งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 Chapter 4 Server-side Technologies Details 4.1 PHP 4.2 ASP 4.3 JSP 4.4 Perl and CGI.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 Chapter 4 Server-side Technologies Details 4.1 PHP 4.2 ASP 4.3 JSP 4.4 Perl and CGI."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 Chapter 4 Server-side Technologies Details 4.1 PHP 4.2 ASP 4.3 JSP 4.4 Perl and CGI

2 2 4.1 PHP PHP :Hypertext Preprocessor - abbreviated from Personal Home Pages - one of the most popular server-side scripting languages - was created in 1994 by Rasmas Lerdorf - an open-source technology - platform independent - supports a large number of databases more :

3 การเตรียมการเพื่อเขียนโปรแกรมภาษา PHP เครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 1 เครื่อง โดยปกติการ พัฒนาระบบงานบนเว็บจะต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำ เป็น Web Server และ Web browser แต่ถ้ามี งบประมาณจำกัดในการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็ได้ โดยให้เครื่องคอมพิวเตอร์นี้ทำหน้าที่เป็นทั้ง Web Server และ Web browser ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ Unix หรือ Linux โปรแกรม Web Server ซึ่งสามารถเลือกใช้โปรแกรม อะไรก็ได้ เช่น Apache, Internet Information Server (IIS), OmniHTTPd เป็นต้น

4 PHP Engine หรือตัวแปลภาษา PHP ซึ่งเป็นโปรแกรม ที่จะทำหน้าที่แปลภาษา PHP เป็นภาษาเครื่องเพื่อให้ คอมพิวเตอร์สามารถทำงานและประมวลผลได้ตามที่ ต้องการ โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล ซึ่งโปรแกรมภาษา PHP สามารถเลือกใช้ฐานข้อมูลได้หลายประเภท เช่น dBase, IMAP, MySql, MS Access, Oracle เป็นต้น หากเลือกใช้ฐานข้อมูล MySql ควรใช้ PhpMyadmin ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้จัดการฐานข้อมูล MySql โดยเฉพาะ โปรแกรม Web Authoring และ Editor คือโปรแกรม ที่ใช้ในการสร้างเว็บเพจ เช่น Macromedia Dreamweaver, Microsoft Frontpage, Editplus, Notepad เป็นต้น การเตรียมการเพื่อเขียนโปรแกรมภาษา PHP

5 5 Characteristic of PHP - file extension is.php - PHP statements are terminated with a semicolon ; - one-line comment begins with // or # - multiline comment begins with /* and end with */

6 6 รูปแบบการฝัง PHP script ในเอกสาร แบบที่ 1 แทรก script ด้วยเครื่องหมาย ”; ?> แบบที่ 2 กำหนดด้วย tag echo “Hello php ”; แบบที่ 3 ครอบส่วนที่เป็น script ด้วย เรียกว่า short style ”; ?>

7 7 รูปแบบการฝัง PHP script ในเอกสาร (ต่อ) แบบที่ 4 ใช้ tag ของ ASP หมายเหตุ จะต้องกำหนด asp_tags ในเอกสาร config ก่อน จึงจะใช้ได้ (ใช้ได้กับ php version เท่านั้น)

8 8 Basic PHP A simple PHP document Welcome to PHP, !

9 9 Define PHP Variable names -use characters, number, underscore and $ $var_name - first character must not be number - don’t use name as same as built-in functions or any keyword

10 10 PHP Keywords and false or break for require case foreach return class function static continue global switch default if this do includetrue else list var elseif new virtual extends not xor while

11 11 PHP data type Data typeDescription int, integer float, double string bool, Boolean array object NULL Whole numbers without decimal point Real numbers Text enclosed in either single or double quotes True of false Group of the same type elements Group of associated data and methods No value

12 12 Integer เขียนอยู่ในรูปของเลขฐานได้ คือฐาน 10 ฐาน 8 : ใช้ 0 นำหน้า และ ฐาน 16 : ใช้ 0x นำหน้า $i = 254; $j = -431; $k = 0123; # มีค่าเท่ากับ (123 ฐาน 8 มีค่าเท่ากับ 83) $m = 0x12; # มีค่าเท่ากับ (12 ฐาน 16 มีค่าเท่ากับ 18 )

13 13 Float เขียนในรูปแบบของเลขทศนิยมและเลขยกกำลัง $i = 6.254; $j = -2e12; # มีค่าเท่ากับ -2 x String ใช้จัดเก็บตัวอักษรและข้อความทั่วไป โดยจะต้องอยู่ ในเครื่องหมาย double quotes (“ ”)

14 14 String รหัสควบคุมพิเศษที่ใช้กับ string สัญลักษณ์ความหมาย \nใช้ขึ้นบรรทัดใหม่ \fเลื่อนเคอร์เซอร์ไปต้นบรรทัด \tใช้เลื่อน Tab \\ใช้พิมพ์เครื่องหมาย \ (Backslash) \$ใช้พิมพ์เครื่องหมาย $ (Dollar) \”ใช้พิมพ์เครื่องหมาย “ (Double Quote) \0กำหนดจุดสิ้นสุดของ string

15 15 Define data type - we can define data type by assign value to variables - type casting ผล 30 test ผล z = 36.1 z = 35

16 16 Define data type - variable variables - constants int define (string name, mixed value) ผล 6 y ผล value = constant data z = 15

17 17 Variable function gettype - use for show type of variable string gettype(mixed var) settype - use for define data type of variable int settype(string var, string type)

18 18 Example ผล value = double type of variable value = integer

19 19 Operator Arithmetic operator สัญลักษณ์ชื่อตัวอย่าง +Addition$x+$y -Subtraction$x-$y *Multiplication$x*$y /Division$x/$y %Modulus$x%$y

20 20 Operator String operator การนำข้อมูลมารวมกันเป็นข้อความเดียวกันใช้ เครื่องหมายจุด (.) Assignment operator เป็นการกำหนดค่าให้กับตัวแปร ใช้เครื่องหมายเท่ากับ (=) - Combination Assignment operators ได้แก่ +=, -=, *=, /=, %=,.= เช่น $x+= 2 - Pre/Post Increment and Decrement ได้แก่ $x++, ++$x, $y--, --$y

21 21 Operator Comparison operator การนำเปรียบเทียบค่า 2 ค่า เพื่อคืนค่าเป็น true หรือ false symnameexample ==equals$y == $x !=not equal$y != $x <>not equal$y <> $x greater than$y > $x <=less than or equal to$y <= $x >=greater than or equal to$y => $x

22 22 Operator Logical operator คำสั่งเงื่อนไขทางตรรกะ symnameexample !NOT!$x &&AND$y && $x ||OR$y || $x

23 23 Control structure - if statement รูปแบบ if (condition) { statement; …… } ตัวอย่าง if ($height > 0 && $width > 0) { $area = $height*$width; echo “Area of square = ”.$area; }

24 24 Control structure - if…else statement รูปแบบ if (condition) { statement; ……} else { statement; ……} ตัวอย่าง if ($height > 0 && $width > 0) { $area = $height*$width; echo “Area of square = ”.$area; } else { echo “Please enter new value”;}

25 25 Control structure - if…elseif statement (nested if statement) รูปแบบ if (condition1) { statement; ……} elseif (condition2) { statement; ……} ตัวอย่าง if ($score < 0) echo “Enter new score\n”; elseif ($score >= 80.0) $grade = “G”; elseif ($score >= 60.0) $grade = “P”;

26 26 Control structure - switch statement รูปแบบ switch (variable) { case value1 : statement; break; case value2 : statement; break; default : statement; }

27 27 Loop structure - for statement รูปแบบ for (initial value; condition; change value) { statement; …… } - while statement รูปแบบ while (condition) { statement; …… } - do…while statement รูปแบบ do { statement; …… } while (condition);

28 28 Array ที่มี index เป็นตัวเลข การสร้าง array 1) ใช้ฟังก์ชัน array() array array([mixed….]); $province = array(“Bangkok”, “Trad”, “Chiang Mai”); for ($i=0;$i<3;$i++) { echo “province[”.$i. “] = ”; echo $province[$i]; echo “ ”; }

29 29 2) ใช้ฟังก์ชัน range() array range(int ค่าเริ่มต้น, int ค่าสูงสุด); $arr = range(4,9); for ($i=0;$i

30 30 Array ที่มี index เป็นตัวอักษร การเข้าถึงข้อมูล array - ฟังก์ชัน each() เป็นฟังก์ชันที่คืนค่า 2 ค่าคือ index และค่าของข้อมูล โดยที่ค่า index จะคืนด้วยฟิลด์ key และ ค่าของข้อมูลจะ คืนด้วยฟิลด์ value - ฟังก์ชัน list ทำงานเช่นเดียวกับ each() แต่จะแยก array ออกจาก กันและเก็บในตัวแปรที่กำหนด - ฟังก์ชัน reset ใช้สำหรับย้ายพอยน์เตอร์ ไปชี้ที่ค่าแรกของ array

31 31 Array ที่มี index เป็นตัวอักษร การสร้าง array การสร้าง array ใช้ฟังก์ชัน array() $arr_list=array("Bangkok"=>36,"Tak"=>10,"Trad"=>15); while ($element = each($arr_list)) { echo "province ["; echo $element["key"]; echo "] = "; echo $element["value"]; echo " "; }

32 32 Example $arr_list=array("Bangkok"=>36,"Tak"=>10,"Trad"=>15); while (list($province,$amphur) = each($arr_list)) { echo "province [".$province."] have "; echo $amphur." amphurs"; echo " "; }

33 33 Array หลายมิติที่มี index เป็นตัวเลข $arr_list = array(array("BKK","Bangkok",36), array("TK","Tak",10), array("TR","Trad",15)); for($row=0;$row<3;$row++) { for($col=0;$col<3;$col++) echo $arr_list[$row][$col]." "; echo " "; }

34 34 Array หลายมิติที่มี index เป็นตัวอักษร $arr_list=array(array("Code"=>"BKK", "Des"=>"Bangkok","amphur"=>36), array("Code"=>"TK","Des"=>"Tak","amphur"=>10), array("Code"=>"TR","Des"=>"Trad","amphur"=>15)); for($row=0;$row<3;$row++){ echo $arr_list[$row]["Code"]." "; echo $arr_list[$row]["Des"]." "; echo $arr_list[$row]["amphur"]." "; }

35 35 การใช้งาน string การตัดช่องว่างในสตริง - trim() สำหรับตัดช่องว่างทั้งหมดที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง ของสตริงทิ้งไป - ltrim() ตัดช่องว่างที่อยู่ด้านหน้า(ทางซ้าย) ทิ้งไป - chop() ตัดช่องว่างที่อยู่ด้านหลัง (ทางขวา) ทิ้งไป

36 36 trim()

37 37 ltrim()

38 38 chop()

39 39 nl2br() เปลี่ยน \n ให้เป็น

40 40 การแสดงตัวเลขโดยใช้คำสั่ง echo นั้น จะไม่ สามารถจัดรูปแบบได้ แต่ถ้าใช้ฟังก์ชัน printf() และ sprintf() จะสามารถจัดรูปแบบได้ การแสดงข้อมูลทางจอภาพ

41 41 ค่า args สำหรับการแสดงรูปแบบ ชนิดความหมาย bcdfosxXbcdfosxX แสดงเป็นเลขฐานสอง แสดงเป็นตัวอักขระตามรหัสแอสกีครั้งละ 1 ตัว แสดงเป็นเลขฐานสิบ แสดงเป็นเลขจำนวนจริง แสดงเป็นเลขฐานแปด แสดงเป็นตัวอักษร (String) แสดงเป็นเลขฐานสิบหกและเป็นตัวอักษรตัวเล็ก a-f แสดงเป็นเลขฐานสิบหกและเป็นตัวอักษรตัวใหญ่ A-F

42 42 ตัวอย่างการแสดงผล $val = ; printf("binary = %b ",$val); printf("decimal = %d ",$val); printf("character = %c ",$val); printf("floating = %.4f ",$val); printf("octal = %o ",$val); printf("string = %0.5s ",$val); printf("hexalower = %x ",$val); printf("hexaupper = %X ",$val); $val1 = sprintf("%b",$val); $val2 = sprintf("%d",$val); $val3 = sprintf("%c",$val); echo "binary = ".$val1." "; echo "decimal = ".$val2." "; echo "character = ".$val3." ";

44 44 การใช้ Regular Expression regular expression ใช้สำหรับการเปรียบเทียบและ แทนที่ข้อมูลแบบสตริง ซึ่งคล้ายกับการใช้ฟังก์ชัน เปรียบเทียบและแทนที่ของสตริง แต่ regular expression จะสามารถกำหนดรูปแบบของสตริงได้มากกว่า เพื่อใช้ใน การค้นหาสตริงที่ใกล้เคียงกันได้

45 45 ฟังก์ชันสำหรับตรวจสอบค่าสตริง ฟังก์ชันการค้นหาสตริงย่อย - ereg() ใช้สำหรับตรวจสอบข้อความและตัวอักษร ฟังก์ชันจะตี ความตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และตัวอักษรพิมพ์เล็กแตกต่างกัน รูปแบบ int ereg(string pattern, string string) - eregi() ใช้สำหรับการตรวจสอบข้อความและตัวอักษร โดยจะ ตีความตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กเหมือนกัน รูปแบบ int eregi(string pattern, string string)

46 46 ตัวอย่าง

47 47 ฟังก์ชันการแทนที่สตริงย่อย - ereg_replace() ใช้สำหรับแทนที่ข้อความและตัวอักษร ฟังก์ชันจะตี ความตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และตัวอักษรพิมพ์เล็กแตกต่างกัน รูปแบบ string ereg_replace(string pattern, string replace,string string) - eregi_replace() ใช้สำหรับแทนที่ข้อความและตัวอักษร โดยจะตีความตัว อักษรพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กเหมือนกัน รูปแบบ string eregi_replace(string pattern, string replace,string string)

48 48 ตัวอย่าง

49 49 ฟังก์ชันการแบ่งสตริง - split() ใช้สำหรับแบ่งสตริงแล้วไปเก็บไว้ในอาร์เรย์ รูปแบบ array split(string pattern, string search, int [max]) - spliti() ใช้สำหรับแบ่งสตริง โดยจะตีความตัวอักษรพิมพ์ใหญ่และ ตัวพิมพ์เล็กเหมือนกัน รูปแบบ array spliti(string pattern, string search, int [max])

50 50 ตัวอย่าง

51 ฟังก์ชันที่ไม่มีการส่งค่ากลับ รูปแบบ function function_name (argument_list ) { statement;..... } ฟังก์ชันที่มีการส่งค่ากลับ รูปแบบ function function_name (argument_list ) { statement;..... return ค่าที่จะส่งกลับ; } User-Defined Function

52 52 User-Defined Function ตัวอย่าง การเรียกใช้ สามารถเรียกใช้ที่จากที่ใดก็ได้ในไฟล์ php

53 ตัวอย่าง Pass by value function one ( $parameter ) { $parameter++; } $a = 10 ; one( $a ) ; echo “ a = $a ” ; ผลลัพธ์ของโปรแกรมคือ a = 10

54 ตัวอย่าง Pass by reference function one ( &$parameter ) { $parameter++; } $a = 10 ; one( $a ) ; echo “ a = $a ” ; ผลลัพธ์ของโปรแกรมคือ a = 11

55 55 ตัวอย่าง PHP with Form

ชื่อ: นามสกุล: form.html

56 56 ตัวอย่าง PHP with Form formprocess.php

57 57 การทำงานของ Method : Post, Get - POST สงขอมูลโดยสงขอมูลสงไปกับ HTTP Request - GET สงขอมูลโดยการแปะคาเปน URL Parameter (Query String) ไปกับ URL (ขอมูลที่สงจะแสดงอยูบน URL ของเว็บเบราเซอร) NOTE: วิธีการสงขอมูลแบบ GET ไมควรใชกับฟอรมที่มีการสงขอมูล จํานวนมาก รวมทั้งไมควรใชในการสงขอมูลที่เปนความลับ เชน username, password หรือเลขที่บัตรเครดิต เปนตน เนื่องจากวิธีการสงแบบ GET นี้ ขอมูลที่เราสงจะถูกแสดงบน URL เชน


ดาวน์โหลด ppt 1 Chapter 4 Server-side Technologies Details 4.1 PHP 4.2 ASP 4.3 JSP 4.4 Perl and CGI.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google