งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

บทที่ 3 เทคโนโลยี การสื่อสารข้อมูล. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ? ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง การนำ เครื่องคอมพิวเตอร์รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สวิตช์ เร้าท์เตอร์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "บทที่ 3 เทคโนโลยี การสื่อสารข้อมูล. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ? ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง การนำ เครื่องคอมพิวเตอร์รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สวิตช์ เร้าท์เตอร์"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 บทที่ 3 เทคโนโลยี การสื่อสารข้อมูล

2 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ? ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง การนำ เครื่องคอมพิวเตอร์รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สวิตช์ เร้าท์เตอร์ เครื่องพิมพ์ มาเชื่อมโยงเป็นระบบ เครือข่าย โดยมีตัวกลางในการนำพาสัญญาณ เพื่อให้ สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ทำให้เกิดประโยชน์ใน การใช้งานด้านต่างๆ

3 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง ระบบที่มี คอมพิวเตอร์อย่างน้อยสองเครื่องเชื่อมต่อกันโดยใช้ สื่อกลาง และสามารถสื่อสารข้อมูลกันได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ?

4 สรุปได้ว่า ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง การติดต่อสื่อสารหรือการเชื่อมต่อกันระหว่าง ระบบคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้น ผ่านสื่อกลางใน การติดต่อสื่อสารหรือการเชื่อมต่อ ได้ทั้งสื่อกลางแบบ มีสายหรือสื่อกลางแบบไม่มีสายก็ได้ อาทิเช่น สาย เคเบิล หรือผ่านคลื่นวิทยุ โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารหรือใช้ในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งกันและกัน เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ?

5 องค์ประกอบ

6 1.ข้อมูล (Data) คือสิ่งที่เราต้องการส่งไปยังปลายทาง เช่น ข่าวสาร หรือสารสนเทศ อาจเป็นข้อความ ภาพ วิดีโอ หรือสื่อประสม 2.ฝ่ายส่งข้อมูล (Sender) คือ แหล่งกำเนิดข่าวสาร (Source) หรือ อุปกรณ์ที่นำมาใช้สำหรับส่งข่าวสาร เช่น คอมพิวเตอร์ เร้าท์เตอร์ 3.ฝ่ายรับข้อมูล (Receiver) คือ จุดหมายปลายทางของข่าวสาร (Destination) หรืออุปกรณ์ที่นำมาใช้สำหรับรับข่าวสารที่ส่งมาจาก ฝ่ายส่งข้อมูล เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ วิทยุ โทรทัศน์ เร้าท์เตอร์ 4.สื่อกลางส่งข้อมูล (Media) คือ ช่องทางการติดต่อสื่อสารที่จะนำเอา ข้อมูลข่าวสารจากฝ่ายส่งข้อมูลไปยังฝ่ายรับข้อมูล 5.โพรโตคอล (Protocol) คือ มาตรฐานหรือข้อตกลงที่จะใช้ในการ ติดต่อสื่อสารร่วมกันระหว่างฝ่ายผู้ส่งกับฝ่ายผู้รับ องค์ประกอบ

7 อุปกรณ์พื้นฐานที่ต้องมี  คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระบบเครือข่าย  เน็ตเวิร์คการ์ด หรือ NIC (Network Interface Card)  สื่อกลางและอุปกรณ์สำหรับการรับส่งข้อมูล (Physical Media) – Twist pair, Coaxial, Fiber optic, Wireless  โปรโตคอล (Protocol) – TCP/IP  ระบบปฏิบัติเครือข่ายหรือ NOS (Network Operating System)

8 ประโยชน์  การใช้ทรัพยากรร่วมกันได้  ช่วยลดต้นทุนด้านงบประมาณรายจ่ายลง  ความสะดวกในด้านการสื่อสาร  สร้างความปลอดภัยให้แก่ระบบ

9 รูปแบบการสื่อสารข้อมูล 1.การสื่อสารแบบ Unicast เป็นโหมดการรับส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์หนึ่งไป ยังอีกเครื่องหนึ่งในระบบเครือข่ายในลักษณะ 1 ต่อ 1 หรือเรียกว่า One-to-One การสื่อสารแบบ Unicast เป็นการส่งข้อมูลระหว่าง คอมพิวเตอร์แบบง่ายๆ แต่จะมีปัญหาถ้าจำนวน คอมพิวเตอร์ในการรับส่งเพิ่มมากเกินไป จะส่งผลทำให้ เกิดปัญหาการส่งข้อมูลในเครือข่ายมากเกินไป (Network Load)

10 2. การสื่อสารแบบ Broadcast เป็นการส่งข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ต้นทางหนึ่งเครื่องไปยัง เครื่องปลายทางหลายเครื่อง ซึ่งเป็นแบบ 1 ต่อ ทั้งหมด หรือเรียกว่า One-to-All การแพร่ข้อมูลแบบส่งไปยังเครื่องทุกเครื่องนั้นต้องมีการ ประมวลผลข้อมูลที่เครื่องปลายทาง เครื่องที่ไม่ต้องการรับข้อมูลก็ จะได้รับข้อมูลไปด้วยแต่ต้องทิ้งข้อมูลที่ได้รับมา เป็นการสูญเสีย ความสามารถในการประมวลผลไป ทั้งยังทำให้มีปริมาณข้อมูลใน เครือข่ายจำนวนมากโดยเปล่าประโยชน์ และสามารถเกิดเป็นปัญหา พายุข้อมูล (Broadcast storm) รูปแบบการสื่อสารข้อมูล

11 3. การสื่อสารแบบ Multicast เป็นการส่งข้อมูลจากเครื่องต้นทางหนึ่งไปยังกลุ่ม ของเครื่องปลายทางเฉพาะกลุ่มที่มีการกำหนดแบบ 1 ต่อ กลุ่มเฉพาะ หรือ One-to-N ซึ่ง N ในที่นี้อยู่ตั้งแต่ 1 ถึง ทั้งหมด การส่งข้อมูลจะส่งไปยังเฉพาะกลุ่มที่ต้องการรับ ข้อมูลเท่านั้น รูปแบบการสื่อสารข้อมูล

12 ทิศทางของการสื่อสาร 1.การสื่อสารแบบซิมเพล็กซ์ 2.การสื่อสารแบบฮาล์ฟดูเพล็กซ์ 3.การสื่อสารแบบฟูลดูเพล็กซ์

13 1.การสื่อสารแบบซิมเพล็กซ์ การสื่อสารแบบซิมเพล็กซ์ (Simplex) หรือการสื่อสารแบบ ทางเดียวเป็นการสื่อสารที่มีลักษณะผู้ส่งทำหน้าที่ส่งสารอย่าง เดียว และผู้รับก็จะมีหน้าที่รับสารอย่างเดียว โดยที่ผู้รับไม่ สามารถส่งข่าวสารกลับไปยังผู้ส่งได้ จะคล้ายกับการที่เรานั่งฟัง วิทยุ หรือดูโทรทัศน์ เราจะเป็นผู้รับอย่างเดียวไม่สามารถเป็นผู้ส่ง ได้ เช่น คีย์บอร์ดและจอภาพแบบทัชสกรีน ทิศทางของการสื่อสาร

14 2. การสื่อสารแบบฮาล์ฟดูเพล็กซ์ การสื่อสารแบบฮาล์ฟดูเพล็กซ์ (Half-Duplex) หรือการ สื่อสารแบบทางใดทางหนึ่งที่ผู้รับและผู้ส่งสามารถส่งข่าวสาร ระหว่างกันได้ แต่ต้องเป็นคนละเวลา คือหากผู้ส่งส่งข้อมูลไปหา ผู้รับ ระหว่างนั้นผู้รับจะไม่สามารถส่งข้อมูลไปหาผู้ส่งได้ต้องรอจน ว่าผู้ส่งจะส่งเสร็จจึงสามารถส่งข้อมูลข่าวสารได้ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสารของตำรวจ การสื่อสารในรูปแบบนี้ ต้องอาศัยการ สลับ สวิตซ์ เพื่อแสดง การเป็นผู้ส่งสัญญาณคือต้องผลัดกันพูด และจะ ไม่สามารถส่งข้อมูลพร้อมกันได้ ทิศทางของการสื่อสาร

15 3. การสื่อสารแบบฟูลดูเพล็กซ์ การสื่อสารแบบฟูลดูเพล็กซ์ (Full-Duplex) หรือการสื่อสาร แบบสองทิศทาง เป็นการสื่อสารที่ทั้งผู้รับและผู้ส่ง สามารถส่งข้อมูล ข่าวสารถึงกันได้ในระยะเวลาหนึ่งได้พร้อมกัน หรือการ ติดต่อสื่อสารกันได้ตลอดทั้งผู้ส่งและผู้รับในเวลาเดียวกัน เช่น การ ใช้โทรศัพท์ ทิศทางของการสื่อสาร

16 ประเภทของเครือข่าย 1.แบ่งตามขนาดพื้นที่ให้บริการ 2.แบ่งตามลักษณะการไหลของข้อมูล 3.แบ่งตามลักษณะหน้าที่การทำงานของคอมพิวเตอร์

17  แบ่งตามขนาดพื้นที่ให้บริการ (LAN, MAN, WAN) ประเภทของเครือข่าย

18  แบ่งตามลักษณะการไหลของข้อมูล เครือข่ายแบบรวมศูนย์ (Centralized Network) ประเภทของเครือข่าย

19  แบ่งตามลักษณะการไหลของข้อมูล เครือข่ายแบบกระจาย (Distributed Network) ประเภทของเครือข่าย

20  แบ่งตามลักษณะหน้าที่การทำงานของคอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ (Peer to Peer) หรือ (Workgroup) (Peer to Peer) หรือ (Workgroup) ระบบเครือข่ายแบบไคลเอนท์ เซิร์ฟเวอร์ (Client Server Network) ประเภทของเครือข่าย

21

22 มาตรฐานระบบเครือข่าย 1.มาตรฐานเครือข่ายท้องถิ่น (Local Area Network: LAN) 2. มาตรฐานระบบเครือข่ายระดับประเทศ (Wide Area Network: WAN)

23 1.1 Ethernet พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Xerox ถือเป็นมาตรฐานของระบบ เครือข่ายท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ระบบ เครือข่ายท้องถิ่น จะใช้มาตรฐาน IEEE เช่น Ethernet (10 Mbps), Fast Ethernet (100 Mbps), Gigabit Ether (1000 Mbps) โดยที่ Ethernet จะใช้เทคนิคการส่งข้อมูลแบบ CSMA/CD (Carrier Sense Multiple Access/Collision Detection) กล่าวคือถ้าเกิดส่งข้อมูลพร้อมกันและสัญญาณชน กัน จะต้องส่งข้อมูลใหม่ 1.มาตรฐานเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน โดยทั่วไปมี 3 แบบ คือ มาตรฐานระบบเครือข่าย

24 1.มาตรฐานเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน โดยทั่วไปมี 3 แบบ คือ 1.2 Token-Ring พัฒนาขึ้นโดยบริษัท IBM จะใช้ Access Method แบบ Token Passing ในการเชื่อมต่อสามารถใช่ได้ทั้งสาย Coaxial, UTP, STP หรือสายใยแก้วนำแสง (Fiber optic) ระบบ เครือข่ายแบบนี้มีความคงทนต่อความผิดพลาดสูง (Fault- tolerant) ความเร็วในการรับส่งข้อมูลจะอยู่ที่ 4-16 Mbps จะ ใช้มาตรฐาน IEEE มาตรฐานระบบเครือข่าย

25 1.3 FDDI (Fiber Distributed Data Interface) เป็นมาตรฐานเครือข่ายความเร็วสูงที่ ทำงานอยู่ในชั้น Physical ส่วนใหญ่นำไปใช้เชื่อมต่อเป็น Backbone (เป็น สายสัญญาณหลักเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายท้องถิ่นเข้าด้วยกัน ใช้ Access Method แบบ Token-passing และใช้ Topology แบบวงแหวนคู่ (Dual Ring) ซึ่งช่วยทำให้ทนต่อข้อบกพร่อง (Fault tolerance) ของระบบเครือข่ายได้ดีขึ้น ทำงานอยู่ที่ ความเร็ว 100 Mbps 1.มาตรฐานเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน โดยทั่วไปมี 3 แบบ คือ มาตรฐานระบบเครือข่าย

26 2. มาตรฐานระบบเครือข่ายระดับประเทศ ( WAN) ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน โดยทั่วไปมี 3 แบบ คือ 2.1 X.25 เป็นโปรโตคอลมาตรฐานของเครือข่ายแบบเก่า ได้รับการ ออกแบบโดย CCITT ประมาณ ค.ศ เพื่อใช้เป็นส่วน ติดต่อระหว่างระบบเครือข่ายสาธารณะแบบแพ็กเกตสวิตช์ (Packet Switching) กับผู้ใช้ระบบ x.25 เป็นการสื่อสาร แบบต่อเนื่อง (Connection-oriented) ที่สนับสนุนการเชื่อมต่อ วงจรสื่อสารแบบ Switching Virtual Circuit (SVC) และ Permanent Virtual Circuit (PVC) มาตรฐานระบบเครือข่าย

27 2. มาตรฐานระบบเครือข่ายระดับประเทศ ( WAN) ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน โดยทั่วไปมี 3 แบบ คือ 2.2 Frame Relay เฟรมรีเลย์เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อจาก X.25 อีกทีหนึ่ง ในการส่งข้อมูล เฟรมรีเลย์จะมีการตรวจเช็คความถูกต้องของ ข้อมูลที่จุดปลายทาง ทำงานแบบ Packet Switching มาตรฐานระบบเครือข่าย

28 2. มาตรฐานระบบเครือข่ายระดับประเทศ ( WAN) ที่เป็นที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน โดยทั่วไปมี 3 แบบ คือ 2.3 ATM (Asynchronous Transfer Mode) เป็นระบบเครือข่ายความเร็วสูง ปัจจุบันระบบองค์กร ใหญ่ๆ นิยมใช้งานอย่างแพร่หลายในวงการอุตสาหกรรมการ สื่อสาร โดยระบบ ATM จะมีการส่งข้อมูล จำนวนน้อยๆ ที่มี ขนาดคงทีที่เรียกว่า เซลล์ (Cell) มาตรฐานระบบเครือข่าย

29 Wireless LAN: WLAN ระบบเครือข่ายไร้สาย หมายถึง การสื่อสารข้อมูล ระหว่างคอมพิวเตอร์ผ่านระบบเครือข่าย โดยไม่ต้องผ่าน สายสัญญาณ แต่จะมีการส่งข้อมูลผ่านการใช้คลื่นความถี่ วิทยุในย่านวิทยุ (Radio Frequency: RF) และคลื่น อินฟราเรด (infrared) แทน โดยระบบเครือข่ายไร้สายก็ยัง มีคุณสมบัติครอบคลุมทุกอย่างเหมือนกับระบบเครือข่าย ท้องถิ่น (LAN) แบบใช้สายทั่วไป

30 ระบบเครือข่ายไร้สายพัฒนาขึ้น ในปี ค.ศ บน เกาะฮาวาย โดยเป็นผลงานของนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ฮาวาย ที่ชื่อว่า “ALOHNET” ซึ่งความสามารถในขณะนั้น สามารถส่งข้อมูลเป็นแบบ Bi-directional คือส่งข้อมูลไป- ส่งข้อมูลกลับได้ ผ่านคลื่นวิทยุ สื่อสารกัน ซึ่งเป็นการส่ง ข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยกันเอง จำนวน 7 เครื่อง ที่ตั้งอยู่บนเกาะ 4 เกาะโดยรอบ และมีศูนย์กลางการ เชื่อมต่ออยู่ที่เกาะที่ชื่อว่า Oahu Wireless LAN: WLAN

31 ประเภทของเครือข่ายไร้สาย 1.ระบบเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล (WPAN) 2.ระบบเครือข่ายท้องถิ่นไร้สาย (WLAN) 3.ระบบเครือข่ายเมืองไร้สาย (WMAN) 4.ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ไร้สาย (WWAN)

32 1.ระบบเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล (WPAN) เป็นการใช้งานในลักษณะที่ครอบคลุมพื้นที่จำกัด เช่น อยู่ ภายในบ้านพักอาศัย หรือห้องทำงานเล็กๆ ซึ่งมีอยู่สองระบบที่ รองรับการทำงานส่วนบุคคล คือ IR (Infra-Red) ประมาณไม่เกิน 3 เมตร และ Bluetooth ระยะห่าง ไม่เกิน 10 เมตร ประเภทของเครือข่ายไร้สาย

33 2. ระบบเครือข่ายท้องถิ่นไร้สาย (WLAN) เป็นการใช้งานในลักษณะที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า ประเภทระบบเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล เช่น อยู่ภายในสำนักงาน เดียวกัน อาคารเดียวกัน ระยะห่างระหว่างอุปกรณ์ประมาณ 0 ถึง 100 เมตร ประเภทของเครือข่ายไร้สาย

34 3. ระบบเครือข่ายเมืองไร้สาย (WMAN) เป็นการใช้งานในลักษณะที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง เช่น ใช้ งานระหว่างองค์กร ระหว่างเมือง และมีระบบเครือข่ายที่ หลากหลายมากขึ้น อาศัยการส่งสัญญาณผ่านเสาอากาศ ประเภทของเครือข่ายไร้สาย

35 4. ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ไร้สาย (WWAN) เป็นการใช้งานในเครือข่ายขนาดใหญ่ เช่น ระหว่างเมือง ขนาดใหญ่ ระหว่างประเทศ โดยการสื่อสารลักษณะอย่างนี้จะใช้ การสื่อผ่านดาวเทียมแทน ในกรณีที่ข้ามไปต่างประเทศ ประเภทของเครือข่ายไร้สาย

36 มาตรฐานของระบบเครือข่าย 1.มาตรฐาน IEEE มาตรฐาน IEEE802.11a 3.มาตรฐาน IEEE802.11b 4.มาตรฐาน IEEE802.11g 5.มาตรฐาน IEEE802.11n

37 อัตราเร็ว 1 และ 2 Mbps พัฒนาขึ้นในปี พ.ศ อุปกรณ์สามารถรับส่ง ข้อมูลได้ที่อัตราเร็ว 1 และ 2 Mbps ผ่านการส่งข้อมูลแบบ อินฟาเรด (Infrared) หรือ คลื่นความถี่วิทยุ 2.4, 5 GHz มี ระบบรักษาความปลอดภัยโดยใช้ระบบ WEP 1. มาตรฐาน IEEE มาตรฐานของระบบเครือข่าย

38 อัตราเร็ว 54 Mbps พัฒนาขึ้นในปี พ.ศ อุปกรณ์สามารถรับส่งข้อมูลได้ที่ อัตราเร็ว 54 Mbps ผ่านการส่งข้อมูลด้วยสัญญาณวิทยุย่าน ความถี่ 5 GHz ใช้เทคนิคการส่งข้อมูลแบบ OFDM (Orthogonal Frequency Division Multiplexing) แต่เนื่องจากย่านความถี่ 5 GHz นั้นได้ถูกห้ามใช้ในบางประเทศ รวมถึงประเทศไทย และ ประกอบกับย่านความถี่ที่สูงทำให้ อุปกรณ์มีราคาแพง และ ระยะทางที่สามารถใช้งานได้สั้นกว่าย่านความถี่ 2 GHz จึงทำให้ มาตรฐาน IEEE802.11a นั้นไม่เป็นที่นิยมใช้กันมากนัก 2. มาตรฐาน IEEE802.11a มาตรฐานของระบบเครือข่าย

39 อัตราเร็ว 11 Mbps พัฒนาขึ้นพร้อมกับ IEEE802.11a ในปี พ.ศ อุปกรณ์ สามารถรับส่งข้อมูลได้ที่อัตราเร็ว 11 Mbps ใช้เทคนิคการส่ง ข้อมูลแบบ CCK (Complimentary Code Keying) และ DSSS (Direct Sequence Spread Spectrum) ใช้ย่านความถี่ 2.4 GHz ซึ่งเป็นย่านความถี่ สำหรับการสื่อสารทางด้านวิทยาศาสตร์, อุตสาหกรรม, และการแพทย์ ประกอบกับความถี่ที่ต่ำทำให้อุปกรณ์ มีราคาถูก จึงทำให้มาตรฐาน IEEE802.11b เป็นที่นิยมใช้กันอย่าง แพร่หลายมากกว่า และเป็นที่มาของเครื่องหมายการค้า Wi-Fi 3. มาตรฐาน IEEE802.11b มาตรฐานของระบบเครือข่าย

40 อัตราเร็ว 54 Mbps พัฒนาขึ้นขึ้นในปี พ.ศ ใช้เทคนิคการส่งข้อมูลแบบ OFDM และใช้ย่านความถี่ 2.4 GHz อุปกรณ์สามารถรับส่งข้อมูลได้ ที่อัตราเร็ว 54 Mbps และสามารถทำงานกับมาตรฐานเก่า IEEE802.11b ได้ (Backward-Compatible) จึงทำให้มาตรฐาน IEEE802.11g นั้นเป็นที่นิยม และเข้ามาแทนที่มาตรฐาน IEEE802.11b ในที่สุด 4. มาตรฐาน IEEE802.11g มาตรฐานของระบบเครือข่าย

41 อัตรา Mbps พัฒนาขึ้นในปี พ.ศ เป็นมาตรฐานที่กำลังเข้ามา แทนที่มาตรฐาน IEEE802.11g โดยในมาตรฐาน IEEE802.11n นี้ได้มีการพัฒนาให้สามารถรับส่งข้อมูลได้ในอัตรา Mbps ตามทฤษฎี 5. มาตรฐาน IEEE802.11n มาตรฐานของระบบเครือข่าย

42 เกณฑ์การวัดประสิทธิภาพ 1.สมรรถนะ (Competency) 2.ความน่าเชื่อถือ (Reliability) 3.ความปลอดภัย (Security)

43 1.สมรรถนะ (Competency) 1.1 เวลาที่ใช้ในการถ่ายโอนข้อมูล 1.2 จำนวนผู้ใช้งานในระบบเครือข่าย 1.3 ชนิดสื่อกลางที่ใช้ส่งข้อมูล 1.4 อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เกณฑ์การวัดประสิทธิภาพ

44 2. ความน่าเชื่อถือ (Reliability) 2.1 ปริมาณความถี่ของความล้มเหลวในการส่งข้อมูล 2.2 ระยะเวลาที่ใช้การกู้คืนข้อมูลหรือกู้คืนระบบกรณีเกิด ความส้มเหลวขึ้น 2.3 การป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้ระบบเกิดความ ล้มเหลว เกณฑ์การวัดประสิทธิภาพ

45 3. ความปลอดภัย (Security) ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดโดยเน้นไปที่ความสามารถที่จะป้องกัน บุคคลที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล หรือระบบเครือข่าย โดยอาจใช้ รหัสการเข้าถึงข้อมูล เป็นต้น และความสามารถในการป้องกันภัย คุกคามต่างๆ เช่น การป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ระบบ เครือข่ายมีความปลอดภัยสูงสุด เกณฑ์การวัดประสิทธิภาพ

46 ประโยชน์ของเครือข่าย 1. ด้านการติดต่อสื่อสาร 1.1 บริการกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ 1.2 จดหมายและจดหมายเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ 1.3 การประชุมระยะไกลทางอิเล็กทรอนิกส์ 1.4 การสนทนาแบบออนไลน์

47 2. ด้านการค้นหาข้อมูล บริการสารสนเทศทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Information services) เป็นประโยชน์ที่สำคัญที่สุดอย่าง หนึ่งของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยผู้ให้บริการจะ สามารถบริการสารสนเทศที่มีความสำคัญและเป็นที่ต้องการ ของผู้ใช้ ผ่านทางเครือข่าย ซึ่งผู้ใช้จะสามารถเรียกดู สารสนเทศเหล่านั้นได้ทันทีทันใดและตลอด 24 ชั่วโมง เช่น การใช้เว็บบราวเซอร์สืบค้นหาข้อมูล ประโยชน์ของเครือข่าย

48 3. ด้านธุรกิจและการเงิน 3.1 การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ 3.2 การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ 3.3 การสั่งซื้อสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ ประโยชน์ของเครือข่าย

49 4. ด้านการศึกษา ปัจจุบันสามารถระบบเครือข่ายมีส่วนช่วยด้านการศึกษาอย่าง มากเช่น การเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต และการค้นหาความรู้ ต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต เป็นต้น 5. ด้านการแพทย์ โรงพยาบาลใหญ่ๆ มีการนำเอาระบบเครือข่ายเข้าไปใช้งานกัน มาก ที่เห็นได้ชัดเจน คือการจัดเก็บข้อมูลคนไข้ ปัจจุบันสามารถ เรียกผ่านอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ทำให้ลดระยะเวลาของหมอและยัง ช่วยให้การวินิจฉัยได้ถูกต้องครบถ้วน และการใช้ตรวจรักษาโรค ทางไกลผ่านระบบเครือข่าย ประโยชน์ของเครือข่าย

50 Telemedicine

51 ระบบเครือข่ายภายในสวนดุสิต 1. บริการโฮสติ้ง บริการเว็บโฮสติ้ง (SDU Hosting) คือ การให้บริการรับฝาก เว็บไซต์ ภายใต้โดเมนเนม ของ dusit.ac.th

52 2. บริการจัดการผู้ใช้จากส่วนกลาง ระบบการจัดการผู้ใช้จากส่วนกลาง (IDM: Identity Manager) หรือเรียกว่า SDU IDM เป็นระบบการจัดการเกี่ยวกับ รหัสผู้ใช้ ของบริการด้านออนไลน์ของมหาวิทยาลัย เช่น การ เปลี่ยน Password หรือตรวจสอบสถานะของผู้ใช้งาน ระบบเครือข่ายภายในสวนดุสิต

53 3. เครื่องให้บริการอัตโนมัติ เครื่องให้บริการอัตโนมัติ หรือ SDU Kiosk เป็นเครื่องที่ให้บริการ อัตโนมัติ (Multi-function self-service kiosk) โดยมีไว้ให้บริการ นักศึกษาในเรื่องเช็คเรื่องเกรด พิมพ์ใบเกรด ตรวจสอบการค้างหนังสือ จากห้องสมุด ดูรายวิชาที่ลงเรียน ตารางสอน ตารางสอบ และอื่น ๆ ระบบเครือข่ายภายในสวน ดุสิต

54 4. บริการอีเมลนักศึกษา บริการอีเมลนักศึกษา (SDU Live) เป็นบริการที่จะทำให้นักเรียน นักศึกษา สามารถใช้งาน สำหรับ การทำงานร่วมกัน และ การติดต่อสื่อสารโดยสามารถใช้งานทุกบริการที่มีโดยใช้ รหัสผู้ใช้เพียง รหัสเดียว ไม่ว่าจะเป็น อีเมล Windows Live Messenger หรือ การ แชร์ข้อมูล การเข้าใช้งานนักศึกษาสามารถเข้าใช้งานโดยให้เข้ามาที่ ระบบเครือข่ายภายในสวน ดุสิต

55 5. บริการอีเมลบุคลากร บริการอีเมลบุคลากร (SDU Mail) คือ บริการรับ ส่งอีเมลล ระบบปฏิทิน ไฟล์เอกสารแนบ รายชื่อติดต่อ และข้อมูลอื่นๆ สำหรับ บุคลากร ซึ่งเป็นระบบ Microsoft Exchange Server ที่สามารถทำ ให้ระบบการสื่อสารทำงานได้อย่างต่อเนื่อง การรับส่งอีเมลไม่ติดขัด ช่วยป้องกันผู้ใช้และข้อมูลอันมีค่าขององค์กร จากอันตรายต่างๆที่มา ทางอีเมลขยะและไวรัส ระบบเครือข่ายภายในสวน ดุสิต

56 6. บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (SDU WIFI) เป็นบริการที่ให้ นักศึกษาเข้าใช้ระบบอินเทอร์เน็ตได้จากทุกบริเวณภายใน มหาวิทยาลัยฯ โดยนักศึกษาสามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือโทรศัพท์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เมื่อนักศึกษาพบสัญญาณ Wireless ของมหาวิทยาลัยฯทำการเชื่อมต่อได้ทันที เชื่อมต่อแล้ว นักศึกษาจะเข้าอินเทอร์เน็ต จะต้องทำการ Log In เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถเข้าใช้บริการได้ ระบบเครือข่ายภายในสวน ดุสิต

57 บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย

58 7. บริการเว็บ VPN บริการเว็บ VPN หรือ SDU VPN เป็นบริการ เป็นบริการที่ใช้หลักการของ SSL VPN สำหรับนักศึกษาและ บุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ที่ใช้บริการ Internet จากผู้ให้บริการทั่วไปสามารถ ใช้บริการ สืบค้นข้อมูลห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ และระบบอื่นๆ ที่จำเป็นต้อง ใช้หมายเลข IP Address ของมหาวิทยาลัย โดยใช้ User name และ Password เดียวกันกับ ของมหาวิทยาลัยฯ โดย นักศึกษาสามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน VPN (Virtual Private network) ได้ทางเว็บไซต์ ระบบเครือข่ายภายในสวน ดุสิต

59 บริการเว็บ VPN

60 QUESTION ?


ดาวน์โหลด ppt บทที่ 3 เทคโนโลยี การสื่อสารข้อมูล. เครือข่ายคอมพิวเตอร์ ? ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง การนำ เครื่องคอมพิวเตอร์รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น สวิตช์ เร้าท์เตอร์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google