งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

วัสดุ ศาสตร์ Materials Science. ทำไม ต้องเรียน วัสดุศาสตร์        เพื่อให้ทราบโครงสร้าง ภายในของวัสดุ เพื่อเป็นการค้นคว้าและ พัฒนาหาวัสดุใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "วัสดุ ศาสตร์ Materials Science. ทำไม ต้องเรียน วัสดุศาสตร์        เพื่อให้ทราบโครงสร้าง ภายในของวัสดุ เพื่อเป็นการค้นคว้าและ พัฒนาหาวัสดุใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 วัสดุ ศาสตร์ Materials Science

2 ทำไม ต้องเรียน วัสดุศาสตร์        เพื่อให้ทราบโครงสร้าง ภายในของวัสดุ เพื่อเป็นการค้นคว้าและ พัฒนาหาวัสดุใหม่ มา ทดแทนวัสดุเก่า เพื่อนำวัสดุไปใช้ให้ เหมาะสมกับงาน เพื่อเป็นการประหยัด พลังงาน

3 วัสดุศาสตร์ คือ อะไร เป็นศาสตร์เกี่ยวกับการค้นคว้าหา ความรู้ขั้นพื้นฐาน ในเชิงลักษณะโครงสร้างภายใน คุณสมบัติ และ กระบวนการผลิตวัสดุ วัสดุวิศวกรรม (Material Engineering) เป็นศาสตร์ที่ เกี่ยวกับการประยุกต์ทางวัสดุให้ เป็นประโยชน์ ต่อมวลมนุษยชาติ

4 วัสดุศาสตร์และ วัสดุวิศวกรรม สัมพันธ์กันอย่างไร วัสดุศาสตร์และ วัสดุวิศวกรรม สัมพันธ์กันอย่างไร ความรู้พื้นฐานของวัสดุ ผลจากความรู้ของโครงสร้าง สมบัติกระบวนการผลิต และ สมรรถนะ ของวัสดุวิศวกรรม การประยุกต์ความรู้ ของวัสดุต่าง ๆ วัสดุ ศาสตร์ วัสดุ วิศวกรร ม วัสดุศาสตร์และ วิศวกรรม

5 ประเภท วัสดุ ตามหลักของวิศวกรรม แบ่งวัสดุ ออกเป็น 5 ประเภท 1. โลหะ ( Metallic materials ) 2. พลาสติก หรือ พอลิเมอร์ ( Polymeric materials ) 3. เซรามิก ( Ceramic materials ) 4. วัสดุผสม ( Composite materials ) 5. อิเล็กทรอนิกส์ ( Electronic materials )

6 วัสดุ ประเภท โลหะ เป็นสารอนินทรีย์ ( Inorganic substances ) ประกอบด้วยโลหะ ชนิดเดียวกัน หรือ หลายชนิด จะมี สมบัติเฉาะที่เป็นตัวนำไฟฟ้า ความ ร้อนที่ด มีความแข็งแรงสูง เหนียว อ่อนตัวได้ ถ้าเอาโลหะบริสุทธิ์ ตั้งแต่ 2 ชนิดผสมกัน จะได้โลหะ ผสม ( Alloy ) a. โลหะที่เป็นเหล็ก ( Forrous metals ) และ โลหะผสม มีเหล็ก เป็นองค์ประกอบหลัก b. โลหะที่ไม่เป็นเหล็ก ( Non- Forrous metals ) เช่น อลูมิเนียม (Al) นิกเกิล (Ni) ทองแดง (Cu) ดีบุก (Sn)

7 วัสดุ ประเภท โลหะ

8 เป็นสารอินทรีย์ ส่วนใหญ่ ประกอบด้วยธาตุ C, H, N, Cl, S, O เป็นสารมีโมเลกุลใหญ่ มี โครงสร้างที่ต่อกันยาว มีสมบัติ กว้าง เช่น มีทั้งแข็งแรง อ่อน เป็นฉนวนไฟฟ้า มีจุดหลอมเหลว ทั้งสูงและต่ำ แบ่งเป็น 2 ชนิด วัสดุประเภทพลาสติก หรือ พอลิเมอร์ 1. เทอร์โมพลาสติก ( Thermoplastic ) หลอมเหลวได้ ด้วยความร้อน 2. เทอร์โมเซต ( Thermosetting plastic ) เมื่อแข็งตัวแล้วไม่ สามารถหลอมเหลวได้ แข็งแรง แต่เปราะ

9 วัสดุประเภทพลาสติก หรือ พอลิเมอร์

10 เป็นสารอนินทรีย์ ประกอบด้วยธาตุที่เป็นโลหะ และ อโลหะรวมกันอยู่ได้ด้วย พันธะทางเคมี ( Chemical bond) มีลักษณะ ดังนี้ วัสดุประเภท เซรามิก 1. มีรูปร่างผลึกหรือไม่มีรูปร่าง ผลึกก็ได้ หรือเป็นของผสมทั้งสอ งอยางก็ได้ 2. มีความแข็งสูง ( high hardness ) 3. มีความแข็งแรงดีที่ อุณหภูมิสูง 4. มีความเปราะสูง หรือ แตกง่าย เมื่อโดนแรงกระแทก 5. เป็นฉนวนไฟฟ้าและความร้อนที่ดี

11 วัสดุประเภท เซรามิก

12 วัสดุที่ได้จากการนำเอาวัสดุ ที่แตกต่างกันมาผสมกัน ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป ทำให้ วัสดุนั้นมีสมบัติพิเศษขึ้น กว่าเดิม เช่น คอนกรีต ไม้ อัด ไฟเบอร์กลาส วัสดุ ประเภท ผสม

13

14 มีความสำคัญมากในปัจจุบัน ซึ่งเป็นยุกต์ของเทคโนโลยี ชั้นสูง วัสดุประเภทนี้จัดว่ามี ความสำคัญที่สุด ซึ่ง สามารถนำไปใช้หรือ ดัดแปลงให้มีลักษณะสมบัติ เฉพาะได้ดีมาก เช่น ใช้ทำ Silicon Chip, Micro Electronic Devices, Semiconductors วัสดุประเภท อิเล็กทรอนิกส์

15

16 สมบัติและการ เลือกใช้วัสดุ     สมบัติทางเคมี ( Chemical properties ) สมบัติทางกายภาพ ( Physical properties ) สมบัติเชิงกล ( Mechanical properties ) สมบัติเชิงมิติ ( ขนาด )( Dimensional properties )

17 สมบัติทางเคมี ( Chemical properties )

18 สมบัติทางกายภาพ ( Physical properties )

19 สมบัติเชิงกล ( Mechanical properties )

20 สมบัติเชิงมิติ ( ขนาด )( Dimensional properties )

21 ตัวอย่างการใช้งานและสมบัติของวัสดุ ชนิดต่าง ๆ

22

23 แสดงความแข็งของวัสดุชนิดต่าง ๆ

24 งาน 1. วัสดุศาสตร์หมายความว่าอย่างไร 2. วัสดุศาสตร์ และ วัสดุวิศวกรรมมี ความสัมพันธ์กันอย่างไร 3. วัสดุศาสตร์มีความสำคัญอย่างไร 4. คุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิดมีความสำคัญต่อ การเลือกนำใช้อย่างไร


ดาวน์โหลด ppt วัสดุ ศาสตร์ Materials Science. ทำไม ต้องเรียน วัสดุศาสตร์        เพื่อให้ทราบโครงสร้าง ภายในของวัสดุ เพื่อเป็นการค้นคว้าและ พัฒนาหาวัสดุใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google