งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

9 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ภาคสอง) โดย โอฬาริก สุรินต๊ะ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "9 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ภาคสอง) โดย โอฬาริก สุรินต๊ะ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 9 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ภาคสอง) โดย โอฬาริก สุรินต๊ะ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

2 9 MISA2 ส่วนประกอบของสารสนเทศ 1.Data 2.People 3.Software 4.Hardware 5.Process 6.(Telecommunication)

3 9 MISA3 1.ข้อมูล (Raw Data) ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ข่าวสารรายละเอียดต่าง ๆ ที่ต้องการจัดเก็บ เพื่อให้ สามารถนำมาอ้างอิง หรือแก้ไขได้ในภายหลังตาม วัตถุประสงค์ของข้อมูล ข้อมูลอาจเป็นได้ทั้ง ข้อความ (Text) ตัวเลข (Number) สัญลักษณ์ (Symbol) วันที่ (Date) รูปภาพ (Picture) เสียง (Voice)

4 9 MISA4 ประเภทของข้อมูลตามลักษณะการ จัดเก็บ ข้อมูลปฐมภูมิ –ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวม หรือบันทึกจากแหล่งข้อมูล โดยตรง ซึ่งอาจได้จากการ สอบถาม สัมภาษณ์ สำรวจ บันทึก ตลอดจนใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ –เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ได้มาจากจุด กำเนิดของข้อมูลนั้น ๆ

5 9 MISA5 ประเภทของข้อมูลตามลักษณะการ จัดเก็บ ข้อมูลทุติยภูมิ –ข้อมูลที่มีผู้อื่นรวบรวมไว้ให้แล้ว บางครั้งอาจจะมีการ ประมวลผลเพื่อเป็นสารสนเทศ ผู้ที่จะใช้ข้อมูลจึงไม่ จำเป็นต้องไปสำรวจข้อมูลเอง

6 9 MISA6 ประเภทของข้อมูลตามลักษณะของ ข้อมูล ข้อมูลภายใน (Internal Source) –ข้อมูลภายในหน่วยงาน อาจ เป็นได้ทั้งข้อมูลที่เป็นทางการ (formal) เช่นรายงานประจำปี รายงานผลการดำเนินงาน งบ กำไรขาดทุน ฯลฯ และข้อมูลที่ไม่ เป็นทางการ (informal) เช่น ข้อมูลที่ได้จากการสอบถาม เป็น ต้น

7 9 MISA7 ประเภทของข้อมูลตามลักษณะของ ข้อมูล ข้อมูลภายนอก (External Source) –ข้อมูลจากแหล่งภายนอกหน่วยงาน เช่น ระเบียบข้อบังคับ ตามกฎหมาย ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐบาล เอกสาร หนังสือ การประชุม เป็นต้น

8 9 MISA8 โครงสร้างข้อมูล

9 9 MISA9 โครงสร้างข้อมูล บิต (Bit) –เป็นหน่วยของข้อมูลที่มี ขนาดเล็กที่สุดที่เก็บใน หน่วยความจำของ คอมพิวเตอร์ ซึ่ง ประกอบด้วยเลขฐานสอง (Binary Digit) ซึ่งมีค่าได้ เพียงสองสถานะเท่านั้นคือ 0 หรือ 1

10 9 MISA10 โครงสร้างข้อมูล ไบต์ (Byte) –เป็นหน่วยของข้อมูลที่นำหลายบิตมาเรียงต่อกัน เพื่อใช้แทนตัวอักษรแต่ ละตัว โดย 1 ตัวอักษรจะแทนด้วย 8 บิต –เช่น ตัวอักษร A เมื่อเก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์จะเก็บเป็น เป็น ต้น จึงทำให้สามารถสร้างรหัสแทนข้อมูลขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับแทน ตัวอักษรที่แตกต่างกัน

11 9 MISA11 โครงสร้างข้อมูล ฟิลด์ หรือเขตข้อมูล (Field) –เป็นหน่วยของข้อมูลที่เกิดจากการนำตัวอักษรหลาย ๆ ตัวมารวมกัน ทำ ให้เป็นคำที่มีความหมาย เช่น รหัสนิสิต ชื่อ-สกุลนิสิต คณะ สาขา เป็นต้น

12 9 MISA12 โครงสร้างข้อมูล เรคอร์ด หรือระเบียน (Record) –เป็นหน่วยของข้อมูลที่มีหลาย เขตข้อมูลที่มีความสัมพันธ์ หรือเกี่ยวข้องกันมารวมกัน –เช่น เรคอร์ดของประวัตินิสิต จะประกอบด้วยฟิลด์ รหัสนิสิต ชื่อ- สกุลนิสิต วันเกิด ที่อยู่ จังหวัด เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น

13 9 MISA13 โครงสร้างข้อมูล ไฟล์ หรือแฟ้มข้อมูล (File) –เป็นหน่วยของข้อมูลที่มีการนำเรคอร์ดที่มีความสัมพันธ์มา รวมกัน –เช่นในแฟ้มประวัตินิสิต จะประกอบด้วยเรคอร์ดของนิสิต ทั้งหมดที่อยู่ในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

14 9 MISA14 2.บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ (People) Top Management ระดับวางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว –Long term planning –Strategic plans Middle Management ระดับวางแผนการบริหาร –tactical planning

15 9 MISA15 บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับสารสนเทศ Lower Management ระดับวางแผนปฏิบัติการ –day-to-day –operational plans Operational Employee ระดับปฏิบัติการ

16 9 MISA16 Top Management Middle Management Lower Management Operational Employees CEO, President, Vice President Sales Representative, Retail Associate, Production Worker, Team Member, Administrative Assistant, Tech Support Representative, accounting Clerk, Financial Analyst Supervisor, Team Leader, Coordinator Director, Manager

17 9 MISA17 3.กระบวนการการทำงาน (Process) คำสั่ง หรือกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการทำงานของระบบ กระบวนการการทำงานของระบบ ขั้นตอน หน้าที่ในการทำงาน

18 9 MISA18 4.ซอฟต์แวร์ (Software) ส่วนที่ทำหน้าที่เป็นชุดคำสั่ง (Instructions) ที่เขียน ขึ้นอย่างมีลำดับขั้นตอนเพื่อใช้ควบคุมการทำงานของ เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นภาษาที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาเบสิก ภาษาโคบอล ภาษาปาสคาล เป็นต้น

19 9 MISA19 ประเภทของซอฟต์แวร์ แบ่งออกเป็นสองประเภทได้แก่ ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software)

20 9 MISA20 ประเภทของซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) –โปรแกรม หรือชุดของคำสั่งที่เขียนไว้เป็นคำสั่งสำเร็จรูป ที่มี หน้าที่ควบคุมการทำงานของฮาร์ดแวร์ และอำนวยความ สะดวกให้กับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ –ซอฟต์แวร์ระบบที่รู้จักกันดีก็คือ DOS, Windows, Unix, Linux

21 9 MISA21 ประเภทของซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) –เป็นโปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่เขียนขึ้นเพื่อให้เครื่อง คอมพิวเตอร์ทำงานเฉพาะอย่างหรือเฉพาะด้าน –ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่ทำให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ต่าง ๆ ตามที่ผู้ใช้ต้องการ ไม่ว่าจะด้านเอกสาร บัญชี การจัดเก็บข้อมูล

22 9 MISA22 ประเภทของซอฟต์แวร์ประยุกต์ 1.ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน (User Program) –เขียนขึ้นเพื่อการทำงานเฉพาะอย่างตามที่ต้องการ –เช่น โปรแกรมการทำบัญชีจ่ายเงินเดือน โปรแกรมระบบ เช่าซื้อ โปรแกรมการทำสินค้าคงคลัง เป็นต้น

23 9 MISA23 ประเภทของซอฟต์แวร์ประยุกต์ 2.ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป (Package Program) โปรแกรมที่มีผู้จัดทำไว้ เพื่อใช้ในการทำงานประเภทต่าง ๆ ทั่วไป โดยผู้ใช้คนอื่น ๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไป ประยุกต์ใช้กับข้อมูลของตนได้ ไม่สามารถทำการดัดแปลง หรือแก้ไขโปรแกรมได้

24 9 MISA24 ประเภทของซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป แบ่งออกได้ทั้งหมด 8 ประเภท 1.โปรแกรมทางด้าน Word Processor เป็นโปรแกรมที่ทำงานเกี่ยวกับทางด้านการประมวลผลคำ สามารถจัดทำเอกสาร รายงาน จดหมาย หนังสือต่าง ๆ ได้ ทำ ให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพ สวยงาม โปรแกรมที่จัดอยู่ในกลุ่ม Word Processor มีดังนี้ คือ WordStat, ราชวิถีเวิร์ด, เวิร์ดจุฬา, Word Perfect, Microsoft Word และ AmiPro

25 9 MISA25 ประเภทของซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป 2.โปรแกรมทางด้าน Spreadsheet เป็นโปรแกรมที่มีลักษณะเป็นกระดาษทำการ หรือเรียกว่า Worksheet ประกอบด้วยส่วนที่เป็น Row และส่วนที่เป็น Column ใช้ในด้านการ คำนวณเป็นส่วนมาก นอกจากนั้นยังมีการนำเสนอข้อมูลออกมาในรูปของ กราฟโดยสร้างเป็นกราฟ 2 มิติและ 3 มิติได้อีกด้วย โปรแกรม Spreadsheet เหมาะกับการทำงานในด้านการบัญชี การเงิน การ วิเคราะห์ข้อมูล หรืองานการคิดคะแนนและเกรดของนักศึกษา เป็นต้น โปแกรมที่อยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ Lotus, Microsoft Excel

26 9 MISA26 ประเภทของซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป 3.โปรแกรมทางด้าน Database เป็นโปรแกรมที่ทำงานทางด้านการจัดการฐานข้อมูล ช่วย จัดเก็บข้อมูล แก้ไข ค้นหา เพิ่ม รวมทั้งการจัดเรียงข้อมูล ทำ ให้สามารถทำงานได้เป็นระบบ โปรแกรม Database เหมาะกับการทำงานที่มีข้อมูลมาก ๆ เช่น การเก็บสต็อกสินค้าคงคลัง การเก็บประวัติพนักงาน การ เก็บรายชื่อนักศึกษาในโรงเรียน การเก็บรายชื่อหนังสือใน ห้องสมุด เป็นต้น โปรแกรมที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ dBase lll Plus, Foxpro, Microsoft Access, Microsoft SQL Server

27 9 MISA27 ประเภทของซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป 4.โปรแกรมทางด้าน Graphic โปรแกรม Graphic จะเกี่ยวกับทางด้านงานออกแบบ เขียน แบบวาดภาพ จัดทำสิ่งพิมพ์ และจะเป็นทางด้านการนำเสนอ งาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานโฆษณา ทำ Slide Show หรือนำไปใช้กับระบบ Multimedia ได้ โปรแกรมที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ Adobe Photoshop, Macromedia Flash, Adobe Premier เป็นต้น

28 9 MISA28 ประเภทของซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป 5.โปรแกรมเกม (Game) เป็นโปรแกรมที่แพร่หลายเป็นที่ รู้จักกันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ และปัจจุบันนี้มี โปรแกรมเกมต่าง ๆ มากมาย ทั้ง แบบธรรมดาและแบบ 3 มิติ เกมส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นมา เพื่อ ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดใน การทำงานและเพื่อความ สนุกสนานเพลิดเพลิน

29 9 MISA29 ประเภทของซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป 6.โปรแกรมทางด้านการสร้าง สถานการณ์จำลอง (Simulator) เป็นโปรแกรมที่ให้ผู้เล่นได้ทดลอง สร้างสถานการณ์จำลองของงานที่ อาจจะเกิดขึ้นได้หรืออาจจะเรียกว่า เกมส์ทางธุรกิจ โดยให้ผู้เล่นได้รู้จัก วางแผนในการทำงาน คิดถึงผลกำไร ขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ รู้จัก จัดสรรงบประมาณที่มีอยู่ให้ได้ผล กำไรมากที่สุด

30 9 MISA30 ประเภทของซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป 7.โปรแกรมทางด้านการ ติดต่อสื่อสาร (Communication) เป็นโปรแกรมที่ให้ผู้ใช้สามารถ ติดต่อสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เช่นทำการประชุมผ่านทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

31 9 MISA31 ประเภทของซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป 8.โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) โปรแกรมประเภทนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า CAI (Computer Assisted Instruction) เป็นโปรแกรมที่นำมาสอนให้กับนักเรียนในวิชาต่าง ๆ โดยที่ นักเรียนจะเรียนกับโปรแกรมบนคอมพิวเตอร์และครูเป็นผู้ชี้แนะ ทดสอบ และวัดความเข้าใจ รวมทั้งสรุปเนื้อหาที่นักเรียนได้ เรียนจากโปรแกรม CAI นี้ สำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่จะใช้สร้างโปรแกรม CAI นั้น ได้แก่ โปรแกรม Authorware และโปรแกรม ToolBook เป็น ต้น

32 9 MISA32 5.ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ส่วนที่ประกอบเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมอุปกรณ์ต่อ พ่วงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ที่เราสามารถ มองเห็นและสัมผัสได้ เช่น ตัวเครื่อง จอภาพ คีย์บอร์ด และเมาส์ เป็นต้น

33 9 MISA33 ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ Motherboard Power supply Storage controllers Video display controllers Computer bus controllers

34 9 MISA34 ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ Some type of removable media writer Internal Storage Sound card Networking Input device Output device

35 9 MISA35 NETWORKING Networking to connect the computer to the Internet and/or other computers –Modem – for dial-up connections –Network card - for DSL/Cable internet, and/or connecting to other computers

36 9 MISA36 INPUT or INPUT DEVICE Keyboard Mouse Joystick WebCam Microphone Scanner

37 9 MISA37 OUTPUT or OUTPUT DEVICE Printer Monitor Speaker headset

38 9 MISA38 6.Telecommunication (โทรคมนาคม)

39 9 MISA39 COMMUNICATION (การติดต่อสื่อสาร) การติดต่อเพื่อการสื่อความหมายระหว่างผู้ส่งข่าวสารและ ผู้รับข่าวสาร แต่ผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสารอาจจะอยู่ในสถานที่ เดียวกันหรืออยู่ต่างสถานที่กันก็ได้ หากอยู่ต่างสถานที่กันอาจจะต้องใช้ระบบการสื่อสาร เช่น โทรเลข, โทรศัพท์ หรือโทรสาร เพื่อการติดต่อสื่อสาร ระหว่างผู้ส่งข่าวสารและผู้รับข่าวสาร

40 9 MISA40 TELECOMMUNICATION (การสื่อสาร โทรคมนาคม) “Tele” เป็นรากศัพท์ที่มาจากภาษากรีก หมายความว่า “ไกล” หรือ “อยู่ไกลออกไป” Telecommunications สามารถให้ความหมายอย่าง กว้าง ๆ ตามรูปศัพท์ได้ว่าหมายถึง “การสื่อสารไปยัง ผู้รับปลายทางที่อยู่ไกลออกไป”

41 9 MISA41 TELECOMMUNICATION สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunications Union: ITU) ได้ให้คำจำกัดความว่า “Telecommunications” หมายถึง “การส่งข่าวสารทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเสียงพูด, ตัวอักษร, สัญลักษณ์, ภาพถ่าย, graphics, ภาพเคลื่อนไหว (Video) ฯลฯ ไปยังปลายทาง โดยอาศัยสัญญาณไฟฟ้าหรือสัญญาณ แม่เหล็กไฟฟ้าไม่ว่ารูปแบบใดและไม่จำกัดว่าจะไปใช้สื่อชนิดใด (เช่นระบบวิทยุ, คู่สายทองแดง หรือ optical fiber ฯลฯ)”

42 9 MISA42 TELECOMMUNICATION

43 9 MISA43 TELECOMMUNICATION Source of Information (ต้นกำเนิดข่าวสาร) เป็นส่วนแรกในระบบการสื่อสารโทรคมนาคม เป็นแหล่งที่มาของ ข่าวสารต่าง ๆ ที่ผู้ส่งต้องการที่จะส่งไปยังผู้รับที่ปลายทาง ตัวอย่างในระบบโทรศัพท์หรือระบบวิทยุกระจายเสียง ส่วนนี้ก็คือ เสียงพูดของผู้พูดที่ต้นทาง ซึ่งจะถูกไมโครโฟนเปลี่ยนให้เป็น สัญญาณไฟฟ้าที่เหมาะสม และส่งเข้าไปในระบบ หรือในกรณีระบบการสื่อสารข้อมูล (Data Communication) ส่วนนี้อาจจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรือ Data Terminal ประเภทต่าง ๆ

44 9 MISA44 TELECOMMUNICATION Transmitter (เครื่องส่ง) ทำหน้าที่ในการแปลงหรือเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าที่ใช้แทน ข่าวสารจากต้นกำเนิดข่าวสาร ให้เป็นสัญญาณหรือคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้าที่เหมาะสมในการส่งต่อไปยังปลายทาง เช่นระบบโทรศัพท์ตัวเครื่องโทรศัพท์จะแปลงสัญญาณไฟฟ้าที่ ใช้แทนเสียงพูด ให้เป็นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่เหมาะสมและ ส่งต่อไปยังปลายทาง สำหรับในระบบการสื่อสารข้อมูล ส่วนนี้จะเป็น MODEM หรือ อุปกรณ์อื่นที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าที่มาจาก คอมพิวเตอร์เพื่อให้เป็นสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าที่เหมาะสมใน การผ่านระบบสื่อสัญญาณ(Transmissions) ไปยังปลายทาง

45 9 MISA45 TELECOMMUNICATION Transmission (ระบบการส่งผ่านสัญญาณ) เมื่อเครื่องส่งได้เปลี่ยนหรือแปลงสัญญาณไฟฟ้าที่ใช้แทน ข่าวสารต่าง ๆ ให้เป็นสัญญาณหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ เหมาะสม สัญญาณก็จะถูกส่งผ่านระบบระบบการส่งผ่านสัญญาณ เพื่อส่ง ต่อไปยังเครื่องรับและผู้รับที่ปลายทาง ดังนั้นระบบการส่งผ่านสัญญาณจึงถือได้ว่านับเป็นส่วนที่สำคัญ และจำเป็นมากในระบบการสื่อสารโทรคมนาคม

46 9 MISA46 TELECOMMUNICATION Receiver (เครื่องรับ) เป็นส่วนที่ทำการเปลี่ยนสัญญาณ หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ถูก ส่งผ่านระบบการส่งผ่านสัญญาณจากต้นทาง เพื่อให้กลับมาเป็น สัญญาณไฟฟ้าที่ใช้แทนข่าวสารที่ถูกส่งมาจากต้นทาง ทั้งนี้เพื่อส่งให้อุปกรณ์ปลายทางทำการแปลงหรือเปลี่ยน สัญญาณไฟฟ้านั้น ให้กลับมาเป็นข่าวสารที่ผู้รับสามารถเข้าใจ ความหมายได้ สำหรับระบบการสื่อสารข้อมูลส่วนนี้จะเป็น MODEM หรือ อุปกรณ์ที่เหมาะสมในการเปลี่ยนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้า ให้ เป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ใช้ข้อมูลในรูปแบบที่ถูกต้อง และเหมาะสม สำหรับการส่งต่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์

47 9 MISA47 COMMUNICATION CHANNEL (ช่องทางการ สื่อสาร) ช่องทางการสื่อสารแบบมีสาย (Physical wire) –สายโคแอ็กเชียล (Coaxial Cable) –สายคู่เกลียวบิด (Twisted Pairs) –สายใยแก้วนำแสง (Fiber Optics)

48 9 MISA48 COMMUNICATION CHANNEL ช่องทางการสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless) –ช่วงครอบคลื่นวิทยุ (Spread Spectrum Radio) –ช่วงความถี่แคบ หรือช่วงความถี่เดี่ยวของคลื่นวิทยุ (Narrowband or single-band radio) –อินฟราเรด (Infrared) –เลเซอร์ (Laser) –บลูทูธ

49 9 MISA49 องค์ประกอบพื้นฐานของเครือข่าย คอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 2 เครื่อง เน็ตเวิร์กการ์ด สื่อกลางและอุปกรณ์สำหรับการรับส่งข้อมูล เช่น สายสัญญาณ โปรโตคอล (Protocol) เป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์ใช้สื่อสารกัน

50 9 MISA50 อุปกรณ์เครือข่าย เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบเครือข่ายทำ หน้าที่จัดการเกี่ยวกับการรับส่งข้อมูล ในเครือข่าย ใช้สำหรับทวนสัญญาณเพื่อให้การส่ง ข้อมูลได้ในระยะที่ไกลขึ้น ใช้สำหรับขยายเครือข่ายให้มีขนาด ใหญ่ขึ้น

51 9 MISA51 อุปกรณ์เครือข่าย HUB –ฮับ (HUB) หรือเรียกว่า รีพีทเตอร์ (Repeater) –เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อกลุ่มของคอมพิวเตอร์ –ฮับมีหน้าที่รับส่งเฟรมข้อมูลทุกเฟรมที่ได้รับ จากพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งไปยังทุก ๆ พอร์ตที่ เหลือ –คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้าฮับจะแชร์แบนด์วิธ หรืออัตราข้อมูลของเครือข่าย ฉะนั้นยิ่งมีคอมฯ ต่อเข้ากับฮับมากเท่าใด ทำให้แบนด์วิธต่อ คอมพิวเตอร์ลดลง

52 9 MISA52 อุปกรณ์เครือข่าย Switch –สวิตช์ (Switch) เป็นอุปกรณ์ที่มีความฉลาดกว่า HUB –สวิตซ์สามารถส่งข้อมูลที่ได้รับมาจากพอร์ตหนึ่งไปยังเฉพาะพอร์ต ปลายทางเท่านั้น –ทำให้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับพอร์ตที่เหลือสามารถส่งข้อมูลถึงกัน และกันได้ในเวลาเดียวกัน –ทำให้อัตราการรับส่งข้อมูลหรือแบนด์วิธไม่ขึ้นอยู่กับจำนวนคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อเข้าสวิตช์ ทำให้ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการชนกันของข้อมูลใน เครือข่าย

53 9 MISA53 อุปกรณ์เครือข่าย Router –เราท์เตอร์ (Router) มีความฉลาดกว่าฮับ และสวิตช์ –เราต์เตอร์จะอ่านที่อยู่ (Address) ของสถานีปลายทางที่ส่วน หัว (Header) ของแพ็กเก็ตข้อมูล เพื่อใช้ในการกำหนดหรือ เลือกเส้นทางที่จะส่งแพ็กเก็ตนั้นต่อไป –ในเราท์เตอร์จะมีข้อมูลที่เกี่ยวกับการจัดเส้นทางให้แพ็กเก็ต เรียกว่า “เราติ้งเทเบิ้ล (Routing Table)” โดยข้อมูลใน ตารางจะเป็นข้อมูลที่เราท์เตอร์ใช้ในการเลือกเส้นทางที่ดี ที่สุดไปยังปลายทาง

54 9 MISA54 Protocol โปรโตคอล (Protocol) เป็นมาตรฐานในการสื่อสารข้อมูลของ คอมพิวเตอร์ อาจกล่าวได้ว่าเป็น “ภาษา” ที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการสื่อสารกัน โปรโตคอลที่นิยมมากที่สุดคือ TCP/IP (Transmission Control Protocol / Internet Protocol) เป็นโปรโตคอลที่ใช้ในระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นระบบเครือขายที่ ใหญ่ที่สุดในโลก

55 9 MISA55 สารสนเทศ (Information) ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล และเป็นประโยชน์ต่อการ ดำเนินชีวิตของมนุษย์

56 9 MISA56

57 9 MISA57 ข้อแตกต่างระหว่างข้อมูล และสารสนเทศ ข้อมูล คือส่วนของข้อเท็จจริง โดยได้จากการเก็บมาจาก เหตุการณ์ต่าง ๆ สารสนเทศ คือข้อมูลที่นำมาผ่านกระบวนการ เพื่อสามารถ นำไปใช้ในการตัดสินใจต่อไปได้ทันที และมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น ตัวอย่าง ข้อมูล: นิสิตในมหาวิทยาลัยมหาสารคามมีจำนวน 36,000 คน อาจารย์มีจำนวน 350 คน สารสนเทศ: อัตรานิสิตต่ออาจารย์ของมหาวิทยาลัย มหาสารคาม = 36,000/350 =

58 9 MISA58 ข้อแตกต่างระหว่างข้อมูล และสารสนเทศ

59 9 MISA59 การจัดการความรู้ ข้อมูล --> สารสนเทศ --> ความรู้ --> ความชำนาญ ข้อมูล (ข้อมูลดิบ) ที่ผ่านการประมวลผล เรียกว่า สารสนเทศ (Information) ข้อมูล -> (กระบวนการประมวลผล) -> สารสนเทศ

60 9 MISA60 ระบบสารสนเทศ (Information System) เป็นระบบพื้นฐานของการทำงานต่าง ๆ ในรูปแบบของ การเก็บ (Input) การจัดการ (Processing) การ เผยแพร่ (Output) Input ProcessOutput Feedback

61 9 MISA61 Information System Information System (ระบบสารสนเทศ) –ระบบที่นำคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ หรือจัดการ กับข้อมูลข่าวสาร เพื่อให้กลายเป็นสารสนเทศที่ดี สามารถนำไปใช้ใน การประกอบการตัดสินใจได้ในเวลารวดเร็ว และถูกต้อง –งานประยุกต์ทางคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูล (Input) เพื่อนำมา ประมวลผล (Process) ให้เป็นสารสนเทศ (Information) รูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน และเก็บข้อมูลลงฐานข้อมูล (Database)

62 9 MISA62 กระบวนการจัดการข้อมูล (Data Manipulation) 1.การรวบรวมและการจัดเก็บข้อมูล (Data Collection) 2.การลงรหัส (Data Encoding) 3.การบันทึกข้อมูล (Data Entry) 4.การตรวจสอบข้อมูล (Data Verification) 5.การแก้ไขข้อมูล (Data Editing) 6.การประมวลผลข้อมูล (Data Processing)

63 9 MISA63 กระบวนการจัดการข้อมูล (Data Manipulation) 7.การปรับเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน (Data Update) 8.การค้นคืนข้อมูล (Data Retrieval) 9.การสำรองข้อมูล (Data Backup) 10.การกู้คืนข้อมูล (Data Recovery) 11.การรักษาความปลอดภัย (Data Security)

64 9 MISA64 หลักการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ หลักการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความสำคัญต่อระบบ สารสนเทศเป็นอย่างมาก หลักการเปรียบเสมือนแนวทางหลักที่ทำให้องค์กร หรือ หน่วยงานกำหนดนโยบาย และทิศทางที่จะก้าวไป ดังนั้นควรพิจารณาหลักการต่อไปนี้เพื่อช่วยให้ระบบสารสนเทศ มีประสิทธิภาพสูงสุด

65 9 MISA65 หลักการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 1.เป้าหมายของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ต้องชัดเจน เข้าใจง่าย เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน 2.การลงทุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ พิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุน เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็น อย่างมากในการจัดซื้อ และดูแลระบบสารสนเทศ

66 9 MISA66 หลักการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 3.ความรับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดให้มีผู้รับผิดชอบ หรือหน่วยงานพิเศษที่ดูแลด้าน ICT (Information and Communication Technology) ขององค์กร ตรวจสอบระบบอยู่ตลอดเวลา 4.การบริหารจัดการข้อมูล พิจารณาถึงการจัดเก็บข้อมูล ความปลอดภัยของข้อมูล สิทธิในการเข้าใช้ข้อมูลของบุคคลภายในองค์กร

67 9 MISA67 หลักการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 5.การรักษาความมั่งคงปลอดภัย พิจารณาถึงความปลอดภัยของข้อมูลเป็นสำคัญ ถ้าคู่แข่งรู้ถึงข้อมูลที่สำคัญ อาจทำให้เสียผลประโยชน์ 6.การพัฒนาบุคลากร มีแผนงาน หรือนโยบาย และการปฏิบัติ ที่ช่วยให้พนักงานได้มีทักษะ ความสามารถทางด้าน IT เพื่อใช้ระบบ IT ขององค์การได้อย่างมีประสิทธิภาพ

68 9 MISA68 หลักการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 7.การประเมินผล และตรวจสอบ จัดสร้างดัชนี เพื่อชี้วัดระบบสารสนเทศ เพื่อประเมินว่าคุ้มค่าต่อการลงทุน และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร หรือไม่


ดาวน์โหลด ppt 9 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ภาคสอง) โดย โอฬาริก สุรินต๊ะ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google