัมพันธ์เพื่อการสืบทอดเผ่าพันธุ์ การคัดสรรเป็นกระบวนการที่ไร้เป้าประสงค์แต่มี ประสิทธิภาพสูง ไม่มีอคติ ไม่มองอนาคต แต่มีผลลัพธ์ มาตรฐานเดียวในการประเมินผลคือความอยู่รอดและการ สืบทอดเผ่าพันธุ์ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดการคัดสรรตามธรรมชาติ 1.กรรมพันธุ์จะถ่ายทอดอย่างต่อเนื่องข้ามหลายๆ รุ่น 2.การเปลี่ยนแปลงจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในหมู่ลูกหลาน 3.อัตราการเจริญเติบโตที่มีอยู่อย่างถาวรตามธรรมชาติ จะ ทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูและดูแลได้หมด

25 การแปรผันจะเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า จากความแปรผัน อย่างหลากหลายในระดับเล็กระดับน้อยในส่วนต่างๆ ของสายพันธุ์ มีการส่งผ่านรุ่นต่อรุ่นสู่ลูกหลานและจะมีการแปรผัน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกิดมีการผ่าเหล่าของพันธุ์ขนาดใหญ่ (great phenotypic variation) ภายในหมู่สมาชิกประชากรของ สายพันธุ์ การกลายพันธุ์นี้ส่วนมากจะสืบทอดต่อไปยังรุ่นต่อไปได้ (heritable) ความอยู่รอดและการผลิตลูกหลานรุ่นต่อไปมักจะขึ้นอยู่ กับคุณลักษณะพิเศษที่สืบทอดได้ (heritable traits) ของ สายพันธุ์ การแปรผันจะเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า จากความแปรผัน อย่างหลากหลายในระดับเล็กระดับน้อยในส่วนต่างๆ ของสายพันธุ์ มีการส่งผ่านรุ่นต่อรุ่นสู่ลูกหลานและจะมีการแปรผัน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกิดมีการผ่าเหล่าของพันธุ์ขนาดใหญ่ (great phenotypic variation) ภายในหมู่สมาชิกประชากรของ สายพันธุ์ การกลายพันธุ์นี้ส่วนมากจะสืบทอดต่อไปยังรุ่นต่อไปได้ (heritable) ความอยู่รอดและการผลิตลูกหลานรุ่นต่อไปมักจะขึ้นอยู่ กับคุณลักษณะพิเศษที่สืบทอดได้ (heritable traits) ของ สายพันธุ์

26 คุณลักษณะพิเศษที่สืบทอดได้ (Heritable traits) เพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ที่ปัจเจกจะมีชีวิตอยู่ รอดและ/หรือสืบทอดเผ่าพันธุ์ อันนี้มักจะ กลายเป็นลักษณะร่วมของประชากรในเผ่าพันธุ์ แต่ละเผ่าพันธุ์ คุณลักษณะพิเศษใดที่ลดโอกาส ความเป็นไปได้ที่ปัจเจกบุคคลจะอยู่รอดและสืบ เผ่าพันธุ์ ก็จะไม่กลายเป็นลักษณะร่วมของ ประชากรหรือมีลักษณะเด่นน้อยลง เมื่อผ่านกระบวนการไปหลายชั่วอายุ การ เลือกสรรตามธรรมชาติจะนำไปสู่การค่อยๆ เปลี่ยนคุณลักษณะของประชากร และที่มาของ สายพันธุ์ใหม่ (new species) คุณลักษณะพิเศษที่สืบทอดได้ (Heritable traits) เพิ่มโอกาสความเป็นไปได้ที่ปัจเจกจะมีชีวิตอยู่ รอดและ/หรือสืบทอดเผ่าพันธุ์ อันนี้มักจะ กลายเป็นลักษณะร่วมของประชากรในเผ่าพันธุ์ แต่ละเผ่าพันธุ์ คุณลักษณะพิเศษใดที่ลดโอกาส ความเป็นไปได้ที่ปัจเจกบุคคลจะอยู่รอดและสืบ เผ่าพันธุ์ ก็จะไม่กลายเป็นลักษณะร่วมของ ประชากรหรือมีลักษณะเด่นน้อยลง เมื่อผ่านกระบวนการไปหลายชั่วอายุ การ เลือกสรรตามธรรมชาติจะนำไปสู่การค่อยๆ เปลี่ยนคุณลักษณะของประชากร และที่มาของ สายพันธุ์ใหม่ (new species)

27 สายพันธุ์ทุกชนิดมีศักยภาพสูงในการสร้างการเจริญ พันธุ์ (fertility) แต่ทรัพยากรมีจำกัด (food, nesting spots etc.) ตามทฤษฎีของ Thomas Robert Malthus ประชากรจะเพิ่มในอัตราเรขาคณิตแต่อาหารจะเพิ่มใน อัตราเลขคณิต จะมีตัวควบคุมสัดส่วนของประชากร เช่น โรคระบาด สงคราม การงดมีเพศสัมพันธ์ด้วยเหตุต่างๆ สภาวการณ์ ขาดแคลนอาหารและความอดอยาก ความเครียด เมื่อมีสมาชิกใหม่ในสายพันธุ์มากกว่าที่ทรัพยากรจะ สนับสนุนได้ เกิดสภาวการณ์แข่งขันเพื่อความอยู่รอด และการสืบเผ่าพันธุ์ แต่การแข่งขันกันนี้ไม่จำเป็นต้ออง มีการต่อสู้ (Competition does not necessarily mean fighting.) สายพันธุ์ทุกชนิดมีศักยภาพสูงในการสร้างการเจริญ พันธุ์ (fertility) แต่ทรัพยากรมีจำกัด (food, nesting spots etc.) ตามทฤษฎีของ Thomas Robert Malthus ประชากรจะเพิ่มในอัตราเรขาคณิตแต่อาหารจะเพิ่มใน อัตราเลขคณิต จะมีตัวควบคุมสัดส่วนของประชากร เช่น โรคระบาด สงคราม การงดมีเพศสัมพันธ์ด้วยเหตุต่างๆ สภาวการณ์ ขาดแคลนอาหารและความอดอยาก ความเครียด เมื่อมีสมาชิกใหม่ในสายพันธุ์มากกว่าที่ทรัพยากรจะ สนับสนุนได้ เกิดสภาวการณ์แข่งขันเพื่อความอยู่รอด และการสืบเผ่าพันธุ์ แต่การแข่งขันกันนี้ไม่จำเป็นต้ออง มีการต่อสู้ (Competition does not necessarily mean fighting.)

28 กฎของการแปรผัน (กฎของเมนเดล) เกรกอร์ เมนเดล (Gregor Mendel) ลักษณะเฉพาะบางอย่างเป็นลักษณะเด่น (Dominant) บางลักษณะ เป็นลักษณะด้อย (Recessive) ลักษณะเด่นจะข่มลักษณะด้อย แต่ จะมีลักษณะด้อยแฝงอยู่ในยีน (Gene) อัตราส่วนของลักษณะเด่น และลักษณะด้อยที่แสดงในรุ่นลูกจะเป็น 3 : 1 และลักษณะด้อยจะ ปรากฏในชั้นหลาน การถ่ายทอดทางพันธุกรรมเป็นกระบวนการที่เกิดจากหน่วยย่อยที่ ไม่สามารถแบ่งแยกได้ และมีเพียง 2 หน่วยเท่านั้นในแต่ละกรณี โดยเป็นการสะสมองค์ประกอบเล็กๆ น้อยๆ ที่ล่องลอยอยู่ในกระแส เลือดจนกลายเป็นกลุ่ม พ่อและแม่จะส่งพันธุกรรมให้ลูกคนละครึ่ง ฟีโนไทป์(Phenotype) การรับชุดยีนหรือพันธุกรรมจากพ่อแม่แล้ว แสดงให้เห็น จีโนไทป์(Genotype) การรับชุดยีนหรือพันธุกรรมจากพ่อแม่แล้ว ซ่อนไว้

29 ออกัสต์ ไวสแมนน์ (August Weismann) ลักษณะเฉพาะที่ถ่ายทอดได้จะส่งผ่านไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง โดยผ่านสารในระดับโมเลกุลที่อยู่ในนิวเคลียสของ เซลส์ ลักษณะที่เกิดขึ้นใหม่หรือได้มาเองไม่สามารถส่งต่อได้ สายเซลส์สืบพันธุ์(germ plasm เซลส์ในสายที่ต่อมาจะ ผลิตเซลส์สืบพันธุ์แท้คือไข่และอสุจิ) จะแยกอยู่ต่างหาก จากเซลส์ทั่วไปของร่างกาย เซลส์สืบพันธุ์จึงไม่ สามารถแปรเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม เซลสืทั่วไป เท่านั้นที่แปรเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม กิ่งก้านของโครโมโซมบังเอิญมาทับเส้นทางกันระหว่าง ที่เซลส์กำลังแบ่งตัวสร้างเซลส์สืบพันธุ์จะทำให้เกิดการ ผสมผสานรวมตัวของโครโมโซม เกิดการพัวพัน เชื่อมต่อ แยกกัน ของสายโครโมโซมที่นำไปสู่การเกิด ลักษณะต่างๆ ทางกายภาพ ทุกครั้งที่มีการขยายพันธุ์ทางเพศ เกิดการพัวพัน เชื่อมต่อ แยกกันของสายโครโมโซมก็จะยิ่งทำให้เกิด ลักษณะที่หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ

30 Apes Anthropoid Human-like สัตว์ประเภทที่คล้ายมนุษย์

31

32

33 Apes มิใช่ลิง มนุษย์เราอยู่ในวงศ์ญาติเดียวกันกับสัตว์ที่ คล้ายมนุษย์ที่เรียกว่า anthropoid (หรือ human-like) apes, ซึ่งถูกเรียกอีกแบบว่าลิงพันธุ์ใหญ่หรือ "great" apes ไม่มีสัตว์อื่นที่ใกล้เคียงมนุษย์กว่านี้อีกแล้ว ในแง่ของ DNA เรามีส่วนคล้ายกับชิมแปนซีและลิง bonobos อยู่ 98.4 % นี่คือ diagram ของ primate evolutionary tree พิจารณา จากการเปรียบเทียบ DNA comparisons มนุษย์ (Homo sapiens sapiens) ถูกแยกประเภทเป็น Hominoid ส่วน สัตว์ลิงแบบอื่นในสายวงศ์นี้คือลิงใหญ่อีกสี่ประเภท: chimpanzee (Pan troglodytes), bonobo (Pan paniscus), gorilla (Gorilla gorilla), and orangutan (Pongo pygmaeus). Apes มิใช่ลิง มนุษย์เราอยู่ในวงศ์ญาติเดียวกันกับสัตว์ที่ คล้ายมนุษย์ที่เรียกว่า anthropoid (หรือ human-like) apes, ซึ่งถูกเรียกอีกแบบว่าลิงพันธุ์ใหญ่หรือ "great" apes ไม่มีสัตว์อื่นที่ใกล้เคียงมนุษย์กว่านี้อีกแล้ว ในแง่ของ DNA เรามีส่วนคล้ายกับชิมแปนซีและลิง bonobos อยู่ 98.4 % นี่คือ diagram ของ primate evolutionary tree พิจารณา จากการเปรียบเทียบ DNA comparisons มนุษย์ (Homo sapiens sapiens) ถูกแยกประเภทเป็น Hominoid ส่วน สัตว์ลิงแบบอื่นในสายวงศ์นี้คือลิงใหญ่อีกสี่ประเภท: chimpanzee (Pan troglodytes), bonobo (Pan paniscus), gorilla (Gorilla gorilla), and orangutan (Pongo pygmaeus).

34

35 Hominoid family ยังรวมไปถึงลิงเล็ก "lesser" apes ประเภทอื่นๆ: ชะนีหรือ gibbons และ siamangs สัตว์ ประเภทลิง (primates) ตัวอื่นไม่มีใครถูกเรียกว่า apes: มัน คือลิงธรรมดาที่เรียกว่า monkeys และ prosimians แต่ Hominoids ได้แยกสายพันธุ์ออกจาก primates (Old World monkeys, New World monkeys, และ prosimians) มาประมาณ 23 ล้านปีมาแล้ว การค้นพบล่าสุดจากวิชาที่ศึกษาซากสิ่งมีชีวิตในยุคหินหรือ บรรพชีวินวิทยา(Paleontology) ชี้ให้เห็นว่า hominids ใน ยุคแรกๆ ดูคล้ายกับมนุษย์มาก และยืนยันความน่าเชื่อถือของ การเปรียบเทียบ Homo sapiens กับลิงอื่นๆเช่นพวก anthropoid apes (ลิงใหญ่) การแยกสายพันธุ์มนุษย์ออกจาก ลิงประมาณกันว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 6 ล้านปีที่ผ่านมาเท่านั้น Hominoid family ยังรวมไปถึงลิงเล็ก "lesser" apes ประเภทอื่นๆ: ชะนีหรือ gibbons และ siamangs สัตว์ ประเภทลิง (primates) ตัวอื่นไม่มีใครถูกเรียกว่า apes: มัน คือลิงธรรมดาที่เรียกว่า monkeys และ prosimians แต่ Hominoids ได้แยกสายพันธุ์ออกจาก primates (Old World monkeys, New World monkeys, และ prosimians) มาประมาณ 23 ล้านปีมาแล้ว การค้นพบล่าสุดจากวิชาที่ศึกษาซากสิ่งมีชีวิตในยุคหินหรือ บรรพชีวินวิทยา(Paleontology) ชี้ให้เห็นว่า hominids ใน ยุคแรกๆ ดูคล้ายกับมนุษย์มาก และยืนยันความน่าเชื่อถือของ การเปรียบเทียบ Homo sapiens กับลิงอื่นๆเช่นพวก anthropoid apes (ลิงใหญ่) การแยกสายพันธุ์มนุษย์ออกจาก ลิงประมาณกันว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 6 ล้านปีที่ผ่านมาเท่านั้น

36 ชะนี หรือ gibbon เป็นลิงประเภทลิงเล็ก "lesser" apes

37 siamangs เป็นลิงประเภทลิงเล็ก "lesser" apes

38 GREAT or ANTHROPOID APES

39 วิวัฒนาการของไพรเมตย้อนหลังไปได้ถึงประมาณ 60 ล้านปีก่อน ไพรเมตมีบรรพบุรุษร่วมกันกับสัตว์จำพวกค้างคาว ซึ่งอาจมีชีวิต อยู่ช่วงประมาณยุค Cretaceous (ยุคสุดท้ายของไดโนเสาร์) ไพรเมต (เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ทราบกัน) มาจากบริเวณอเมริกาเหนือ แพร่กระจายผ่าน ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา ในยุค Paleocene และ Eocene เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงเป็นหนาวเย็นในต้นยุค Oligocene (ประมาณ 40 ล้านปีก่อน) ไพรเมตสูญพันธ์ไปเป็นจำนวนมาก เหลืออยู่เพียงบริเวณแอฟริกาและเอเชียใต้ บรรพบุรุษยุคแรกๆของโฮมินิด (ลิงใหญ่และมนุษย์) ออกจาก แอฟริกาเข้าสู่ยุโรปและเอเชีย เมื่อประมาณ 17 ล้านปีก่อน ซึ่ง ต่อมาวิวัฒนาการไปเป็น บรรพบุรุษของลิงใหญ่ ลิงกอริลลา และลิง ชิมแปนซี และก็มีสายพันธ์หนึ่ง วิวัฒนาการกลายเป็นบรรพบุรุษ ของมนุษย์เมื่อประมาณ 6 ล้านปีก่อน บรรพบุรุษของมนุษย์ วิวัฒนาการแยกจากลิงกอริลลาเมื่อประมาณ 8 ล้านปีก่อน และแยกจากลิง

40

41 นักศึกษาบรรพชีวินวิทยา(paleontologists) มักจะให้ ความสนใจกับช่วงระยะเวลา 3-4 ล้านปีที่ผ่านมาซึ่งสัตว์ ประเภทมนุษย์เริ่มยืนสองขา (bipedality) มีสมองใหญ่ ขึ้น และมีความก้าวหน้าทางวัฒนธรรม แนวทางศึกษา แบบ living links พยายามย้อนเวลากลับไปเพื่อให้รวมไป ถึงวิวัฒนาการของสัตว์ทุกชนิดที่เป็น Hominoids Australopithecus Afarensis อายุ ล้านปี เป็น สายพันธุ์ hominid จากชนเผ่า Kada Hadar ใน Middle Awash ประเทศ Ethiopia มีความสูงประมาณ 41 นิ้ว หนัก 60 ปอนด์ และมีกะโหลกศีรษะขนาด 410 cc ขนาด สมองประมาณ 450 cc Afarensis เป็นช่วงต่อระหว่าง ยุคลิงใหญ่ apes และสัตว์ประเภทมนุษย์ และมีลักษณะ ทั้งลิงและมนุษย์อยู่ในตัวเดียวกัน นักศึกษาบรรพชีวินวิทยา(paleontologists) มักจะให้ ความสนใจกับช่วงระยะเวลา 3-4 ล้านปีที่ผ่านมาซึ่งสัตว์ ประเภทมนุษย์เริ่มยืนสองขา (bipedality) มีสมองใหญ่ ขึ้น และมีความก้าวหน้าทางวัฒนธรรม แนวทางศึกษา แบบ living links พยายามย้อนเวลากลับไปเพื่อให้รวมไป ถึงวิวัฒนาการของสัตว์ทุกชนิดที่เป็น Hominoids Australopithecus Afarensis อายุ ล้านปี เป็น สายพันธุ์ hominid จากชนเผ่า Kada Hadar ใน Middle Awash ประเทศ Ethiopia มีความสูงประมาณ 41 นิ้ว หนัก 60 ปอนด์ และมีกะโหลกศีรษะขนาด 410 cc ขนาด สมองประมาณ 450 cc Afarensis เป็นช่วงต่อระหว่าง ยุคลิงใหญ่ apes และสัตว์ประเภทมนุษย์ และมีลักษณะ ทั้งลิงและมนุษย์อยู่ในตัวเดียวกัน

42

43 Australopithecus afarensis เมื่อ 8 ล้านปีก่อน แอฟริกาทั้งทวีปถูกปกคลุมด้วยป่าฝนที่รกทึบ แต่ การกำเนิดของเทือกเขาหิมาลัยทำให้ทิศทางของลมมรสุมต่างๆ เปลี่ยนไป ส่งผลให้ฝนที่ตกในแอฟริกาลดลง ทวีปแอฟริกาจึง กลายสภาพเป็นป่าโปร่งแทนที่จะเป็นป่าฝนที่รกทึบ (แต่ก็ยังมีป่า ฝนอยู่บ้างเป็นแห่งๆ) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนำมาสุ่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ ประเทศ ลิงที่อยู่ในป่าจึงต้องปรับตัวให้อยู่บนพื้นดินได้ด้วย การ ปรับตัวเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนในที่สุด 3,900,000 ปีก่อน ลิงกลุ่มนั้นได้วิวัฒนาการมาเป็นสปีชีส์ Australopithecus afarensis ซึ่งสามารถใช้ชีวิตได้ทั้งบนต้นไม้และบนพื้นดิน สามารถเดินสองขาและเดินสี่ขาได้ ต่างจากลิงในอดีตที่ไม่สามารถ เดินสองขาได้ การเดินสองขานั้น มีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานในร่างกาย มากกว่าการเดินสี่ขา สามารถประหยัดพลังงานในร่างกายเพื่อทำ กิจกรรมอื่นได้ดีขึ้น เช่น การปกป้องอาณาเขต หรือ การสืบพันธุ์

44 1 ล้านปีถัดมา เมื่อ 2,900,000 ปีก่อน afarensis เริ่มมี วิวัฒนาการ และพัฒนาเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ คือ Paranthropus boisei ซึ่งมีพละกำลังเพิ่มขึ้น เข้ามาแทนที่ เวลาผ่านไป 400,000 ปี ในช่วง 2,500,000 ปีก่อน โลกเกิด ภาวะเย็นตัวลง เกิดน้ำแข็งยักษ์สะสมที่ขั้วโลก ทำให้น้ำที่เป็น ของเหลวลดจำนวนลง แผ่นดินทั่วโลกจึงแล้งขึ้นเล็กน้อย รวมทั้งแอฟริกาด้วย แอฟริกาในช่วงนี้กลายเป็นทวีปที่มีความ หลากหลายทางภูมิศาสตร์ ตั้งแต่ป่าฝนรกๆ ป่าโปร่ง ทุ่งหญ้า หรือทะเลทราย สภาพแวดล้อมที่แตกต่าง ทำให้สิ่งมีชีวิตในแอฟริกาเกิดการ ปรับตัวที่แตกต่าง กลายเป็นมนุษย์วานรหลายสปีชีส์ อยู่รวมกัน ในบริเวณต่างๆ ของแอฟริกา แต่ทว่า สปีชีส์หนึ่งในนั้น ไม่ใช่ มนุษย์วานร แต่เป็นมนุษย์

45 Homo habilis สปีชีส์แรกที่นับได้ว่าเป็นมนุษย์ ปรากฏขึ้นในแอฟริกาเมื่อ 2,200,000 ปีก่อน ชื่อว่าสปีชีส์ Homo habilis (Homo เป็นภาษา ละติน แปลว่า มนุษย์) พวกเขาวิวัฒนาการให้เป็นสปีชีส์ที่มีความ คล่องตัวทุกกรณี และมีสมองที่ฉลาดกว่าสปีชีส์อื่นๆ เป็นสปีชีส์แรก ที่คิดค้นการทำอาวุธเครื่องมือต่างๆ จากหิน แต่ยังไม่มีการสื่อสาร ด้วยการพูด แต่ไม่มีพละกำลังเท่า Paranthropus boisei ทักษะของฮาบิลิส ทำให้พวกเขาอยู่รอดได้ในหลายสภาพ ภูมิศาสตร์ เพราะรู้จักการปรับตัวและการใช้สมอง ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของฮาบิลิสที่บริเวณภาคตะวันออกของ แอฟริกา มีอายุประมาณ 2-4 ล้านปี มีขนาดสมองประมาณ 600 ลูกบาศก์เซนติเมตร และมีฟันที่แสดงให้เห็นว่ากินเนื้อสัตว์ เป็น อาหารด้วย จึงจัดเป็นผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์ Homo habilis สปีชีส์แรกที่นับได้ว่าเป็นมนุษย์ ปรากฏขึ้นในแอฟริกาเมื่อ 2,200,000 ปีก่อน ชื่อว่าสปีชีส์ Homo habilis (Homo เป็นภาษา ละติน แปลว่า มนุษย์) พวกเขาวิวัฒนาการให้เป็นสปีชีส์ที่มีความ คล่องตัวทุกกรณี และมีสมองที่ฉลาดกว่าสปีชีส์อื่นๆ เป็นสปีชีส์แรก ที่คิดค้นการทำอาวุธเครื่องมือต่างๆ จากหิน แต่ยังไม่มีการสื่อสาร ด้วยการพูด แต่ไม่มีพละกำลังเท่า Paranthropus boisei ทักษะของฮาบิลิส ทำให้พวกเขาอยู่รอดได้ในหลายสภาพ ภูมิศาสตร์ เพราะรู้จักการปรับตัวและการใช้สมอง ค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของฮาบิลิสที่บริเวณภาคตะวันออกของ แอฟริกา มีอายุประมาณ 2-4 ล้านปี มีขนาดสมองประมาณ 600 ลูกบาศก์เซนติเมตร และมีฟันที่แสดงให้เห็นว่ากินเนื้อสัตว์ เป็น อาหารด้วย จึงจัดเป็นผู้บริโภคทั้งพืชและสัตว์

46 ตัวอย่างที่พบคือซากดึกดำบรรพ์ในทวีปแอฟริกา บริเวณหุบเขา โอดูวาย (Oduvai) เมื่อนำมาตรวจสอบ อายุปรากฏว่ามีอายุประมาณ 1,750,000 ปี เป็นมนุษย์ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับพวกลิงใหญ่โบราณ และยังมี ขนปกคลุมร่างกายคล้ายคลึงกับลิง Homo ergaster และ Homo Heidelbergensis ปรากฏขึ้นบนโลกเมื่อ 1,900,000 ปีก่อน และเป็นเผ่า แรกที่สือสารด้วยการพูดได้ เป็นคู่แข่งทางวิวัฒนาการ ของฮาบิลิสที่ได้เปรียบฮาบิลิส เพราะเออร์กัสเตอร์ มี สมองที่ฉลาดกว่า ปี มีขนาดสมองประมาณ 800 ลูกบาศก์เซนติเมตรและมีการพูดเป็นการสื่อสาร จนกระทั่งฮาบิลิสได้สูญพันธุ์ไปเมื่อ 1,600,000 ปีก่อน

47 Homo erectus เออร์กัสเตอร์ สูญพันธุ์ไปเมื่อ 1,400,000 ปีก่อน โดยมี Homo erectus ก้าวแทนที่ มีวิวัฒนาการมาจาก habilis โดยตรง ก้าวเข้ามาต่อสู้ในโลกแห่งความจริงแทนฮาบิลิส มีความเจริญใกล้เคียงมนุษย์ปัจจุบัน หลังจากอีเร็คตัส กำเนิดขึ้นมาได้ 200,000 ปี บอยเซอิก็สูญพันธุ์ไป โฮโมอีเร็คตัส (Homo Erectus) เป็นมนุษย์ที่มีใบหน้าตั้ง ตรงเหมือนมนุษย์ยุคใหม่แล้ว มีขากรรไกรและฟันที่ แข็งแรง โดยขากรรไกรจะเริ่มหดสั้นกว่า Homo habilis ส่วนของกะโหลกซึ่งกว้างที่สุดอยู่ที่ระดับรูหู มีขนาดสมอง ประมาณ1,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร เชื่อกันว่ามนุษย์ ชนิดนี้ไม่มีขนแบบลิงแล้ว และมีการกระจายตั้งแต่ แอฟริกาจน ถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และยุโรป

48 มนุษย์ยุคนี้เริ่มรู้จักการใช้ไฟ และประดิษฐ์ เครื่องมือ ต่างๆ จากก้อนหินได้ดีขึ้น นักวิทยาศาสตร์จึงจัดให้ เป็นมนุษย์แรกเริ่ม (Early man) ที่รู้จักกันดีก็คือ มนุษย์ชวา (Java ape man) มนุษย์ลำปาง (Lampang Man) และมนุษย์ปักกิ่ง(Peking man) สำหรับมนุษย์ปักกิ่งนั้นถูกค้นพบซากอยู่ที่ถ้ำ จูกูเทียน (Zhoukoudian) ทางตอนเหนือของประเทศจีน ทำให้ ทราบว่ามนุษย์ยุคนี้รู้จักการใช้ไฟ มีการล่าสัตว์โดย ใช้ขวานหิน และในบางครั้งมนุษย์ปักกิ่งเป็นพวกที่กิน เนื้อมนุษย์พวกเดียวกันอีกด้วย

49 Homo sapiens อีเร็คตัสมีชีวิตอยู่นาน 1,240,000 ปี ก่อนจะสูญพันธุ์ไป เมื่อ 250,000 ปีก่อน เพราะได้วิวัฒนาการโดยตรงมาเป็น Homo sapiens ซึ่งก็คือมนุษย์ปัจจุบัน โฮโมเซเปียนส์ มีอายุเมื่อ 250,000 ปีมาแล้ว มีการ พัฒนาทางร่างกาย ใกล้เคียงมนุษย์ปัจจุบัน ปี มีขนาด สมองประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เซนติเมตรสามารถยืนตัว ตรงได้ ยังชีพด้วยการล่าสัตว์เป็นอาหาร โดยใช้อาวุธที่ ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้น มนุษย์ที่อาศัยในโลกปัจจุบันนี้จัดอยู่ในสปีชีส์ โฮโมเซ เปียนส์ เซเปียนส์ แบ่งออกเป็นหลายเผ่าพันธุ์ ได้แก่ เผ่า นิกรอยด์ เผ่ามองโกลอยด์ เผ่าคอเคซอยด์ เผ่าออสเตร ลอยด์ ซึ่งสามารถผสมพันธุ์ข้ามเผ่าได้ และให้ลูกหลานที่ ไม่เป็นหมัน

50 มนุษย์ไฮเดนเบอร์ก มนุษย์เนบราสก้า มนุษย์เพลดาว มนุษย์ปักกิ่ง มนุษย์นีเอนเดอทาล มนุษย์นิวกินี มนุษย์โคร มันยอง มนุษย์ยุคใหม่

51 มนุษย์นีแอนเดอธัล (Homo neanderthalensis) หรือ มนุษย์นีแอนเดอร์ทัล เป็นมนุษย์ที่พบว่ามีชีวิตอยู่ในช่วงที น้ำส่วนใหญ่ของโลกกลายเป็นน้ำแข็งโดย ซากดึกดำ บรรพ์ที่พบมีอายุประมาณ 1 แสน ถึง 1 ล้านปี มีขนาด สมองประมาณ 1,200 ลูกบาศก์เซนติเมตร ส่วนของ กะโหลกซึ่งกว้างที่สุดอยู่ที่ระดับเหนือรูหู มีขากรรไกร ล่างสั้นลักษณะหน้าผากเป็นสันนูนและลาดกว่ามนุษย์ใน ปัจจุบันสามารถยืนโดยลำตัวตั้งตรงรู้จักการใช้ไฟ การ ล่าสัตว์ รูจักประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆโดยใช้หินคนที่ตาย แล้วจะถูกนำไปฝังพร้อมกับช่อดอกไม้ อาหาร และอาวุธ มนุษย์พวกนี้รู้จักการหาที่อยู่อาศัยทั้งในถ้ำ หุบเขา หรือที่ ราบ พบกระจายในบริเวณต่างๆ กว้างขวางมากตั้งแต่ ยุโรปตะวันออกกลาง แอฟริกา ไปจนถึงประเทศจีน

52 มนุษย์โครมายอง (Cro - Magnon man) มีรูปร่างลักษณะ คล้ายกับมนุษย์ปัจจุบัน กล่าวคือ มีกะโหลกศีรษะโค้งมน มาก ขึ้น ขากรรไกรหดสั้นลงกว่ามนุษย์นีแอนด์เดอร์ทัลมาก และ แก้มนูนเด่นชัดขึ้น แม้ว่ามนุษย์ ชนิดนี้จะมีใบหน้าเล็กแต่ก็มี สมองขนาดใหญ่ประมาณ 1,200-1,300 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งมีความเฉลียวฉลาดสามารถประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ ต่างๆสำหรับดำรงชีพและรู้จักการเขียนภาพต่างๆด้วยจาก การศึกษาพบว่ามนุษย์โครมายอง มีชีวิตอยู่ใน ช่วงประมาณ 50,000 ปีมาแล้ว การขุดค้นพบโครงกระดูกและศิลปวัตถุภายในถ้ำโคร- มายอง ประเทศฝรั่งเศส ทำให้ได้รับการตั้งชื่อโครงกระดูกดังกล่าวว่า มนุษย์โคร – มายอง ตามสถานที่ขุดพบ ที่กล่าวว่ามนุษย์ โคร – มายอง มีความเป็นไปได้ที่เป็นต้นตระกูลของมนุษย์ปัจจุบัน เนื่องมาจากโครงกระดูกดังกล่าวมีรูปร่างลักษณะสูงใหญ่ ประกอบด้วยสัดส่วนและปริมาตรของมันสมองใกล้เคียงกับ มนุษย์สมัยปัจจุบัน มีความสูงเฉลี่ยอยู่ในระหว่าง 5 ฟุตครึ่งถึง 6 ฟุต กระโหลกศีรษะยาวใบหน้าค่อนข้างสั้น รู้จักวิธีการฝัง ศพ จัดพิธีกรรม รู้จักการวาดภาพ การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์

53 มนุษยชาติ

54 E VOLUTION OF P SYCHOLOGICAL M ECHANISMS วิวัฒนาการของกลไกทางจิตวิทยา กลไกทางจิตวิทยาสามารถที่จะวิวัฒน์ไปในทิศทางที่ คล้ายกับการปรับตัวอันซับซ้อนในกลไกทางร่างกาย กลไกทางจิตวิทยาเป็นกระบวนการทางจิต-ประสาท แบบพิเศษ (specialized neuropsychological processes) ซึ่งถูกออกแบบขึ้นมาโดยกระบวนการ เลือกสรรตามธรรมชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่างที่เกิด ซ้ำๆในการอยู่รอดและการสืบทอดเผ่าพันธุ์และเกิดขึ้น ในช่วงประวัติศาสตร์วิวัฒนาการของสายพันธุ์หนึ่งๆ ตัวอย่างเช่นสุนัขป่า (และหมาป่าพันธุ์อื่นๆ) มีกลไก พิเศษที่ออกแบบมาให้มีความรู้สึกไวต่อกลิ่นและ สามารถติดตามเหยื่อได้อย่างคล่องแคล่ว

55

56

57

58 ในตัวของสุนัขป่า กลไกทางจิตแบบนักล่าจะทำให้มัน ให้ความสนใจกับร่องรอย (โดยเฉพาะกลิ่น) ใน สภาพแวดล้อมที่บ่งชี้ให้เห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของ เหยื่อ สุนัขป่ายังมีกลไกทางจิตชุดหนึ่งที่ช่วยให้มัน ควบคุมพฤติกรรมทางสังคมที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจ ครอบงำในความสัมพันธ์และร่วมมือกันเพื่อการล่า กลไกทางจิตเพื่อให้เกิดพฤติกรรมทางสังคมเหล่านี้ มี ความสำคัญต่อความอยู่รอดและสืบเผ่าพันธุ์ของสุนัขป่า มากพอๆกับกลไกสำหรับตามกลิ่นของเหยื่อ มนุษย์ก็คล้ายกับสุนัขป่า มีชุดของกลไกทางจิตเพื่อทำ ให้เกิดพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซ้อน ในระหว่าง เส้นทางวิวัฒนาการ บรรพบุรุษของเราได้พบกับการท้า ทายของสภาพแวดล้อม ที่ต้องอาศัยพฤติกรรมทางสังคม เพื่อแก้ปัญหา ในตัวของสุนัขป่า กลไกทางจิตแบบนักล่าจะทำให้มัน ให้ความสนใจกับร่องรอย (โดยเฉพาะกลิ่น) ใน สภาพแวดล้อมที่บ่งชี้ให้เห็นทิศทางการเคลื่อนไหวของ เหยื่อ สุนัขป่ายังมีกลไกทางจิตชุดหนึ่งที่ช่วยให้มัน ควบคุมพฤติกรรมทางสังคมที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจ ครอบงำในความสัมพันธ์และร่วมมือกันเพื่อการล่า กลไกทางจิตเพื่อให้เกิดพฤติกรรมทางสังคมเหล่านี้ มี ความสำคัญต่อความอยู่รอดและสืบเผ่าพันธุ์ของสุนัขป่า มากพอๆกับกลไกสำหรับตามกลิ่นของเหยื่อ มนุษย์ก็คล้ายกับสุนัขป่า มีชุดของกลไกทางจิตเพื่อทำ ให้เกิดพฤติกรรมทางสังคมที่ซับซ้อน ในระหว่าง เส้นทางวิวัฒนาการ บรรพบุรุษของเราได้พบกับการท้า ทายของสภาพแวดล้อม ที่ต้องอาศัยพฤติกรรมทางสังคม เพื่อแก้ปัญหา

59 ความแปรผัน “Variants” ใน ความสามารถทางจิตที่แก้ปัญหาได้ดีกว่า ในสภาพแวดล้อมอันท้าทายทำให้เกิด ความได้เปรียบที่เหนือกว่าความแปรผัน อื่นๆที่ด้อยกว่าในการแก้ปัญหา ความแปรผันเหล่านี้ทำให้เกิดการ เลือกสรรตามธรรมชาติถ้ามันสืบทอดต่อ ให้คนรุ่นหลังได้ ในทุกวันนี้เรารับรู้ว่า มนุษย์มีกลไกทางจิตซึ่งอยู่ใน “อาณา บริเวณ” ต่างๆของความคิดและพฤติกรรม อาณาบริเวณเหล่านี้คือ ความแปรผัน “Variants” ใน ความสามารถทางจิตที่แก้ปัญหาได้ดีกว่า ในสภาพแวดล้อมอันท้าทายทำให้เกิด ความได้เปรียบที่เหนือกว่าความแปรผัน อื่นๆที่ด้อยกว่าในการแก้ปัญหา ความแปรผันเหล่านี้ทำให้เกิดการ เลือกสรรตามธรรมชาติถ้ามันสืบทอดต่อ ให้คนรุ่นหลังได้ ในทุกวันนี้เรารับรู้ว่า มนุษย์มีกลไกทางจิตซึ่งอยู่ใน “อาณา บริเวณ” ต่างๆของความคิดและพฤติกรรม อาณาบริเวณเหล่านี้คือ

60 ความแปรผันของคุณสมบัติที่สืบทอด ต่อไปสู่คนรุ่นหลังได้ทำให้เกิดความ ได้เปรียบในการเลือกสรรตาม ธรรมชาติในห้วงเวลาอันยาวนาน จน กลายเป็นคุณลักษณะที่ติดตรึงอยู่ใน กลุ่มประชากร

61 ภาษา (Language) พฤติกรรมการหาคู่ (Mating behavior) พฤติกรรมการเป็นพ่อแม่เลี้ยงดูเด็ก (Parenting behavior) การทำความดีตอบแทนผู้อื่น (Reciprocal altruism) และการแลกเปลี่ยนทางสังคม (social exchange) การประเมินความเสี่ยงในชีวิต (Risk assessment) การเล่นพรรคเล่นพวกหรือเครือญาติ (Nepotism) ภาษา (Language) พฤติกรรมการหาคู่ (Mating behavior) พฤติกรรมการเป็นพ่อแม่เลี้ยงดูเด็ก (Parenting behavior) การทำความดีตอบแทนผู้อื่น (Reciprocal altruism) และการแลกเปลี่ยนทางสังคม (social exchange) การประเมินความเสี่ยงในชีวิต (Risk assessment) การเล่นพรรคเล่นพวกหรือเครือญาติ (Nepotism)


ดาวน์โหลด ppt E VOLUTIONARY T HEORY C HARLES D ARWIN อารีลักษณ์ พูลทรัพย์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google